Facebook


ร่างพระราชบัญญัติ การแจ้งเตือนภัยและจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4839 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

พระราชบัญญัติ

การแจ้งเตือนภัยและจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

.. ....

___________________

 

.........................................

.........................................

.........................................

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการแจ้งเตือนภัยและจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………

 

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่าพระราชบัญญัติการแจ้งเตือนภัยและจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค พ.. ....”

 

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับกับหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่

เกี่ยวกับการควบคุม กำกับดูแล ตรวจสอบ ทดสอบ เฝ้าระวัง คุณภาพมาตรฐานหรือความปลอดภัยของสินค้า

และให้ใช้บังคับกับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชน

หากมีกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าใดได้บัญญัติเรื่องใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตาม

บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น และให้นำบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ไปใช้บังคับได้ในส่วนที่มี

มาตรฐานการปฏิบัติราชการต่ำกว่าพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้เพียงพอที่จะปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของ

ผู้บริโภค

การยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่การดำเนินกิจการใดหรือกับหน่วยงาน

ใดนอกจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

 

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

สินค้าหมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือนำเข้าหรือมีไว้เพื่อขาย

 

 

 

 

ภัยหมายความว่า สิ่งที่เป็นอันตรายหรืออาจไม่ปลอดภัยหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต

ร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ สุขภาพ อนามัย หรือทรัพย์สิน

สินค้าไม่ปลอดภัยหมายความว่า สินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด

หรือมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลกหรือสินค้ามีสิ่งที่อาจเป็นภัยต่อผู้บริโภคเจือปน

ความเสียหายต่อจิตใจ จิตวิญญาณหมายความว่า ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ความ

หวาดกลัว ความวิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ ความอับอาย ความศรัทธาเชื่อมั่น หรือความเสียหายต่อจิตใจ

อย่างอื่นที่มีลักษณะทานองเดียวกัน

มาตรการขจัดภัยหมายความว่า วิธีการที่จะจัดการให้ภัยหรือความเสี่ยงภัยของประชาชนลดลง

หรือหมดไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ผู้บริโภคหมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้

ซื้อสินค้า และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม

ผู้ประกอบธุรกิจหมายความว่า ผู้ขาย ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้สั่งหรือนาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย

หรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อซึ่งสินค้า และหมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการโฆษณาด้วย

การตรวจสอบ ทดสอบหมายความว่า การตรวจสอบหาความจริงเชิงประจักษ์ ตามหลักวิชาการใน

เรื่องความปลอดภัยของสินค้า ในด้านกายภาพ เคมี ชีววิทยา หรือตามมาตรฐานกำหนดไว้สำหรับสินค้านั้นๆ

หน่วยงานรัฐหมายความว่า หน่วยงานรัฐตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้า

พนักงานเจ้าหน้าที่หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้า

กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าหมายความว่า บรรดากฎหมายที่มีบทบัญญัติกำหนดให้

มีการดำเนินการในลักษณะเกี่ยวกับการควบคุม กำกับดูแล ตรวจสอบ ทดสอบ เฝ้าระวัง คุณภาพมาตรฐาน

หรือความปลอดภัยของสินค้า

 

มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและ

ประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

มาตรา ๖ ทุกห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้หน่วยงานรัฐพิจารณาว่าสมควรปรับปรุง

กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าหรือไม่ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความจำเป็น หน่วยงานรัฐจะพิจารณา

ปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวในกำหนดระยะเวลาที่เร็วกว่านั้นก็ได้

 

 

หมวด ๑

อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐและพนักงานเจ้าหน้าที่

___________________

 

 

 

 

 

มาตรา ๗ ให้หน่วยงานรัฐมีอำนาจหน้าที่

() ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสินค้าที่นำออกวางตลาดหรืออยู่ในตลาด

เป็นสินค้าที่ปลอดภัย

() ดำเนินการจัดทาฐานข้อมูลและดูแลฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูล เพื่อให้

ประชาชนตรวจสอบได้เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความไม่ปลอดภัยของสินค้าใดๆ โดยมีอำนาจที่จะระบุชื่อ

ของสินค้าและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นด้วย

() ดำเนินการในการตรวจสอบ ทดสอบ เฝ้าระวัง หรือการควบคุมกำกับสินค้าเพื่อสวัสดิภาพและ

ความปลอดภัยของประชาชน

() ดำเนินการให้มีระบบแจ้งเตือนภัยแก่ผู้บริโภคโดยทั่วไป และประกาศแจ้งเตือนภัยสินค้าที่มีผลการ

ทดสอบ ตรวจสอบว่าเป็นภัยต่อประชาชนทราบตามข้อเท็จจริงโดยทันทีตามสภาพความร้ายแรงและความเสี่ยง

ของภัยนั้น โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผลิตภัณฑ์ ข้อเท็จจริงประกอบอย่างเพียงพอที่ประชาชนจะเข้าใจเพื่อ

ป้องกันภัยได้ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอาจออกกฎกระทรวงกำหนดรายละเอียดการแจ้งเตือนภัยเพิ่มก็ได้

ในกรณีที่เห็นว่าสินค้าใดมีความเสี่ยงร้ายแรงที่จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคทั่วไป หรือกรณีที่มีภัย

ร้ายแรงเกิดขึ้นจากสินค้าใด ให้มีอำนาจเลือกใช้สื่อต่างๆ ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลแจ้งเตือนภัยดังกล่าวแก่

ผู้บริโภคโดยไม่ชักช้าและจัดเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้

เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ หน่วยงานรัฐอาจบอกรับหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือเข้าร่วมในระบบแจ้งเตือนภัย

กับองค์การหรือหน่วยงานระหว่างประเทศหรือต่างประเทศตามที่เห็นสมควรและจำเป็นได้

() สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจ ระงับการจำหน่าย จ่าย แจกสินค้า และการโฆษณา จัดเก็บสินค้าออกจาก

ท้องตลาด ส่งมอบสินค้าแก่หน่วยงานรัฐ แก้ไขข้อบกพร่องของสินค้าในเวลาที่กำหนด จัดส่งสินค้านั้นกลับคืน

ออกนอกราชอาณาจักร หรือ สั่งให้ทำลายสินค้านั้นก็ได้ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจ ตามควรแก่กรณี

เมื่อได้ประกาศแจ้งเตือนภัยสินค้าตาม มาตรา ๗ ()

() แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ สอดส่องเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่

ที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่เห็นว่าวิธีการแจ้งเตือนภัย มาตรการ ขั้นตอนและระยะเวลาที่หน่วยงานรัฐดำเนินการล่าช้า

เกินสมควร ไม่มีประสิทธิภาพให้รัฐมนตรีต้นสังกัดพิจารณาและสั่งการให้หน่วยงานรัฐดำเนินการแก้ไขให้

เหมาะสมโดยเร็ว

 

มาตรา ๘ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

() นับ ชั่ง ตวง วัด ตรวจสินค้า และเก็บหรือนำสินค้าในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการ

ทดสอบโดยไม่ชาระราคาสินค้านั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐกำหนด

() ยึดหรืออายัดสินค้า ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุสินค้า ฉลากหรือเอกสารอื่นที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

ความปลอดภัยหรือมีเหตุสงสัยว่าอาจไม่ปลอดภัยเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี

() เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ เพื่อตรวจสอบการผลิตสินค้า การนำเข้าสินค้า การขาย

สินค้า รวมทั้งตรวจสอบสมุดบัญชี เอกสารและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบธุรกิจ__

 

 

 

() เก็บสินค้าที่ไม่ปลอดภัยออกจากท้องตลาด โดยเรียกค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บสินค้าที่ไม่ปลอดภัย

จากผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

() มีหนังสือเรียกให้บุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นเพื่อประกอบการ

พิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

 

มาตรา ๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘ () ถ้าไม่เป็นการเร่งด่วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้

เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะนั้นทราบล่วงหน้าตามสมควรก่อน และให้กระทำต่อหน้า

ผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะ หรือถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่อยู่ที่นั้น ก็ให้กระทำต่อหน้าบุคคลอื่น

อย่างน้อยสองคนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ร้องขอมาเป็นพยาน

การดำเนินการตามมาตรา ๘ () ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึง

พระอาทิตย์ตก หากได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงเวลาพระอาทิตย์ตกก็ให้ดำเนินการต่อไปได้

 

มาตรา ๑๐ เมื่อหน่วยงานรัฐได้ประกาศผลการทดสอบ ตรวจสอบ สินค้า เพื่อแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชน

แล้ว ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและให้ส่วนราชการอื่นๆ สามารถนำประกาศดังกล่าว แจ้งเตือนภัยแก่

ประชาชนในภารกิจของส่วนราชการนั้นต่อไปได้

 

 

 

หมวด ๒

มาตรการเพื่อประกันความปลอดภัยและเยียวยา

________________________________

 

มาตรา ๑๑ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าใดเป็นสินค้าไม่ปลอดภัย หน่วยงานรัฐมีอำนาจสั่งให้

ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้านั้นด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจ และมีคำสั่งห้ามหรือ

ระงับการขายหรือการนำสินค้าดังกล่าวออกวางตลาดเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่มีการทดสอบหรือพิสูจน์

ความปลอดภัยของสินค้านั้น

 

มาตรา ๑๒ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าใดเป็นสินค้าที่อาจก่อให้เกิดภัยได้ภายใต้สภาวะหรือ

เงื่อนไขอื่นใด เช่น อุณหภูมิ ความดัน หน่วยงานรัฐมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการแสดงเครื่องหมาย

ตามที่กำหนดบนสินค้านั้นด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเตือนให้ผู้บริโภคได้รู้โดยชัดแจ้งเกี่ยวกับภัย

ของสินค้านั้น

 

มาตรา ๑๓ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าใดเป็นสินค้าที่อาจก่อให้เกิดภัยแก่บุคคลบางประเภท

เช่น เด็ก ผู้สูงวัย สตรีมีครรภ์ หน่วยงานรัฐมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการเตือนในลักษณะใดลักษณะ

หนึ่งหรือหลายอย่างด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อทราบถึงภัยและใช้ความระมัดระวังเพื่อป้องกันภัยที่

อาจเกิดจากของสินค้านั้น

 

มาตรา ๑๔ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าสินค้าใดเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย อาจมีการขายหรือ

แจกจ่ายสินค้านั้นแก่ผู้บริโภคแล้วหรือไม่ก็ตาม ให้หน่วยงานรัฐมีอำนาจดำเนินการตามมาตรา ๗ () หรือสั่ง

พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรา ๘ และอาจมีคำสั่งให้มีการเปลี่ยนสินค้า หรือชดใช้ราคาสินค้าให้แก่

ผู้บริโภค

นอกจากคำสั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว หน่วยงานรัฐอาจมีคำสั่งห้ามมิให้มีการผลิต ขายหรือนำสั่งสินค้านั้น

เข้ามาในราชอาณาจักรด้วยก็ได้

 

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่หน่วยงานรัฐมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการตามมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๔
แต่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ให้หน่วยงานรัฐมีอำนาจจัดการให้มีการดำเนินการแทน

โดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

 

มาตรา ๑๖ หน่วยงานรัฐมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า

ตลอดจนการควบคุมคุณภาพสินค้าหรือการทดสอบหรือตรวจพิสูจน์สินค้าที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ดำเนินการ

เกี่ยวกับสินค้าได้

 

มาตรา ๑๗ ในกรณีที่ผู้บริโภคมีข้อสงสัยในความปลอดภัยของสินค้า และได้แจ้งต่อหน่วยงานรัฐ

ให้หน่วยงานรัฐพิจารณาความสมเหตุผล หากไม่มีเหตุต้องสงสัยในความปลอดภัยของสินค้า ให้ชี้แจงผู้บริโภค

ที่ได้แจ้งเหตุตามเวลาที่กำหนด กรณีมีเหตุอันควรสงสัยในความปลอดภัยของสินค้า ให้หน่วยงานรัฐดำเนินการ

ทดสอบ ตรวจสอบโดยไม่ชักช้า และดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป

มาตรา ๑๘ หน่วยงานรัฐกระทำการโดยสุจริตตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง

 

 

หมวด ๓

หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ

________________________________

 

 

มาตรา ๑๙ เพื่อป้องกันมิให้มีสินค้าไม่ปลอดภัยมีในท้องตลาด ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นผลิต สั่งหรือ

นำเข้า หรือขาย แล้วแต่กรณี มีหน้าที่

() ไม่ผลิต สั่งหรือนำเข้า หรือขายสินค้าไม่ปลอดภัย

() ไม่เสนอ จัดหาหรือตกลงที่จะจัดหาหรือขายหรือนำเสนอหรือแนะนำสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่ว่า

ด้วยวิธีการโฆษณาหรือวิธีการใดๆ หรือมีไว้เพื่อการดังกล่าว

 

มาตรา ๒๐ ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่

() จัดให้มีการให้ข้อมูลและคำเตือนอย่างเหมาะสม เพียงพอ และเข้าใจได้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับความ

เสี่ยงภัยที่อาจเกิดจากสินค้า วิธีป้องกันหรือหลีกเลี่ยงภัย

 

() จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบและพิจาณาข้อร้องเรียน

แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้บริโภคทราบโดยไม่ชักช้า พร้อมทั้งจัดทำและเก็บรักษาบันทึก

() จัดให้มีมาตรการกำกับดูแล สุ่มตรวจความปลอดภัยของสินค้า ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพตาม

สภาพและลักษณะของสินค้านั้น พร้อมทั้งเก็บบันทึกการดำเนินงานข้างต้น

() กรณีทราบว่า สินค้าของตนเป็นสินค้าไม่ปลอดภัย หรืออาจไม่ปลอดภัย

() เรียกคืนสินค้า

() เก็บสินค้าออกจากตลาด

() แจ้ง โฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับอันตรายของสินค้านั้นให้ผู้บริโภคทราบ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปฏิบัติ

เพิ่มเติมได้

 

 

หมวด ๔

บทกำหนดโทษ

________________________________

 

มาตรา ๒๑ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวก ไม่ให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานต่อ

พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกิน

หนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำและปรับ

 

มาตรา ๒๒ ผู้ประกอบธุรกิจใดฝ่าฝืนคาสั่งของหน่วยงานรัฐตามมาตรา ๗ () มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ หรือเจตนาฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือ

ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจาและปรับ

ถ้าผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ผลิตหรือเป็นผู้สั่งหรือนาเข้ามาในราชอาณาจักรฝ่าฝืนหรือไม่

ปฏิบัติตามคำสั่งตามวรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตราย ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับ

ไม่เกินสามเท่าของมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือมูลค่าของผลประโยชน์ที่ตนได้รับ หรือทั้งจำและปรับ

 

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 

 

......................................

 

      นายกรัฐมนตรี

ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
  • สรุปสาระสำคัญของ ร่างพระราชบัญญัติ การแจ้งเตือนภัยและจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค พ.ศ. ....
  • บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของ


    ร่างพระราชบัญญัติ


    การแจ้งเตือนภัยและจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค


    .. ....


    -----------------------------------------


     


    . วันที่บังคับใช้(ร่างมาตรา ๒)


    พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา


    เป็นต้นไป


     


    . ขอบเขตการใช้กฎหมาย(ร่างมาตรา ๓)


    พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับกับหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมกำกับดูแล ตรวจสอบ ทดสอบ เฝ้าระวัง คุณภาพมาตรฐานหรือความปลอดภัยของสินค้าและให้ใช้บังคับกับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชน หากมีกฎหมายบัญญัติเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ ก็ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น และให้นำบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ไปใช้บังคับได้ในส่วนที่มีมาตรฐานการปฏิบัติราชการต่ำกว่าพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้เพียงพอที่จะปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค กรณีจะมีการยกเว้นไม่นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่การดำเนินกิจการใดหรือกับหน่วยงานใด ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา


     


    . บทนิยาม(ร่างมาตรา ๔)


    กำหนดบทนิยามไว้ดังนี้


    สินค้าหมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือนาเข้าหรือมีไว้เพื่อขาย


    ภัยหมายความว่า สิ่งที่เป็นอันตรายหรืออาจไม่ปลอดภัยหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตร่างกาย จิตใจจิตวิญญาณ สุขภาพ อนามัย หรือทรัพย์สิน


    สินค้าที่ไม่ปลอดภัยหมายความว่า สินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนดหรือมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลกหรือสินค้ามีสิ่งที่อาจเป็นภัยต่อผู้บริโภคเจือปน


    ความเสียหายต่อจิตใจ จิตวิญญาณหมายความว่า ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ความหวาดกลัว ความวิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ ความอับอาย ความศรัทธาเชื่อมั่น หรือความเสียหายต่อจิตใจอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน


    มาตรการขจัดภัยหมายความว่า วิธีการที่จะจัดการให้ภัยหรือความเสี่ยงภัยของประชาชนลดลงหรือหมดไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล


    ผู้บริโภคหมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้าและหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม


    ผู้ประกอบธุรกิจหมายความว่า ผู้ขาย ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้สั่งหรือนาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายหรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อซึ่งสินค้า และหมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการโฆษณาด้วย


    การตรวจสอบ ทดสอบหมายความว่า การตรวจสอบหาความจริง เชิงประจักษ์ ตามหลักวิชาการในเรื่องความปลอดภัยของสินค้า ในด้านกายภาพ เคมี ชีววิทยา หรือตามมาตรฐานกำหนดไว้สาหรับสินค้านั้นๆ


     


    พนักงานเจ้าหน้าที่หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้า


    กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าหมายความว่า บรรดากฎหมายที่มีบทบัญญัติกำหนดให้มีการดำเนินการในลักษณะเกี่ยวกับการควบคุม กำกับดูแล ตรวจสอบ ทดสอบ เฝ้าระวัง คุณภาพมาตรฐานหรือความปลอดภัยของสินค้า


    . รัฐมนตรีผู้รักษาการ(ร่างมาตรา ๕)


    ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


    . การพัฒนากฎหมายและมาตรการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง(ร่างมาตรา ๖)


    ให้หน่วยงานรัฐ พิจารณาว่าสมควรปรับปรุงกฎหมายหรือมาตรการขจัดภัยเพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนในทุกห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้เข้มแข็ง จะพิจารณาปรับปรุงกฎหมายหรือจัดให้มีมาตรการขจัดภัยอื่นในกำหนดระยะเวลาที่เร็วขึ้นก็ได้


    . หมวด ๑ อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐและพนักงานเจ้าหน้าที่ (ร่างมาตรา ๗ ถึงร่างมาตรา ๑๐)


    เพื่อให้หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแลความปลอดภัยของสินค้านั้น มีอำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสม เพียงพอที่จะดำเนินการตามมาตรการต่างๆเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสินค้าที่นาออกวางตลาดหรืออยู่ในตลาดเป็นสินค้าที่ปลอดภัย และจัดทำฐานข้อมูลและดูแลฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความไม่ปลอดภัยของสินค้าใดๆ โดยมีอำนาจที่จะระบุชื่อของสินค้าและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นด้วย มีอำนาจดำเนินการตรวจสอบ ทดสอบ เฝ้าระวังหรือการควบคุมกำกับสินค้าเพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชน มีระบบแจ้งเตือนภัยแก่ผู้บริโภคโดยทั่วไป และประกาศแจ้งเตือนภัยสินค้าที่มีผลการทดสอบ ตรวจสอบว่าเป็นภัยต่อประชาชนทราบตามข้อเท็จจริงโดยทันทีตามสภาพความร้ายแรงและความเสี่ยงของภัยนั้น โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผลิตภัณฑ์ข้อเท็จจริงประกอบอย่างเพียงพอที่ประชาชนจะเข้าใจเพื่อป้องกันภัยได้ พร้อมทั้งให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ส่วนราชการอื่นๆ สามารถนำประกาศที่มีการแจ้งเตือนภัยแล้ว ไปแจ้งแก่ประชาชนในภารกิจของ
    ส่วนราชการนั้นต่อไปได้ หากเห็นว่าสินค้าใดมีความเสี่ยงร้ายแรงที่จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคทั่วไป
    หรือกรณีที่มีภัยร้ายแรงเกิดขึ้นจากสินค้าใด จะเลือกใช้สื่อต่างๆ ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลแจ้งเตือนภัยดังกล่าวแก่ผู้บริโภคโดยไม่ชักช้าและจัดเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้ เพื่อป้องกัน
    มิให้เกิดภัยกับผู้บริโภค หน่วยงานรัฐอาจรับหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือเข้าร่วมในระบบแจ้งเตือนภัยกับองค์การหรือหน่วยงานระหว่างประเทศหรือต่างประเทศได้ เมื่อได้แจ้งเตือนภัยสินค้าแล้ว ก็ให้มีอำนาจสั่งระงับการจำหน่าย จ่าย แจกสินค้า และการโฆษณา จัดเก็บสินค้าออกจากท้องตลาด ส่งมอบสินค้าแก่หน่วยงานรัฐ
    แก้ไขข้อบกพร่องของสินค้าในเวลาที่กำหนด จัดส่งสินค้านั้นกลับคืนออกนอกราชอาณาจักร หรือ สั่งให้ทำลายสินค้านั้นก็ได้ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจ


    สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายก็ให้มีอำนาจที่เหมาะสมเพียงพอ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสินค้าไม่ปลอดภัย ทั้งการนับ ชั่ง ตวง วัด ตรวจสินค้า และเก็บหรือนำสินค้าในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการทดสอบ ยึดหรืออายัดสินค้า ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุสินค้า ฉลากหรือเอกสารอื่นที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือมีเหตุสงสัยว่าอาจไม่ปลอดภัยเพื่อประโยชน์ในการ


     


     


     


     


    ดำเนินคดี การเข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ เพื่อตรวจสอบการผลิตสินค้า การนำเข้าสินค้า การขายสินค้า รวมทั้งตรวจสอบสมุดบัญชี เอกสารและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบธุรกิจ การเก็บสินค้าที่ไม่ปลอดภัยออกจากท้องตลาด โดยเรียกค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บสินค้าที่ไม่ปลอดภัยจากผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หรือมีหนังสือเรียกให้บุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ และเพื่อป้องกันมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิผู้อื่นเกินสมควร กรณีไม่เร่งด่วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะนั้นทราบล่วงหน้าตามสมควรก่อน และให้กระทำต่อหน้าผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะ หรือถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่อยู่ที่นั้น ก็ให้กระทำต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคน
     ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ร้องขอมาเป็นพยาน และกระทำในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
    เมื่อหน่วยงานรัฐได้ประกาศผลการทดสอบ ตรวจสอบ สินค้า เพื่อแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนแล้ว ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและให้ส่วนราชการอื่นๆ สามารถนาประกาศดังกล่าว แจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนในภารกิจของส่วนราชการนั้นต่อไปได้


     


    . หมวด ๒ มาตรการเพื่อประกันความปลอดภัยและเยียวยา(ร่างมาตรา ๑๑ ถึงร่างมาตรา ๑๘)


    เพื่อประกันความปลอดภัย หากที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าใดเป็นสินค้าไม่ปลอดภัย หน่วยงานรัฐ
    มีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้านั้นด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบธุรกิจ และอาจสั่งห้ามหรือระงับการขายหรือการนาสินค้าดังกล่าวออกวางตลาดเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่มีการทดสอบหรือพิสูจน์ความปลอดภัยของสินค้านั้น หรือให้จัดส่งเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับสินค้ามาเพื่อตรวจสอบนอกจากนี้ อาจกำหนดให้แสดงเครื่องหมายหรือมีการเตือนในลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือหลายอย่างบนสินค้าเพื่อเตือนให้ผู้บริโภคได้รู้โดยชัดแจ้งเกี่ยวกับภัยของสินค้านั้น และหากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าสินค้าใดเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัยปรากฏในประเทศ ก็ให้มีอำนาจดำเนินการตามหมวด ๒ และอาจมีคำสั่งห้ามมิให้มีการผลิต
    ขายหรือนาสั่งสินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักรด้วยก็ได้ หรือให้มีการเปลี่ยนสินค้า หรือ ชดใช้ราคาสินค้าให้แก่ผู้บริโภค การประกันความปลอดภัยข้างต้น หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หน่วยงานรัฐมีอำนาจจัดการแทนโดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และเพื่อคุ้มครองหน่วยงานรัฐ ไม่ต้องรับผิดทางแพ่งเมื่อกระทำการโดยสุจริต ผู้บริโภคมีส่วนร่วมดูแลความปลอดภัยของสินค้า เมื่อสงสัยว่าสินค้าอาจไม่ปลอดภัย
    แจ้งหน่วยงานรัฐแล้ว ต้องดำเนินการตรวจสอบโดยไม่ชักช้า


     


    . หมวด ๓ หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ(ร่างมาตรา ๑๙ ถึงร่างมาตรา ๒๐)


    กำหนดความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจ ให้มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของสินค้าที่ตน ผลิต สั่งหรือนำเข้า หรือขายเพื่อป้องกันมิให้มีสินค้าไม่ปลอดภัยมีในท้องตลาด รวมทั้งไม่เสนอ จัดหาหรือตกลงที่จะจัดหาหรือขายหรือนำเสนอหรือแนะนำสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่ว่าด้วยวิธีการโฆษณาหรือวิธีการใด ๆ หรือมีไว้นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่หลังการขายสินค้าหรือหลังการวางตลาดสินค้า โดยให้ข้อมูลและคำเตือนอย่างเหมาะสมเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงภัยที่อาจเกิดจากสินค้า วิธีป้องกันหรือหลีกเลี่ยงภัย จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบและพิจารณาข้อร้องเรียน แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้บริโภคทราบโดยไม่ชักช้า และจัดให้มีมาตรการกำกับดูแล สุ่มตรวจความปลอดภัยของสินค้า ที่เหมาะสมและ
    มีประสิทธิภาพตามสภาพและลักษณะของสินค้านั้น พร้อมทั้งเก็บบันทึกการดำเนินงาน ประการสำคัญเมื่อทราบว่า สินค้าของตนเป็นสินค้าไม่ปลอดภัย หรืออาจไม่ปลอดภัย ให้มีหน้าที่เรียกคืนสินค้า เก็บสินค้าออกจาก


    ตลาด และแจ้ง โฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับอันตรายของสินค้านั้นให้ผู้บริโภคทราบ


    . หมวด ๔ บทกำหนดโทษ(ร่างมาตรา ๒๑ ถึงร่างมาตรา ๒๒)


    เนื่องจากการฝ่าฝืนบทบัญญัติบางมาตราของร่างพระราชบัญญัตินี้ จะก่อให้เกิดผลร้ายต่อเศรษฐกิจของประเทศ และกระทบต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชนโดยกว้างขวางได้ จึงกำหนดให้การกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวมีโทษหนัก เพื่อป้องปรามการกระทำที่จะฝ่าฝืนบทบัญญัติตามกฎหมายนี้ และลงโทษให้หลาบจำ โดยร่างมาตรา ๒๑ ได้กำหนดโทษทางอาญา ทั้งจำคุกเพื่อตัดโอกาสมิให้ผู้นั้นกระทำผิดขึ้นอีก(in capacitive effect) รวมทั้งมีโทษปรับด้วย และหากการฝ่าฝืนกฎหมายทาให้มีผู้ได้รับอันตราย กำหนดให้ต้องรับโทษที่หนักขึ้น เพื่อให้มีผลยับยั้ง (deterrence) มิให้การกระทำผิดอาญา โดยจำคุกสูงไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสามเท่าของมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือมูลค่าของผลประโยชน์ที่ตนได้รับ หรือทั้งจำและปรับโดยศาลสามารถใช้ดุลยพินิจลงโทษหนักเบาตามความร้ายแรงและผลกระทบที่เกิดขึ้น


     


     


     


     


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


1 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น พฤฒเสถียร วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย พฤฒเสถียร

    ไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย แต่ควรหาวิธีการตรวจสอบสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยมีมาตรการตั้งแต่ก่อนสินค้าเข้าสู่ตลาด ระหว่างจำหน่าย และสามารถแก้ไขปัญหาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคได้ทันทวงที รวมถึงการที่ผู้บริโภคสามารถจะตรวจสอบสินค้าได้ว่ามาจากที่ไหน เป็นสินค้าของใคร และอาจรวมถึงตรวจสอบจำนวนสินค้าที่ยังอยู่ในคลังสินค้าของผู้ประกอบการได้