Facebook


ร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ...(ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๑๐ )

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 5104 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

 ทั้งนี้ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางลิงค์เว็บไซต์นี้ https://goo.gl/forms/3VEbzQEXTRoC54Fw1  (เปิดรับฟังความคิดเห็นวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 )

ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง

    ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มของโครงสร้างประชากรที่จะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขณะที่ปัญหาด้านสุขภาพและจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อกลับมีจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและงบประมาณสำหรับการดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นและในขณะเดียวกันจำนวนผู้ป่วยซึ่งเข้ารับบริการด้านสุขภาพจากหน่วยบริการที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาโรคเฉพาะทางมีจำนวนมากขึ้นจนอาจทำให้หน่วยบริการดังกล่าวไม่สามารถให้บริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและได้มาตรฐานอย่างที่ควรจะเป็นสถานการณ์เช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของส่วนกลางและภูมิภาคที่แตกต่างกันทั้งที่จริงแล้วประชาชนสมควรได้รับบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และทั่วถึง


    ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นต้องลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและให้ทุกภาคส่วนคำนึงถึงผลกระทบด้านสุขภาพตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยอาศัยแนวทางของการพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิให้มีความเข้มแข็ง อันจะเป็นการแก้ไขสภาพปัญหาในส่วนต้นสายหรือการแก้ไขปัญหาในขั้นพื้นฐานด้วยการให้บริการด้านสุขภาพใน   เชิงรุกซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มบุคลากรสหวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวทันตแพทย์พยาบาลเภสัชกรนักายภาพบำบัดอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นต้นรับผิดชอบดูแลให้บริการประชาชนตามกลุ่มหรือเขตพื้นที่โดยใช้หลักการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในทุกมิติทั้งการรักษาพยาบาลการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันและควบคุมโรคและการฟื้นฟูสุขภาพซึ่งมีการเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพระหว่างปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ด้วยระบบการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ



    • โดยทีมาตรา ๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ปรชาชนใช้ระบบบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสิรมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยบริการสาธารณสุขดังกล่าวต้องครอบคุลการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม และป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพด้วย และรัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตราฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับมาตรา ๒๕๘ ช. (๕) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศโดยให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม ดังนั้นสมควรมีกฎหมายที่จัดบริการสาธารณสุขในรูปแบบการสาธารณสุขและการแพทย์ปฐมภูมิที่เป็นระบบ และจัดให้มีองค์กรกำกับดูแลที่ดำเนินการโดยการมีส่วนร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการระบบการสาธารณสุขและการแพทย์ปฐมภูมิที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานด้วยกันทุกคน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญํตินี้

  • หมวดทั่วไป


    1)    ม.3 นิยาม : จาก “สุขภาพปฐมภูมิ” เป็น “บริการสุขภาพปฐมภูมิ”


         “บริการสุขภาพปฐมภูมิ” หมายความว่า บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มุ่งหมายดูแลสุขภาพของบุคคลในเขตพื้นที่รับผิดชอบในลักษณะองค์รวม ตั้งแต่แรก ต่อเนื่อง และผสมผสาน ครอบคลุมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การควบคุมโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ โดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว คณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ และหน่วยบริการปฐมภูมิ รวมทั้งเชื่อมโยงกับครอบครัว ชุมชน และบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับอื่น ๆ


    หมวด 1


    2) ม.5 คณะกรรมการ 


        "(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนหกคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.


         "(๖) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสี่คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านการสาธารณสุข และการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ด้านละหนึ่งคน และแต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรเอกชนซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่มิใช่เป็นการแสวงหาผลกำไรและดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานด้านสุขภาพ จำนวนสองคน"


     


    3) ม.9 ซ (7) กำหนดมาตรการการเงิน / มาตรการการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน


        "(๗) เสนอแนวทางต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง"


     


    หมวด 2


    4) ม.15 การขยายสิทธิและค่าใช้จ่าย


         "มาตรา ๑๕ บุคคลซึ่งมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลหรือรับบริการสาธารณสุขตามสวัสดิการหรือตามสิทธิที่บุคคลนั้นได้รับอยู่ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งอื่นใด ย่อมได้รับสิทธิในการรับบริการสุขภาพปฐมภูมิ ตามมาตรา ๑๔ ด้วย และให้การใช้สิทธิเป็นไปตามหลักเกณฑ์การได้รับสวัสดิการหรือสิทธิของบุคคลนั้น


         ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข และการขยายสวัสดิการหรือสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง เพื่อให้ได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบหรือตามที่คณะกรรมการตกลงกับ คณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ หรือกองทุน ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสวัสดิการหรือสิทธิดังกล่าว แล้วแต่กรณี 


         การจ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐหรือกองทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในรักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขตามวรรคสอง ให้ถือเป็นการจ่ายเงินที่กระทำได้ตามหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานของรัฐหรือกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น


     


    5) ม.16 การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ ลักษณะหน่วยบริการ การมีสิทธิได้รับเงิน


         "มาตรา ๑๖  ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจัดให้มีการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ เพื่อเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิที่จะให้บริการสุขภาพปฐมภูมิตามที่คณะกรรมการกำหนด และแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่บริการทราบ


         หน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๑๕  


         ลักษณะของหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการที่จะขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ การแบ่งเขตพื้นที่ และการแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด"


     


    6) ม.17 การจัดทำบัญชีรายชื่อ เพิ่ม กทม.จัดทำบัญชีรายชื่อในเขต กทม.


    "มาตรา ๑๗  ให้สำนักงาน หน่วยบริการปฐมภูมิ กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นผู้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิในเขตพื้นที่ของหน่วยบริการปฐมภูมินั้น


    ให้หน่วยบริการปฐมภูมิ แจ้งให้ผู้รับบริการซึ่งมีรายชื่อตามวรรคหนึ่งทราบถึงการใช้สิทธิรับบริการสุขภาพปฐมภูมิและแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวผู้ดูแลผู้รับบริการตามมาตรา ๒๑


    เพื่อความสะดวกและความจำเป็นในการรับบริการสุขภาพปฐมภูมิ ผู้รับบริการอาจขอเปลี่ยนแปลงหน่วยบริการปฐมภูมิซึ่งตนมีรายชื่อได้  ทั้งนี้ ให้นำความในวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม


           การจัดทำบัญชีรายชื่อตามวรรคหนึ่ง การแจ้งตามวรรคสอง และการขอเปลี่ยนแปลงหน่วยบริการตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด


     


    7) ม.18 งบบริหารจัดการ


    มาตรา ๑๘  ให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิดังต่อไปนี้ จากสำนักงาน


        (๑) ค่าใช้จ่ายประจำที่เกิดขึ้นจากการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ


        (๒) ค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนในการพัฒนาบุคลากร สิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ที่ใช้ในการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ


        (๓) ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์


        (๔) ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด


        รายการของค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง และการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง


        ในกรณีที่มีความจำเป็น คณะกรรมการอาจทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ หรือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการรักษาพยาบาลหรือการจัดบริการสาธารณสุข เพื่อขอรับเงินสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งได้  ทั้งนี้ ให้ดำเนินการแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิตามวรรคหนึ่ง


     


    หมวด 3


     


    8) ม. 24 กลไกการตรวจสอบ


    มาตรา ๑๘  ให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิดังต่อไปนี้ จากสำนักงาน


        (๑) ค่าใช้จ่ายประจำที่เกิดขึ้นจากการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ


        (๒) ค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนในการพัฒนาบุคลากร สิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ที่ใช้ในการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ


        (๓) ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์


        (๔) ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด


        รายการของค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง และการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง


        ในกรณีที่มีความจำเป็น คณะกรรมการอาจทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ หรือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการรักษาพยาบาลหรือการจัดบริการสาธารณสุข เพื่อขอรับเงินสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งได้  ทั้งนี้ ให้ดำเนินการแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิตามวรรคหนึ่ง


     


    9) ม.25 บทกำหนดโทษ


    มาตรา ๒๕  ในกรณีที่ผลการสอบสวนตามมาตรา ๒๔ ปรากฏว่าหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ ดังต่อไปนี้


        (๑) ในกรณีที่เป็นการกระทำโดยไม่เจตนา ให้มีคำสั่งแจ้งให้ปฏิบัติโดยถูกต้อง


        (๒) ในกรณีที่มีเจตนากระทำความผิด ให้มีคำสั่งแจ้งให้ปฏิบัติโดยถูกต้องและมีคำสั่งให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมินั้นชำระค่าปรับทางปกครองตามความเสียหายที่แท้จริง และให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับ 


      (๓) แจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งอาจมีส่วนรับผิดชอบในการกระทำความผิดของหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมินั้น และให้มีการดำเนินการทางวินัยในกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ


     


    10) ม.26 การร้องเรียน


    มาตรา ๒๖  ในกรณีที่ผู้รับบริการผู้ใดไม่ได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้จากหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ หรือหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการเรียกเก็บค่าบริการจากตนโดยไม่มีสิทธิ ให้ผู้นั้นแจ้งต่อผู้บริหารของหน่วยบริการหรือเครือข่ายหน่วยบริการนั้นเพื่อให้ปฏิบัติต่อผู้ร้องเรียนให้เหมาะสมหรือถูกต้องตามสิทธิประโยชน์ของผู้ร้องเรียนนั้น


        ในกรณีที่ไม่ได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมหรือถูกต้องตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้นั้นมีสิทธิร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม


        หากผลการสอบสวนปรากฏว่าหน่วยบริการหรือเครือข่ายหน่วยบริการนั้นไม่ได้กระทำตามที่ถูกร้องเรียน ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีผลการสอบสวนดังกล่าว


        ในกรณีที่ผลการสอบสวนปรากฏว่าหน่วยบริการหรือเครือข่ายหน่วยบริการนั้นมีการกระทำตามที่ถูกร้องเรียน ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแจ้งเป็นหนังสือให้หน่วยบริการหรือเครือข่ายหน่วยบริการนั้นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีผลการสอบสวนดังกล่าว พร้อมแจ้งให้ปฏิบัติต่อผู้ร้องเรียนให้เหมาะสมและถูกต้องตามสิทธิประโยชน์ของผู้ร้องเรียนนั้น หรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมินั้นคืนเงินค่าบริการส่วนเกินหรือที่ไม่มีสิทธิเรียกเก็บให้แก่ผู้ร้องเรียนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อไป นับแต่วันที่เก็บค่าบริการนั้น จนถึงวันที่จ่ายเงินคืน 


     


    หมวด 4


    11) ม.29 กลไกการมีส่วนร่วมระดับพื้นที่


    มาตรา ๒๙  เพื่อให้การบริการสุขภาพปฐมภูมิเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ให้คณะกรรมการประกาศกำหนดกลไกและหลักเกณฑ์ในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนตามมาตรา ๙ (๑) โดยบูรณาการทรัพยากรในการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิ และติดตามดูแลการดำเนินการของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ รวมทั้งประสานให้เกิดเครือข่ายบริการรับส่งต่อกับหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้


     


    12) ม.30 การสนับสนุนศักยภาพประชาชน


    มาตรา ๓๐  หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิอาจขอรับการสนับสนุนเพื่อสร้างเสริมให้ประชาชนมีศักยภาพและมีความรู้ในการจัดการสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้


        การขอรับ การให้ และการเรียกคืนการสนับสนุนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด


     


    หมวด 6


    13) ม.36 โทษอาญา กรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง


    มาตรา ๓๖  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๒ คำสั่งของคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๒๔ วรรคสี่ หรือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๓๒ (๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 


     


    14) ม.37 โทษอาญา กรณีไม่อำนวยความสะดวก


    มาตรา 37 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๓๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 


     


     


    บทเฉพาะกาล


    15) ม.39 การออกประกาศกำหนด


    มาตรา ๓๙  ให้ดำเนินการออกประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรี


     


     

    • เห็นด้วยกับการปรับแก้ไขในแต่ละประเด็นดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร
    • ทั้งนี้ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางลิงค์เว็บไซต์นี้  https://goo.gl/forms/3VEbzQEXTRoC54Fw1  (เปิดรับฟังความคิดเห็นวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 - ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561  )


       


       

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail