Facebook

การวิเคราะห์ผลกระทบการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

 

 สรุปการวิเคราะห์ผลกระทบ

การเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

 

            กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ได้วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยพิจารณาและวิเคราะห์จากสาระสำคัญของบทบัญญัติในแต่ละมาตราของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ประเด็นและความคิดเห็นที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และประชาชนโดยทั่วไป นอกจากนั้น ได้พิจารณาและวิเคราะห์ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และแผนการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ ได้แบ่งผลการวิเคราะห์ออกเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ ผู้ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนที่ ๒ ผลกระทบเชิงบวก และส่วนที่ ๓ ผลกระทบเชิงลบ ดังนี้

 

            ส่วนที่ ๑ ผู้ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย

                        เมื่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประกาศใช้เป็นกฎหมายย่อมส่งผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่

                        ๑. วิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่ประสงค์จะมีสถานะเป็นนิติบุคคล

                        ๒. บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ประสงค์จะดำเนินกิจการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน

                        ๓. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมกิจการวิสาหกิจชุมชน เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นต้น

 

ส่วนที่ ๒ ผลกระทบเชิงบวก

                        การดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  มีผลกระทบเชิงบวก ดังนี้

                        ๑. ด้านการปฏิรูปประเทศ

                            การที่วิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประสงค์จะดำเนินกิจการโดยมีสถานะเป็นนิติบุคคลสามารถยื่นขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้ตามที่ร่างพระราชบัญญัติกำหนดนั้น สืบเนื่องจากเดิมการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๘ ไม่ได้กำหนดให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลนอกจากได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น ส่งผลให้ไม่สามารถทำนิติกรรมหรือธุรกรรมใด ๆ ได้
การถือครองทรัพย์สินหรือทำสัญญาทางธุรกิจใด ๆ จึงเป็นการดำเนินการโดยใช้ชื่อสมาชิกรายใดรายหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นจากผู้เกี่ยวข้องตลอดจนการสนับสนุนของหน่วยงานรัฐซึ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแก่นิติบุคคลเป็นหลัก ทำให้วิสาหกิจชุมชนเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างจำกัด การกำหนดให้วิสาหกิจชุมชนเป็นนิติบุคคลตามร่างพระราชบัญญัติจึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้วิสาหกิจชุมชนเข้าถึงบริการต่างๆ ของรัฐได้ง่ายขึ้น รวมถึงสามารถทำธุรกรรมและนิติกรรมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ โดยเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

                        ๒. ด้านสังคม

                            การส่งเสริมให้ชุมชนรวมตัวกันประกอบกิจการวิสาหกิจชุมชนจะก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และเมื่อกิจการวิสาหกิจชุมชนได้พัฒนาจนสามารถผลิตและจำหน่ายสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด และได้รับโอกาสในการพัฒนาจากฐานะนิติบุคคลที่ได้รับ จะช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน ซึ่งจะสร้างความเป็นธรรมและช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อีกทางหนึ่ง

                        ๓. ด้านเศรษฐกิจ

                            กิจการวิสาหกิจชุมชนส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบหรือภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนมาผลิตเป็นสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ จึงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลและทรัพยากรในชุมชน โดยเฉพาะชุมชนภาคเกษตรที่ไม่ต้องส่งออกผลิตผลจากชุมชนเป็นวัตถุดิบที่มีราคาต่ำ แต่จะผลิตและจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มที่ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย ๔.๐

                        ๔. ด้านงบประมาณแผ่นดิน

                            การส่งเสริมการประกอบกิจการวิสาหกิจชุมชน จะก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลของชุมชนโดยเฉพาะผลิตผลภาคการเกษตรอันจะทำให้เกิดการยกระดับรายได้ของชุมชนโดยตรงจากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลของชุมชน ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลลดภาระในการรักษาระดับราคาสินค้าภาคการเกษตรลงได้ และสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ ต่อไป

                        ๕. ด้านกฎหมาย

                            เมื่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว จะทำให้วิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนและมีสถานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ ของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงได้รับการยอมรับจากภาครัฐและภาคเอกชนเนื่องได้รับการรับรองสถานะตามกฎหมาย

 

ส่วนที่ ๓ ผลกระทบเชิงลบ

                        ๑. ในระยะแรกอาจทำให้วิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่ประสงค์จะมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามร่างพระราชบัญญัตินี้ มีความยุ่งยากและอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นบ้างจากการดำเนินงานเพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล แต่ทั้งนี้ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบได้โดยการออกระเบียบในการรับจดทะเบียนที่ทำให้วิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสามารถจดทะเบียนและมีสถานะเป็นนิติบุคคลได้โดยที่ไม่เกิดภาระอันเกินควร

                        ๒. เนื่องจากการกำหนดให้วิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสามารถจดทะเบียนและมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งเป็นนิติบุคคลนอกเหนือจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นนิติบุคคลที่ไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร อาจทำให้มีผู้ประกอบกิจการบางส่วนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการเป็นวิสาหกิจชุมชนนิติบุคคลเพื่อเลี่ยงการเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นการป้องกันกรณีดังกล่าว คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจำเป็นต้องออกระเบียบเพื่อให้นายทะเบียนวิสาหกิจชุมชนมีอำนาจในการตรวจสอบและพิจารณาก่อนการรับจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนนิติบุคคลหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนิติบุคคลแล้วแต่กรณี

 

---------------------------

 

Attachments:
Download this file (checklist.pdf)checklist77[หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบความจำเป็นในการตราพระราชบัญญัติ]137 Kb