Facebook


ร่างพระราชบัญญัติกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. .... (รับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2561 - 3 กุมภาพันธ์ 2561)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1350 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

                                                      ร่าง

           พระราชบัญญัติกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

                                                    พ.ศ. ….

 

                                        ......................................

 

 

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

 

มาตรา 1  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจ

ฐานรากและสังคม พ.ศ. ….”

มาตรา 2  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา 3  ในพระราชบัญญัตินี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและ

สังคม

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

และสังคม

มาตรา 4  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ 

 

                                                 หมวด 1

                          กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

 

มาตรา 5  ให้มีกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในสำนักงานปลัดกระทรวง 

กระทรวงการคลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดประชารัฐสวัสดิการตามมติ

คณะรัฐมนตรี เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน เพิ่มศักยภาพ และพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมอย่างครบวงจร

สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตลอดจน

สนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคม ผ่านหน่วยงาน มูลนิธิและองค์กรการกุศล เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ในภาวะลำบากทุกประเภท

มาตรา 6  กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

(1) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

(2) เงินอุดหนุนที่รัฐจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(3) เงินที่ได้รับจากการดำเนินงานของกองทุน

(4) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้

(5) เงินที่ได้รับจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ

(6) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมายอื่น

(7) ดอกผลหรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

(8) เงินอื่น ๆ ที่ได้รับมาเพื่อดำเนินการกองทุนนี้

มาตรา 7  เงินของกองทุน ให้ใช้จ่ายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อกิจการดังต่อไปนี้

(1) เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดประชารัฐสวัสดิการ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามมติ

คณะรัฐมนตรี

(2) เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดประชารัฐสวัสดิการอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี

(3) เป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคม ตามมติคณะรัฐมนตรี

(4) เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบริหารกองทุนตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ

มาตรา 8  เงินกองทุนให้นำฝากกระทรวงการคลังหรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามที่

คณะกรรมการกำหนด

มาตรา 9  ให้จัดตั้งสำนักงานกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ขึ้นใน

สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) บริหารกองทุนตามประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง และมติของคณะกรรมการ

(2) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ

(3) ดำเนินงานต่าง ๆ ของกองทุน

(4) ดำเนินการและประสานงานกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ

สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุน

(5) จัดทำรายงานและการบัญชีของกองทุน

(6) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการ

(7) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา 10  ให้ผู้อำนวยการซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง ทำหน้าที่บริหารกองทุนให้เป็นไปตาม

วัตถุประสงค์กองทุน รวมถึงควบคุมดูแลโดยทั่วไปและรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของสำนักงาน

 

                                              หมวด 2

                 คณะกรรมการกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

 

มาตรา 11  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนประชารัฐเพื่อ

เศรษฐกิจฐานรากและสังคม” ประกอบด้วย

(1) ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ

(2) ผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ

(3) ผู้แทนสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการ

(4) ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ

(5) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสามคนซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบ

ของกระทรวงการคลัง จากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเงิน เศรษฐศาสตร์ การลงทุน

กฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับกองทุน เป็นกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ประธานกรรมการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่

จำนวนไม่เกินสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา 12  ให้นำความในมาตรา 19 และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารทุน

หมุนเวียน พ.ศ. 2558 มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจาก

ตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ

มาตรา 13  การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ

จำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจ

ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการ

ลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา 14  ให้คณะกรรมการรับผิดชอบในการบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

ของกองทุนตามมาตรา 5 และมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการ หลักเกณฑ์ และแนวทางในการบริหารกองทุน

ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

(2) พิจารณาอนุมัติแผนการดำเนินงานประจำปี

(3) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการเงิน การบริหารงานบุคคล และการกำหนดค่าตอบแทน

สิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการต่าง ๆ ของผู้อำนวยการ พนักงานและลูกจ้างของกองทุน ให้สอดคล้องกับ

มาตรฐานที่คณะกรรมการนโยบายบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด

(4) กำกับดูแลการบริหารจัดการ และติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ

กองทุน

(5) แต่งตั้งผู้อำนวยการ ทำหน้าที่บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน 

(6) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

(7) ออกประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

(8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ

คณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา 15 คณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการ อาจได้รับเบี้ยประชุมหรือประโยชน์

ตอบแทนอื่น ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ตามที่คณะกรรมการนโยบายบริหารทุนหมุนเวียน

กำหนด

ผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ ให้ได้รับค่าตอบแทนในการประชุม

ได้ไม่เกินสองคน ตามที่คณะกรรมการกำหนด

 

                                          หมวด 3

                          การพัสดุ การบัญชี และการตรวจสอบ

 

 มาตรา 16  การพัสดุ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร

พัสดุภาครัฐ

มาตรา 17  ให้สำนักงานวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถจัดทำ

รายงานการเงิน แสดงฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานของกองทุนได้อย่างถูกต้องตามหลักการบัญชีที่

รับรองทั่วไป

มาตรา 18  ให้สำนักงานจัดทำรายงานการเงินของกองทุนส่งผู้สอบบัญชีภายในหกสิบวัน

นับแต่วันสิ้นปีบัญชี 

ปีบัญชีของกองทุนให้เป็นไปตามปีงบประมาณ 

มาตรา 19  ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

ให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุน และให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของ

กองทุนทุกรอบปีบัญชี

ให้ผู้สอบบัญชีของกองทุนทำรายงานการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อย

ห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี

ให้คณะกรรมการนำส่งรายงานการเงินพร้อมด้วยรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีต่อ

กระทรวงการคลังภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากผู้สอบบัญชี

มาตรา 20  ให้สำนักงานจัดให้มีระบบการตรวจสอบภายในเพื่อตรวจสอบการดำเนินงาน

ต่าง ๆ ของกองทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

 

                                             บทเฉพาะกาล

 มาตรา 21  ให้โอนบรรดาเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ และหนี้สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกองทุนประชารัฐ

เพื่อเศรษฐกิจฐานราก ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหาร

กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากว่าด้วยการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก พ.ศ. 2560

ไปเป็นของกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 22  ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากตามข้อบังคับ

คณะกรรมการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากว่าด้วยการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจ

ฐานราก พ.ศ. 2560 ปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมตาม

พระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 23  ให้ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากว่าด้วย

การบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก พ.ศ. 2560 ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้

ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีข้อบังคับที่ออก

ตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

 

 

 

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

............................................

นายกรัฐมนตรี

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

                                          บันทึกหลักการและเหตุผล


           ประกอบร่างพระราชบัญญัติกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม 


                                                   พ.ศ. ….


                                             ______________


      


                                                หลักการ


     


                ให้มีกฎหมายว่าด้วยกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม


     


                                                เหตุผล


     


            โดยที่กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารกองทุน


    ประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากว่าด้วยการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก พ.ศ. 2560


    มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน เพิ่มศักยภาพ และพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมอย่างครบ


    วงจร สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ


    แต่เนื่องจากมีงบประมาณที่จำกัด ประกอบกับวัตถุประสงค์ของกองทุนยังไม่ครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือ


    ประชาชนในภาวะลำบากได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น สมควรกำหนดให้กองทุนขยายวัตถุประสงค์และเป็นแหล่ง


    เงินทุนให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


     



                        กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากว่าด้วยการบริหารกองทุน      ประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก พ.ศ. 2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน เพิ่มศักยภาพ และพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมอย่างครบวงจรสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เนื่องจากมีงบประมาณที่จำกัด และการให้ความช่วยเหลือตามกองทุนดังกล่าวดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมประชาชนในภาวะลำบากได้อย่างทั่วถึง



    • ความจำเป็นในการตรากฎหมาย
    • เพื่อเป็นการขยายวัตถุประสงค์ของกองทุนและเป็นแหล่งเงินทุนให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

  • ร่างพระราชบัญญัติกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. .... แบ่งเป็น 23 มาตรา ดังนี้


    มาตรา 1 - 2 ชื่อพระราชบัญญัติ และวันบังคับใช้พระราชบัญญัติ


    มาตรา 3 นิยามของคำว่า กองทุน คณะกรรมการ สำนักงาน ผู้อำนวยการ


    มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


    มาตรา 5 กำหนดวัตถุประสงค์ของกองทุน


    มาตรา 6 กำหนดที่มารายได้ของกองทุน 8 ประเภท


    มาตรา 7 กำหนดการจ่ายเงินของกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ 4 รายการ


    มาตรา 8 กำหนดให้นำเงินกองทุนฝากกระทรวงการคลัง หรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามที่คณะกรรมการกำหนด


    มาตรา 9 กำหนดการจัดตั้ง และอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน


    มาตรา 10 กำหนดการหน้าที่การบริหารกองทุนของผู้อำนวยการ


    มาตรา 11 - 15 กำหนดเกี่ยวกับองค์ประกอบ คุณสมบัติ  การประชุม ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ 


     รวมทั้งการได้รับเบี้ยประชุมและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมการ และคระอนุกรรมการ


    มาตรา 16 กำหนดเกี่ยวกับการพัสดุ


    มาตรา 17 - 18 กำหนดเกียวกับการบัญชี เพื่อให้สามารถจัดทำรายงานการเงิน แสดงฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานของกองทุน


    มาตรา 19 กำหนดให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของกองทุน รวมทั้งการรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของกองทุน


    มาตรา 20 กำหนดให้มีระบบการตรวจสอบภายใน เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานต่าง ๆ ของกองทุน


    มาตรา 21 กำหนดเกี่ยวกับการโอนบรรดาเงิน ทรัพย์สิน สิทธิและหนี้สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากว่าด้วยการบริหารกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก พ.ศ. 2560 ไปเป็นของกองทุนตามพระราชบัญญตินี้


    มาตรา 22 กำหนดให้คณะกรรมการบริหารกองทุนกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ตามข้อบังคับฯ ปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้


    มาตรา 23 กำหนดให้ข้อบังคับฯ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้สามารถใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีข้อบังคับที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


2 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น ธัญญาลักษณ์ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ธัญญาลักษณ์

    พระราชบัญญัตินี้จัดทำเพื่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยตามวัตถุประสงค์

  • ลิงค์ความคิดเห็น ธัญญาลักษณ์ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ธัญญาลักษณ์

    พระราชบัญญัตินี้เพิ่มศักยภาพ และพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมอย่างครบวงจร สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตลอดจนสนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคม ผ่านหน่วยงาน มูลนิธิและองค์กรการกุศล เพื่อช่วยเหลือประชาชน
    ในภาวะลำบากทุกประเภท ตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติ