Facebook

รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ. ....

รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติป้องกัน

และปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ. ....

 

๑.วิธีการรับฟัง

   กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ

ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ. .... รวมจำนวน ๓ วิธีการ ได้แก่

   (๑) เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงแรงงาน (www.mol.go.th) 

และผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (www.lawamendment.go.th)

   (๒) การประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน (นายจ้างและลูกจ้าง) 

องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และประชาชนทั่วไป

   (๓) มีหนังสือขอความคิดเห็นจากส่วนราชการ จำนวน ๓๔ หน่วยงาน เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ 

(มีส่วนราชการที่ให้ความคิดเห็น ๙ หน่วยงาน) ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงาน ก.พ. กระทรวงพลังงาน  

กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กองทัพเรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการ

สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

๒. จำนวนครั้งและระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นแต่ละครั้ง

     กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ

ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ. .... จำนวน ๕ ครั้ง ได้แก่

     (๑) ครั้งที่ ๑ เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน ๑ ครั้ง 

โดยสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

ของกระทรวงแรงงาน (www.mol.go.th) ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์

 ๒๕๖๑ รวมเป็นระยะเวลา ๑๕ วัน (มีผู้แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ จำนวน ๗๐ คน) และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

ผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (www.lawamendment.go.th) 

ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ รวมเป็นระยะเวลา ๑๕ วัน (มีผู้ดาวน์โหลด

เอกสาร จำนวน ๔๙๙ ครั้ง แต่ไม่มีผู้แสดงความคิดเห็น)

     (๒) ครั้งที่ ๒ การประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุม ศ. นิคม จันทรวิทุร 

ชั้น ๕ อาคารกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา ๑ วัน (มีผู้เข้าร่วมการประชุม ประมาณ ๖๕ คน)

     (๓) ครั้งที่ ๓ การประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุม จอมพล ป. 

พิบูลสงคราม ชั้น ๕ อาคารกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา ๑ วัน (มีผู้เข้าร่วมการประชุม ประมาณ ๑๒๐ คน)

     (๔) การประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสมาคมการประมงสมุทรสาคร 

อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา ๑ วัน (มีผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ จำนวน ๑๗๐ คน)

     (๕) มีหนังสือขอความคิดเห็นจากส่วนราชการ จำนวน ๓๔ หน่วยงาน เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ 

(มีส่วนราชการที่ให้ความคิดเห็น ๙ หน่วยงาน) ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงาน ก.พ. กระทรวงพลังงาน  กระทรวงศึกษาธิการ 

กระทรวงมหาดไทย กองทัพเรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 

และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

๓. พื้นที่หรือกลุ่มเป้าหมายในการรับฟังความคิดเห็น

     (๑) พื้นที่ในการรับฟังความคิดเห็น คือ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรสาคร 

     (๒) กลุ่มเป้าหมาย คือ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน (นายจ้างและลูกจ้าง) องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) 

และประชาชนทั่วไป

 

๔. ประเด็นที่มีการแสดงความคิดเห็น

     กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ. .... 

ในประเด็น ดังต่อไปนี้

     (๑) เห็นด้วยกับนิยามและลักษณะความผิดฐานการใช้แรงงานบังคับหรือไม่ อย่างไร

     (๒) เห็นด้วยกับกลไกการคุ้มครอง เยียวยา ช่วยเหลือ และให้ที่พักพิงแก่ผู้เสียหายจากแรงงานบังคับหรือไม่ อย่างไร

     (๓) เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับเป็นการเฉพาะหรือไม่ อย่างไร

     (๔) เห็นด้วยกับการกำหนดอัตราโทษในร่างพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับหรือไม่ อย่างไร

     (๕) เนื่องจากการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับจำเป็นต้องมีการบูรณการการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานที่คุ้มครองดูแลผู้เสียหาย ดังนั้น เห็นด้วยหรือไม่หากจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมากำกับ 

ติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ