Facebook


ร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ( กำหนดรับฟังความคิดเห็น 17 – 31 พฤษภาคม 2560 ) Fax : 0 2618 3385 E-mail : frl.hearing@fpo.go.th

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 6949 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

เหตุผลความจำเป็น 

         โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการทางการคลังและงบประมาณของรัฐ การกำหนดวินัยทางการคลังด้านรายได้และรายจ่ายทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินของรัฐและเงินคงคลัง และการบริหารหนี้สาธารณะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

          เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ



    ร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ประกอบด้วย 5 หมวด ดังนี้


    หมวด 1 บททั่วไป                                                                                                     


    หมวด 2 นโยบายการเงินการคลัง 


    ส่วนที่ 1 คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ 


    ส่วนที่ 2 การดำเนินการทางการคลังและงบประมาณ


    หมวด 3 วินัยการเงินการคลัง


    ส่วนที่ 1 รายได้ 


    ส่วนที่ 2 รายจ่าย


    ส่วนที่ 3 การจัดให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและการบริหารทรัพย์สินของรัฐ


    ส่วนที่ 4 การก่อหนี้และการบริหารหนี้


    ส่วนที่ 5 เงินนอกงบประมาณและทุนหมุนเวียน


    ส่วนที่ 6 การคลังท้องถิ่น


    หมวด 4 การบัญชี การรายงาน และการตรวจสอบ


    หมวด 5 การตรวจเงินแผ่นดิน


    บทเฉพาะกาล



    • ร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้


      คำนิยามที่สำคัญ


          “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ องค์การมหาชน ทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล     องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กฎหมายกำหนด


      หมวด 1 บททั่วไป


           กำหนดวินัยให้รัฐต้องดำเนินนโยบาย การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ และต้องรักษาวินัยการเงินการคลังตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ กำหนดให้รัฐต้องเสริมสร้างวินัยให้ประชาชนเสียภาษีอากรให้ครบถ้วน และให้คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับการเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด


      หมวด 2 นโยบายการเงินการคลัง


             กำหนดให้มี “คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ” ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นเลขานุการ โดยให้มีหน้าที่ในการกำหนดวินัยในเรื่องต่าง ๆ เช่น การกำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ กำหนดสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นกำหนดสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ กำหนดอัตราการชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้จากการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการตามนโยบายกึ่งการคลัง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ในการจัดทำและทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้ประกอบการพิจารณาการจัดเก็บรายได้หรือหารายได้ รวมถึงการจัดทำงบประมาณและการก่อหนี้


             การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้หน่วยงานของรัฐต้องคำนึงถึงหลักการที่สำคัญคือ ความจำเป็นและภารกิจ รวมถึงฐานะเงินนอกงบประมาณ ทั้งนี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การตั้งงบประมาณรายจ่ายที่สำคัญ เช่น งบประมาณรายจ่ายลงทุนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุบงบประมาณประจำปีนั้น งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐซึ่งเป็นหนี้สาธารณะต้องตั้งไว้อย่างพอเพียง เป็นต้น


             กำหนดเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้กระทำได้เมื่อมีเหตุผลและความจำเป็น ที่ต้องใช้จ่ายเงินระหว่างปีงบประมาณ และการตั้งงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ให้ตั้งได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจจัดสรรหรือไม่สมควรจัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบได้โดยตรงเท่านั้น นอกจากนี้ การโอนงบประมาณรายจ่ายระหว่างหน่วยงานของรัฐจะกระทำไม่ได้ เว้นแต่จะมี  กฎหมายอนุญาต


             การเสนอกฎหมายให้หน่วยงานของรัฐไม่ต้องนำเงินรายได้ส่งคลังจะกระทำได้เฉพาะที่มีความจำเป็น และเกิดประโยชน์ ซึ่งการเสนอกฎหมายดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังก่อน นอกจากนี้การเสนอกฎหมายที่มีบทบัญญัติให้จัดเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่กรณีการจัดเก็บเพื่อเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


             การดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการที่ก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณหรือการสูญเสียรายได้ (กรณีหน่วยงานของรัฐเสนอโครงการ) ต้องมีการจัดทำแผนบริหารจัดการ การประมาณรายจ่าย รวมถึงแหล่งเงินที่จะนำมาใช้จ่าย ประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งหากการดำเนินการนั้นมีการสูญเสียรายได้ ต้องจัดทำประมาณการการสูญเสียรายได้ด้วย ทั้งนี้ ในการพิจารณาอนุมัติการดำเนินกิจกรรมของคณะรัฐมนตรี จะต้องพิจารณาถึงความจำเป็นเร่งด่วน ประโยชน์ที่จะได้รับ และภาระทางการคลังหรือการสูญเสียรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย


              การมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการที่รัฐบาลรับภาระชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้จากการดำเนินการ (นโยบายกึ่งการคลัง) จะทำได้เฉพาะอยู่ในหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ โดยคณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาถึงภาระการคลังที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงผลกระทบต่อการดำเนินงานตามปกติของหน่วยงานของรัฐ


      หมวด 3 วินัยทางการเงินการคลัง


      ส่วนที่ 1 รายได้ หลักการคือ รายได้แผ่นดินต้องนำส่งคลัง


      การจัดเก็บรายได้แผ่นดินที่เป็นภาษีอากรจะกระทำได้ก็แต่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย และการยกเว้นหรือการลดภาษีอากรใด จะกระทำได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ให้อำนาจจัดเก็บภาษีอากร นอกจากนี้การกันเงินรายได้เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานนั้น เพื่อการหนึ่งการใดเป็นการเฉพาะจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะอาศัยอำนาจตามกฎหมาย (ซึ่งจะสอดคล้องกับการเสนอกฎหมายที่ไม่ต้องนำเงินรายได้ส่งคลังต้องผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังก่อน) สำหรับการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องจัดสรรกำไรสุทธินำส่งคลังในอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสามารถกำหนดให้มีการนำส่งกำไรเพิ่มเติมได้


               ส่วนที่ 2 รายจ่าย หลักการคือ การก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐต้องอาศัยอำนาจตามที่กฎหมายกำหนด โดยต้องคำนึงถึงความโปร่งใส คุ้มค่าและประหยัด


      การจ่ายเงินของส่วนราชการให้ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ การปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายเงินหมายความถึง การเบิกเงิน การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำเงินส่งคลัง การรับจ่ายเงินทดรองราชการ นอกจากนี้ กำหนดให้การจ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐอื่นต้องมีการวางหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และได้กำหนดวินัยในการก่อหนี้ผูกพันต้องคำนึงภาระการเงินที่จะเกิดขึ้นและข้อผูกพันในการชำระเงินตามสัญญา รวมถึงประโยชน์ของรัฐที่จะได้รับจากการก่อหนี้ผูกพันนั้น ๆ


             ส่วนที่ 3 การจัดให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและการบริหารทรัพย์สินของรัฐ หลักการคือ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย โดยต้องพิจารณาประโยชน์ของรัฐและประชาชน รวมถึงความคุ้มค่าและประหยัด


             การบริหารจัดการทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองหรือการกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและกฎที่เกี่ยวข้อง โดยต้องพิจารณาประโยชน์ของรัฐและประชาชนความคุ้มค่า และความประหยัด ซึ่งต้องกระทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และมีการบริหารความเสี่ยง อย่างเหมาะสม และต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน โดยกำหนดให้กระทรวงการคลังมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแลรักษาและบริหารทรัพย์สินของแผ่นดินและทรัพย์สินที่ตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โดยกระทรวงการคลังอาจจะมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐอื่นดำเนินการแทนได้


              นอกจากนี้ การบริหารเงินคงคลัง ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และให้รักษาไว้ในระดับที่จำเป็น และการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ


              ส่วนที่ 4 การก่อหนี้และการบริหารหนี้ หลักการคือ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของผู้กู้ โดยต้องทำอย่างรอบคอบ


      กำหนดวินัยในการก่อหนี้และการบริหารหนี้สาธารณะและหนี้ของหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามกฎหมายและอยู่ภายใต้ขอบวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐผู้กู้ โดยอย่างน้อยต้องกระทำ ด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงความคุ้มค่า ความสามารถในการชำระหนี้ การกระจายภาระการชำระหนี้ เป็นต้น  ทั้งนี้ การกู้เงินของรัฐบาล และการค้ำประกันการชำระหนี้ของหน่วยงานของรัฐโดยรัฐบาลให้ปฏิบัติตามที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะโดยเคร่งครัด


      ในกรณีที่รัฐบาลต้องกู้เงินนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ให้กระทรวงการคลังกระทำได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะ และเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยไม่อาจ ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ทัน


      ในกรณีกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ หรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ตามกฎหมายว่าด้วย การบริหารหนี้สาธารณะ ให้กระทรวงการคลังดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานะของเงินคงคลัง โดยคำนึงถึงประมาณการรายได้และแผนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในแต่ละช่วงเวลา หากในระหว่างปีงบประมาณ รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าประมาณการ หรือมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณต่ำกว่าประมาณการ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดวงเงินที่จะกู้ตามวรรคหนึ่งลงตามความจำเป็นและเหมาะสม


      ในกรณีกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ให้กระทำได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องดำเนินการโดยไม่อาจใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายได้ 


      นอกจากนี้ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแผนการกู้เงินและการบริหารหนี้เงินกู้ส่งให้กระทรวงการคลัง และเมื่อมีการกู้เงินแล้วให้รายงานให้กระทรวงการคลังทราบด้วย


               ส่วนที่ 5 เงินนอกงบประมาณและทุนหมุนเวียน หลักการคือ เงินนอกงบประมาณให้มีเท่าที่จำเป็น


      กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีเงินนอกงบประมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการมีเงินนอกงบประมาณ สำหรับการจัดตั้งทุนหมุนเวียนให้กระทำได้ แต่โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเท่านั้น 


              ส่วนที่ 6 การคลังท้องถิ่น หลักการคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดเก็บรายได้ให้เพียงพอ  ในการจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ


      กำหนดวินัยการคลังในการจัดทำงบประมาณ การใช้จ่ายเงิน การก่อหนี้ผูกพัน และการบริหารทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องพิจารณาถึงภาระการคลังในอนาคตด้วย นอกจากนี้ ด้านการก่อหนี้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเป็นไปตามอำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายจัดตั้งซึ่งการกู้เงินหรือการออกพันธบัตรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วย การบริหารหนี้สาธารณะ นอกจากนี้ การกู้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีด้วย


      หมวด 4 การบัญชี รายงานและการตรวจสอบ


      กระทรวงการคลังต้องกำหนดมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้ในการจัดทำบัญชีและรายงานการเงิน ยกเว้นรัฐวิสาหกิจที่จัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี รับรองทั่วไป และทุนหมุนเวียนที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด


      หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำรายงานการเงินประจำปีให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ เมื่อได้รับผลการตรวจสอบแล้วให้ส่งรายงานการเงินประจำปี รวมถึงผลการตรวจสอบนั้นให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกระทรวงเจ้าสังกัด


      กระทรวงการคลังต้องจัดทำรายงานการเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณเพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ นอกจากนี้ ต้องจัดทำรายงานการเงินรวมภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วยรายงานการเงินรวมของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ (รายงานการเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณและรายงานการเงินของหน่วยงานของรัฐ) รายงานการเงินรวมของรัฐวิสาหกิจและรายงานการเงินรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คณะรัฐมนตรีทราบ และเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย


      นอกจากนี้ กระทรวงการคลังต้องจัดทำรายงานความเสี่ยงทางการคลังภายในเดือนมีนาคมของทุกปี  เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำแผนการคลังระยะปานกลาง และจัดทำรายงานสถานะหนี้สาธารณะ หนี้ภาครัฐ และความเสี่ยงทางการคลังเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐเพื่อทราบด้วย


      หมวด 5 การตรวจเงินแผ่นดิน


               การตรวจเงินแผ่นดินต้องป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินและในกรณีมีการกระทำผิดวินัยการเงินการคลังของรัฐตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ การสั่งลงโทษทางปกครองให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน


       

ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail