Facebook


ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 701 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

บันทึกหลักการและเหตุผล

ประกอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

_______________________

หลักการ

                   แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้

                   (๑) แก้ไขเพิ่มเติมนิยามคำว่า พยานและเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า พนักงานเจ้าหน้าที่
(ร่างมาตรา ๔ และร่างมาตรา ๕)  

                  (๒) แก้ไขเพิ่มเติมให้มาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานโดยกำหนดให้เป็นมาตรฐานกลางในการคุ้มครองพยาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพยานบุคคล และเกิดความมั่นใจในการให้ข้อเท็จจริงทุกขั้นตอนของการพิจารณาคดี (ร่างมาตรา ๖)

                   (๓) แก้ไขเพิ่มเติมให้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ร่างมาตรา ๘ (๒) (๓) ,มาตรา ๙/๑ มาตรา ๑๐ (๓) (๗) มาตรา ๑๒ (๖)    

                   (๔) เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายนี้
โดยคำนึงถึงการคุ้มครองพยานที่จะได้รับผลกระทบต่อภัยคุกคามทุกรูปแบบ หมวด ๓/๑ พนักงานเจ้าหน้าที่
ร่างมาตรา ๑๔/๑ มาตรา ๑๔/๒ มาตรา ๑๔/๓ และมาตรา ๑๔/๔

                   (๕) แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนที่จำเป็นและสมควรแก่พยานอันเป็นการจ่ายเพื่อเป็นค่าป่วยการที่พยานได้ให้ข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่จำเป็นแก่รัฐ ซึ่งรวมถึงกรณีที่พยานมาศาลแต่ไม่ได้เบิกความด้วย (ร่างมาตรา ๑๗)

                   (๖) แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษ กรณีการเปิดเผยความลับเกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน และกรณีการให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ร่างมาตรา ๒๑ ร่างมาตรา ๒๔ และร่างมาตรา ๒๖

 

เหตุผล

                   โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางมาตราที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน  การปฏิบัติงานของหน่วยงาน     ที่เกี่ยวข้องยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้อกำหนดบางมาตรายังไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้ เพื่อให้พยานเกิดความเชื่อมั่น ได้รับความคุ้มครองและการปฏิบัติที่เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

 

 

 

 

ร่าง

พระราชบัญญัติ

คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..)

พ.ศ. ....

_______________________

           ..........................................................................................................................................................................................................................

                   โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา

                    พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๕ ประกอบกับมาตรา ๒๖
มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

                   เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ซึ่งอยู่ในมาตรการคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือได้รับสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งของพยาน รวมตลอดถึงให้การปฏิบัติภารกิจคุ้มครองพยานสามารถดำเนินการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

           ..........................................................................................................................................................................................................................

                   มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. ....”

                   มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                   มาตรา ๓ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า พยานในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “พยานหมายความว่า บุคคลซึ่งจะมาให้หรือได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาหรือศาล ในการดำเนินคดีอาญารวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ แต่มิให้หมายความรวมถึงจำเลยที่อ้างตนเองเป็นพยาน

                   มาตรา ๔  ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ระหว่างบทนิยามคำว่า พยาน
และคำว่า
ความปลอดภัยในมาตรา ๓
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖  

                   พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

                   มาตรา ๕  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๕  ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี
แต่ละกระทรวงมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับหน่วยราชการนั้น

                   กฎกระทรวงและระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

                   มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๖ ในกรณีที่พยานอาจไม่ได้รับความปลอดภัย พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา ศาล หรือสำนักงานคุ้มครองพยาน             แล้วแต่กรณี อาจจัดให้พยานอยู่ในความคุ้มครองตามที่เห็นเป็นการสมควร หรือตามที่พยาน หรือบุคคลอื่นใดซึ่งมีประโยชน์เกี่ยวข้องได้ร้องขอ และในกรณีจำเป็นบุคคลดังกล่าวจะขอให้เจ้าพนักงานตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อื่นช่วยให้ความคุ้มครองแก่พยานได้ตามความจำเป็น ทั้งนี้ ต้องได้รับความยินยอมของพยานด้วย

                   การแจ้ง วิธีการ และการออกคำสั่งที่เจ้าพนักงานตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อื่นจะให้ความคุ้มครอง
แก่พยานตามคำร้อง การประเมินพฤติการณ์ความไม่ปลอดภัย การขยายและการสิ้นสุดซึ่งการคุ้มครอง
ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดโดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี

                   การคุ้มครองให้พยานได้รับความปลอดภัย ให้รวมถึงการจัดให้พยานอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย
เว้นแต่พยานจะไม่ให้ความยินยอม และการปกปิดมิให้มีการเปิดเผยชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอย่างอื่น
ที่สามารถระบุตัวพยานได้ ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแก่สถานะ และสภาพของพยาน และลักษณะของคดีอาญา
ที่เกี่ยวข้อง

                   มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความใน (๒) และ (๓) ของมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน
ในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   (๒) คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

                   (๓) คดีความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา เฉพาะที่เกี่ยวกับการเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น และความผิดฐานพรากเด็กและผู้เยาว์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการค้าประเวณี หรือความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการค้าประเวณี หรือสถานการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี

 

                   มาตรา ๘  ให้เพิ่มความในมาตรา ๙/๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา
พ.ศ. ๒๕๔๖

                   มาตรา ๙/๑ ในระหว่างรอการพิจารณา ตามมาตรา ๙ กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกัน
มิให้พยานได้รับอันตราย สำนักงานคุ้มครองพยานอาจใช้มาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานไปพลางก่อน
หรือประสานหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจเกี่ยวข้องให้การคุ้มครองความปลอดภัยไปก่อนก็ได้

                   มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๑๐ ให้สำนักงานคุ้มครองพยานดำเนินการเพื่อคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ
อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

                    (๑) ย้ายที่อยู่ หรือจัดหาที่พักอันเหมาะสม

                    (๒) จ่ายค่าเลี้ยงชีพที่สมควรแก่พยานหรือบุคคลที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของพยาน
เป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี เว้นแต่มีเหตุมีจำเป็นอาจขอขยาย ระยะเวลาครั้งละไม่เกินสามเดือน แต่ไม่เกินสองปี

                    (๓) ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล และหลักฐาน
ทางทะเบียนที่สามารถระบุตัวพยาน การดำเนินการจัดให้มีเลขบัตรประจำตัวประชาชนขึ้นใหม่ และการป้องกันการตรวจสอบสืบค้นเลขประจำตัวประชาชนที่จัดทำขึ้นใหม่ รวมทั้งการดำเนินการเพื่อกลับคืนสู่ฐานะเดิม
ตามคำร้องของพยานด้วย

                    (๔) ดำเนินการเพื่อให้มีอาชีพหรือให้มีการศึกษาอบรม หรือดำเนินการใดเพื่อให้พยานสามารถดำรงชีพอยู่ตามที่เหมาะสม

                    (๕) ช่วยเหลือในการเรียกร้องสิทธิที่พยานพึงได้รับ

                    (๖) ดำเนินการให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยในระยะเวลาที่จำเป็น

                    (๗) กรณีพยานได้มาเป็นพยานในคดีอาญาจนนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ฟ้องดำเนินคดีกับจำเลย หรือมีคำพิพากษาลงโทษจำเลย และจากการได้มาเป็นพยานดังกล่าวเป็นเหตุให้พยานและผู้ใกล้ชิดได้รับความเดือดร้อนหรือผลกระทบไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติให้สำนักงานคุ้มครองพยานประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล การฝึกอาชีพ
การจัดหางาน การจ่ายเงินดำรงชีพที่เหมาะสม หรือด้านอื่นๆ ตามสมควร ทั้งนี้ ตามอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้นๆ
ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

                   (๘) ดำเนินการอื่นใดให้พยานได้รับความช่วยเหลือหรือได้รับความคุ้มครอง

                   ในกรณีที่ได้มีการดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามคำขอดังกล่าว
โดยให้ถือว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ และห้ามมิให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

                   หลักเกณฑ์ วิธีการ การดำเนินการตาม (๓) ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด

                   มาตรา ๑๐  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๖) ของมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖

                   (๖) เหตุอื่นใดที่สำนักงานคุ้มครองพยานเห็นสมควร

                   มาตรา ๑๑  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖

                   มาตรา ๑๓/๑ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงานคุ้มครองพยานได้รับยกเว้นไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง
และสิ่งเทียมอาวุธปืนและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ เช่นเดียวกับราชการทหารและตำรวจตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้การมีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน
และยุทธภัณฑ์ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด

                   มาตรา ๑๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๓/๑ พนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา ๑๔/๑ ถึงมาตรา ๑๔/๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖

หมวด ๓/๑

พนักงานเจ้าหน้าที่

                   มาตรา ๑๔/๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมาย       

                   มาตรา ๑๔/๒ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้ด้วย

                   (๑) สอบปากคำผู้ยื่นคำร้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆ ตามคำร้อง

                   (๒) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกให้สถาบันการเงิน ส่วนราชการ องค์การ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคล ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ ส่งบัญชีเอกสาร หรือหลักฐานใดๆ มาเพื่อตรวจสอบ
หรือเพื่อประกอบการพิจารณา

                   (๓) มีหนังสือเรียกบุคคลใดๆ มาเพื่อให้ถ้อยคำเพื่อประกอบการพิจารณา

                   () ประสานงานกับพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล เพื่อให้มีการปกปิดชื่อ
ของพยาน

                   (๕) แสวงหาข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน เสนอความเห็นที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการกระทำอื่นใดให้ได้มาซึ่งข้อมูลและความเห็น

                   (๖) มีอำนาจเกี่ยวกับการตรวจค้น ควบคุมตัวบุคคลหรือยานพาหนะ ที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะก่อภัยอันตรายหรือคุกคามพยานหรือผู้ใกล้ชิด

                   มาตรา ๑๔/๓ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้จะต้องผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนด

                   มาตรา ๑๔/๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจตามพระราชบัญญัตินี้เป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ระเบียบข้าราชการทหาร ระเบียบข้าราชการตำรวจ และในการกำหนดให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษต้องคำนึงถึงภาระหน้าที่ คุณภาพของงาน และการดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมโดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมด้วย ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามระเบียบที่หน่วยงานกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

                   มาตรา ๑๓  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา
พ.ศ. ๒๕๔๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๑๗ เมื่อพยานได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือเบิกความต่อศาลแล้วพยานพึงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควร ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง แต่ในกรณีที่เป็นพยานโจทก์ในคดีความผิดต่อส่วนตัวซึ่งผู้เสียหายเป็นโจทก์ หรือเป็นพยานจำเลยให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งให้มีการจ่ายค่าตอบแทนดังกล่าว แต่ไม่เกินอัตราตามระเบียบ
ที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

                   ในกรณีที่พยานเดินทางมาแล้วแต่มีเหตุไม่ได้ให้การหรือขึ้นเบิกความโดยมิใช่เหตุอันเนื่องมาจากตัวพยานเจตนาไม่ให้การหรือเบิกความหรือเหตุสุดวิสัย ให้พยานได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย
ตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

 

                   มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน
ในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๒๑ ผู้ใดเปิดเผยความลับที่เกี่ยวกับสถานที่อยู่ ชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ ภาพหรือข้อมูลอย่างอื่นที่สามารถระบุตัวพยาน สามีภริยา ผู้บุพการีผู้สืบสันดาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน
ซึ่งได้มีการดำเนินการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยตามมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้บุคคลเหล่านั้นไม่ได้รับความปลอดภัยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                   มาตรา ๑๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖

                   มาตรา ๒๔ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ เป็นการกระทำโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ

                   มาตรา ๑๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖

                   มาตรา ๒๕ ผู้ใดให้ข้อมูลหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ในการยื่นคำร้องหรือหลักฐานตามมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับ
ไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                   มาตรา ๑๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖

                   มาตรา ๒๖ ผู้ใดไม่ให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๔/๒ (๒) (๓) โดยไม่มีเหตุอันควรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ
ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                   มาตรา ๑๘ บรรดาคำร้องที่ได้ยื่นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างพิจารณาให้ถือว่าเป็นคำร้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้ดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

                   มาตรา ๑๙ บรรดาระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

                   การดำเนินการออกระเบียบหรือประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ

                   มาตรา ๒๐ ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

..............................................

นายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

ข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น 

ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

                                                 ...............................

 

สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา

         ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้มีผลบังคับใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏว่ามีบทบัญญัติบางมาตราไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และไม่สามารถนำไปบังคับใช้ให้
สมตามเจตนารมณ์ เนื่องจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล และหลักฐาน
ทางทะเบียนให้กับพยานที่อยู่ในมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยตามมาตรการพิเศษ นิยามของพยาน
ตามพระราชบัญญัติเดิมไม่ครอบคลุมผู้แจ้งเบาะแส ผู้ทำคำร้อง ผู้ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์กับทางราชการ   นอกจากนี้ มูลฐานความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็กกำหนดไว้ในมาตรการพิเศษ ซึ่งถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ รวมทั้งค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยานไม่สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เกิดภาระแก่พยานที่มาเป็นพยานในการพิจารณาดำเนินคดีอาญา

 

ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหา

๑.๑วัตถุประสงค์และเป้าหมายของภารกิจ

             ๑) เพื่อให้พยานในคดีอาญามีความเชื่อมั่นในความปลอดภัย และมั่นใจในการให้ข้อเท็จจริง
ทุกขั้นตอนของการพิจารณาคดี

             ๒) เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

             ๓) เพื่อให้การบูรณาการหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานมีประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึ้น

 

๑.๒ ความจำเป็นที่ต้องทำภารกิจ

                                   ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา พยานบุคคลถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิสูจน์ความจริงในทางอรรถคดี เพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ตามกฎหมาย ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองพยานถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพยานว่าหากถูกข่มขู่ คุกคาม พยานสามารถใช้สิทธิร้องขอให้คุ้มครองความปลอดภัยจากหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวช้องกับการคุ้มครองพยานได้  และเพื่อให้กฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญาเป็นมาตรการหนึ่งที่สำคัญและเสริมสร้างประสิทธิภาพของกระบวนงานพิจารณาคดีอาญาให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญา ซึ่งประกาศใช้บังคับมาเป็นระยะเวลาสิบกว่าปี ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่มี
การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และให้พยานมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและมั่นใจในการให้ข้อเท็จจริง
ทุกขั้นตอนของการพิจารณาคดี จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

 

 

/หลักการ...

หลักการอันเป็นสาระสำคัญชองกฎหมายที่จะตราขึ้น 

แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้

 (๑) แก้ไขเพิ่มเติมนิยามคำว่า พยานและเพิ่มเติมบทนิยามคำว่าพนักงานเจ้าหน้าที่
(ร่างมาตรา ๔ และร่างมาตรา ๕)
 

(๒) แก้ไขเพิ่มเติมให้มาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานโดยกำหนดให้เป็นมาตรฐานกลางในการคุ้มครองพยาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพยานบุคคล และเกิดความมั่นใจในการให้ข้อเท็จจริงทุกขั้นตอนของการพิจารณาคดี (ร่างมาตรา ๖)

(๓) แก้ไขเพิ่มเติมให้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ร่างมาตรา ๘ (๒) (๓) มาตรา ๙/๑ มาตรา ๑๐ (๓) (๗) มาตรา ๑๒ (๖)   

(๔) เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายนี้
โดยคำนึงถึงการคุ้มครองพยานที่จะได้รับผลกระทบต่อภัยคุกคามทุกรูปแบบ หมวด ๓/๑ พนักงานเจ้าหน้าที่ ร่างมาตรา ๑๔/๑ มาตรา ๑๔/๒ มาตรา ๑๔/๓ และมาตรา ๑๔/๔

 

(๕) แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนที่จำเป็นและสมควรแก่พยานอันเป็นการจ่ายเพื่อเป็นค่าป่วยการที่พยานได้ให้ข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่จำเป็นแก่รัฐ ซึ่งรวมถึงกรณีที่พยานมาศาลแต่ไม่ได้เบิกความด้วย (ร่างมาตรา ๑๗)

     (๖) แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษ กรณีการเปิดเผยความลับเกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน และกรณีการให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ร่างมาตรา ๒๑ ร่างมาตรา ๒๔ และร่างมาตรา ๒๖

 

ร่างพระราชบัญญัติที่จะรับฟังความคิดเห็น

 ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม)

 

วิธีการในการรับฟังความคิดเห็น

ทางเว็บไซต์กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (www.rlpd.go.th) และเว็บไซต์ www.lawamendent.go.th

ระยะเวลา

จำนวน ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ ถึงวันที่  ๖ ตุลาคม ๒๕๖๐


 

 

 

แบบสอบถามการรับฟังความคิดเห็น 
แบบรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ....

https://goo.gl/forms/ceDxyU1gIdeuxmSX2

 

ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail