Facebook

สรุปและเปิดผลการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. ....

 สรุปผลเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..)  พ.ศ. ....

         ตามที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. .... จำนวน ๑๑ ครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี
วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๐ เรื่อง แนวทางการจัดทำและเสนอร่างกฎหมายตามบทบัญญัติ มาตรา ๗๗
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ นั้น

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ขอเรียนสรุปได้ดังนี้

๑.     วิธีการรับฟังความคิดเห็น

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
รวมทั้งประชาชน และผู้มีส่วนได้เสีย (พยานที่อยู่ในมาตรการคุ้มครอง) โดยรูปแบบการจัดประชุมรวมทั้งรูปแบบการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และเว็บไซต์
Lawamendent
ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
 

๒.     จำนวนครั้งและระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นในแต่ละครั้ง

 

สรุปการประชุมรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ....

 

ครั้งที่

วัน เดือน ปี

กลุ่มเป้าหมาย

จำนวน

(คน)

๖ ตุลาคม ๒๕๕๔
ณ ม.ธรรมศาสตร์

ผู้แทน สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติกระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) กระทรวงกลาโหม
(กรมพระธรรมนูญ) สำนักงาน ป.ป.ส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ
กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวน
สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน  ป.ป.ช. คณาจารย์คณะนิติศาสตร์
สภาทนายความ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมคุ้มครองสิทธิ
และเสรีภาพ และภาคประชาชน

๘๒

๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ณ ม.ธรรมศาสตร์

ผู้แทน สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) กระทรวงกลาโหม (กรมพระธรรมนูญ) สำนักงาน ป.ป.ส.
กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน  ป.ป.ช. คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ สภาทนายความ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และภาคประชาชน
 

๗๔

๒๕ มกราคม ๒๕๕๕
ณ โรงแรมริชมอนด์
จังหวัดนนทบุรี

ผู้แทน สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) กระทรวงกลาโหม (กรมพระธรรมนูญ) กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงาน ป.ป.ส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์

๑๑๕

สรุปการประชุมรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ....

ครั้งที่

วัน เดือน ปี

กลุ่มเป้าหมาย

จำนวน (คน)

 

 

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงาน ป.ป.ท.สำนักงาน  ป.ป.ช. สำนักงาน ก.ก.ต.คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ สภาทนายความ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

 

๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ 

ณ  กคส.

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

๒๒

๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๘

ณ กคส.

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

๑๓

 

๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ

ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม
(กรมพระธรรมนูญ)
 สำนักงาน ป.ป.ส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ  
กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงาน  ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ช.
และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

 

๒๘

๖ กันยายน ๒๕๕๙

ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ

ศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมผู้แทนจากกระทรวงกลาโหม (กรมพระธรรมนูญ) กระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) สำนักงาน ป.ป.ส.
กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ช.

สำนักงาน ก.ก.ต. และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

๓๖

๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙

ณ กระทรวงยุติธรรม

ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม
(กรมพระธรรมนูญ) กระทรวงแรงงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก
และเยาวชน กรมสรรพากร  และสำนักงาน ป.ป.ท.

๒๑

 

 

๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐
 ,๙  พฤษภาคม๒๕๖๐

เว็บไซต์ กคส.และเว็บไซต์Lawamendent
ของกระทรวงติจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ประชาชน

 

 

  

 

 ๒๓๐

๑๐

๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

ณ สถานที่ปลอดภัย

พยานที่อยู่ในการมาตรการคุ้มครองพยาน

 

 

๑๑

๒๒ กันยายน ๒๕๖๐

เว็บไซต์ กคส.และเว็บไซต์Lawamendent
ของกระทรวงติจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ประชาชน

๒๒๕

 

 ๓.     พื้นที่หรือกลุ่มเป้าหมายในการรับฟังความคิดเห็น

หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็น

๔.     ประเด็นที่มีการแสดงความคิดเห็นและคำชี้แจง

หลังจากสิ้นสุดการเปิดรับฟังความคิดเห็น มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน  ประชาชน
รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสีย แสดงความคิดเห็นในประเด็น ดังนี้

   

           สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ระหว่างวันที่ ๒๒ กันยายน – ๖ ตุลาคม ๒๕๖๐

 

ลำดับ

ประเด็น

ผลสรุปความคิดเห็น

๑.

  ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมนิยามคำว่า “พยาน”และเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่” (ร่างมาตรา ๓
ร่างมาตรา ๔ และร่างมาตรา ๕) 

เห็นด้วย จำนวน  ๒๑๗ คน เนื่องจากเหตุการณ์เปลี่ยนสถานการณ์เปลี่ยนควรแก้กฎหมายดังกล่าว

ไม่เห็นด้วย จำนวน  ๘ คน

๒.

    ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมให้มาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานโดยกำหนดให้เป็นมาตรฐานกลางในการคุ้มครองพยานโดยกำหนดให้เป็นไปทิศทางเดียวกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพยานบุคคล และเกิดความมั่นใจในการให้ข้อเท็จจริงทุกขั้นตอนของการพิจารณาคดี (ร่างมาตรา ๖)

เห็นด้วย จำนวน  ๒๒๒ คน เนื่องจากเพื่อให้การปฏิบัติให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

ไม่เห็นด้วย จำนวน ๓ คน

๓.

 ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมให้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน
ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน (ร่างมาตรา ๗,ร่างมาตรา ๘,ร่างมาตรา ๙ และร่างมาตรา ๑๐) 

เห็นด้วย จำนวน  ๒๑๙ คน เนื่องจากเพื่อมุ่งการคุ้มครองพยานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

ไม่เห็นด้วย จำนวน  ๖ คน

๔.

    ประเด็นเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ โดยคำนึงถึงการคุ้มครองพยานที่จะได้รับผลกระทบต่อภัยคุกคามทุกรูปแบบ (ร่างมาตรา ๑๑ และร่างมาตรา ๑๒)

เห็นด้วย จำนวน ๒๒๒ คน โดยมีความเห็นเพิ่มเติมว่าในมาตรา ๑๔/๒ ควรตัดข้อความว่า “รวมไปถึงการกระทำอื่นใดให้ได้มาซึ่งข้อมูลและความเห็น” เพราะมีความหมายที่กว้างเกินไป และอาจเป็นช่องทางให้พนักงานเจ้าหน้าที่อ้างเป็นเหตุที่จะกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายได้ และสำหรับค่าเสี่ยงภัยควรให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากงานคุ้มครองความปลอดภัยมีความเสี่ยงสูงมาก จากภยันตรายทุกรูปแบบ ที่ฝ่ายผู้ไม่หวังดีจะเข้าทำร้าย เช่น มีด ปืน ระเบิด กับดัก
ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตอบโต้ภัยอันตรายเหล่านี้ให้พยานได้รับความปลอดภัย

ไม่เห็นด้วย จำนวน ๓ คน

๕.

   ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนที่จำเป็นและสมควรแก่พยานอันเป็นการจ่ายเพื่อเป็นค่าป่วยการที่พยานได้ให้ข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่จำเป็นแก่รัฐ ซึ่งรวมถึงกรณีที่พยานมาศาลแต่ไม่ได้เบิกความด้วย (ร่างมาตรา ๑๓)

เห็นด้วย จำนวน ๒๑๙ คน เนื่องจากพยานบางรายมาศาลเป็นเรื่องที่ลำบาก และมีค่าใช้จ่ายสูง

ไม่เห็นด้วย จำนวน ๖ คน  

๖.

     ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษ กรณีการเปิดเผยความลับเกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน และกรณีการให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ร่างมาตรา ๑๔ ,ร่างมาตรา ๑๕,ร่างมาตรา ๑๖ และร่างมาตรา ๑๗)

เห็นด้วย จำนวน ๒๒๐ คน

ไม่เห็นด้วย จำสวน ๕ คน

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

๑. เป็นการแก้ไขกฎหมายที่เข้ากับบริบทและสถานการณ์ของสังคมได้ดีมาก กฎหมายคุ้มครองพยาน ถือเป็นเครื่องมือที่สนับสนุนงานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาให้มีประสิทธิภาพ และทำให้พยานมีความกล้าและเชื่อมั่นในการคุ้มครองพยานได้เป็นอย่างดี

๒.    เร่งรัดในการออกกฎหมายอย่างรอบคอบ และทันเวลา โดยนึกถึงประโยชน์ของผู้ได้รับผลกระทบเป็นสำคัญ

๓. ข้อกฎหมายใดที่ไม่อำนวยความสะดวกในการคุ้มครองพยานให้แก้ไขเพื่อผลบังคับใช้ได้จริงในการคุ้มครองความปลอดภัยแก่พยาน และการส่งเสริมสิทธิของพยาน เพื่อผลในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

๔.  การจัดตั้งหน่วยงานคุ้มครองพยานควรมีสถานะเป็นหน่วยงานระดับกรม และเป็นนิติบุคคล เพื่อให้สามารถบริหารจัดการคุ้มครองพยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

๕.  การบริหารด้านงบประมาณ ด้านการคุ้มครองพยานควรจะจัดตั้งงบประมาณอยู่ที่หน่วยงานกลางคือสำนักงานคุ้มครองพยานที่เดียว 

 

 สรุปการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย

ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 

 

๑.     วัตถุประสงค์และเป้าหมายของร่างพระราชบัญญัตินี้ฯ ฉบับนี้

๑.๑ เพื่อให้พยานในคดีอาญามีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและมั่นใจในการให้ข้อเท็จจริงทุกขั้นตอน   ของการพิจารณาคดี

๑.๒ เพื่อให้พยานในคดีอาญาเข้าถึงสิทธิของกฎหมาย

๑.๓ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

๑.๔ เพื่อให้การบูรณาการหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

๒. สภาพและสาเหตุของปัญหา

             ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้มีผลบังคับใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏว่ามีบทบัญญัติบางมาตราไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และไม่สามารถนำไปบังคับใช้ให้
สมตามเจตนารมณ์ตามกฎหมาย อาทิเช่น บทบัญญัติในมาตรา ๑๐ (๓) ที่บัญญัติให้มีการดำเนินการในส่วนของการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล และหลักฐานทางทะเบียนที่สามารถระบุตัวพยาน ให้กับพยานที่อยู่ในมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยตามมาตรการพิเศษ แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวขัดกับกฎหมายชื่อตัว ชื่อสกลุ รวมถึงยังมีมูลฐานความผิดที่กำหนดไว้ในมาตรการพิเศษ ได้ถูกยกเลิกโดยกฎหมายฉบับอื่นที่ออกมาภายหลัง คือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก ได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๑ นอกจากนี้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ยังมิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่สามารถให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงบทบัญญัติอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจงานคุ้มครองพยานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
 

๓.ความจำเป็นในการออกกฎหมาย

          ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา พยานบุคคลถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิสูจน์ความจริงในทางอรรถคดี เพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ตามกฎหมาย ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองพยานถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพยานว่าหากถูกข่มขู่ คุกคาม พยานสามารถใช้สิทธิร้องขอให้คุ้มครองความปลอดภัยจากหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวช้องกับการคุ้มครองพยานได้  และเพื่อให้กฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญาเป็นมาตรการหนึ่งที่สำคัญและเสริมสร้างประสิทธิภาพของกระบวนงานพิจารณาคดีอาญาให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญา ซึ่งประกาศใช้บังคับมาเป็นระยะเวลาสิบกว่าปี ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่มี

        การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และให้พยานมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและมั่นใจในการให้ข้อเท็จจริง
ทุกขั้นตอนของการพิจารณาคดี จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
 

๔. ผลกระทบและความคุ้มค่า

๔.๑ ด้านเศรษฐกิจ

                 เมื่อมีพยานเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยาน ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ตามกฎหมาย ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการลงทุนทางเศรษฐกิจ

 

 

 ๔.๒ ด้านสังคม

       พยานมีความเชื่อมั่นและมีอิสระในการให้ข้อเท็จจริง และกล้ามาเป็นพยาน ทำให้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ และส่งผลให้สังคมมีความสงบสุขเรียบร้อย และมีศีลธรรมอันดี

 

 

          ๔.๓ ด้านอื่นๆ (ภาพลักษณ์ของประเทศ)

                      ประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆ ในภูมิภาคเอเชียที่มีการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองพยานซึ่งเป็นกฎหมายก้าวหน้าและเป็นที่ยอมรับของทุกๆประเทศในภูมิภาคนี้  และส่งผลให้เกิดความน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทย

 

๕.ประโยชน์ที่ประชาชนและสังคมจะได้รับ

 

 

          ๕.๑ ประโยชน์จากการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ จะส่งผลให้

          กฎหมายคุ้มครองพยานถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาคือมาตรการเสริมที่ทำให้กฎหมายอื่นมีสภาพบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นหมายถึงผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งจะส่งผลให้อาชญากรรมลดน้อยลง ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างสงบสุข

 

 

          ๕.๒ ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจหรือสังคมที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

                    เมื่อมีพยานมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการเข้าสู่โปรแกรมการคุ้มครองพยาน สามารถให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ตามกฎหมาย ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการลงทุนทางเศรษฐกิจ

 

 --------------------------------    

สำนักงานคุ้มครองพยาน

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

 

 

Attachments:
Download this file (การวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย.pdf)การวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย[การวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย]76 Kb
Download this file (สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น (ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา).pdf)สรุปและเปิดผลการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพยาน[สรุปและเปิดผลการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. ....]115 Kb