Facebook

ผลการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี พ.ศ. ....

ร่างพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ ดังนี้

1. สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 12 ว่าด้วยองค์กรอิสระ ได้บัญญัติคุณสมบัติของบุคคลผู้ที่จะได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ อาทิ ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ไว้ประการหนึ่งว่า ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์กลางเพื่อเทียบตำแหน่งอย่างอื่นของข้าราชการกับตำแหน่งอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี ทำให้เกิดความลักลั่นในการพิจารณา จึงสมควรกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี เพื่อให้การพิจารณาตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดีมีมาตรฐาน เป็นธรรม เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารงานบุคคลภาครัฐและประเทศ  

2. ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ใช้บังคับกับการพิจารณาตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐในฝ่ายพลเรือน ทหาร และตำรวจ แต่ไม่ใช้บังคับกับการเทียบตำแหน่งของข้าราชการกับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่ากรมที่มีกฎหมายกำหนดให้มีองค์กรทำหน้าที่ในการเทียบตำแหน่งหรือวินิจฉัยชี้ขาดไว้เป็นการเฉพาะ โดยในการพิจารณาเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี อย่างน้อยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้ ได้แก่ (1) เป็นตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือตามกฎหมายอื่น (2) เป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของข้าราชการในส่วนราชการ ไม่ว่าส่วนราชการนั้นจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ (3) เป็นตำแหน่งประเภทบริหารที่มีกฎหมายกำหนดให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับการปฏิบัติหน้าที่นั้น และมีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายในการบังคับบัญชาและบริหารงาน บริหารบุคคล และบริหารงบประมาณของส่วนราชการนั้น ซึ่งไม่รวมถึงหน้าที่และอำนาจในฐานะผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ กำหนดให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลตามกฎหมายของแต่ละส่วนราชการไปวางระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดีสำหรับใช้กับข้าราชการในส่วนราชการของตนภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น

3. กำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการเทียบตำแหน่งขึ้นมาคณะหนึ่ง ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาการเทียบตำแหน่งตามร่างพระราชบัญญัตินี้ จำนวนไม่เกิน 3 คน เป็นกรรมการ และให้ข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนคนหนึ่งเป็นเลขานุการ และอีกไม่เกิน 2 คน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการเทียบตำแหน่งและกำหนดหลักเกณฑ์กลางสำหรับเป็นแนวทางโดยไม่ขัดต่อร่างพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ คณะกรรมการต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง การวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด และให้ส่วนราชการดำเนินการตามคำวินิจฉัยนั้น

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าวได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 4 - 23 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นรับฟังความคิดเห็น 2 ประเด็น คือ (1) เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี พ.ศ. .... หรือไม่ และ (2) มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดี พ.ศ. .... อย่างไร ซึ่งจากข้อมูลสถิติพบว่าไม่มีผู้มาแสดงความคิดเห็นทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าว โดยมีผู้เข้าชมจำนวน 332 คน และมีสถิติการดาวน์โหลดไฟล์ร่าง พ.ร.บ.ฯ จำนวนทั้งสิ้น 406 ครั้ง