Facebook


ร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน พ.ศ. .... (ฉบับ บจธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 3792 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน พ.ศ. .... (ฉบับ บจธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม  ๒๕๖๐

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    ให้มีกฎหมายว่าด้วยธนาคารที่ดิน เพื่อเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ


     



    เพื่อเป็นกลไกของรัฐในการบริหารจัดการที่ดินเพื่อเกษตรกรและผู้ยากจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องที่ดินทำกินของประเทศ ตลอดจนเพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในการมีที่ดินทำกิน ป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกร รักษาที่ดินเกษตรกรรม และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเต็มศักยภาพเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ


     



    • โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อเป็นกลไกของรัฐในการบริหารจัดการที่ดินเพื่อเกษตรกรและผู้ยากจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องที่ดินทำกินของประเทศ ตลอดจนเพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในการมีที่ดินทำกิน ป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกร รักษาที่ดินเกษตรกรรม และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเต็มศักยภาพเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ


       

  • สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้


              ๑. พระราชบัญญัตินี้จะใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


              ๒. เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยกเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และทำการชำระบัญชี โอนบรรดากิจการ งบประมาณ หนี้สิน สินทรัพย์ ตลอดจนสิทธิและความรับผิดของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และโครงการที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ไปเป็นของธนาคารตามพระราชบัญญัตินี้


             ๓. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามร่างพระราชบัญญัตินี้


             ๔. ร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน พ.ศ. .... แบ่งออกเป็น ๑๒ หมวด โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้


     


    หมวด ๑ การจัดตั้ง(ร่างมาตรา ๕ – มาตรา ๖)


     


    ธนาคารที่ดิน มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นหน่วยงานของรัฐเรียกโดยย่อว่า ธ.ด.”และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Land Bank” เรียกโดยย่อว่า “TLB”


     


    ธนาคารมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง และจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทน ณ ที่อื่นใดภายในราชอาณาจักรได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ซึ่งต้องวิเคราะห์ถึงต้นทุนของธนาคารประกอบการเสนอคณะกรรมการด้วย โดยอาจมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐแห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีที่ทำการในต่างจังหวัด ทำหน้าที่สาขาหรือตัวแทนของธนาคารโดยมีค่าตอบแทนก็ได้


     


     


     


    หมวด ๒ วัตถุประสงค์ (ร่างมาตรา ๗ – มาตรา ๑๑)


     


    ๑. ธนาคารมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้


     


    ๑.๑ ดำเนินการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ


     


    ๑.๒ ดำเนินการเพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน และมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน


     


    ๑.๓ ดำเนินการเพื่อเป็นแหล่งทุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกร และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่มีความมั่นคงและยั่งยืน


     


    ๑.๔ ดำเนินการเพื่อคุ้มครองการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศ และสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีความมั่นคงและยั่งยืน


     


    ๑.๕ รวบรวมข้อมูลที่ดิน และเป็นตัวกลางระหว่างผู้ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินกับเจ้าของที่ดินที่ยังมิได้ใช้ประโยชน์หรือเจ้าของที่ดินที่ยังไม่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเต็มที่


     


    ๑.๖ เป็นตลาดกลางที่ดินเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม และยั่งยืน


     


    ๑.๗ ส่งเสริม และสนับสนุนการบริหารจัดการที่ดินให้ชุมชนบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน ทั้งที่ดินทำกินและที่ดินสำหรับการอยู่อาศัย


     


    ๑.๘ เป็นกลไกของรัฐในการสำรองที่ดิน เพื่อสร้างประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ หรือเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาชนบทหรือเมือง หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ


     


    ๒. ธนาคารมีอำนาจดังต่อไปนี้


     


    ๒.๑ ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่างๆ ในอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์


     


    ๒.๒ ทำนิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร เช่น ซื้อ ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ภายใต้ราคาและช่วงเวลาการตัดสินใจที่เหมาะสม ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้


     


    ๒.๓ ซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ไถ่ถอนจำนองหรือขายฝาก ลงทุนปรับปรุงพัฒนาที่ดินหรือขยายการทำประโยชน์ หรือเพื่อกิจการอื่นตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร


     


    ๒.๔ ให้กู้เงินเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร


     


    ๒.๕ กู้เงินหรือออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน


     


    ๒.๖ ออก ซื้อ หรือขายตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด รวมทั้งเก็บเงินตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือดังกล่าว


     


    ๒.๗ ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล เช่น พันธบัตรหรือตั๋วเงินคลังตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร


     


    ๒.๘ รับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันมีกำหนดจากกลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และผู้ที่ทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร แต่การรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไปต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน


     


    ๒.๙ ค้ำประกันการชำระหนี้สินจากการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน


     


    ๒.๑๐ มีบัญชีเงินฝากไว้กับสถาบันการเงินอื่นเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานของธนาคาร


     


    ๒.๑๑ เรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการให้กู้เงินหรือค้ำประกันเงินกู้และค่าบริการอื่นๆ


     


    ๒.๑๒ ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมทั้งสนับสนุนทางการเงินแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม


     


    ๒.๑๓ ลงทุน หรือร่วมลงทุนกับภาครัฐหรือเอกชนเพื่อพัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงที่ดินหรือสิทธิประโยชน์ในที่ดิน หรือเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของธนาคาร


     


    ๒.๑๔ ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินของรัฐและจัดหาที่ดินของเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า เพื่อให้เกษตรกรและผู้ยากจนได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง


     


    ๒.๑๕ กระทำการอื่นตามกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นเพื่อให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือหน้าที่ของธนาคาร


     


    ๓. ห้ามมิให้ธนาคารกระทำการดังต่อไปนี้


     


    ๓.๑ ให้กรรมการหรือกรรมการผู้จัดการ หรือคู่สมรสของกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการกู้ยืมเงิน


     


    ๓.๒ รับหุ้นของธนาคารเองเป็นประกัน


     


    ๓.๓ จ่ายเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กรรมการ กรรมการผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร เป็นค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องแต่การกระทำหรือการประกอบธุรกิจใดๆ ของธนาคาร ทั้งนี้ นอกจากเงินเดือนและเงินอื่นๆ ซึ่งพึงจ่ายตามกฎหมาย


     


    นอกจากนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังห้ามคณะกรรมการ กรรมการผู้จัดการ พนักงาน และลูกจ้างของธนาคาร รับประโยชน์หรือทรัพย์สินจากธนาคารไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมอันเนื่องมาจากทรัพย์สินที่ธนาคารได้มา หรือรับทรัพย์สินที่ดิน สิทธิในที่ดินที่ธนาคารได้มาหรือบริหารจัดการหรือเข้าทำสัญญารับประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับธนาคารหรือเสนอสัญญาดังกล่าว


     


    หมวด ๓ ทุน รายได้ และทรัพย์สิน (ร่างมาตรา ๑๒ – มาตรา ๑๖)


     


    ๑. ทุนและรายได้ในการดำเนินการของธนาคารมาจาก


     


    (๑) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจากสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)


     


    (๒) เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นทุนประเดิม


     


    (๓) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีกฎหมายกำหนดให้จัดสรรเป็นของธนาคาร


     


    (๔) การออกหุ้นและออกพันธบัตรรัฐบาลและขายในตลาด


     


    (๕) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดให้


     


    (๖) เงินหรือทรัพย์สินจากภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่น รวมทั้งจากต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้


     


    (๗) เงินหรือรายได้จากการดำเนินการของธนาคารตามอำนาจหน้าที่ของธนาคาร


     


    (๘) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของธนาคาร


     


    (๙) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร


     


    กำหนดทุนเรือนหุ้นของธนาคารไว้หกพันล้านบาท แบ่งเป็นหกสิบล้านหุ้น มีมูลค่าหุ้นละหนึ่งร้อยบาท โดยให้ธนาคารขายหุ้นให้แก่กระทรวงการคลัง หรือสถาบันการเงินอื่นของรัฐ ส่วนที่เหลือให้ธนาคารขายหุ้นให้แก่กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันเกษตรกร ชุมชน องค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน โดยหากมีจำนวนหุ้นคงเหลืออีกจำนวนเท่าใดจึงจะนำออกขายให้แก่ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเอกชน หรือบุคคลอื่น


     


    ให้กระทรวงการคลังซื้อหุ้นของธนาคารได้ตามจำนวนที่เห็นสมควร แต่จะต้องไม่เกินร้อยละห้าสิบเอ็ดของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด


     


    หมวด ๔ คณะกรรมการและกรรมการผู้จัดการ (ร่างมาตรา ๑๗ – มาตรา ๓๗)


     


    ๑. คณะกรรมการธนาคารที่ดิน ประกอบด้วย


     


    (๑) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการ


     


    (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสามคน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลัดกระทรวงมหาดไทย


     


    (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสี่คน ซึ่งไม่เป็นข้าราชการประจำ และเป็นผู้มีประสบการณ์ทางด้านการบริหาร การพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ การเงิน การคลัง กฎหมาย ซึ่งมาจากการคัดเลือก โดยคณะกรรมการคัดเลือก และได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี


     


    (๔) กรรมการผู้แทนเกษตรกรหรือผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนสองคน ซึ่งมาจากการคัดเลือก โดยคณะกรรมการคัดเลือก และได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี


     


    กรรมการผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ


     


    ประธานกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการเงินการคลังที่เป็นประจักษ์ว่าสามารถบริหารจัดการธนาคารที่ดินได้


     


    คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคาร


                                      ๒. กรรมการผู้จัดการ


     


    กรรมการผู้จัดการต้องเป็นผู้ที่มีความรู้หรือความชัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับการธนาคาร การเศรษฐกิจ การเกษตร การสหกรณ์ หรือกฎหมาย และสามารถทำงานให้แก่ธนาคารได้เต็มเวลาโดยคณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนกรรมการผู้จัดการ


     


    การแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการและการดำรงตำแหน่ง ให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง กรรมการผู้จัดการได้รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ตามที่คณะกรรมการกำหนด


     


    กรรมการผู้จัดการมีหน้าที่บริหารกิจการของธนาคารให้เป็นไปตามนโยบายและข้อบังคับของธนาคาร และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของธนาคารทุกตำแหน่ง ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของธนาคาร


     


    หมวด ๕ ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการธนาคาร (ร่างมาตรา ๓๘ – มาตรา ๔๔)


     


    ธรรมาภิบาลหรือบรรษัทภิบาล (corporate governance) เป็นหลักการสำคัญในการดำเนินงานของธนาคาร เพื่อสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบและหลีกเลี่ยงการแทรกแซงและการทุจริตแสวงหาผลประโยชน์ ดังนั้น จึงมีหมวด “ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการธนาคาร” โดยกำหนดว่า ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ และพนักงานของธนาคาร มีหน้าที่ต้องกระทำการและสงวนรักษาประโยชน์และทรัพยากรของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเช่นบุคคลผู้มีความรอบคอบและสุจริตพึงกระทำในการนั้น (fiduciary duty) การไม่กระทำการตามหน้าที่ เป็นเหตุให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง และเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้นั้นได้ โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ห้ามมิให้ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ และพนักงานประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของธนาคาร หรือเข้าเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นกรรมการของบริษัทเอกชนหรือบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของธนาคารไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ตน หรือประโยชน์ผู้อื่น เว้นแต่จะได้แจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง และห้ามมิให้ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ และพนักงานคนใดซื้อทรัพย์สินของธนาคาร หรือขายทรัพย์สินให้แก่ธนาคารหรือกระทำธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่งกับธนาคาร ไม่ว่าจะกระทำในนามของตนหรือของบุคคลอื่น ถ้ามิได้แสดงต่อคณะกรรมการและได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการแล้ว การซื้อขายหรือกระทำธุรกิจนั้นไม่มีผลผูกพันธนาคาร ทั้งนี้ กำหนดให้คณะกรรมการต้องจัดทำนโยบายจริยธรรมของการดำเนินการ โดยเฉพาะด้านความโปร่งใสและซื่อตรงของพนักงานในกระบวนการจัดซื้อ ให้สิทธิ และพัฒนาที่ดิน อันเป็นหลักการของการป้องกันการขัดกันของผลประโยชน์


     


    ธนาคารต้องจัดทำและเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธนาคาร โดยต้องเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนได้รับทราบและสามารถตรวจสอบได้


     


    โดยประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการผู้จัดการต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อผู้ถือหุ้นหรือผู้ทำธุรกรรมหรือข้อตกลงอื่นกับธนาคาร เพื่อความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ทุจริตหรือมีส่วนในการไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว


     


    หมวด ๖ การได้มา การจัดการ การดูแลรักษา และการนำไปใช้ประโยชน์ซึ่งที่ดินและทรัพย์สินอื่น ในการดำเนินกิจการของธนาคาร (ร่างมาตรา ๔๕ – มาตรา ๕๒)


     


    ความในหมวดนี้กำหนดเรื่องที่มาของที่ดินที่จะนำมาสู่การบริหารจัดการของธนาคาร ซึ่งมาจากที่ดินของเอกชนที่ธนาคารได้มาโดยนิติกรรมและสัญญา อันเป็นการทำนิติกรรมปกติของธนาคาร ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอาจมีมติให้ธนาคารนำที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นใดมาใช้ในกิจการของธนาคารด้วยก็ได้


     


    ธนาคารสามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ได้มาโดยนิติกรรมและสัญญาไว้และนำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของธนาคารได้ โดยไม่ถือว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือพัฒนาการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร การถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินของธนาคารไม่อยู่ภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดระยะเวลาการถือครองกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการเงิน


     


    ที่ดินที่ธนาคารถือครองและยังเป็นทรัพย์สินของรัฐ จะไม่สามารถจำหน่ายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ให้แก่บุคคลอื่นได้ เว้นแต่จะได้ดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดินหรือถอนสภาพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น


     


    การจัดทำและรักษาทะเบียนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ของธนาคาร ซึ่งต้องแสดงที่ตั้งและอาณาเขตที่อยู่ในความครอบครองหรือดูแลรักษาของธนาคาร


     


    หมวด ๗ การกำกับ และการควบคุม (ร่างมาตรา ๕๓)


     


    ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคาร โดยรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ธนาคารชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือทำรายงานเกี่ยวกับกิจการของธนาคาร และมีอำนาจตั้งบุคคลเพื่อตรวจสอบและรายงานกิจการและทรัพย์สินของธนาคาร แต่ไม่ว่าในกรณีใด รัฐมนตรีจะสั่งให้ตรวจสอบหรือรายงานเพื่อทราบกิจการหรือทรัพย์สินของเอกชนคนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะที่มีหรือปรากฏอยู่ในธนาคารมิได้


     


    เมื่อรัฐมนตรีได้รับรายงานจากผู้ตรวจสอบแล้ว ถ้าเห็นว่าการดำเนินงานของธนาคารขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีหรืออยู่ในลักษณะอันจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ธนาคารหรือแก่ประโยชน์ของประชาชน รัฐมนตรีมีอำนาจยับยั้งหรือสั่งแก้ไขการดำเนินงานของธนาคารได้


     


    หมวด ๘ การประชุมผู้ถือหุ้น (ร่างมาตรา ๕๔ – มาตรา ๕๗)


     


    ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดสาระสำคัญของการประชุมผู้ถือหุ้น ดังนี้


     


    ๑.  การประชุมใหญ่สามัญของผู้ถือหุ้นปีละหนึ่งครั้ง ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของแต่ละปี


     


    ๒. การประชุมใหญ่วิสามัญ คณะกรรมการจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร


     


    องค์ประชุมใหญ่สามัญและวิสามัญ จะต้องประกอบด้วยผู้ถือหุ้นหรือผู้แทนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและมีจำนวนหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนหุ้นที่มีผู้ถือแล้ว และให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดที่เกี่ยวกับระเบียบ
    การประชุม การลงคะแนน และสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน มาใช้บังคับโดยอนุโลม


     


    หมวด ๙ การจัดสรรกำไร (ร่างมาตรา ๕๘ – มาตรา ๖๐)


     


    ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้นำกำไรสุทธิประจำปีที่เหลือจากการจัดสรรเพื่อจ่ายโบนัสตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ส่วนที่เหลือให้โอนเข้าบัญชีกำไรสะสม โดยห้ามมิให้ธนาคารจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไรสะสม ทั้งนี้ ทุกคราวที่ธนาคารจ่ายเงินปันผล ให้ธนาคารจัดสรรกำไรสะสมไว้เป็นเงินสำรองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเงินปันผลที่จ่าย โดยเมื่อเงินสำรองดังกล่าวมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้วหรือมากกว่านั้น ธนาคารจะงดการจัดสรรหรือลดจำนวนเงินที่จะต้องจัดสรรเป็นเงินสำรองก็ได้


     


    หมวด ๑๐ การสอบบัญชีและรายงาน (ร่างมาตรา ๖๑ – มาตรา ๖๓)


     


    ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้คณะกรรมการจัดให้มีการสอบบัญชีของธนาคารอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง


     


    ธนาคารรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่แล้ว ต่อคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของแต่ละปี รายงานนั้นให้กล่าวถึงผลงานของธนาคารในปีที่ล่วงมาแล้ว คำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของธนาคารและแผนงานที่จะจัดทำในปีต่อไป


     


    หมวด ๑๑ บทเบ็ดเสร็จ (ร่างมาตรา ๖๔)


     


    ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้การดำเนินการเกี่ยวกับกิจการของธนาคาร ถ้าธนาคารเกี่ยวข้องกับกิจ

    • หมวด ๑ การจัดตั้ง
    • ธนาคารที่ดิน มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นหน่วยงานของรัฐเรียกโดยย่อว่า ธ.ด.”และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Land Bank” เรียกโดยย่อว่า “TLB”


       


      ธนาคารมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง และจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทน ณ ที่อื่นใดภายในราชอาณาจักรได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ซึ่งต้องวิเคราะห์ถึงต้นทุนของธนาคารประกอบการเสนอคณะกรรมการด้วย โดยอาจมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐแห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีที่ทำการในต่างจังหวัด ทำหน้าที่สาขาหรือตัวแทนของธนาคารโดยมีค่าตอบแทนก็ได้

    • วัตถุประสงค์
    •  


      ๑. ธนาคารมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้


       


      ๑.๑ ดำเนินการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ


       


      ๑.๒ ดำเนินการเพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน และมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน


       


      ๑.๓ ดำเนินการเพื่อเป็นแหล่งทุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกร และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่มีความมั่นคงและยั่งยืน


       


      ๑.๔ ดำเนินการเพื่อคุ้มครองการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศ และสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีความมั่นคงและยั่งยืน


       


      ๑.๕ รวบรวมข้อมูลที่ดิน และเป็นตัวกลางระหว่างผู้ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินกับเจ้าของที่ดินที่ยังมิได้ใช้ประโยชน์หรือเจ้าของที่ดินที่ยังไม่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเต็มที่


       


      ๑.๖ เป็นตลาดกลางที่ดินเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม และยั่งยืน


       


      ๑.๗ ส่งเสริม และสนับสนุนการบริหารจัดการที่ดินให้ชุมชนบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน ทั้งที่ดินทำกินและที่ดินสำหรับการอยู่อาศัย


       


      ๑.๘ เป็นกลไกของรัฐในการสำรองที่ดิน เพื่อสร้างประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ หรือเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาชนบทหรือเมือง หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ


       


      ๒. ธนาคารมีอำนาจดังต่อไปนี้


       


      ๒.๑ ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่างๆ ในอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์


       


      ๒.๒ ทำนิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร เช่น ซื้อ ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ภายใต้ราคาและช่วงเวลาการตัดสินใจที่เหมาะสม ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้


       


      ๒.๓ ซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ไถ่ถอนจำนองหรือขายฝาก ลงทุนปรับปรุงพัฒนาที่ดินหรือขยายการทำประโยชน์ หรือเพื่อกิจการอื่นตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร


       


      ๒.๔ ให้กู้เงินเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร


       


      ๒.๕ กู้เงินหรือออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน


       


      ๒.๖ ออก ซื้อ หรือขายตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด รวมทั้งเก็บเงินตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือดังกล่าว


       


      ๒.๗ ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล เช่น พันธบัตรหรือตั๋วเงินคลังตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร


       


      ๒.๘ รับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันมีกำหนดจากกลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และผู้ที่ทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร แต่การรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไปต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน


       


      ๒.๙ ค้ำประกันการชำระหนี้สินจากการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน


       


      ๒.๑๐ มีบัญชีเงินฝากไว้กับสถาบันการเงินอื่นเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานของธนาคาร


       


      ๒.๑๑ เรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการให้กู้เงินหรือค้ำประกันเงินกู้และค่าบริการอื่นๆ


       


      ๒.๑๒ ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมทั้งสนับสนุนทางการเงินแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม


       


      ๒.๑๓ ลงทุน หรือร่วมลงทุนกับภาครัฐหรือเอกชนเพื่อพัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงที่ดินหรือสิทธิประโยชน์ในที่ดิน หรือเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของธนาคาร


       


      ๒.๑๔ ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินของรัฐและจัดหาที่ดินของเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า เพื่อให้เกษตรกรและผู้ยากจนได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง


       


      ๒.๑๕ กระทำการอื่นตามกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นเพื่อให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือหน้าที่ของธนาคาร


       


      ๓. ห้ามมิให้ธนาคารกระทำการดังต่อไปนี้


       


      ๓.๑ ให้กรรมการหรือกรรมการผู้จัดการ หรือคู่สมรสของกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการกู้ยืมเงิน


       


      ๓.๒ รับหุ้นของธนาคารเองเป็นประกัน


       


      ๓.๓ จ่ายเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กรรมการ กรรมการผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร เป็นค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องแต่การกระทำหรือการประกอบธุรกิจใดๆ ของธนาคาร ทั้งนี้ นอกจากเงินเดือนและเงินอื่นๆ ซึ่งพึงจ่ายตามกฎหมาย


       


      นอกจากนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังห้ามคณะกรรมการ กรรมการผู้จัดการ พนักงาน และลูกจ้างของธนาคาร รับประโยชน์หรือทรัพย์สินจากธนาคารไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมอันเนื่องมาจากทรัพย์สินที่ธนาคารได้มา หรือรับทรัพย์สินที่ดิน สิทธิในที่ดินที่ธนาคารได้มาหรือบริหารจัดการหรือเข้าทำสัญญารับประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับธนาคารหรือเสนอสัญญาดังกล่าว


       

    • ทุน รายได้ และทรัพย์สิน
    •  


      ๑. ทุนและรายได้ในการดำเนินการของธนาคารมาจาก


       


      (๑) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจากสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)


       


      (๒) เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นทุนประเดิม


       


      (๓) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีกฎหมายกำหนดให้จัดสรรเป็นของธนาคาร


       


      (๔) การออกหุ้นและออกพันธบัตรรัฐบาลและขายในตลาด


       


      (๕) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดให้


       


      (๖) เงินหรือทรัพย์สินจากภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่น รวมทั้งจากต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้


       


      (๗) เงินหรือรายได้จากการดำเนินการของธนาคารตามอำนาจหน้าที่ของธนาคาร


       


      (๘) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของธนาคาร


       


      (๙) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร


       


      กำหนดทุนเรือนหุ้นของธนาคารไว้หกพันล้านบาท แบ่งเป็นหกสิบล้านหุ้น มีมูลค่าหุ้นละหนึ่งร้อยบาท โดยให้ธนาคารขายหุ้นให้แก่กระทรวงการคลัง หรือสถาบันการเงินอื่นของรัฐ ส่วนที่เหลือให้ธนาคารขายหุ้นให้แก่กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันเกษตรกร ชุมชน องค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน โดยหากมีจำนวนหุ้นคงเหลืออีกจำนวนเท่าใดจึงจะนำออกขายให้แก่ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเอกชน หรือบุคคลอื่น


       


      ให้กระทรวงการคลังซื้อหุ้นของธนาคารได้ตามจำนวนที่เห็นสมควร แต่จะต้องไม่เกินร้อยละห้าสิบเอ็ดของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด


       

    • คณะกรรมการและกรรมการผู้จัดการ
    •  


      ๑. คณะกรรมการธนาคารที่ดิน ประกอบด้วย


       


      (๑) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการ


       


      (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสามคน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลัดกระทรวงมหาดไทย


       


      (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสี่คน ซึ่งไม่เป็นข้าราชการประจำ และเป็นผู้มีประสบการณ์ทางด้านการบริหาร การพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ การเงิน การคลัง กฎหมาย ซึ่งมาจากการคัดเลือก โดยคณะกรรมการคัดเลือก และได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี


       


      (๔) กรรมการผู้แทนเกษตรกรหรือผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนสองคน ซึ่งมาจากการคัดเลือก โดยคณะกรรมการคัดเลือก และได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี


       


      กรรมการผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ


       


      ประธานกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการเงินการคลังที่เป็นประจักษ์ว่าสามารถบริหารจัดการธนาคารที่ดินได้


       


      คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคาร


       


       


       


       


       


      ๒. กรรมการผู้จัดการ


       


      กรรมการผู้จัดการต้องเป็นผู้ที่มีความรู้หรือความชัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับการธนาคาร การเศรษฐกิจ การเกษตร การสหกรณ์ หรือกฎหมาย และสามารถทำงานให้แก่ธนาคารได้เต็มเวลาโดยคณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนกรรมการผู้จัดการ


       


      การแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการและการดำรงตำแหน่ง ให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง กรรมการผู้จัดการได้รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ตามที่คณะกรรมการกำหนด


       


      กรรมการผู้จัดการมีหน้าที่บริหารกิจการของธนาคารให้เป็นไปตามนโยบายและข้อบังคับของธนาคาร และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของธนาคารทุกตำแหน่ง ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของธนาคาร


       

    • ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการธนาคาร
    •  


      ธรรมาภิบาลหรือบรรษัทภิบาล (corporate governance) เป็นหลักการสำคัญในการดำเนินงานของธนาคาร เพื่อสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบและหลีกเลี่ยงการแทรกแซงและการทุจริตแสวงหาผลประโยชน์ ดังนั้น จึงมีหมวด “ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการธนาคาร” โดยกำหนดว่า ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ และพนักงานของธนาคาร มีหน้าที่ต้องกระทำการและสงวนรักษาประโยชน์และทรัพยากรของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเช่นบุคคลผู้มีความรอบคอบและสุจริตพึงกระทำในการนั้น (fiduciary duty) การไม่กระทำการตามหน้าที่ เป็นเหตุให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง และเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้นั้นได้ โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ห้ามมิให้ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ และพนักงานประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของธนาคาร หรือเข้าเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นกรรมการของบริษัทเอกชนหรือบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของธนาคารไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ตน หรือประโยชน์ผู้อื่น เว้นแต่จะได้แจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง และห้ามมิให้ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ และพนักงานคนใดซื้อทรัพย์สินของธนาคาร หรือขายทรัพย์สินให้แก่ธนาคารหรือกระทำธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่งกับธนาคาร ไม่ว่าจะกระทำในนามของตนหรือของบุคคลอื่น ถ้ามิได้แสดงต่อคณะกรรมการและได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการแล้ว การซื้อขายหรือกระทำธุรกิจนั้นไม่มีผลผูกพันธนาคาร ทั้งนี้ กำหนดให้คณะกรรมการต้องจัดทำนโยบายจริยธรรมของการดำเนินการ โดยเฉพาะด้านความโปร่งใสและซื่อตรงของพนักงานในกระบวนการจัดซื้อ ให้สิทธิ และพัฒนาที่ดิน อันเป็นหลักการของการป้องกันการขัดกันของผลประโยชน์


       


      ธนาคารต้องจัดทำและเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธนาคาร โดยต้องเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนได้รับทราบและสามารถตรวจสอบได้


       


      โดยประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการผู้จัดการต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อผู้ถือหุ้นหรือผู้ทำธุรกรรมหรือข้อตกลงอื่นกับธนาคาร เพื่อความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ทุจริตหรือมีส่วนในการไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว


       

    • การได้มา การจัดการ การดูแลรักษา และการนำไปใช้ประโยชน์ซึ่งที่ดินและทรัพย์สินอื่น ในการดำเนินกิจการของ
    •  


      ความในหมวดนี้กำหนดเรื่องที่มาของที่ดินที่จะนำมาสู่การบริหารจัดการของธนาคาร ซึ่งมาจากที่ดินของเอกชนที่ธนาคารได้มาโดยนิติกรรมและสัญญา อันเป็นการทำนิติกรรมปกติของธนาคาร ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอาจมีมติให้ธนาคารนำที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นใดมาใช้ในกิจการของธนาคารด้วยก็ได้


       


      ธนาคารสามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ได้มาโดยนิติกรรมและสัญญาไว้และนำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของธนาคารได้ โดยไม่ถือว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือพัฒนาการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ของธนาคาร การถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินของธนาคารไม่อยู่ภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดระยะเวลาการถือครองกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการเงิน


       


      ที่ดินที่ธนาคารถือครองและยังเป็นทรัพย์สินของรัฐ จะไม่สามารถจำหน่ายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ให้แก่บุคคลอื่นได้ เว้นแต่จะได้ดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดินหรือถอนสภาพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น


       


      การจัดทำและรักษาทะเบียนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ของธนาคาร ซึ่งต้องแสดงที่ตั้งและอาณาเขตที่อยู่ในความครอบครองหรือดูแลรักษาของธนาคาร


       

    • การกำกับ และการควบคุม
    •  


      ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคาร โดยรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ธนาคารชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือทำรายงานเกี่ยวกับกิจการของธนาคาร และมีอำนาจตั้งบุคคลเพื่อตรวจสอบและรายงานกิจการและทรัพย์สินของธนาคาร แต่ไม่ว่าในกรณีใด รัฐมนตรีจะสั่งให้ตรวจสอบหรือรายงานเพื่อทราบกิจการหรือทรัพย์สินของเอกชนคนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะที่มีหรือปรากฏอยู่ในธนาคารมิได้


       


      เมื่อรัฐมนตรีได้รับรายงานจากผู้ตรวจสอบแล้ว ถ้าเห็นว่าการดำเนินงานของธนาคารขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีหรืออยู่ในลักษณะอันจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ธนาคารหรือแก่ประโยชน์ของประชาชน รัฐมนตรีมีอำนาจยับยั้งหรือสั่งแก้ไขการดำเนินงานของธนาคารได้


       

    • การประชุมผู้ถือหุ้น
    •  


      ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดสาระสำคัญของการประชุมผู้ถือหุ้น ดังนี้


       


      ๑.  การประชุมใหญ่สามัญของผู้ถือหุ้นปีละหนึ่งครั้ง ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของแต่ละปี


       


      ๒. การประชุมใหญ่วิสามัญ คณะกรรมการจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร


       


      องค์ประชุมใหญ่สามัญและวิสามัญ จะต้องประกอบด้วยผู้ถือหุ้นหรือผู้แทนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและมีจำนวนหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนหุ้นที่มีผู้ถือแล้ว และให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดที่เกี่ยวกับระเบียบการประชุม การลงคะแนน และสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน มาใช้บังคับโดยอนุโลม


       

    • การจัดสรรกำไร
    •  


      ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้นำกำไรสุทธิประจำปีที่เหลือจากการจัดสรรเพื่อจ่ายโบนัสตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ส่วนที่เหลือให้โอนเข้าบัญชีกำไรสะสม โดยห้ามมิให้ธนาคารจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไรสะสม ทั้งนี้ ทุกคราวที่ธนาคารจ่ายเงินปันผล ให้ธนาคารจัดสรรกำไรสะสมไว้เป็นเงินสำรองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเงินปันผลที่จ่าย โดยเมื่อเงินสำรองดังกล่าวมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้ว หรือมากกว่านั้น ธนาคารจะงดการจัดสรรหรือลดจำนวนเงินที่จะต้องจัดสรรเป็นเงินสำรองก็ได้


       

    • การสอบบัญชีและรายงาน
    •  


      ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้คณะกรรมการจัดให้มีการสอบบัญชีของธนาคารอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง


       


      ธนาคารรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่แล้ว ต่อคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของแต่ละปี รายงานนั้นให้กล่าวถึงผลงานของธนาคารในปีที่ล่วงมาแล้ว คำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของธนาคารและแผนงานที่จะจัดทำในปีต่อไป


       

    • บทเบ็ดเสร็จ
    •  


      ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้การดำเนินการเกี่ยวกับกิจการของธนาคาร ถ้าธนาคารเกี่ยวข้องกับกิจการใดที่กฎหมายกำหนดให้มีการจดทะเบียนในอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้ธนาคารได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนั้น


       

    • บทกำหนดโทษ
    •  


      ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทกำหนดโทษทางอาญา ดังนี้


       


      ๑. ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ พนักงาน หรือลูกจ้างผู้ใดล่วงรู้กิจการของธนาคารอันเนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้ อันเป็นกิจการที่ตามปกติวิสัยพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย หรือเป็นกิจการที่คณะกรรมการมีมติให้สงวนไว้ไม่เปิดเผย ถ้าผู้นั้นนำไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


       


      ๒. ผู้ใดนอกจากบุคคลตาม ๑. รู้ความลับเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของธนาคารตามพระราชบัญญัตินี้ กระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นรู้ความลับดังกล่าวซึ่งมิใช่เป็นการปฏิบัติการตามกฎหมายหรือตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


       

    • บทเฉพาะกาล
    •  


      ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดบทเฉพาะกาลอันมีสาระสำคัญ ดังนี้


       


      ๑. เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยกเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และให้โอนบุคคลากรของสถาบันบริหารจัดการที่ดิน (องค์การมหาชน) ไปเป็นของธนาคาร และให้ทำการชำระบัญชี โอนบรรดากิจการ งบประมาณ หนี้สิน สินทรัพย์ ตลอดจนสิทธิและความรับผิดของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และโครงการที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีไปเป็นของธนาคารตามพระราชบัญญัตินี้


       


      ๒. ในวาระเริ่มแรก


       


      ๒.๑ ให้คณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ทำหน้าที่คณะกรรมการธนาคารไปจนกว่าคณะกรรมการธนาคารเข้ารับหน้าที่ และให้ดำเนินการให้มีคณะกรรมการธนาคารตามพระราชบัญญัตินี้ให้ครบถ้วน ทั้งนี้ ระยะเวลาต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ


       


      ๒.๒ ให้ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคาร และไม่ให้ถือว่าการเปลี่ยนไปเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการออกจากงานเพราะสังกัดเดิมเลิกจ้าง และให้ถือว่าระยะเวลาทำงานในขณะที่เป็นผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินเป็นระยะเวลาที่ทำงานให้แก่ธนาคาร


       


      ๓. ให้ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ที่ประสงค์จะโอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารแสดงความจำนงต่อกรรมการผู้จัดการธนาคาร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยต้องผ่านการประเมินตามที่คณะกรรมการธนาคารกำหนด ในกรณีไม่แสดงความจำนงภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแสดงความจำนงว่าไม่ประสงค์จะโอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร ต้องได้รับค่าตอบแทนการเลิกจ้างอย่างเหมาะสม แต่ต้องไม่น้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่สิ้นสุดระยะเวลาที่แสดงความประสงค์ และในระหว่างการประเมินการโอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร ให้ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นเท่าที่ได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อน แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ


       


      ทั้งนี้ การเปลี่ยนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารไม่ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะสังกัดเดิมเลิกจ้าง และไม่ให้ถือว่าระยะเวลาทำงานในขณะที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เป็นเวลาที่ทำงานให้แก่ธนาคาร แต่ต้องได้รับการชดเชยตามระเบียบว่าด้วยค่าตอบแทนการเลิกจ้างของผู้ปฏิบัติงานสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)


       


      ๔. ในระหว่างที่ไม่มีระเบียบ ข้อบังคับ ของธนาคาร ให้นำระเบียบและข้อบังคับของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ที่มีอยู่มาใช้บังคับไปพลางก่อนเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้


       


       


       


       


       

    • บทเฉพาะกาล
    •  


      ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดบทเฉพาะกาลอันมีสาระสำคัญ ดังนี้


       


      ๑. เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยกเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และให้โอนบุคคลากรของสถาบันบริหารจัดการที่ดิน (องค์การมหาชน) ไปเป็นของธนาคาร และให้ทำการชำระบัญชี โอนบรรดากิจการ งบประมาณ หนี้สิน สินทรัพย์ ตลอดจนสิทธิและความรับผิดของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และโครงการที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีไปเป็นของธนาคารตามพระราชบัญญัตินี้


       


      ๒. ในวาระเริ่มแรก


       


      ๒.๑ ให้คณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ทำหน้าที่คณะกรรมการธนาคารไปจนกว่าคณะกรรมการธนาคารเข้ารับหน้าที่ และให้ดำเนินการให้มีคณะกรรมการธนาคารตามพระราชบัญญัตินี้ให้ครบถ้วน ทั้งนี้ ระยะเวลาต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ


       


      ๒.๒ ให้ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคาร และไม่ให้ถือว่าการเปลี่ยนไปเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการออกจากงานเพราะสังกัดเดิมเลิกจ้าง และให้ถือว่าระยะเวลาทำงานในขณะที่เป็นผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินเป็นระยะเวลาที่ทำงานให้แก่ธนาคาร


       


      ๓. ให้ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ที่ประสงค์จะโอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารแสดงความจำนงต่อกรรมการผู้จัดการธนาคาร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยต้องผ่านการประเมินตามที่คณะกรรมการธนาคารกำหนด ในกรณีไม่แสดงความจำนงภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแสดงความจำนงว่าไม่ประสงค์จะโอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร ต้องได้รับค่าตอบแทนการเลิกจ้างอย่างเหมาะสม แต่ต้องไม่น้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่สิ้นสุดระยะเวลาที่แสดงความประสงค์ และในระหว่างการประเมินการโอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร ให้ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นเท่าที่ได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อน แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ


       


      ทั้งนี้ การเปลี่ยนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารไม่ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะสังกัดเดิมเลิกจ้าง และไม่ให้ถือว่าระยะเวลาทำงานในขณะที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เป็นเวลาที่ทำงานให้แก่ธนาคาร แต่ต้องได้รับการชดเชยตามระเบียบว่าด้วยค่าตอบแทนการเลิกจ้างของผู้ปฏิบัติงานสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)


       


      ๔. ในระหว่างที่ไม่มีระเบียบ ข้อบังคับ ของธนาคาร ให้นำระเบียบและข้อบังคับของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ที่มีอยู่มาใช้บังคับไปพลางก่อนเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้


       


       


       


       


       

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


1 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น พีระ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย พีระ

    พิจารณาจากหลักการของร่าง พรบ. ฉบับนี้แล้วเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ยากจน ที่จะมีแหล่งเงินทุนเพื่อสนับหนุนในด้านนี้ อยากให้มีการจัดตั้งธนาคารที่ดินโดยเร็ว