Facebook


ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 147 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

     สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเพื่อให้การตรากฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถแสดงความเห็นผ่านทางเว็บไซต์เว็บไซต์ www.lawamendment.go.th ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

 

 

 



    กรุณากรอกแบบสอบถามการรับฟังความคิดเห็นผ่าน https://goo.gl/forms/qebNacqZFfxX8J7m2

 


    กรุณาดาวน์โหลดร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  และข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น จากลิ้งค์ด้านล่าง

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    หลักการ


     


              โดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษปรับสำหรับความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญาตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558 จากเดิมต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท เป็นต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และโดยที่ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ส่วนใหญ่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ สมควรปรับปรุงอัตราโทษปรับสำหรับความผิดที่อยู่ในระดับลหุโทษซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบ ให้มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์และสอดคล้องกับประมวลกฎหมายอาญา ประกอบกับมาตรการต่าง ๆ ที่ใช้ในการป้องปรามการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเกรงกลัวต่อการกระทำความผิดอันส่งผลให้มาตรการป้องกันอุบัติภัยไม่ได้ผลเท่าที่ควร อีกทั้งมาตรการเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนยังไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมของประเทศ สมควรปรับปรุงมาตรการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน



    สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา


     


              (๑) ปัจจุบันปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ขับขี่ที่ได้รับใบสั่งจำนวนมากมิได้ชำระค่าปรับตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ ประกอบกับมาตรการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะบังคับให้ผู้ขับขี่ดังกล่าวมาชำระค่าปรับได้ ปัจจัยดังกล่าวยังเป็นสาเหตุสำคัญต่อข้อเท็จจริง ในปัจจุบันว่ามีผู้ขับขี่จำนวนมากกระทำความผิดซ้ำหลายครั้งโดยไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษตามกฎหมายจึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และแก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการออกหลักฐานชั่วคราวแทนการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีให้เจ้าของรถหรือตัวแทนเจ้าของรถ เพื่อให้บุคคลที่กระทำความผิดมาชำระค่าปรับตามกฎหมาย


    (2) ผู้ขับขี่รถยนต์จำนวนมากฝ่าฝืนกฎจราจร เนื่องจากเห็นว่า ค่าปรับตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มีจำนวนเล็กน้อย ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผลเท่าที่ควร


              (3) มาตรการที่ใช้ในการลงโทษผู้กระทำความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นและฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มีเฉพาะมาตรการที่บังคับเอาแก่ตัวผู้กระทำความผิด แต่หาได้มีมาตรการที่บังคับเอาแก่รถของผู้กระทำความผิดไม่ เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวการกระทำความผิดจึงจำเป็นต้องนำมาตรการยึดรถที่ใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนไว้เท่าที่จำเป็นต่อการป้องกันหรือรักษาความปลอดภัยสาธารณะ


              (4) การรวมกลุ่มหรือมั่วสุม หรือจัดให้มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่จะนำไปสู่การแข่งรถยนต์หรือจักรยานยนต์ในทาง เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงจำเป็นต้องกำหนดความผิดและโทษสำหรับการกระทำความผิดดังกล่าวลงในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 46/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะ เพื่อยับยังและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรำคาญและความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นเนื่องจากการแข่งรถในทาง ซึ่งจักเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปและจัดระเบียบสังคม


     


              (5) พฤติกรรมของผู้ขับขี่ยานพาหนะส่วนใหญ่ขาดวินัย ละเลย ฝ่าฝืน และจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อาทิ การขับรถเร็ว การขับขี่ยานพาหนะในขณะเมาสุรา ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการเพื่อความปลอดภัยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
    ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



    • ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา
    • ด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยด้านการจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวแก่ผู้กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ที่ผ่านมาผู้กระทำความผิดที่ได้รับใบสั่งให้ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบจำนวนมากมิได้ชำระค่าปรับตามใบสั่งดังกล่าว ประกอบกับมาตรการที่จะใช้บังคับให้บุคคลดังกล่าวมาชำระค่าปรับยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผลเท่าที่ควร ประกอบกับปัจจุบันได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษปรับสำหรับความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558 และเนื่องจากความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ส่วนใหญ่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ สมควรปรับปรุงอัตราโทษปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายอาญา อีกทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในปัจจุบันได้มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุม หรือจัดให้มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะนำไปสู่การแข่งรถในทางอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สมควรกำหนดความผิดและโทษสำหรับการกระทำดังกล่าว นอกจากนี้ มาตรการตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมิได้ก่อให้เกิดความเกรงกลัวแก่ผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมายดังกล่าว และบทบัญญัติหลายมาตราก็ล้าสมัยไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและเทคโนโลยีในปัจจุบัน อีกทั้งคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554 มีความเห็นว่า มาตรการเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนยังไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมของประเทศ จึงได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2559 เห็นชอบข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมายด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ขาดวินัย ละเลย ฝ่าฝืน และจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ใน 5 ประเด็น ได้แก่ (1) เมาแล้วขับ (2) ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด (3) ใบอนุญาตขับขี่ (4) รถโดยสารสาธารณะ และ (5) การคาดเข็มขัดนิรภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ยกร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ขึ้น


       


       


       

  • หลักการอันเป็นสาระสำคัญของกฎหมายที่จะตราขึ้น
  •           (1) แก้ไขเพิ่มเติมน้ำหนักของรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่ไม่ต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายสุดหรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทาง แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2557 (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 35 วรรคสาม)


     


              (2) กำหนดให้ผู้ขับขี่มีหน้าที่ต้องจัดให้คนโดยสารซึ่งนั่งในรถทุกคนต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารรถยนต์ และคนโดยสารรถยนต์ดังกล่าวต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งในขณะโดยสารรถยนต์ด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123 วรรคสอง)


              (3) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการบังคับสำหรับผู้ขับขี่ที่ได้รับใบสั่งตามมาตรา 140 ซึ่งไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งดังกล่าว (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 141 ทวิ)


              (4) กำหนดให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจสั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ว่าเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่ด้วยวิธีการตรวจทดสอบลมหายใจ ปัสสาวะ เลือด หรือวิธีการอื่นอย่างชัดแจ้ง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 142 วรรคห้า)


              (5) กำหนดให้ค่าใช้จ่ายในการตรวจทดสอบว่าผู้ขับขี่เมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่ สั่งจ่ายจากงบประมาณที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากการทรวงการคลัง (เพิ่มมาตรา 142 วรรคหก)


              (6) กำหนดให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจนำรถที่ใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา 43 (2) หรือ (8) หรือมาตรา 134 มาเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว และกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษารถดังกล่าว (เพิ่มมาตรา 142/1)


              (7) กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดที่พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจเปรียบเทียบ (เพิ่มมาตรา 145 วรรคสาม)


              (8) เพิ่มมาตรการเพิ่มโทษสำหรับผู้ขับขี่ซึ่งได้กระทำความผิดซ้ำ (เพิ่มมาตรา 145/1)


              (9) แก้ไขอัตราโทษสำหรับความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษให้สอดคล้องกับการแก้ไขอัตราโทษสำหรับความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558 (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 147 มาตรา 148 วรรคหนึ่ง มาตรา 149 มาตรา 150 มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 153 มาตรา 154 มาตรา 155 มาตรา 156 มาตรา 157 มาตรา 157/1 วรรคหนึ่ง และมาตรา 158)


              (10) แก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษในความผิดฐานแข่งรถในทาง หรือจัด สนับสนุน หรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทางโดยมิได้รับอนุญาต และกำหนดความผิดและอัตราโทษของการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมหรือจัดให้มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะนำไปสู่การแข่งรถในทางโดยมิได้รับอนุญาต (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 160 ทวิ)


              (11) แก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น และกำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งยึดรถที่ใช้ขับขี่ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 160 ตรี)


              (12) กำหนดเพิ่มเติมให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาลและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมีอำนาจสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้กระทำความผิดด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 161 วรรคหนึ่ง)


              (13) กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจกำหนดวิธีการบันทึกข้อมูลการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 161 วรรคสอง)


     


              (14) แก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่ซึ่งได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 161 วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหก)

    • ประเด็นที่จะรับฟังความคิดเห็น
    • (1) เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขเพิ่มเติมน้ำหนักของรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่ไม่ต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายสุดหรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทาง แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2557 (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 35 วรรคสาม)


                (2) เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ผู้ขับขี่มีหน้าที่ต้องจัดให้คนโดยสารซึ่งนั่งในรถต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารรถยนต์ และคนโดยสารรถยนต์ดังกล่าวต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งในขณะโดยสารรถยนต์ด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123 วรรคสอง)


                (3) เห็นด้วยหรือไม่กับมาตรการบังคับสำหรับผู้ขับขี่ที่ได้รับใบสั่งตามมาตรา 140 ซึ่งไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งดังกล่าว (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 141 ทวิ)


                (4) เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
      มีอำนาจสั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ว่าเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่ด้วยวิธีการตรวจทดสอบลมหายใจ ปัสสาวะ เลือด หรือวิธีการอื่นอย่างชัดแจ้ง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 142 วรรคห้า)


                (5) เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ค่าใช้จ่ายในการตรวจทดสอบว่าผู้ขับขี่เมาสุราหรือของเมา
      อย่างอื่นหรือไม่ สั่งจ่ายจากงบประมาณที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง (เพิ่มมาตรา 142 วรรคหก)


                (6) เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
      มีอำนาจนำรถที่ใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา 43 (2) หรือ (8) หรือมาตรา 134 มาเก็บรักษาไว้
      เป็นการชั่วคราว และกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษารถดังกล่าว (เพิ่มมาตรา 142/1)


                (7) เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดที่พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจเปรียบเทียบ (เพิ่มมาตรา 145 วรรคสาม)


                (8) เห็นด้วยหรือไม่กับการเพิ่มมาตรการเพิ่มโทษสำหรับผู้ขับขี่ซึ่งได้กระทำความผิดซ้ำ (เพิ่มมาตรา 145/1)


                (9) เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขอัตราโทษสำหรับความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ
      ให้สอดคล้องกับการแก้ไขอัตราโทษสำหรับความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558 (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 147 มาตรา 148 วรรคหนึ่ง มาตรา 149 มาตรา 150 มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 153 มาตรา 154 มาตรา 155 มาตรา 156 มาตรา 157 มาตรา 157/1 วรรคหนึ่ง และมาตรา 158)


                (10) เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษในความผิดฐานแข่งรถในทาง หรือจัด สนับสนุน หรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทางโดยมิได้รับอนุญาต และกำหนดความผิดและอัตราโทษของการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมหรือจัดให้มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะนำไปสู่การแข่งรถในทาง
      โดยมิได้รับอนุญาต (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 160 ทวิ)


                (11) เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น และกำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งยึดรถที่ใช้ขับขี่ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 160 ตรี)


                (12) เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเพิ่มเติมให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาลและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมีอำนาจสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้กระทำความผิดด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 161 วรรคหนึ่ง)


                (13) เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจกำหนดวิธีการบันทึกข้อมูลการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 161 วรรคสอง)


       


                (14) เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่ซึ่งได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 161 วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหก)

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail