Facebook


ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ฉบับ คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน (เปิดรับฟังความคิดเห็นฯ ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม - 18 เมษายน 2561)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4293 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    เพื่อให้มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน



     คณะอนุกรรมการพิจารณาเสนอกฎหมายที่ต้องจัดทำใหม่เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ (ศาสตราจารย์ บรรเจิด สิงคะเนติ เป็นประธาน) ภายใต้คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายโดยเร่งด่วน (ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน) ได้พิจารณาศึกษาเบื้องต้นแล้วเห็นว่าการมีกฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำกฎหมายเป็นกฎหมายที่สำคัญ ที่ต้องจัดทำขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและการปฏิรูปประเทศ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ บัญญัติว่า “ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน...” คณะอนุกรรมการฯ จึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อนการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เสนอต่อคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนเพื่อพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป



    •    โดยที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนมีสิทธิในการเข้าชื่อกันเพื่อเสนอกฎหมาย และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๓) และมาตรา ๒๕๖ (๑) ประกอบกับมาตรา ๒๕๘ ค. (๔) หมวดว่าด้วยการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย บัญญัติให้จัดให้มีกลไกช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย  ซึ่งปัจจุบันมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๖ ใช้บังคับ แต่ยังมีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และยังไม่มีการกำหนดกลไกการช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  จึงจำเป็นต้องตราร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ....เพื่อให้มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนเป็นไปตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

  • (๑) คำนิยาม


    กำหนดคำนิยามคำว่าที่สำคัญ ได้แก่


    - ผู้มีสิทธิเข้าชื่อ หมายถึง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ


    - ผู้ริเริ่ม หมายถึง ผู้มีสิทธิเข้าชื่อที่ริเริ่มดำเนินการให้มีการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย


    - ผู้แทน หมายถึง ผู้มีสิทธิเข้าชื่อหรือผู้ริเริ่มที่เป็นตัวแทนของผู้มีสิทธิเข้าชื่ออื่นดำเนินการจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย
    (๒) กฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้


    ร่างกฎหมายที่ประชาชนจะเข้าชื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตราเป็นกฎหมายต้องเป็นกฎหมายตามหมวด ๓ ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และ หมวด ๕ ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ เท่านั้น การเสนอร่างกฎหมายที่ไม่เกี่ยวกับหมวด ๓ หรือหมวด ๕ ไม่สามารถดำเนินการได้


    (๓) เอกสารประกอบการเสนอร่างกฎหมายของประชาชน


    การเสนอร่างกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎรต้องเสนอเอกสาร ดังนี้


    - ร่างพระราชบัญญัติ


    - บันทึกหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ


    - บันทึกเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ


    - บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ


    - เอกสารอื่นที่ต้องจัดทำขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ซึ่งออกตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ


    (๔) รูปแบบการเสนอกฎหมายโดยประชาชน


    การเสนอร่างกฎหมายโดยผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายแบ่งออกเป็น ๒ รูปแบบ


    - รูปแบบที่ ๑ การเข้าชื่อโดยขอรับการสนับสนุนการช่วยเหลือในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมายทั้งระบบ โดยมีผู้ริเริ่มจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ดำเนินการขอรับการช่วยเหลือตามพระราชบัญญัตินี้


    - รูปแบบที่ ๒ การเข้าชื่อโดยมีการรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าชื่อไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คน พร้อมกับได้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติไว้เรียบร้อยแล้ว แต่มาขอรับขอรับการสนับสนุนการช่วยเหลือในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมายเพิ่มเติม โดยผู้มีสิทธิเข้าชื่อสามารถตั้งตัวแทนเพื่อดำเนินการตามกลไกการช่วยเหลือตามพระราชบัญญัตินี้


    (๕) กลไกการช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย


    กำหนดให้มีกลไกการช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย โดยมีหน่วยงาน ๓ หน่วยงาน เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ประกอบด้วย


    - สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร


    - สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย


    - สถาบันพระปกเกล้า


    ให้หน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้


    - สำรวจ ศึกษา และวิเคราะห์ทางวิชาการ รวมทั้งวิจัย สนับสนุนการวิจัย ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการอื่นเพื่อประโยชน์ในการจัดทำและเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ


    - จัดทำร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและเอกสารประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๑


    - จัดการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา


    - สนับสนุนการรณรงค์หรือประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเข้าชื่อร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายหรือให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับประชาสัมพันธ์ดังกล่าว รวมทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรวบรวมรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อตามสมควรแก่กรณี โดยอาจขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากกองทุนด้วยก็ได้


    - ประสานขอความร่วมมือจากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานภาคเอกชนเพื่อประโยชน์ในการจัดทำและเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ


    (๖) กองทุนสนับสนุนค่าใช้จ่าย


    กำหนดให้มีกองทุนสนับสนุนและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมายของประชาชน โดยสามารถใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อสนับสนุนประชาชนตามหมวด ๒ เช่น การจัดทำร่างกฎหมาย การจัดรับฟังความคิดเห็น การประชาสัมพันธ์ และการรวบรวมรายชื่อ เป็นต้น พร้อมกันนี้ ยังสามารถใช้จ่ายเงินกองทุนไปเพื่อประโยชน์ในการพัฒนางานทางวิชาการเพื่อสนับสนุนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนได้อีกทางหนึ่ง ได้แก่ การวิเคราะห์ผลกระทบจากกฎหมาย การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย การพัฒนาหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน การพัฒนากระบวนการนิติบัญญัติ เป็นต้น


    ในการบริหารกองทุน ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนที่มีประธานรัฐสภาเป็นประธานกรรมการบริหารกองทุน และให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้รับผิดชอบและดูแลบริหารจัดการกองทุน โดยคณะกรรมการบริหารมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณาการจ่ายเงินกองทุนแทนคณะกรรมการบริหารได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด


    (๗) บทกำหนดโทษ


    กำหนดโทษทางอาญาสำหรับผู้กระทำความผิดใน ๓ ฐานความผิด ได้แก่


    - ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งริเริ่มเข้าชื่อ ร่วมลงชื่อ ไม่ให้ลงชื่อ หรือให้ถอนชื่อในการเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ


    - หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคามเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมลงชื่อ ไม่ให้ลงชื่อ หรือให้ถอนชื่อในการเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ


    - ลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร หรือใช้ หรืออ้างลายมือชื่อปลอมเช่นว่านั้น เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่แท้จริง


    (๘) บทเฉพาะกาล


    เนื่องจากปัจจุบันมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งประชาชนได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามกฎหมายดังกล่าวมาแล้วตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รองรับไว้ แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปัจจุบัน จึงได้กำหนดให้การเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่เคยดำเนินการตามกฎหมายเดิมให้ยังคงมีผลต่อไป เว้นแต่เนื้อหาของร่างกฎหมายขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็ให้คืนเรื่องให้กับประชาชนผู้เข้าชื่อเพื่อพิจารณาว่าจะปรับปรุงร่างกฎหมายใหม่ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแล้วเสนอกลับมาอีกครั้งหรือไม่ โดยไม่ให้กระบวนการที่ได้ดำเนินการมาแล้วเสียเปล่า


    นอกจากนี้ ยังกำหนดให้โอนกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองซึ่งจัดตั้งตามพระราชบัญญัติ สภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ (กฎหมายดังกล่าวถูกยกเลิกแล้วโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยกเว้นกองทุนยังคงดำรงอยู่) มาจัดตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนการจัดทำและเสนอร่างกฎหมายของประชาชนตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่เป็นการจัดตั้งกองทุนขึ้นใหม่ และให้โอนบรรดาทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ ของกองทุนเดิมให้มาเป็นของกองทุนใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail