Facebook

รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ....

รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ....

กรมธนารักษ์ได้ดําเนินการปรับปรุงพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ ทั้งฉบับ เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารจัดการที่ราชพัสดุเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น  จึงได้เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ และเพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่  4 เมษายน ๒๕๖๐ เรื่องแนวทาง             การจัดทําและการเสนอร่างกฎหมายตามบทบัญญัติมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรมธนารักษ์ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อร่างพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. .... โดยสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นได้ดังนี้

1.      วิธีการ ระยะเวลา และกลุ่มเป้าหมาย

1.1ขั้นตอนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี

วิธีการที่ 1 รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่สำคัญกับร่างพระราชบัญญัติ โดยมีหนังสือแจ้งขอทราบความคิดเห็น จากกระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กรมที่ดิน  กระทรวงมหาดไทย  กรมโยธาธิการและผังเมือง  และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

วิธีการที่ 2 ฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ประชาชนทั่วไป ผ่านระบบเทคโนโลยีของ กรมธนารักษ์(www.treasury.go.th)  ในระหว่างวันที่  27 ตุลาคม  2560 ถึงวันที่  10  พฤศจิกายน  2560 ราย รวมระยะเวลา  15  วัน รวมจำนวนผู้เข้าชม 131  ราย  และของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (www.lawamendment.go.th)  รวมจำนวนผู้เข้าชม 250 ราย โดยไม่มีผู้แสดงความคิดเห็นต่อ            ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว

วิธีการที่ 3 รับฟังความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน  สำนักงานธนารักษ์พื้นที่  76  พื้นที่ทั่วประเทศดำเนินการโดยการจัดประชุมในภาพรวมของกลุ่ม (Cluster) แต่ละกลุ่ม  จำนวน 18  กลุ่ม

วิธีการที่ 4 จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติโดยตรง ได้แก่กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กรมที่ดิน  กระทรวงมหาดไทย  กรมโยธาธิการและผังเมือง  กระทรวงสาธารณสุข  และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เมื่อวันที่  16  พฤศจิกายน  2560

1.2ขั้นตอนร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  ได้รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ประชาชนทั่วไป ผ่านระบบเทคโนโลยีของ กรมธนารักษ์(www.treasury.go.th)  ในระหว่างวันที่  3 ตุลาคม  2561 ถึงวันที่  18 ตุลาคม 2561 รวมระยะเวลา  16  วัน  รวมจำนวนผู้เข้าชม 401 ราย และของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (www.lawamendment.go.th)  ในระหว่างวันที่  3 ตุลาคม  2561 ถึงวันที่  18 ตุลาคม 2561 รวมจำนวนผู้เข้าชม 128 ราย

 

 

(2) ประเด็นที่มีการแสดงความคิดเห็น ข้อคัดค้านหรือความเห็นของหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็น  คำชี้แจงและเหตุผลรายประเด็น

2.1 ขั้นตอนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีมีการแสดงความคิดเห็น ข้อคัดค้านหรือความเห็นของหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็น  คำชี้แจงและเหตุผลรายประเด็นรายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบ

2

 

2.2 ขั้นตอนร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มีการแสดงความคิดเห็น ข้อคัดค้านหรือความเห็นของหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็น  คำชี้แจงและเหตุผลรายประเด็น ดังนี้

 

ที่

ประเด็น

ความคิดเห็นของส่วนราชการ /ผู้เกี่ยวข้อง

คำชี้แจง

1

มาตรา 8

ตามร่างมาตรา 8 ได้ตัดข้อความในมาตรา 5 วรรคสองของ พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 เห็นควรให้คงไว้ตามเดิม เนื่องจากมาตรา 5 วรรคสอง มีความสอดคล้องกับมาตรา 11 ของ พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 เนื่องจากยังมีที่ดินที่ส่วนราชการได้มาก่อนพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518             อีกจำนวนหนึ่งที่พบว่าในขณะที่ได้มาได้           จดทะเบียนผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ หรือเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในหนังสือสำคัญ บางส่วนราชการยังไม่นำส่งให้กรมธนารักษ์ หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ทำการโอนเปลี่ยนนามให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งหากกฎหมายใหม่ประกาศใช้อาจตีความว่า ไม่ต้องโอนที่ราชพัสดุมาเป็นของกระทรวงการคลังแล้ว

ความหมายของที่ราชพัสดุ ตามร่างที่เสนอมาตรา 6 ได้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่บรรดากระทรวง ทบวง กรมต่างๆได้มาแล้ว และกระทรวงการคลังถือกรรมสิทธิ์ในที่ราชพัสดุ โดยผลของกฎหมาย จึงเห็นควรคงตามร่างที่สคก.ตรวจพิจารณา

2

การเรียกคืนที่ราชพัสดุ มาตรา 22(3)

 

การที่ส่วนราชการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 ในความหมายนี้หมายถึงต้องปฏิบัติตามมาตรา 20 ครบถ้วนทั้งมาตราหรือไม่ ซึ่งหากตีความว่าต้องปฏิบัติทั้งมาตราจึงจะเรียกคืนที่ราชพัสดุได้จะยากในการปฏิบัติ เพราะตามมาตรา 20(2) ส่วนใหญ่หน่วยงานผู้ใช้ไม่เคยจัดทำรายงานให้ทราบ

 

 

 

 

 

 

 

 

3

 

ข้อกำหนดตามมาตรา 20  ส่วนราชการที่ใช้ที่ราชพัสดุมีหน้าที่ทั้งสองข้อ ส่วนการเรียกคืนที่ราชพัสดุตามมาตรา 22ให้กรมธนารักษ์เรียกคืนที่ราชพัสดุได้ เป็นดุลพินิจของกรมธนารักษ์ที่จะเรียกคืน หากมีเหตุผลอันสมควร

 นอกจากนี้หากส่วนราชการไม่ปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งกรมธนารักษ์ยังมีหน้าที่ต้องแจ้งให้ส่วนราชการปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา 22 วรรคสอง

 

ที่

ประเด็น

 

3

ความคิดเห็นของส่วนราชการ /ผู้เกี่ยวข้อง

คำชี้แจง

3

มาตรา 24

ที่ราชพัสดุที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ใน               ทางราชการของส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หมายถึงการไม่ได้ใช้ประโยชน์ทั้งแปลง หรือไม่ได้ใช้บางส่วน หากเป็นกรณีใช้ประโยชน์แล้วบางส่วน (อาจเป็นส่วนมากหรือส่วนน้อยของ            ที่ราชพัสดุ) กรมธนารักษ์จะนำมาจัดหาประโยชน์ได้หรือไม่

ตามมาตรา 24 หมายถึง                 ที่ราชพัสดุที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามสภาพข้อเท็จจริง ซึ่งอาจมีพื้นที่บางส่วนในบริเวณที่                 ส่วนราชการนั้นได้ใช้ประโยชน์อยู่แล้ว หรือเป็นแปลงที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการนั้น แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์

4

บทกำหนดโทษ

ขอให้มีมาตรการบังคับทางกฎหมายของหน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์ที่ปล่อยปละละเลยโดยเจตนาขอให้ลงโทษทางวินัยและ             ความรับผิดทางแพ่งด้วย

บทกำหนดโทษหน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์ที่จงใจปล่อยปละละเลยจะได้มีการกำหนดไว้ในกฎหมายลำดับรองเช่นเดียวกับกฎหมายเดิม

5

ความหมายของคำว่า การใช้ และการจัดหาประโยชน์

เนื่องจากร่าง พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุฯ ไม่มี          การกำหนดนิยามของคำว่าการใช้ และ             การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อสงสัยในทางปฏิบัติว่าการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุหมายความถึงการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุจากบุคคลที่มิใช่              ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐเท่านั้นหรือไม่

การใช้ และการจัดหาประโยชน์            ที่ราชพัสดุ มีบทบัญญัติที่ชัดเจนอยู่แล้วในหมวด 4

6

มาตรา ๕๐

ตามร่างกฎหมายที่กำหนดให้การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุโครงการใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ (พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี ๒๕๕๖) ให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุตามร่าง พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุฯ ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการตามมาตรา ๗๒ แห่ง พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี ๒๕๕๖ เนื่องจากใน
ปัจจุบัน สคร. อยู่ระหว่างการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.
…. โดยเมื่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว จะมีผลเป็นการยกเลิก พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี ๒๕๕๖ กรมธนารักษ์ควรที่พิจารณาให้เกิดความชัดเจนว่าคณะกรรมการที่ราชพัสดุตามร่าง พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุฯ จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ในกรณีที่มี             การยกเลิก พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี ๒๕๕๖ แล้ว

การดำเนินการของคณะกรรมการที่ราชพัสดุที่ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการตามมาตรา ๗๒ แห่ง พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี ๒๕๕๖จะได้มีการกำนดไว้ในกฎหมายลำดับรอง

 

4

 

(3) การนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาจัดทำร่างกฎหมาย

      กรมธนารักษ์พิจารณาแล้วเห็นควรยืนยันร่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วเสร็จเพื่อนำเสนอตามขั้นตอนต่อไป