Facebook


ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 515 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
หลักการและเหตุผล
ประกอบร่าง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน
พ.ศ. ...
                                                               
 
หลักการ
 
ให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน
 
 
 
เหตุผล
 
             เนื่องจากสภาวการณ์เกี่ยวกับการจ้างงานเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยจ้างและให้ลูกจ้างทำงานสถานประกอบการของตนเอง เป็นการจ้างโดยมีการส่งงานไปให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านของตนเองมากขึ้น กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่อาจให้ความคุ้มครองแก่ผู้รับงานประเภทนี้ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมและมีความไม่ปลอดภัยในการทำงานในงานบางประเภทสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
- ร่าง -
พระราชบัญญัติ
คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน
พ.ศ. ….
                                                               
 
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ .............................
เป็นปีที่ .. ในรัชกาลปัจจุบัน
 
             พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน
             พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
             จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
 
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ


    ให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน


    เหตุผล


            เนื่องจากสภาวการณ์เกี่ยวกับการจ้างงานเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยจ้างและให้ลูกจ้างทำงานสถานประกอบการของตนเอง เป็นการจ้างโดยมีการส่งงานไปให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านของตนเองมากขึ้น กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่อาจให้ความคุ้มครองแก่ผู้รับงานประเภทนี้ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมและมีความไม่ปลอดภัยในการทำงานในงานบางประเภทสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    โครงสร้างร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. ....


    หมวด ๑ บททั่วไป

    หมวด ๒ ค่าจ้าง

    หมวด ๓ ความปลอดภัยในการทำงาน

    หมวด ๔ การควบคุม

    หมวด ๕ คณะกรรมการการรับงานไปทำที่บ้าน

    หมวด ๖ การยื่นคำร้องและพิจารณาคำร้อง

    หมวด ๗ พนักงานตรวจแรงงาน

    หมวด ๘ บทกำหนดโทษ



    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. .
    • มาตรา ๒
    • นี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่
      (๑) ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ
      (๒) รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
      (๓) การจ้างงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๔
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      งานที่รับไปทำที่บ้าน หมายความว่า งานที่ทำโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งเรียกว่า ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และงานนั้นต้องเป็นงานที่ทำในบ้านของบุคคลนั้น หรือในสถานที่อื่นๆ ซึ่งบุคคลนั้นเลือกเองที่มิใช่สถานที่ทำงานของผู้จ้างงาน เพื่อรับค่าจ้าง ซึ่งก่อให้เกิดผลผลิตหรือผลงานตามที่ผู้จ้างงานกำหนด โดยไม่คำนึงว่าผู้ใดเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ วัสดุ หรือสิ่งของอื่นๆ ที่ใช้ในการทำงาน
      ผู้รับงานไปทำที่บ้าน หมายความว่า บุคคลธรรมดา กลุ่มบุคคล ซึ่งตกลงรับทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่ผู้จ้างงาน โดยรับมาทำที่บ้านหรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานประกอบกิจการของผู้จ้างงานเพื่อรับค่าจ้าง
      ผู้จ้างงาน หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการซึ่งตกลงจ้างผู้รับงานไปทำที่บ้านให้ทำงานที่รับไปทำที่บ้านโดยตกลงจ่ายค่าจ้างให้ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการได้ว่าจ้างบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ทำงานที่รับไปทำที่บ้าน และบุคคลดังกล่าวได้ส่งมอบงานนั้นให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านไม่ว่าจะมีผู้รับจ้างช่วงก่อนถึงผู้รับงานไปทำที่บ้านกี่ช่วงก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการและบุคคลดังกล่าวเป็นผู้จ้างงานของผู้รับงานไปทำที่บ้าน
      ผู้ว่าจ้าง หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงว่าจ้างบุคคลอีกบุคคลหนึ่งให้ดำเนินงานทั้งหมด หรือแต่บางส่วนของงานใดเพื่อประโยชน์แก่ตน โดยจะจ่ายค่าจ้างตอบแทนผลสำเร็จแห่งการงานที่ทำนั้น
      ค่าจ้าง หมายความว่า เงินที่ผู้จ้างงานตกลงจ่ายให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านเพื่อตอบแทนการทำงานตามสัญญาที่ตกลงกัน
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการการรับงานไปทำที่บ้าน
      พนักงานตรวจแรงงาน หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน
      อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๕
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานตรวจแรงงานกับออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • หมวด ๑


      บททั่วไป

    • มาตรา ๖
    • การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ซึ่งผู้รับงานไปทำที่บ้านพึงได้ตามกฎหมายอื่น
    • มาตรา ๗
    • ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ เพื่อมีอำนาจฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีที่เกิดจากข้อพิพาทระหว่างผู้จ้างงานกับผู้รับงานไปทำที่บ้านตามพระราชบัญญัตินี้ให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน หรือทายาทของผู้รับงานไปทำที่บ้านซึ่งถึงแก่ความตาย และเมื่อกระทรวงแรงงานแจ้งให้ศาลแรงงานทราบแล้ว ก็ให้มีอำนาจกระทำการได้จนคดีถึงที่สุด
    • มาตรา ๘
    • ในกรณีที่ผู้จ้างงานเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำงาน ผู้จ้างงานต้องจัดหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยต่อการทำงาน ตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง
      ผู้รับงานไปทำที่บ้านต้องใช้วัตถุดิบและอุปกรณ์ด้วยความระมัดระวังและประหยัด ในกรณีที่ทำงานที่รับมอบหมายสำเร็จแล้ว ผู้รับงานไปทำที่บ้านต้องส่งคืนวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่เหลือให้แก่ผู้จ้างงาน
    • มาตรา ๙
    • ในกรณีที่งานที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จและอยู่ในระยะเวลาที่ตกลงกัน ผู้จ้างงานจะบอกเลิกสัญญาไม่ได้ เว้นแต่ผู้รับงานไปทำที่บ้านเป็นฝ่ายผิดสัญญา หรือผู้จ้างงานมีเหตุจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้จนต้องบอกเลิกสัญญาโดยผู้จ้างงานจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน
                   ภายใต้บังคับตามวรรคหนึ่งในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควรคาดหมายได้ว่างานที่รับไปทำที่บ้านจะไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ให้ผู้รับงานไปทำที่บ้านแจ้งให้ผู้จ้างงานทราบโดยเร็วเพื่อตกลงกับผู้จ้างงานขยายเวลาส่งมอบงานให้แก่ผู้จ้างงาน
                   หากผู้จ้างงานไม่ตกลงขยายเวลาส่งมอบงานตามวรรคสอง และผู้จ้างงานจะได้รับความเสียหาย
      จากความล่าช้าในการส่งมอบงาน โดยไม่ใช่ความผิดของผู้จ้างงาน ผู้จ้างงานมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและมอบงานให้ผู้อื่นรับงานนั้นไปทำแทนได้
                   การบอกเลิกสัญญาตามความในมาตรานี้ไม่ตัดสิทธิที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบ ในเหตุ
      แห่งการนั้นจะเรียกค่าเสียหายจากอีกฝ่ายหนึ่ง
    • มาตรา ๑๐
    • ในกรณีที่สาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่ความรู้ความสามารถของผู้รับงานไปทำที่บ้าน
      และผู้รับงานไปทำที่บ้านถึงแก่ความตาย หรือไม่สามารถทำงานนั้นต่อไปได้อันมิใช่เพราะความผิดของตน สัญญานั้นย่อมเป็นอันสิ้นลง แต่ถ้างานในส่วนที่ได้ทำไปแล้วนั้นเป็นประโยชน์แก่ผู้จ้างงาน ผู้จ้างงานต้องรับเอาไว้และจ่ายค่าจ้างตามสัดส่วนของงานที่ทำ
    • มาตรา ๑๑
    • มาตรา ๑๒
    • หมวด ๒

      ค่าจ้าง
    • หมวด ๒

      ค่าจ้าง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail