Facebook


ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... (ระหว่างวันที่ ๒๐ เมษายน - ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1744 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

     โดยที่บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งบทบัญญัติบางประการมีลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ของสังคมในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๓) ที่บัญญัติให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติตามหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หรือหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ และมาตรา ๒๕๖ (๑) บัญญัติให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าชื่อและการตรวจสอบรายชื่อของประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายและร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นกลไกในการช่วยเหลือประชาชนในการยกร่างและเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๘ ค. (๔) ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_news.php?nid=47097

ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย



    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติให้สิทธิแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอกฎหมายและเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย นอกจากนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ ค. (๔)
    ยังได้บัญญัติให้มีกลไกช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอกฎหมายด้วย ในปัจจุบันแม้จะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อบัญญัติหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายรวมทั้งการตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งยังมีผลใช้บังคับอยู่ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับดังกล่าวมีบทบัญญัติบางประการที่ขัดหรือแย้งและไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อีกยังไม่มีบทบัญญัติที่เป็นกลไกในการช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอกฎหมาย



    • เพื่อบัญญัติหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายรวมทั้งการตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนตามมาตรา ๑๓๓ และการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และสร้างกลไกในการช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอกฎหมาย ตามมาตรา ๒๕๘ ค. (๔) ของรัฐธรรมนูญจึงสมควรจัดทำกฎหมายฉบับนี้ขึ้นเพื่อกำหนดหลักการในเรื่องนี้

  •  


    บันทึกวิเคราะห์สรุป


     


    สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ....


     


    ______________


     


     


     


                       สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... เสนอคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วยบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของ
    ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้


     


     


     


    ๑. เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ


     


                       โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา ๑๓๓ (๓) บัญญัติให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติตามหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของ
    ปวงชนชาวไทย หรือหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ และมาตรา ๒๕๖ (๑) บัญญัติให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนมีสิทธิ เข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าชื่อและการตรวจสอบรายชื่อของประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายและร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นกลไกในการช่วยเหลือประชาชนในการยกร่างและเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๘ ค. (๔)
    จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


     


     


     


    ๒. สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ


     


    ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... มีจำนวนรวมทั้งสิ้น ๕ หมวด ๒๐ มาตรา โดยมีเนื้อหาสาระแต่ละส่วนดังต่อไปนี้


     


    เนื้อหาสาระส่วนที่ ๑ สาระตามรูปแบบของร่างพระราชบัญญัติ (ร่างมาตรา ๑ ชื่อ
    ร่างพระราชบัญญัติ ร่างมาตรา ๒ วันใช้บังคับ ร่างมาตรา ๓ บทบัญญัติยกเลิกกฎหมายเดิม ร่างมาตรา ๔
    บทนิยาม และร่างมาตรา ๕ ผู้รักษาการ)


     


     


     


    เนื้อหาสาระส่วนที่ ๒ หมวด ๑ บททั่วไป กำหนดให้ประชาชนที่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายต้องมีคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ผู้ริเริ่มยื่นคำร้องขอเข้าชื่อเสนอกฎหมายต่อประธานรัฐสภา และกำหนดจำนวนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ


     


     


     


    เนื้อหาสาระส่วนที่ ๓ หมวด ๒ การเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติและญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกำหนดรูปแบบของร่างพระราชบัญญัติที่จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณา


     


    กำหนดให้มีผู้ริเริ่มซึ่งเป็นผู้ริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติให้ประธานรัฐสภาตรวจพิจารณาหลักการ ดำเนินการในการจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย รวมถึงการประสานงานในด้านการขอความช่วยเหลือสนับสนุนด้านต่าง ๆ จากหน่วยงานของรัฐที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ...


     


    กำหนดให้การจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายผู้ริเริ่มสามารถดำเนินการทั้งรูปแบบที่ใช้เอกสารการลงลายมือชื่อ ซึ่งวิธีการนี้จะต้องมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการที่มีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวประชาชน หรือโดยทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นระบบที่สามารถยืนยันตัวบุคคลและตรวจสอบความเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้


     


    กำหนดให้ผู้ริเริ่มยื่นคำร้องขอต่อประธานรัฐสภาเมื่อรวบรวมลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายได้จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นรายชื่อ โดยจะต้องมีเอกสารประกอบ คือ สำเนาร่างพระราชบัญญัติและบันทึกประกอบ เอกสารการลงลายมือชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งพร้อมด้วยสำเนาบัตร และข้อมูลการร่วมเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้ง รายชื่อของผู้แทนการเสนอกฎหมายจำนวนไม่เกินหกสิบคนตามที่ผู้ริเริ่มกำหนด อนึ่ง
    ร่างพระราชบัญญัติที่ยื่นพร้อมคำร้องขอ เหตุที่ยื่นเป็นสำเนาร่างพระราชบัญญัติเนื่องจากต้นฉบับ
    ร่างพระราชบัญญัติ
    นั้นผู้ริเริ่มได้ยื่นตั้งแต่คราวยื่นความประสงค์และเมื่อประธานรัฐสภาได้วินิจฉัยหลักการของร่างพระราชบัญญัติซึ่งถ้าหลักการเป็นไปตามหมวด ๓ หรือ หมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะสำเนาร่างพระราชบัญญัติให้ผู้ริเริ่มเพื่อนำร่างพระราชบัญญัติไปเผยแพร่ต่อประชาชน รวมถึงการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ประชาชนที่สนใจได้ศึกษาและร่วมลงลายมือชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมาย


     


    กำหนดให้ประธานรัฐสภาเมื่อได้รับคำร้องขอแล้วต้องจัดให้มีการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและตรวจสอบความเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน เมื่อตรวจสอบแล้วจำนวนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนให้ประกาศรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและมีหนังสือแจ้งไปยังรายชื่อผู้มีรายชื่อเป็น
    ผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายเพื่อให้ได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านต่อประธานรัฐสภาหรือบุคคลที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้ง เพื่อให้ขีดฆ่าชื่อตนเองออกจากบัญชีรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศ


     


    กำหนดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเพิ่มเติมทั้งกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อประธานรัฐสภาจัดให้มีการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารแล้วพบว่าเอกสารการลงลายมือชื่อของประชาชนไม่ครบหนึ่งหมื่นคน หรือกรณีที่จัดให้มีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายและผู้มีรายชื่อเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านจนทำให้จำนวนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายมีจำนวนไม่ครบหนึ่งหมื่นคน ให้ประธานรัฐสภาแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ริเริ่มทราบเพื่อจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเพิ่มเติมให้ครบหนึ่งหมื่นคนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากประธานรัฐสภา และถ้าพ้นระยะเวลาเก้าสิบวันผู้ริเริ่มมิได้จัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเพิ่มเติมให้ประธานรัฐสภาสั่งจำหน่ายเรื่องพร้อมทั้งคืนเรื่องและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้
    ผู้ริเริ่ม


     


    กำหนดหน้าที่ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ดำเนินการตามบทบัญญัติมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้กับร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนเป็นผู้เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ในการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายฉบับนั้นอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและผลการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบร่างพระราชบัญญัติเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย
    ทุกขั้นตอน ทั้งนี้กรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ริเริ่มในการจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนไปพร้อมกันก็ได้ กระบวนการนี้จะดำเนินการภายหลังที่ได้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน
    การตรวจสอบ การร้องคัดค้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าครบกระบวนการของการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
    จึงดำเนินการตามมาตรา ๗๗ เพื่อให้ครบองค์ประกอบการเสนอกฎหมายให้รัฐสภาพิจารณา


     


    อย่างไรก็ตามในเรื่องการดำเนินการตามมาตรา ๗๗ ในกรณีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน จะมีกำหนดรายละเอียดในกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการตามมาตรา ๗๗


     


     


     


    กำหนดให้นำบทบัญญัติในหมวดนี้ที่เกี่ยวกับการกำหนดผู้ริเริ่ม การตรวจสอบหลักการของประธานรัฐสภา การดำเนินการชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ร่วมลงลายมือชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เอกสารการลงลายมือชื่อพร้อมทั้งเอกสารประกอบการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย การเข้าชื่อเสนอกฎหมายทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การเสนอรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายพร้อมทั้งสำเนาร่างพระราชบัญญัติต่อประธานรัฐสภา
    การตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารประกอบการเข้าชื่อเสนอกฎหมายและความเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การประกาศรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย การร้องคัดค้าน การเข้าชื่อเสนอกฎหมายเพิ่มเติม มาใช้กับการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยโดยอนุโลม


     


     


     


    เนื้อหาสาระส่วนที่ ๔ หมวด ๓ การช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย


     


                        หลักการในหมวดนี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ ค. ด้านกฎหมาย (๔) จัดให้มีกลไกช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย โดยกำหนดให้ผู้ริเริ่มสามารถขอรับการสนับสนุนความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนพัฒนาการเมือง


     


                       กำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย สถาบันพระปกเกล้า หรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือในการจัดทำร่างกฎหมาย มีหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำร่างกฎหมาย เช่น การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อประโยชน์ในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย การจัดทำร่างกฎหมายและเอกสารประกอบการเสนอร่างกฎหมาย การจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอซึ่งอย่างน้อยต้องผ่านช่องทางเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ การเปิดเผยผลการรับฟังและการวิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติต่อ
    ประชาชน การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ดำเนินการอื่นที่จะเป็นประโยชน์และเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการจัดทำและเสนอกฎหมาย


     


     


     


    เนื้อหาสาระส่วนที่ ๕ บทกำหนดโทษ


     


    ฐานความผิดตาม (๑) และ (๒) คงเดิม และเพิ่ม (๓) ฐานความผิดการกระทำที่ไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อ หรือขัดขวางการดำเนินการเข้าชื่อ แต่ทั้งสามอนุมาตรามุ่งลงโทษต่อผู้ใดที่กระทำต่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย แต่ทั้งนี้ได้ลดอัตราโทษจำคุกและโทษปรับลง เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราโทษที่กำหนดในกฎหมายลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น


     


    เพิ่มฐานความผิดผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายขึ้นซึ่งมุ่งลงโทษต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน เพื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมาย


     


    ฐานความผิดลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารการลงลายมือชื่อ หรือใช้ หรืออ้างลายมือชื่อปลอมหลักการคงเดิม แต่ลดอัตราโทษจำคุกและโทษปรับลง เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราโทษที่กำหนดในกฎหมายลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น


     


    เพิ่มฐานความผิดการเข้าชื่อเสนอกฎหมายทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแทน หรือโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อื่น เพื่อรองรับมาตรา ๙ วรรคสี่ กรณีมีการจัดช่องทางการเข้าชื่อเสนอกฎหมายทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ


     


     


     


    เนื้อหาสาระส่วนที่ ๖ บทเฉพาะกาล


     


    เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายซึ่งได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๖ ไว้อย่างถูกต้องแล้วก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ ให้มีผลสมบูรณ์และถือว่าเป็นการเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อได้ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมาย


     


    ทอดระยะเวลาการใช้บังคับมาตรา ๙ วรรคสี่ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดการเข้าชื่อเสนอกฎหมายทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกไปเป็นระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ เพื่อให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีการจัดวางระบบร่วมกับกรมการปกครอง ซึ่งระบบดังกล่าวต้องสามารถยืนยันตัวบุคคลและตรวจสอบความเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้


     

    • ๑.
    • การกำหนดให้ต้องมี “ผู้ริเริ่มจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ คน” เป็นผู้จัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายและเป็นผู้ประสานงานในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
      ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร

    • ๒.
    • การกำหนดให้ประธานรัฐสภาต้องตรวจสอบหลักการของร่างพระราชบัญญัติให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันได้รับร่างพระราชบัญญัติ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร
               

    • ๓.
    • การกำหนดให้มีช่องทางการเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน  เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร

    • ๔.
    • การกำหนดให้ประธานรัฐสภาต้องตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารประกอบการเข้าชื่อเสนอกฎหมายและความเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสารประกอบการเข้าชื่อเสนอกฎหมายจากผู้ริเริ่ม ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร
               

    • ๕.
    • การกำหนดวิธีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และให้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้มีรายชื่อตามที่อยู่ที่ปรากฏในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรนั้นด้วย ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร

    • ๖.
    • การกำหนดให้มีกลไกช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย เช่น กรณีผู้ริเริ่มขอรับความช่วยเหลือจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
      สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายสถาบันพระปกเกล้า หรือหน่วยงานอื่น ๆ ในการจัดทำร่างกฎหมายก่อนเสนอต่อประธานรั
      ฐสภาการช่วยดำเนินการตามมาตรา ๗๗ 

      ของรัฐธรรมนูญ และการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร

    • ๗.
    • การกำหนดให้มีโทษทางอาญาในร่างพระราชบัญญัตินี้ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร

    • ๘.
    • ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นอื่น ๆ เพิ่มเติม

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail