Facebook

บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่าง พรบ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 33) พ.ศ. ....

บันทึกหลักการและเหตุผล

ประกอบร่างพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

(ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

                  

 

หลักการ

 

                   แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้า
จากต่างประเทศ พ.ศ.  ๒๕๔๒  ดังต่อไปนี้

                   (๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “สินค้าที่ถูกพิจารณา” และ “ผู้มีส่วนได้เสีย”
ให้รองรับการพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)

                   (๒) แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับการพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖)

(๓) แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการพิจารณาการตอบโต้การทุ่มตลาดและ
การอุดหนุนให้สอดคล้องกับการเพิ่มหมวด ๑๐/๑ การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและ
การอุดหนุน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐)

(๔) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การยื่นคำขอให้พิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุนในนามของอุตสาหกรรมภายในให้ชัดเจนยิ่งขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๓
และมาตรา ๗๑ วรรคหนึ่ง)

(๕) กำหนดให้กรมศุลกากรมีอำนาจดำเนินการกับผู้นำเข้าสินค้าที่ไม่เสีย
หรือเสียอากรตอบโต้การทุ่มตลาดไม่ครบถ้วน หรือค้างชำระอากรดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดกรณีที่มีการส่งของที่ได้ชำระอากรกลับออกไปนอกราชอาณาจักร (เพิ่มมาตรา
๔๙/๑ และมาตรา ๔๙/๒)

(๖) แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการทบทวนการใช้มาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙)

(๗) เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (เพิ่มหมวด ๑๐/๑ การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน มาตรา ๗๑/๑
ถึงมาตรา ๗๑/๒๑ )

(๘) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ รวมทั้งวาระการดำรงตำแหน่ง
ของคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง
และวรรคสอง และมาตรา ๗๓ (๑)
และเพิ่มมาตรา ๗๔ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๗๖ วรรคสาม
และมาตรา ๗๗ วรรคสี่)

เหตุผล

 

                   ปัจจุบันการดำเนินการค้าระหว่างประเทศมีลักษณะของการดำเนินการค้า
ที่มีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนโดยวิธีการที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ซึ่งเป็นการบั่นทอนการใช้บังคับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนอันอาจก่อให้เกิด
ความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายในของประเทศได้ และโดยที่พระราชบัญญัติการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ยังไม่มีบทบัญญัติ
รองรับการดำเนินการกับการหลบเลี่ยงมาตรการดังกล่าว ประกอบกับมีบทบัญญัติบางประการ
ที่ยังไม่ครอบคลุมขั้นตอนในทางปฏิบัติของการค้าระหว่างประเทศ  ดังนั้น เพื่อให้การใช้บังคับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

 


ร่าง

พระราชบัญญัติ

การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ ..)

พ.ศ. ….

                  

 

..................................

..................................

..................................

 

…………………………………………………………………………………………....................................................................................................

 

                   โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาด
และการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

 

                   พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ
ของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

 

                   เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์แก่การคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

 

…………………………………………………………………………………………....................................................................................................

 

                   มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาด
และการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….”

 

                   มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป  เว้นแต่มาตรา ๑๐ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                   มาตรา ๓  ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “สินค้าที่ถูกพิจารณา” ในมาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   ““สินค้าที่ถูกพิจารณา” หมายความว่า สินค้ารายที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุ่มตลาด
หรือได้รับการอุดหนุน หรือสินค้ารายที่ถูกกล่าวหาว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน”

 

                   มาตรา ๔  ให้ยกเลิกความใน (๒) ของบทนิยามคำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย”
ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “(๒) รัฐบาลของประเทศผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกซึ่งสินค้าที่ถูกพิจารณา”

 

                   มาตรา ๕  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๒/๑) ของบทนิยามคำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย”
ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒

                   “(๒/๑) ผู้ประกอบสินค้าตามมาตรา ๗๑/๑”

 

                   มาตรา ๖  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙
และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้า
จากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒  และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “มาตรา ๖  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจออกกฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับการพิจารณาการทุ่มตลาด การพิจารณา
การอุดหนุน การพิจารณาความเสียหาย การพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน
การพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน การพิจารณา
ขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน และการทบทวนมาตรการต่าง ๆ
รวมทั้งการดำเนินการใด ๆ อันเกี่ยวกับพระราชบัญญัตินี้ได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติ
แห่งพระราชบัญญัตินี้

                   ในกรณีที่สมควร กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งนั้นจะกำหนดให้กรณีหนึ่งกรณีใด
อาจกระทำได้โดยออกเป็นประกาศกระทรวงพาณิชย์ก็ได้

                   มาตรา ๗  การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน และการขยายมาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ให้คำนึงถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน ผู้บริโภค และประโยชน์สาธารณะประกอบกัน

                   มาตรา ๘  เพื่อประโยชน์ในการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควร จะให้กรมการค้าต่างประเทศมีหนังสือขอให้กรมศุลกากรดำเนินการจัดทำทะเบียน
การนำเข้าหรือส่งออกสินค้าใด หรือรวบรวมข้อมูลข่าวสารอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการนำเข้า
หรือส่งออกสินค้าก็ได้ ในกรณีนี้ให้กรมศุลกากรมีอำนาจกำหนดให้ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออกแจ้งข้อเท็จจริงใด ๆ ตามที่คณะกรรมการร้องขอได้ และให้นำบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
และบทกำหนดโทษในส่วนที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่กรณีนี้

                   มาตรา ๙  ผู้ซึ่งยื่นคำขอให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน หรือพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ผู้นำเข้า ผู้ประกอบสินค้า ผู้ผลิตในต่างประเทศ หรือผู้ส่งออกจากต่างประเทศอาจขอรายละเอียดที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นฐานในการกำหนดมาตรการชั่วคราว การกำหนดอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หรือการทบทวนอากร แล้วแต่กรณี ได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

                   คำขอตามวรรคหนึ่งให้ยื่นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มาตรการชั่วคราว
การกำหนดอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้
การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หรือการทบทวนอากร มีผลใช้บังคับ

                   มาตรา ๑๐  ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้ผู้ใดอาจมีคำขอให้พิจารณาตอบโต้
การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน พิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
ให้ทำความตกลง ให้ทบทวนมาตรการต่าง ๆ ตลอดจนขอข้อมูลข่าวสารใดนั้น ให้กระทรวงพาณิชย์
มีอำนาจออกประกาศกำหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายได้ตามความเหมาะสม
แก่ภาระในการดำเนินงานดังกล่าว”

 

                   มาตรา ๗  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒  และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๓  ภายใต้บังคับวรรคสอง บุคคลหรือคณะบุคคลอาจยื่นคำขอ
ต่อกรมการค้าต่างประเทศในนามของอุตสาหกรรมภายใน เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด

ให้ถือว่าคำขอตามวรรคหนึ่งเป็นคำขอที่ยื่นในนามของอุตสาหกรรมภายในเมื่อได้รับ
การสนับสนุนจากผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันในประเทศซึ่งมีการผลิตรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของปริมาณ
การผลิตสินค้าชนิดเดียวกันของผู้ที่ได้แสดงความเห็นทั้งส่วนที่สนับสนุนและส่วนที่คัดค้านรวมกัน  ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีใด ปริมาณการผลิตของฝ่ายสนับสนุนนั้นต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของปริมาณ
การผลิตสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมดในประเทศ

การยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด”

 

                   มาตรา ๘  ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติ
การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒  และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “มาตรา ๓๙  ในการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด ให้กรมการค้าต่างประเทศ
เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ไต่สวนประเด็นการทุ่มตลาดและความเสียหาย เริ่มต้นโดยการออกประกาศ
ไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหายในราชกิจจานุเบกษา และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน
ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
หรือเผยแพร่โดยวิธีการอื่นใดเพื่อให้สาธารณชนรับรู้ ตามที่เห็นสมควร

 

                   มาตรา ๙  ให้ยกเลิกวรรคสามของมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

 

                   มาตรา ๑๐  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๔๙/๑ และมาตรา ๔๙/๒
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

                   “มาตรา ๔๙/๑  ในกรณีที่มีการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดจากสินค้าใด
ให้นำบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรมาใช้บังคับ
กับการเรียกเก็บอากรดังกล่าวเสมือนอากรนั้นเป็นอากรขาเข้าตามกฎหมายนั้น และอากรตอบโต้
การทุ่มตลาดที่เก็บได้ให้เก็บรักษาไว้เพื่อปฏิบัติตามมาตรา ๕๙ จนกว่าจะสิ้นเหตุที่จะต้องปฏิบัติ
ตามมาตราดังกล่าว

                   ในกรณีที่ผู้นำเข้าไม่เสียอากรหรือเสียอากรตอบโต้การทุ่มตลาดไม่ครบถ้วน
หรือค้างชำระค่าอากรดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของกรมศุลกากรในการเรียกเก็บอากร
เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ การกักของ การยึดหรืออายัดทรัพย์สิน การขายทอดตลาด และการดำเนินการเกี่ยวกับของตกค้าง  รวมทั้งการลดเงินเพิ่ม งดหรือลดเบี้ยปรับ ทุเลาการชำระอากรตอบโต้
การทุ่มตลาด เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ  หากผู้นำเข้าไม่เห็นด้วยกับการประเมินอากรดังกล่าว
ของกรมศุลกากร ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
และให้นำบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรมาใช้บังคับ
แก่กรณีดังกล่าวด้วย

                   มาตรา ๔๙/๒  ผู้นำเข้าอาจขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาด หากภายหลัง
ปรากฏว่ามีการส่งสินค้าที่ได้ชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดกลับออกไปนอกราชอาณาจักร
ในการนี้ ให้เป็นอำนาจของกรมศุลกากรในการคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดและให้นำมาตรา ๒๘
แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

 

                   มาตรา ๑๑  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “มาตรา ๕๐  ในกรณีที่หาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดโดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง
ตามมาตรา ๑๘ วรรคสาม อากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้กำหนดให้เหมาะสมกับผู้ได้รับการสุ่ม
เป็นตัวอย่างแต่ละราย

                   สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการสุ่มเป็นตัวอย่าง ให้กำหนดอัตราไว้ไม่เกินอัตราถัวเฉลี่ย
ถ่วงน้ำหนักของส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด แต่ถ้าผู้ที่ไม่ได้รับการสุ่มตัวอย่างรายใดได้ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตนโดยครบถ้วนถูกต้องภายในเวลาที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ให้คณะกรรมการกำหนดอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้เหมาะสมสำหรับผู้นั้น เว้นแต่การกำหนดอัตราอากร
ตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับแต่ละรายจะเป็นภาระเกินสมควรและอาจทำให้การไต่สวนไม่เสร็จ
ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔ เนื่องจากมีผู้ได้ให้ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จะกำหนดอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดไม่เกินอัตราถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักดังกล่าวก็ได้”

 

                   มาตรา ๑๒  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๐
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “มาตรา ๕๗  อากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้เรียกเก็บได้เป็นระยะเวลาไม่เกินห้าปี
นับแต่วันเริ่มใช้บังคับหรือนับแต่วันที่ผลการทบทวนครั้งสุดท้ายซึ่งมีการพิจารณาทบทวนทั้งปัญหาการทุ่มตลาดและปัญหาความเสียหายใช้บังคับ เว้นแต่เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควรให้ทบทวน
หรือเมื่อบุคคลหรือคณะบุคคลมีคำขอในนามของอุตสาหกรรมภายในให้ทบทวนภายในระยะเวลา
ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด และคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าการยุติการเรียกเก็บอากร
ตอบโต้การทุ่มตลาดจะทำให้มีการทุ่มตลาดและความเสียหายต่อไป หรือทำให้การทุ่มตลาด
และความเสียหายฟื้นคืนมาอีก  ทั้งนี้ การพิจารณาการทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศให้มีการทบทวน

                   การพิจารณาทบทวนไม่กระทบถึงการเรียกเก็บอากรในระหว่างระยะเวลา
ที่อากรตอบโต้การทุ่มตลาดตามวรรคหนึ่งยังมีผลใช้บังคับ แต่หากการพิจารณาทบทวนไม่แล้วเสร็จหลังพ้นกำหนดระยะเวลาที่อากรตอบโต้การทุ่มตลาดมีผลใช้บังคับ ให้คณะกรรมการเรียกหลักประกันการชำระอากรในระหว่างนั้นจนกว่าผลการพิจารณาทบทวนใช้บังคับ

                   ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าการยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
จะทำให้มีการทุ่มตลาดและความเสียหายต่อไป หรือทำให้การทุ่มตลาดและความเสียหายฟื้นคืนมาอีก
ให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดตั้งแต่วันที่มีการเรียกหลักประกันการชำระอากรตามวรรคสอง

                   ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยให้ยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
บรรดาหลักประกันการชำระอากรที่ให้ไว้ในระหว่างการทบทวนดังกล่าว ให้คืนโดยไม่ชักช้า

                   มาตรา ๕๘  ผู้ส่งออกจากต่างประเทศหรือผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศรายใด
ซึ่งมิได้ส่งสินค้าทุ่มตลาดเข้ามาในช่วงระยะเวลาที่นำข้อมูลมาใช้เพื่อการไต่สวนการทุ่มตลาด
แต่ได้ส่งสินค้าทุ่มตลาดเข้ามาหลังช่วงระยะเวลาดังกล่าวอาจขอให้ทบทวนการเรียกเก็บอากร
ตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับตนเป็นการเฉพาะรายได้ โดยต้องแสดงให้เห็นว่าตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับ
ผู้ส่งออกจากต่างประเทศหรือผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศรายอื่นซึ่งอยู่ในบังคับถูกเรียกเก็บอากร
ตอบโต้การทุ่มตลาดดังกล่าว

                   ให้ถือว่าผู้ขอทบทวนมีความเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกจากต่างประเทศหรือผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศรายอื่นตามวรรคหนึ่ง ถ้าปรากฏว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถควบคุมอีกฝ่ายหนึ่ง
หรือทั้งสองฝ่ายถูกควบคุมโดยบุคคลที่สาม หรือทั้งสองฝ่ายร่วมกันควบคุมบุคคลที่สาม  ทั้งนี้
ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการนี้ ให้ถือว่าฝ่ายหนึ่งควบคุมอีกฝ่ายหนึ่งได้ ถ้าฝ่ายแรก
อยู่ในฐานะทางกฎหมายหรือทางปฏิบัติที่จะยับยั้งหรือสั่งการฝ่ายหลังได้

                   ในระหว่างการทบทวนตามวรรคหนึ่งจะเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
จากผู้ขอทบทวนดังกล่าวไม่ได้ แต่ถ้าต่อมาคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่ามีการทุ่มตลาด
หรือผู้ขอทบทวนมีความเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกจากต่างประเทศหรือผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศ
ซึ่งอยู่ในบังคับถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดดังกล่าว คณะกรรมการจะกำหนดอากร
ตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับระยะเวลาที่งดเก็บนั้นก็ได้ และให้นำมาตรา ๓๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                   การพิจารณาการทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่
วันประกาศให้มีการทบทวน

                   มาตรา ๕๙  ผู้นำเข้าอาจขอทบทวนเพื่อขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในขณะหนึ่งขณะใดได้ ถ้าผู้นั้นพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด หรือส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดลดลงต่ำกว่าอากรตอบโต้การทุ่มตลาดที่ใช้บังคับ

                   การขอทบทวนตามวรรคหนึ่งต้องยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศภายใน
หกเดือนนับแต่วันชำระอากรดังกล่าว

                   การพิจารณาการทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการรับคำขอดังกล่าว เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๖๐  ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ และส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ ของหมวด ๕ และหมวด ๖ มาใช้บังคับแก่การทบทวนตามหมวดนี้โดยอนุโลม”

 

                   มาตรา ๑๓  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๗๐/๑ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ 

                   “มาตรา ๗๐/๑  ในกรณีที่ผู้นำเข้าไม่เสียอากรหรือเสียอากรตอบโต้การอุดหนุน
ไม่ครบถ้วน หรือค้างชำระค่าอากรดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของกรมศุลกากรในการเรียกเก็บอากร
เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ การกักของ การยึดหรืออายัดทรัพย์สิน การขายทอดตลาด และการดำเนินการเกี่ยวกับของตกค้าง  รวมทั้งการลดเงินเพิ่ม งดหรือลดเบี้ยปรับ ทุเลาการชำระอากรตอบโต้
การอุดหนุน เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ  หากผู้นำเข้าไม่เห็นด้วยกับการประเมินอากรดังกล่าว
ของกรมศุลกากร ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
และให้นำบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรมาใช้บังคับ
แก่กรณีดังกล่าวด้วย”

 

                   มาตรา ๑๔  ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติ
การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒  และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “มาตรา ๗๑  เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอจากผู้ที่ยื่นคำขอในนามของอุตสาหกรรมภายในหรือข้อเสนอของกรมการค้าต่างประเทศให้พิจารณาตอบโต้การอุดหนุนแล้ว
ให้คณะกรรมการแจ้งให้ประเทศซึ่งสินค้าดังกล่าวถูกพิจารณาว่าได้มีการอุดหนุนทราบและขอให้ประเทศนั้นมาปรึกษาหารือโดยไม่ชักช้า เพื่อทำความตกลงให้ยุติการพิจารณาตอบโต้การอุดหนุน
หรือเพื่อทำความตกลงระงับการอุดหนุน”

 

มาตรา ๑๕  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๐/๑ การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน มาตรา ๗๑/๑ ถึงมาตรา ๗๑/๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

“หมวด ๑๐/๑

การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน

                  

 

                   มาตรา ๗๑/๑  ในหมวดนี้

                    “ผู้ประกอบสินค้า” หมายความว่า ผู้ที่ทำให้สำเร็จหรือประกอบขึ้นซึ่งสินค้า
ที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในประเทศไทยหรือในประเทศอื่น โดยการใช้สินค้า ส่วนประกอบ หรือชิ้นส่วน ที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการ
ตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

                   มาตรา ๗๑/๒  การขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนตามหมวดนี้ ให้ใช้กับการนำเข้าสินค้าที่มีการไต่สวนแล้วพบว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน

                   มาตรา ๗๑/๓  การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
ตามมาตรา ๗๑/๒ ต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

                   (๑) การเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าอันเกิดจากการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ
การผลิตหรือการดำเนินธุรกิจโดยไม่มีเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจสนับสนุนอย่างเพียงพอ
แต่เป็นไปเพื่อมิให้อยู่ภายใต้บังคับการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
หรือเพื่อมิให้อยู่ภายใต้บังคับอัตราอากรตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

                   (๒) การเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าตาม (๑) มีผลเป็นการบั่นทอนการใช้บังคับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในด้านของราคาหรือปริมาณ และ

                   (๓) หลักฐานการทุ่มตลาดโดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดที่คำนวณขึ้นก่อนหน้ากับราคาส่งออกของสินค้าที่ถูกพิจารณาหรือราคาขายของสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือหลักฐานการได้รับการอุดหนุน

      หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจ การบั่นทอน
การใช้บังคับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในด้านของราคาหรือปริมาณ และหลักฐานการทุ่มตลาดหรือการได้รับการอุดหนุน ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๗๑/๔  การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจ
ตามมาตรา ๗๑/๓ (๑) ได้แก่

                   (๑) การแก้ไขดัดแปลงสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
เพียงเล็กน้อยโดยไม่มีผลต่อลักษณะหรือคุณสมบัติที่สำคัญของสินค้านั้น ไม่ว่าการแก้ไขดัดแปลงสินค้าดังกล่าวจะทำในประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนหรือในประเทศอื่น

                   (๒) การส่งออกสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
จากประเทศที่ถูกใช้มาตรการดังกล่าวมาประเทศไทยโดยผ่านประเทศอื่น

                   (๓) การส่งออกสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
จากประเทศที่ถูกใช้มาตรการดังกล่าวมาประเทศไทยโดยผ่านผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายที่ไม่ถูกเรียกเก็บหรือรายที่ถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราที่สินค้านั้น
ถูกเรียกเก็บ

                   (๔) การนำสินค้า ส่วนประกอบ หรือชิ้นส่วนที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนมาทำให้สำเร็จหรือประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้า
ที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ในประเทศไทย ประเทศอื่น หรือที่ใด
โดยให้พิจารณาดังต่อไปนี้

                   (ก) การทำให้สำเร็จหรือการประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้
มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนได้เริ่มดำเนินการหรือมีการดำเนินการที่เพิ่มขึ้น
ตั้งแต่วันประกาศไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน และ

                   (ข) สินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จหรือประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนมีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มหรือมูลค่าส่วนประกอบ
หรือชิ้นส่วน ดังนี้

                        ๑) ในกรณีสินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จมีมูลค่าเพิ่มของสินค้านั้นน้อยกว่า
ร้อยละยี่สิบห้าของต้นทุนการผลิต หรือ

                        ๒) ในกรณีส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละหกสิบของมูลค่าส่วนประกอบ
หรือชิ้นส่วนทั้งหมดของสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน เว้นแต่สินค้าที่ประกอบขึ้นจากส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนดังกล่าวมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ
ยี่สิบห้าของต้นทุนการผลิต 

การคำนวณมูลค่าเพิ่มตาม (ข) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์
ประกาศกำหนด 

                   (๕) การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจอื่นใด ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

                   มาตรา ๗๑/๕  ให้เริ่มดำเนินกระบวนการพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน เมื่อมีคำขอของกรมการค้าต่างประเทศหรือของบุคคลหรือคณะบุคคลตามมาตรา ๗๑/๖

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งจะกระทำได้หลังจากคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชั้นที่สุดให้มีการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

                   มาตรา ๗๑/๖  บุคคลหรือคณะบุคคลอาจยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศ
ในนามของผู้ผลิตในประเทศซึ่งผลิตสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้
การทุ่มตลาดหรืออากรตอบโต้การอุดหนุน เพื่อขอให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

                   คำขอตามวรรคหนึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตในประเทศซึ่งผลิตสินค้า
ชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรืออากรตอบโต้การอุดหนุน
ในปริมาณไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของปริมาณการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมดในประเทศ

                   การยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

                   มาตรา ๗๑/๗  ถ้าคำขอตามมาตรา ๗๑/๖ มีรายละเอียดหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน
หรือไม่ถูกต้อง ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการให้ครบถ้วนหรือถูกต้อง
ภายในเวลาที่กำหนด

                   เมื่อคำขอมีรายละเอียดและพยานหลักฐานครบถ้วนและถูกต้องแล้ว
ให้กรมการค้าต่างประเทศเสนอคำขอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา

                   มาตรา ๗๑/๘  ผู้ยื่นคำขอตามมาตรา ๗๑/๖ อาจถอนคำขอได้ แต่ถ้าได้มีการประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามมาตรา ๗๑/๑๐ แล้ว คณะกรรมการจะยุติการพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
หรือดำเนินการพิจารณาต่อไปก็ได้

                   มาตรา ๗๑/๙  ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าคำขอมีมูลเกี่ยวกับ
การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ให้กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการ
ไต่สวนต่อไปโดยไม่ชักช้า

                   ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าคำขอนั้นไม่มีมูลเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าว
ให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า

                   มาตรา ๗๑/๑๐  ในการพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน ให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการ
ตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน เริ่มต้นโดยการออกประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการ
ตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในราชกิจจานุเบกษา และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน
ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษหรือเผยแพร่โดยวิธีการอื่นใดเพื่อให้สาธารณชนรับรู้ ตามที่เห็นสมควร

                   ประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
ต้องมีรายการตามที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

                   ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนให้ผู้ยื่นคำขอและรัฐบาลของประเทศผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องทราบ และในกรณีที่ทราบที่อยู่ของผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ผู้นำเข้า
ผู้ประกอบสินค้า หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าว ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งเป็นหนังสือ
ให้บุคคลเหล่านั้นทราบประกาศนั้นด้วย

                   มาตรา ๗๑/๑๑  การเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นรวมทั้งสิทธิการดำเนินการ
เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียและผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

                   มาตรา ๗๑/๑๒  ผู้มีส่วนได้เสียอาจยื่นคำขอเพื่อยกเว้นการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน โดยให้ยื่นตามแบบคำขอที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด และภายในระยะเวลาที่กำหนดในประกาศไต่สวนตามมาตรา ๗๑/๑๐ วรรคหนึ่ง

                   มาตรา ๗๑/๑๓  ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐
และมาตรา ๔๐ มาใช้บังคับแก่การไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนโดยอนุโลม

                   มาตรา ๗๑/๑๔  ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ให้ขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
โดยเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนกับการนำเข้าสินค้าที่หลบเลี่ยงมาตรการ
ตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในอัตราสูงสุดที่เรียกเก็บกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนจากประเทศผู้ส่งออกนั้น

                   ในการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง
ให้เริ่มตั้งแต่วันที่มีการจัดทำทะเบียนการนำเข้าสินค้า  ในการนี้ ให้กรมศุลกากรมีอำนาจเรียกเก็บอากรดังกล่าวตามที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย

                   ในกรณีที่มีการยื่นคำขอตามมาตรา ๗๑/๑๒ หากคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า
ผู้มีส่วนได้เสียที่ยื่นคำขอรายใดไม่มีส่วนร่วมกับการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน ให้คณะกรรมการยกเว้นการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
แก่ผู้มีส่วนได้เสียที่ยื่นคำขอรายนั้น

                   การขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง
ให้เปลี่ยนแปลงหรือสิ้นสุดตามการเรียกเก็บอากรของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน

                   มาตรา ๗๑/๑๕  ในกรณีที่มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน หากผู้นำเข้าไม่เสียอากรหรือเสียอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
ไม่ครบถ้วน หรือค้างชำระค่าอากรดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๙/๑ หรือมาตรา ๗๐/๑
แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                   มาตรา ๗๑/๑๖  การเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนจนถึงการดำเนินการให้มีคำวินิจฉัยว่าให้ขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หรือมีคำวินิจฉัยว่าไม่มีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าเดือนนับแต่วันประกาศไต่สวน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินสามเดือน

                   มาตรา ๗๑/๑๗  เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควรหรือเมื่อมีคำขอยกเว้นการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนจากผู้มีส่วนได้เสียหลังจากที่ได้มีการขยายมาตรการดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี คณะกรรมการอาจพิจารณาทบทวนการขยายมาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนได้

                   การพิจารณาการทบทวนจะต้องเสร็จสิ้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศ
ให้มีการทบทวน

                   การพิจารณาการทบทวนไม่กระทบถึงการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุนในระหว่างนั้น

                   มาตรา ๗๑/๑๘  ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบสินค้า
ในต่างประเทศรายใดซึ่งมิได้ส่งสินค้าที่หลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
เข้ามาในช่วงระยะเวลาที่นำข้อมูลมาใช้เพื่อการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุนแต่ได้ส่งสินค้าที่หลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนเข้ามา
หลังช่วงระยะเวลาดังกล่าว อาจขอให้ทบทวนการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนสำหรับตนเป็นการเฉพาะรายได้ โดยต้องแสดงให้เห็นว่าตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออก
จากต่างประเทศ ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบสินค้าในต่างประเทศรายอื่นซึ่งอยู่ในบังคับการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

                   ให้ถือว่าผู้ขอทบทวนมีความเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกจากต่างประเทศ ผู้ผลิต
หรือผู้ประกอบสินค้าในต่างประเทศซึ่งอยู่ในบังคับการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง ถ้าปรากฏว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถควบคุมอีกฝ่ายหนึ่ง
หรือทั้งสองฝ่ายถูกควบคุมโดยบุคคลที่สาม หรือทั้งสองฝ่ายร่วมกันควบคุมบุคคลที่สาม 
ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการนี้ ให้ถือว่าฝ่ายหนึ่งควบคุมอีกฝ่ายหนึ่งได้ ถ้าฝ่ายแรก
อยู่ในฐานะทางกฎหมายหรือทางปฏิบัติที่จะยับยั้งหรือสั่งการฝ่ายหลังได้

                   ในระหว่างการทบทวนตามวรรคหนึ่งจะเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุนจากผู้ขอทบทวนดังกล่าวไม่ได้ แต่ถ้าต่อมาคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าผู้ขอทบทวนมีความเกี่ยวข้องกับผู้ซึ่งอยู่ในบังคับการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
หรือมีส่วนร่วมกับการหลบเลี่ยงดังกล่าวให้ขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
ตั้งแต่วันที่จัดทำทะเบียนนำเข้าสินค้า  ในการนี้ ให้กรมศุลกากรมีอำนาจเรียกเก็บอากรดังกล่าว
ตามที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย 

                   การพิจารณาการทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี
นับแต่วันประกาศให้มีการทบทวน

                   ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้แก่ผู้ประกอบสินค้าในประเทศไทยซึ่งมิได้นำเข้าสินค้าที่หลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน
ในช่วงระยะเวลาที่นำข้อมูลมาใช้เพื่อการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุนด้วยโดยอนุโลม

                   มาตรา ๗๑/๑๙  ผู้นำเข้าอาจขอทบทวนเพื่อขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
หรืออากรตอบโต้การอุดหนุนที่ถูกเรียกเก็บจากการขยายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หรือการอุดหนุน ในขณะหนึ่งขณะใดได้ ถ้าผู้นั้นพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามมาตรา ๗๑/๓

                   การขอทบทวนตามวรรคหนึ่งต้องยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศภายใน
หกเดือนนับแต่วันชำระอากรดังกล่าว

                   การพิจารณาการทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี
นับแต่วันที่คณะกรรมการรับคำขอดังกล่าว เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกิน
หกเดือน

                   มาตรา ๗๑/๒๐  ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗๑/๒ มาตรา ๗๑/๓ มาตรา ๗๑/๔
มาตรา ๗๑/๖ วรรคสาม มาตรา ๗๑/๗ มาตรา ๗๑/๘ มาตรา ๗๑/๙ มาตรา ๗๑/๑๐ มาตรา ๗๑/๑๑
และมาตรา ๗๑/๑๓ มาใช้บังคับแก่การทบทวนตามมาตรา ๗๑/๑๗ มาตรา ๗๑/๑๘ และมาตรา ๗๑/๑๙
โดยอนุโลม

                   มาตรา ๗๑/๒๑  ผู้ใดไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามมาตรา ๗๑/๑๔
หรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการในการขอให้ทบทวนตามมาตรา ๗๑/๑๗ มาตรา ๗๑/๑๘
และมาตรา ๗๑/๑๙ ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า
ระหว่างประเทศได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น และให้นำบทบัญญัติ
มาตรา ๖๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

 

                   มาตรา ๑๖  ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งและวรรคสองของมาตรา ๗๒
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “มาตรา ๗๒  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณา
การทุ่มตลาดและการอุดหนุน” ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมเจรจาการค้า
ระหว่างประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหกคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ

                   ให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ข้าราชการ
ของกรมการค้าต่างประเทศซึ่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการ”

 

                   มาตรา ๑๗  ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “(๑) พิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด การอุดหนุน และพิจารณาขยายมาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุนตามพระราชบัญญัตินี้”

 

                   มาตรา ๑๘  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามและวรรคสี่ของมาตรา ๗๔
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

                   “เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
จนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

                   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
แต่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้”

 

                   มาตรา ๑๙  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติ
การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

                   “ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน
ตามวรรคหนึ่ง”

 

                   มาตรา ๒๐  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของมาตรา ๗๗ แห่งพระราชบัญญัติ
การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

                   “กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่ต้องวินิจฉัยชี้ขาด ห้ามมิให้กรรมการผู้นั้น
เข้าร่วมการประชุมในเรื่องนั้น”

 

                   มาตรา ๒๑  ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาด
และการอุดหนุนซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาด
และการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

 

                   มาตรา ๒๒  บรรดาคำขอที่ได้ยื่นไว้ตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาด
และการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้การดำเนินการเกี่ยวกับคำขอนั้น ๆ อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้
การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้  

 

                   มาตรา ๒๓  บรรดากฎกระทรวงและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติ
การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ใช้บังคับ
อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง
กับพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติ
การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

                   มาตรา ๒๔  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

ผู้รับสนองพระราชโองการ

 

 

………………………………………

       นายกรัฐมนตรี