Facebook


ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. ...(รับฟังความคิดเห็นระหว่าง 5-25 มิถุนายน 2561)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 149 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     นับแต่องค์การสะพานปลาได้รับการจัดตั้งเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2496 เพื่อจัดระเบียบการประกอบกิจการค้าสัตว์น้ำในเขตกรุงเทพมหานคร ได้มีการขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยการก่อสร้างท่าเทียบเรือประมงตามชายฝั่งทะเลทั้งในภาคใต้และภาคตะวันออก รวมถึงการจัดให้มีตลาดกลางค้าสัตว์น้ำหรือสะพานปลา ในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำที่สำคัญ จนถึงปัจจุบัน องค์การสะพานปลาเปิดให้บริการสะพานปลารวม 4 แห่ง และท่าเทียบเรือประมงอีก 14 แห่ง ตลอดแนวชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน นอกจากนี้ยังได้มีการขยายบทบาทการดำเนินงานในด้านการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาการประมงอีกหลายประการ ทั้งในด้านการให้สินเชื่อเพื่อจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์การประมง และให้ความช่วยเหลือแก่สถาบันประมง ชุมชนประมง เพื่อส่งเสริมฐานะและสวัสดิการของชาวประมง เป็นต้น งานอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งองค์การสะพานปลาให้ความสำคัญ ได้แก่ การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพประมง ไม่ว่าจะเป็นโครงการช่วยเหลือลดราคาน้ำมันให้ชาวประมง (น้ำมันม่วง) โครงการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูปให้กับกระทรวงยุติธรรม (กรมราชทัณฑ์) การจัดให้มีจุดตรวจสอบคุณภาพสินค้าสัตว์น้ำเบื้องต้น เพื่อป้องกันการใช้สารปนเปื้อนต่าง ๆ ในสินค้า สัตว์น้ำ รวมถึงการปรับปรุงสุขอนามัยสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงขององค์การสะพานปลาให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าสัตว์น้ำ ช่วยให้คนไทยได้บริโภคสินค้าสัตว์น้ำที่สด สะอาด และการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำไปจำหน่ายในตลาดโลก เป็นที่ยอมรับของประเทศผู้นำเข้า ไม่ประสบปัญหาการกีดกันทางการค้า แต่เนื่องด้วยพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496 ซึ่งเป็นกฎหมายจัดตั้งองค์การสะพานปลาและจัดระเบียบกิจการแพปลา ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานกว่า 65 ปี ทั้งนี้ในปัจจุบันระบบเศรษฐกิจ วิธีการดำเนินธุรกิจและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้มีการปรับเปลี่ยนไปมาก ทำให้การดำเนินงานขององค์การสะพานปลามีความติดขัดในเรื่องข้อกฎหมายอยู่หลายประการ กรณีดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขในเรื่องของอำนาจหน้าที่ขององค์การสะพานปลา คณะกรรมการขององค์การสะพานปลา และบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์การสะพานปลาทั้งปวงเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานขององค์การสะพานปลาและเพื่อนำความเจริญมาสู่สะพานปลาและอุตสาหกรรมประมงทั้งหมด สมควรปรับปรุงเสียในคราวเดียว จึงจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้


     


     


     


     



    พระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496  เป็นกฎหมายจัดตั้งองค์การสะพานปลา ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานมากกว่า 65 ปี  โดยยังไม่มีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคม  จากเดิมมุ่งหวังเพื่อจัดระเบียบการค้าสัตว์น้ำหรือตลาดสัตว์น้ำภายในประเทศ  เพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ และสร้างระบบการค้าสัตว์น้ำให้มีมาตรฐาน  ในขณะที่ธุรกิจค้าสัตว์น้ำปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิงทั้งในภาคการผลิต อุตสาหกรรม และการค้า จากการพึ่งพาผลผลิตจากการทำประมงทะเลเป็นหลักเปลี่ยนเป็นการเพาะเลี้ยงทั้งสัตว์น้ำทะเลและน้ำจืด  จากการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ


    ปัจจุบันประเทศไทยมียอดส่งออกสินค้าสัตว์น้ำในแต่ละปีมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กฎระเบียบต่างๆ ที่ประเทศคู่ค้ากำหนดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องปฏิบัติ และมีการกำกับดูแลให้ภาคเอกชนปฏิบัติตาม  บทบัญญัติที่กำหนดไว้เดิมจึงไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ในปัจจุบันได้ นอกจากนี้ การปรับบทบาทขององค์การสะพานปลาเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ก็ไม่สามารถกระทำได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากเนื้อหาของพระราชบัญญัติฯ  ไม่เอื้อต่อการดำเนินงานขององค์การสะพานปลา ส่งผลให้ขาดความคล่องตัวในการบริหารจัดการและการปรับบทบาทขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประกอบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการประกาศใช้กฎ ระเบียบ กฎหมายด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ในสังคม ทั้งในส่วนของประเทศไทยเอง และมาตรการ ข้อกำหนดที่เป็นของประเทศคู่ค้าหรือเป็นมาตรฐานสากล


    นอกจากนี้ ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการประมงและการตลาดสัตว์น้ำ ส่งผลให้เนื้อหาในพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496  ล้าสมัย ไม่ทันเหตุการณ์ และไม่สามารถตอบสนองอันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง ผู้ประกอบธุรกิจค้าสัตว์น้ำได้เท่าที่ควรจึงเห็นสมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496  ทั้งในส่วนของการกำหนดบทบาท และอำนาจหน้าที่ขององค์การสะพานปลา และการกำกับดูแลตลาดกลางสัตว์น้ำ มาตรฐานด้านสุขอนามัยของสะพานปลา ท่าเทียบเรือประมง ซึ่งปัจจุบันมีการก่อสร้างหรือจัดตั้งอย่างไร้การควบคุม ก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบการตลาดสัตว์น้ำในภาพรวม และยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนถ่าย และการค้าสัตว์น้ำในส่วนที่ยังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบหรือจัดระเบียบอยู่ในหลายภาคส่วน พร้อมจัดระเบียบการค้าสินค้าสัตว์น้ำให้เป็นไปตามมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 , พระราชกำหนดการประมง  พ.ศ. 2558  ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมถึงชาวประมง เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้ประกอบธุรกิจค้าสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน 



    • เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคม  จากเดิมมุ่งหวังเพื่อจัดระเบียบการค้าสัตว์น้ำหรือตลาดสัตว์น้ำภายในประเทศ  เพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ และสร้างระบบการค้าสัตว์น้ำให้มีมาตรฐาน   รวมทั้งให้สอดคล้องกับพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558

  • 1. เพิ่มนิยามขององค์การสะพานปลาที่ใช้ในพระราชบัญญัตินี้


    2. แก้ไขนิยามของคำว่า สะพานปลา และ ค่าบริการ ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานในปัจจุบัน


    3. เพิ่มเติมการเรียกเก็บค่าบริการ ให้ครอบคลุมถึงพื้นที่ให้บริการอื่นๆ ขององค์การสะพานปลาที่มีการซื้อขายสัตว์น้ำ  แต่ยังไม่พร้อมที่จะประกาศเป็นสะพานปลา เพื่อให้สามารถเก็บค่าบริการได้และอยู่ในบังคับของกฎหมายเดียวกัน ซึ่งเดิมองค์การสะพานปลามีอำนาจเรียกเก็บเงินค่าบริการจากผู้ประกอบกิจการแพปลาได้ไม่เกินร้อยละสามของราคาสินค้าสัตว์น้ำที่ซื้อขายกัน คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นควรแก้ไขอำนาจการเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ประกอบกิจการแพปลาเป็น ไม่เกินร้อยละห้า ซึ่งเทียบเคียงได้จากการเรียกเก็บอัตราค่าบริการของภาคเอกชน


    4. การแบ่งเงินค่าบริการ เดิมกำหนดให้แบ่งเงินค่าบริการที่องค์การสะพานปลาเรียกเก็บไว้ร้อยละยี่สิบห้าของค่าบริการที่เก็บได้ทั้งหมดเพื่อใช้จ่ายในการส่งเสริมการประมง แก้ไขใหม่เป็นให้แบ่งเงินจากกำไรสุทธิขององค์การสะพานปลาในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 เพื่อใช้จ่ายในการส่งเสริมการประมง ซึ่งจะเป็นเท่าใดนั้นให้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการที่จะวางข้อบังคับเพื่อใช้ในการปฏิบัติต่อไป


    5. เพิ่มวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์การสะพานปลา เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในปัจจุบันและส่งเสริมให้เกิดความเจริญของภาคอุตสาหกรรมประมงในภาพรวม รวมทั้งการเพิ่มอำนาจกระทำกิจการต่างๆ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดตั้ง 


     

    • แสดงความคิด
    • 1.เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม ตามร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. ...ในครั้งนี้ 


      2.ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. ...

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail