Facebook

การวิเคราะห์ผลกระทบในการออกพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ....

    การวิเคราะห์ผลกระทบในการออกพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ  พ.ศ. ....

1.  ผู้ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย

                  (1) กระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์  ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับที่ราชพัสดุ

                (2) ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และผู้เช่า

                (3) เอกชนผู้ได้รับสิทธิที่จะเข้ามาพัฒนาที่ราชพัสดุและประชาชนทั่วไป

            ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมาย

                   (1) หน่วยงานผู้ปฏิบัติในสังกัดกรมธนารักษ์  ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับที่ราชพัสดุ

                (2) ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุทั้งในและนอกราชอาณาจักร

                (3) เอกชนผู้ที่จะเข้ามาพัฒนาที่ราชพัสดุในพื้นที่ทุกจังหวัด

     2.  ผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่บุคคลดังกล่าว

            þด้านเศรษฐกิจ

                        -  เชิงบวก

                        1.ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่ราชพัสดุที่ครบถ้วนสมบูรณ์

                        2. ภาครัฐมีเครื่องมือในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติเพื่อใชในการบริหารจัดการ

ที่ราชพัสดุทั้งที่ตั้งอยู่ในและนอกราชอาณาจักร ซึ่งทําใหเกิดประสิทธิภาพในการใชประโยชนที่ดินราชพัสดุไดอยางเหมาะสม คุ้มค่า  ตามศักยภาพของที่ดิน

                        3. กระทรวงการคลังสามารถพัฒนาที่ราชพัสดุได้คล่องตัวขึ้น  ลดขั้นตอนการดำเนินงานตามกฎหมายร่วมทุน

ผู้ได้รับผลกระทบเชิงบวก

                            ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ  ผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ  เอกชนผู้สนใจที่จะเข้ามาพัฒนาที่ราชพัสดุและประชาชนผู้รับบริการจากภาครัฐ

                        -  เชิงลบ

                            ไม่มี

                         ผู้ได้รับผลกระทบเชิงลบ

                           ไม่มี

            þด้านสังคม

- เชิงบวก

                        1. ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่ราชพัสดุที่ครบถ้วนสมบูรณ์

                        2. ภาครัฐมีเครื่องมือในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติเพื่อใชในการบริหารจัดการ

ที่ราชพัสดุทั้งที่ตั้งอยู่ในและนอกราชอาณาจักร ซึ่งทําใหเกิดประสิทธิภาพในการใชประโยชนที่ดินราชพัสดุไดอยางเหมาะสม คุ้มค่า  ตามศักยภาพของที่ดิน

                        3. องค์กรภาครัฐและประชาชนผู้ได้รับบริการที่ดี

                            ผู้ได้รับผลกระทบเชิงบวก

                            องค์กรของรัฐผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ เอกชนผู้สนใจที่จะเข้ามาพัฒนาที่ราชพัสดุและประชาชนผู้รับบริการจากภาครัฐ  

                       

2

 

-  เชิงลบ

                            ไม่มี

 

ผู้ได้รับผลกระทบเชิงลบ

                        ไม่มี

þ ด้านอื่นๆ

   ด้านการบริหารราชการ

                        -  เชิงบวก

                         1. ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่ราชพัสดุเพื่อนำมาบริหารจัดการที่ราชพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

                         2. ภาครัฐมีเครื่องมือในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติเพื่อใชในการบริหารจัดการ

ที่ราชพัสดุทั้งที่ตั้งอยู่ในและนอกราชอาณาจักร ซึ่งทําใหเกิดประสิทธิภาพในการใชประโยชนที่ดินราชพัสดุไดอยางเหมาะสม คุ้มค่า  ตามศักยภาพของที่ดิน

                         3. ภาครัฐสามารถจัดทำบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                             4. มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการบริหารจัดการที่ราชพัสดุให้เหมาะสมกับสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และนโยบายของรัฐบาล

                         5. เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และเพื่อเป็นการรักษาที่ดินของรัฐไว้เพื่อใช้ประโยชน์ของทางราชการต่อไป

                   ผู้ได้รับผลกระทบเชิงบวก

ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ผู้ปฏิบัติและผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ  ประชาชนผู้รับบริการจากภาครัฐ

- เชิงลบ

ไม่มี

                         ผู้ได้รับผลกระทบเชิงลบ

                          ไม่มี

     3.  ประโยชน์ที่ประชาชนและสังคมจะได้รับ

                        1. ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการติดต่อเข้ารับบริการจากภาครัฐ  รวมทั้งสามารถนำที่ราชพัสดุมาสนับสนุนการดำเนินโครงการตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น   การนำที่ราชพัสดุมาจัดให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย  การเกษตร  วิสาหกิจชุมชน  หรือเช่าเพื่อกิจการในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ต่าง ๆ  ซึ่งจะมีผลในการสร้างงานแก่ชุมชนในท้องถิ่น

                        2.ภารกิจเกี่ยวกับที่ราชพัสดุเป็นงานสนับสนุนการปฏิบัติราชการของฝ่ายบริหารไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ  ด้านสังคม  หรือด้านอื่น ๆ

                        3. การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้มีประเด็นการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้การจัดหาประโยชน์ใน ที่ราชพัสดุมีความคล่องตัว ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากซ้ำซ้อน และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นทรัพย์ของแผ่นดินได้มากยิ่งขึ้น

 

 

3

 

                        4.การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุในครั้งนี้มีบทบัญญัติเพิ่มเติมขึ้นมาในเรื่องการให้องค์กรของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะ ให้อำนาจในการปกครอง ดูแล และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุได้เองโดยไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุกำหนด ต้องรายงานการใช้ประโยชน์               ที่ราชพัสดุให้กรมธนารักษ์ทราบ  และเพิ่มเติมให้มีหลักเกณฑ์ในการเรียกคืนที่ราชพัสดุได้ด้วย ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวจะทำให้กรมธนารักษ์สามารถบริหารจัดการที่ราชพัสดุให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด  ซึ่งจะส่งผลให้มีการลดภาระงบประมาณเกี่ยวกับการจัดหาสถานที่ทำการของส่วนราชการ ทำให้มีงบประมาณเพื่อใช้ในการบริการประชาชนมากยิ่งขึ้น

                    5. กฎหมายมีความสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป มีระบบการกำกับดูแล ที่มีมาตรฐาน โปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล