Facebook


ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการให้อำนาจดักรับและเข้าถึงพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 5540 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการให้อำนาจดักรับและเข้าถึงพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา) และเพื่อให้การตรากฎหมายของกรมบังคับคดีสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถแสดงความเห็นผ่านทางเว็บไซต์เว็บไซต์ www.lawamendment.go.th ตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๐

 


สื่อวีดิทัศน์เพื่อสร้างความเข้าใจประกอบการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน https://www.youtube.com/watch?v=hBQXqWXuyTY&t=136s


กรุณาดาวน์โหลดร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการให้อำนาจดักรับและเข้าถึงพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา) และข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น จากลิ้งค์ด้านล่าง

 


 

ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    บันทึกหลักการและเหตุผล


    ประกอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....




    หลักการ


    แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังต่อไปนี้


    (๑) กำหนดวิธีการเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารใด ๆ ที่ถูกใช้หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดที่เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญาคดีความผิดที่เป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม หรือคดีความผิดที่มีความซับซ้อนซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป (เพิ่มมาตรา ๑๐๕/๑)


    (๒) กำหนดความผิดสำหรับผู้กระทำการด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อื่นรู้หรืออาจรู้ เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารที่ได้มาตามมาตรา ๑๐๕/๑ (เพิ่มมาตรา ๑๐๕/๒)




    เหตุผล


    เนื่องจากปัจจุบันผู้กระทำผิดได้อาศัยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความรู้ทางวิทยาการสมัยใหม่ในการกระทำความผิด โดยมีรูปแบบและวิธีการในการกระทำความผิดที่สลับซับซ้อน จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมควรกำหนดให้เจ้าพนักงานเข้าถึงและได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีความสลับซับซ้อนดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


     




     



    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    • หลักการอันเป็นสาระสาคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการให้อานาจดักรับและเข้าถึงพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตารวจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา)
    • หลักการอันเป็นสาระสาคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย


      วิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการให้อานาจดักรับและเข้าถึงพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตารวจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา)


      ๑. หลักการของร่างมาตรา ๑๐๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นไปในทานองเดียวกันกับ มาตรา ๑๔ แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ มาตรา ๒๕ แห่ง พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๓๐ แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๑ และมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.๒๕๕๖


      ๒. การเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารตามร่างวรรคหนึ่ง


          ๒.๑ คดีความผิดที่เจ้าพนักงานจะเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสาร ได้แก่ คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามที่ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้ คดีที่มีความซับซ้อนซึ่งมีอัตราโทษจาคุกอย่างสูงเกินสิบปี คดีความผิดที่เป็นการกระทาขององค์กรอาชญากรรม


          ๒.๒ ผู้ที่จะขอเข้าเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสาร คือ พนักงานฝ่ายปกครอง ผู้มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนซึ่งได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรืออธิบดีกรมการปกครองหรือตารวจผู้มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนซึ่งได้รับอนุมัติจากผู้บังคับการตารวจขึ้นไป


          ๒.๓ การยื่นคาขอ ให้ยื่นได้เฉพาะต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดที่มีเขตอานาจเพื่อมีคาสั่งอนุญาตในการเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสาร


          ๒.๔ คาขอเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารต้องระบุเหตุผลและความจาเป็น ในการยื่นคาขอ ซึ่งให้มีผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลน้อยที่สุด


          ๒.๕ หลักเกณฑ์ซึ่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดจะใช้ในการพิจารณาอนุญาตให้เจ้าพนักงานเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการกระทาความผิด คือ


                ๒.๕.๑ มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทาความผิดหรือจะมีการกระทาความผิด


                ๒.๕.๒ มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะได้เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกระทาความผิดจากการเข้าถึงเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารดังกล่าว


                ๒.๕.๓ ไม่อาจใช้วิธีการอื่นใดที่เหมาะสมหรือมีประสิทธิภาพมากกว่าได้


           ๒.๖ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด สั่งอนุญาตได้คราวละ ไม่เกินเก้าสิบวัน โดยจะกาหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคาสั่งได้ เมื่อศาลฯ มีคาสั่งอนุญาต บุคคลที่ครอบครองหรือดูแลข้อมูลนั้นต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคาสั่งดังกล่าว


           ๒.๗ ผู้ได้รับอนุญาต ต้องรายงานผลการดาเนินการต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาหรือ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดทราบทุกสามสิบวัน


           ๒.๘ ประธานศาลฎีกาจะเป็นผู้กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคาของอนุญาตการอนุญาตและการรายงานผลการดาเนินการให้ศาลทราบ


           ๒.๙ เจ้าพนักงานเก็บรักษาเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการกระทาความผิด ซึ่งได้รับอนุญาตเฉพาะเพื่อนาไปใช้ประโยชน์ในการสืบสวนหรือใช้เป็นพยานหลักฐานในการดาเนินคดีเท่านั้น ส่วนเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอื่นให้ทาลายและรายงานต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติแล้วแต่กรณี กาหนด


           ๒.๑๐ ร่างมาตรา ๑๐๕/๒ ใหม่ กาหนดโทษกรณีผู้กระทาการใด ๆ ให้ผู้อื่นรู้หรืออาจรู้เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการกระทาความผิด คือ ต้องระวางโทษ จาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับ ไม่เกินหกหมื่นบาท นอกจากนี้ได้กาหนดให้ผู้กระทาผิดที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจซึ่งเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสาร แล้วกระทาการใด ๆ ให้ผู้อื่นรู้หรืออาจรู้เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารฯ ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษของโทษปกติ

ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail