Facebook


ร่างพระราชบัญญัติป้องกันทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 871 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. .... เป็นร่างกฎหมายใหม่ที่ยังไม่มีการบังคับใช้ในประเทศไทย เพื่อคุ้มครองสัตว์มิให้ถูกทารุณกรรม อีกทั้งจะต้องมีการจัดสวัสดิภาพให้แก่สัตว์ ให้มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับสภาวะของสัตว์แต่ละชนิดและเป็นการป้องกันมิให้ใช้ข้ออ้างการทารุณกรรมสัตว์เป็นเครื่องมือในการกัดกันทางการค้าจากต่างประเทศ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

    เหตุผล
    เนื่องจากปัจจุบันในกระแสโลกาภิวัฒน์เป็นที่ยอมรับโดยสากลและโดยหลักคุณธรรมว่าสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตและเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่จะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิตามธรรมชาติของสัตว์ และได้รับการดูแลมิให้ถูกกระทำการทารุณกรรม หรือมีการฆ่าสัตว์โดยไม่จำเป็นโดยเจ้าของและผู้เลี้ยงสัตว์ต้องจัดสวัสดิภาพให้แก่สัตว์ให้เหมาะสมตามชนิดและประเภทสัตว์ อีกทั้งสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของจะต้องได้รับการคุ้มครองมิให้ถูกทารุณกรรมเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันมีการนำสัตว์มาเลี้ยง เพื่อการค้า การแสดง เป็นต้น การประกอบกิจการดังกล่าวต้องคำนึงถึงการจัดสวัสดิภาพและ การป้องกันมิให้สัตว์ได้รับความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ที่อาจเกิดแก่สัตว์ ทั้งในระหว่างการเลี้ยงดู การใช้สัตว์ประกอบกิจการ และการทำให้สัตว์ตายอย่างสงบด้วย ซึ่งอาจกระทบต่อจารีตประเพณีและศีลธรรมอันดีของสังคมไทยและชื่อเสียงของประเทศ รวมถึงการค้าระหว่างประเทศ ประกอบกับประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ....
    ประกอบด้วย บทนิยาม และบทบัญญัติต่าง ๆ รวม 8 หมวด ดังนี้
    หมวด 1 คณะกรรมการและคณะกรรมการประจำจังหวัด
    หมวด 2 องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์
    หมวด 3 สถานสงเคราะห์สัตว์
    หมวด 4 การป้องกันการทารุณกรรมสัตว์
    หมวด 5 การจัดสวัสดิภาพสัตว์
    หมวด 6 การฆ่าสัตว์
    หมวด 7 ใบอนุญาตประกอบกิจการ
    หมวด 8 การขอและการออกใบอนุญาต
    หมวด 9 การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต
    หมวด 10 การอุทธรณ์
    หมวด 11 พนักงานเจ้าหน้าที่
    หมวด 12 กองทุนป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
    หมวด 13 บทกำหนดโทษ


    • หมวด 1 คณะกรรมการและคณะกรรมการประจำจังหวัด
    • หมวด ๑
      คณะกรรมการและคณะกรรมการประจำจังหวัด

      ส่วนที่ ๑
      คณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

      มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยหนึ่งคน ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์หนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรมหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงคมนาคมหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหนึ่งคน เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติหรือผู้แทน อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์หรือผู้แทน อธิบดีกรมประมง หรือผู้แทน ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์หรือผู้แทน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีก ไม่น้อยกว่าสี่คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และให้อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นกรรมการและเลขานุการ
      ให้อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามจำนวนที่อธิบดีเห็นสมควร
      กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัย สมาคมหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพสัตว์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับแต่งตั้ง
      มาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๗ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
      กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
      ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการชุดเดิมให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งปฎิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นชุดใหม่
      มาตรา ๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      ในกรณีมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลือไม่เกินเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งก็ได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
      มาตรา ๑๐ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีคณะกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
      มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน การวินิจฉัยชี้ขาดในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
      ในกรณีกรรมการเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องใด กรรมการผู้นั้นมีหน้าที่แจ้งให้คณะกรรมการทราบและมีสิทธิเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ แต่ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในเรื่องนั้น
      มาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) ให้ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับนโยบายการจัดสวัสดิภาพสัตว์และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ต่อรัฐมนตรี
      (๒) กำหนดนโยบาย และให้ความเห็นชอบและข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรี เกี่ยวกับการออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบ ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข เพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้
      (๓) กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๔) กำหนดวิธีการปฏิบัติในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ และประสานงานระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินงานการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๕) กำหนดนโยบายแก่ส่วนราชการในการช่วยเหลือสนับสนุนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ หรือสถานสงเคราะห์สัตว์
      (๖) กำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้
      (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๘) พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๔๒ คำสั่งของผู้อนุญาตตามมาตรา ๔๓ และ คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ตามมาตรา ๔๔
      (๙) ออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลใดมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ให้ความเห็น คำแนะนำทางวิชาการ หรือให้ส่งเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๑๐) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการหรือการอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

      ส่วนที่ ๒
      คณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ประจำจังหวัด


      มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการประจำจังหวัด เรียกว่า “คณะกรรมการป้องกัน การทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ประจำจังหวัด” ในทุกจังหวัดประกอบด้วย ปศุสัตว์จังหวัด เป็นประธาน ผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา และผู้แทน สาธารณสุขจังหวัด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งปศุสัตว์จังหวัดแต่งตั้งจากองค์กร จัดสวัสดิภาพสัตว์จำนวนสามคน เป็นกรรมการ และให้นายสัตวแพทย์ ของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ
      วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้นำมาตรา ๘ และมาตรา ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
      การประชุมของคณะอนุกรรมการ ให้นำมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

      มาตรา ๑๔ คณะกรรมการประจำจังหวัด มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) ดำเนินการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๒) ให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในท้องที่มีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ และประสานงานระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภายในท้องที่นั้น เพื่อดำเนินการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์
      (๓) ให้ความเห็นชอบและข้อเสนอแนะต่อนายทะเบียนเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ แก่องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๔) ออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ความเห็น คำแนะนำทางวิชาการ หรือให้ส่งเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการประจำจังหวัด หรือการอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
    • หมวด 2 องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์
    • หมวด ๒
      องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์

      มาตรา ๑๕ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ นิติบุคคลใด ไม่ว่าจะตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตามกฎหมายต่างประเทศ ที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ มิได้มีวัตถุประสงค์มุ่งในทางการเมือง และการค้าหากำไร จากการประกอบกิจการดังกล่าว ซึ่งมีความประสงค์จะจัดตั้งเป็นองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ตามพระราช-บัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
      การขอและการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      การจดทะเบียนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
      มาตรา ๑๖ ในกรณีที่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียน ให้แจ้งคำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลไปยังผู้ยื่นคำขอภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
      มาตรา ๑๗ องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เมื่อจดทะเบียนแล้วมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากส่วนราชการในเรื่องดังต่อไปนี้
      (๑) การจัดให้มีอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์


      (๒) การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชน เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๓) การให้ความช่วยเหลือประชาชน ดังนี้
      (ก) การจัดทำโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (ข) ในกรณีได้รับอันตรายหรือความเสียหายอันเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
      (ค) การอื่น ๆ ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
      (๔) การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ และเสนอความเห็นอธิบดีหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
      (๕) สิทธิอื่น ๆ ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
      มาตรา ๑๘ องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ต้องดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ตามมาตรา ๑๕ และต้องไม่ดำเนินกิจการขัดต่อกฎหมาย หรือกระทำการ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน
      มาตรา ๑๙ ให้นายทะเบียนตรวจสอบและติดตามการดำเนินกิจการขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียน และพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานหรือสำนักงานสาขาขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกและให้นำความในหมวด ๑๑ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
      เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก หรือช่วยเหลือ หรือให้คำชี้แจงแก่นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร
      มาตรา ๒๐ ในกรณีองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ดำเนินกิจการขัดต่อวัตถุประสงค์ที่กำหนด ตามมาตรา ๑๕ หรือขัดต่อกฎหมายหรือกระทำการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมาตรา ๑๘ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ปฏิบัติให้ถูกต้อง เหมาะสมได้ หากองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนทะเบียนนั้นได้
      การแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนตามวรรคหนึ่ง และการอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
    • หมวด 3 สถานสงเคราะห์สัตว์
    • หมวด ๓
      สถานสงเคราะห์สัตว์

      มาตรา ๒๑ บุคคลใดประสงค์ที่จะจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน
      การขอและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      มาตรา ๒๒ สถานสงเคราะห์สัตว์ ต้องดำเนินกิจการในลักษณะไม่แสวงหากำไร และต้องไม่กระทำการอันเป็นการุณกรรมสัตว์และต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์ในสถานสงเคราะห์สัตว์ ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      มาตรา ๒๓ ในกรณีที่สถานสงเคราะห์สัตว์ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ ให้นายทะเบียน มีอำนาจสั่งสั่งเป็นหนังสือให้สถานสงเคราะห์สัตว์ปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมได้ หากสถานสงเคราะห์สัตว์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตนั้นได้
      การแจ้งคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง และการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
    • หมวด 4 การป้องกันการทารุณกรรมสัตว์
    • หมวด ๔
      การป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

      มาตรา ๒๔ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการใด ๆ ต่อสัตว์ อันเป็นการทารุณกรรมสัตว์
      มาตรา ๒๕ การกระทำดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์
      (๑) การเฆี่ยน ทุบตี ฟัน แทง เผา ลวก หรือกระทำ การอื่นใดในลักษณะที่ได้รับทุกข์เวทนา ซึ่งมีผลทำให้สัตว์ เจ็บปวด หรือพิการ หรือตาย
      (๒) ใช้สัตว์ในการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือใช้ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ทำงานอันไม่สมควรแก่ประเภท ชนิดและสภาพของสัตว์ โดยเฉพาะเมื่อสัตว์นั้นเจ็บป่วย ชรา อ่อนอายุ ใกล้คลอด หรือพิการ
      (๓) ใช้ยา หรือสารพิษ หรือสารอันตรายต่อสัตว์ โดยประสงค์จะให้สัตว์ได้รับอันตรายหรือความทุกข์ทรมาน หรือตาย
      (๔) ใช้พาหนะที่ไม่เหมาะสมแก่การขนส่งหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ ทำให้สัตว์ต้องได้รับความทุกข์ทรมาน บาดเจ็บ หรือตาย
      (๕) เลี้ยงหรือกักขังสัตว์ในที่คับแคบ ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมาน บาดเจ็บ หรือตาย
      (๖) นำสัตว์ที่เป็นอริกันไว้ในที่เดียวกัน
      (๗) พรากแม่และลูกสัตว์ที่ยังไม่หย่านม เว้นแต่มีเหตุอันสมควร
      (๘) ทอดทิ้งสัตว์เพื่อให้พ้นภาระ
      (๙) ทำให้สัตว์ต้องได้รับความทุกข์ทรมานหรือตายจากการ อดอยากขาดอาหาร น้ำหรือการพักผ่อน
      (๑๐) เจ้าของสัตว์ไม่ดูแลรักษา เมื่อสัตว์เจ็บป่วย
      (๑๑) ใช้ยาพิษหรือสารพิษเพื่อให้สัตว์ได้รับความ ทุกข์ทรมานหรือตาย
      (๑๒) กระทำการใด ๆ ให้สัตว์ต้องเสียรูปร่างหรือพิการ โดยไม่จำเป็น
      (๑๓) การนำสัตว์มาต่อสู้หรือปะลองกำลังกัน โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
      (๑๔) ฆ่าสัตว์ หรือทำร้ายสัตว์ โดยลุแก่โทสะ
      (๑๕) พันธนาการสัตว์เป็นเวลานานเกินความจำเป็นหรือด้วยเครื่องพันธนาการที่ไม่เหมาะสม
      (๑๖) ใช้สัตว์เลือดอุ่นที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นเหยื่อหรือเป็นอาหารสัตว์อื่น
      (๑๗) บริโภคสัตว์ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
      (๑๘) สังวาส หรือใช้สัตว์ประกอบกามกิจ
      (๑๙) การกระทำอื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      บทบัญญัติในวรรคแรก ไม่รวมถึงการกระทำดังต่อไปนี้
      (๑) การตัด หู หาง ขน เขา งา เล็บ และการตอนสัตว์การทำเครื่องหมายที่ตัวสัตว์ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๑) การฆ่าหรือการทำลายสัตว์ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๓) การเลี้ยงและการใช้สัตว์ทดลองตามที่ กฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๔) การกระทำอื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • หมวด 5 การจัดสวัสดิภาพสัตว์
    • หมวด ๕
      การจัดสวัสดิภาพสัตว์

      มาตรา ๒๖ เจ้าของสัตว์ต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะ และอายุของสัตว์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      มาตรา ๒๗ การดำเนินการดังต่อไปนี้ ผู้ดำเนินการต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขรัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๑) การเลี้ยงสัตว์
      (๒) การฝึกและใช้สัตว์
      (๓) การขนส่งสัตว์
      (๔) การควบคุมและกักขังสัตว์
      (๕) การฆ่าสัตว์
      (๖) การนำสัตว์มาให้เป็นรางวัล
      (๗) การใช้สัตว์เพื่อการแสดงหรือโฆษณา
      (๘) การอย่างอื่นตามความเหมาะสมแก่สัตว์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะ และอายุของสัตว์นั้น ๆ
    • หมวด 6 การฆ่าสัตว์
    • หมวด ๖
      การฆ่าสัตว์

      มาตรา ๒๘ ห้ามมิให้ผู้ใดฆ่าสัตว์ ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้
      (๑) การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหารในครอบครัว
      (๒) การฆ่าสัตว์ ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์
      (๒) การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาด ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
      (๔) การฆ่าสัตว์เมื่อสัตวแพทย์ได้ใช้ดุลยพินิจพิจารณาแล้วว่าสัตว์ป่วย พิการ หรือ บาดเจ็บ ไม่สามารถเยียวยาหรือรักษาให้มีชีวิตอยู่รอดโดยปราศจากความทุกข์ทรมานต่อไปได้
      (๕) การฆ่าสัตว์ตามความเชื่อทางศาสนา โดยได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๖) การฆ่าสัตว์ตามคำสั่งศาล
      (๗) การฆ่าสัตว์ การทำลายสัตว์ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๘) การฆ่าสัตว์ในกรณีอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      มาตรา ๒๙ การฆ่าสัตว์ต้องกระทำให้สัตว์ตายอย่างสงบ รวดเร็ว เจ็บปวดน้อยที่สุด และต้องไม่กระทำในที่สาธารณะ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • หมวด 7 ใบอนุญาตประกอบกิจการ
    • หมวด ๗
      ใบอนุญาตประกอบกิจการ

      มาตรา ๓๐ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ซึ่งขัดต่อ จารีตประเพณีและวัฒนธรรมของชาติ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      มาตรา ๓๑ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ตามมาตรา ๓๒ ต้องได้ รับอนุญาตจากผู้อนุญาต แล้วแต่กรณี
      มาตรา ๓๒ ใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ มีดังต่อไปนี้
      (๑) การค้าสัตว์
      (๒) การสืบสายพันธุ์ การพัฒนาสายพันธุ์ การดัดแปลงสายพันธุ์ และการขยายพันธุ์สัตว์
      (๓) การฝึกสัตว์
      (๔) การแสดงและการประกวดสัตว์
      (๕) การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์
      (๖) การกีฬา และการแข่งขัน
      (๗) การเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว
      (๘) การขนส่งสัตว์
      (๙) ใบอนุญาตประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      มาตรา ๓๓ ใบอนุญาตประกอบกิจการตามมาตรา ๓๒ ทุกฉบับ ให้ใช้ได้สามปี นับแต่วันออกใบอนุญาต
      มาตรา ๓๔ ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๑ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • หมวด 8 การขอและการออกใบอนุญาต
    • หมวด ๘
      การขอและการออกใบอนุญาต

      มาตรา ๓๕ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ตามมาตรา ๓๒ ให้ยื่นคำขอ รับใบอนุญาต ต่อผู้อนุญาต
      การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง
      มาตรา ๓๖ การพิจารณาคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้อนุญาตจะต้องดำเนินการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในหกสิบวัน นับแต่วันได้รับคำขออนุญาต ซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องและครบถ้วน
      ในกรณีมีเหตุจำเป็นผู้อนุญาตไม่อาจออกใบอนุญาต หรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดตามวรรคหนึ่ง หรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้นั้นแล้วแต่กรณี
      ถ้าผู้อนุญาตมิได้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอและต้องออกใบอนุญาตให้แก่ ผู้ยื่นคำขอนั้น ทั้งนี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้อนุญาตที่จะพิจารณาวินิจฉัยใหม่เมื่อมีเหตุอันสมควร
      มาตรา ๓๗ ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ประกอบกิจการนั้นต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น
      การต่ออายุใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
      การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ต้องกระทำให้เสร็จภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดที่ถูกต้องและครบถ้วน
      มาตรา ๓๘ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ชำรุด หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับ ใบอนุญาตแจ้งต่อผู้อนุญาตและยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ทราบการ สูญหาย ชำรุด หรือถูกทำลายดังกล่าว
      การขอและการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
      มาตรา ๓๙ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์กระทำการใด ๆ ซึ่งเข้าลักษณะเป็นการทารุณกรรมสัตว์
      ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ต้องจัดสวัสดิภาพให้แก่สัตว์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด
    • หมวด 9 การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต
    • หมวด ๙
      การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต

      มาตรา ๔๐ เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน ทั้งนี้ ในคำสั่ง ดังกล่าวจะกำหนดเงื่อนไขเท่าที่จำเป็นให้ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตต้องปฏิบัติไว้ด้วยก็ได้
      ในกรณีที่มีการฟ้องผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวต่อศาลว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้อนุญาตจะสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้นไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดก็ได้
      เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตเคยถูกพักใบอนุญาตมาแล้วกระทำความผิดในเหตุอย่างเดียวกันอีกภายในหนึ่งปีให้ ผู้อนุญาตสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
      ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้ประกอบกิจการตามที่ถูกสั่งพักใช้นั้น
      มาตรา ๔๑ ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตก่อนกำหนดได้ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตได้ปฏิบัติเงื่อนไขที่ผู้อนุญาตกำหนดตามมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งแล้ว
    • หมวด 10 การอุทธรณ์
    • หมวด ๑๐
      การอุทธรณ์

      มาตรา๔๒ ในกรณีที่นายทะเบียนไม่จดทะเบียนตั้งองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามมาตรา ๑๕ หรือไม่ออกใบอนุญาตจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ ตามมาตรา ๑๗ ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งนั้น
      มาตรา ๔๓ ในกรณีที่ผู้อนุญาตไม่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ตามมาตรา ๓๕ หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ตามมาตรา ๓๗ หรือ ไม่ออกใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ตามมาตรา๓๘ ผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้ขอต่อ ใบอนุญาต หรือผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้น
      มาตรา ๔๔ ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๐ ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนนั้น มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง เป็นหนังสือต่อ คณะกรรมการ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้น
      มาตรา ๔๕ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่ วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ตามมาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ หรือมาตรา ๔๔ แล้วแต่กรณี ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้มีหนังสือแจ้งผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนด ระยะเวลานั้น ในการนี้ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว
      ให้คณะกรรมการแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์พร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ยื่นอุทธรณ์ทราบโดยไม่ชักช้า
      คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
    • หมวด 11 พนักงานเจ้าหน้าที่
    • หมวด ๑๑
      พนักงานเจ้าหน้าที่

      มาตรา ๔๖ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็น เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
      มาตรา ๔๗ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ โดยเฉพาะในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากล่าช้าอาจมีการยักย้ายหรือทำลายหลักฐาน พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายในการเข้าตรวจค้นสถานที่ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเรียกตรวจค้นยานพาหนะใดๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อ
      (๑) ตรวจสอบเหตุการณ์ทารุณกรรมสัตว์ ตามที่ได้รับแจ้งหรือเมื่อมีเหตุอันควรให้เชื่อว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
      (๒) ยึด หรืออายัดสัตว์หรือซากของสัตว์ที่สงสัยว่าถูกฆ่า หรือถูกทารุณ รวมถึงอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเอกสารสงสัยว่าเกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบหรือเก็บเป็น หลักฐาน ที่เกี่ยวกับการทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ไว้เพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา
      (๓) นำสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บไปตรวจรักษาโดยไม่ชักช้า หรือสั่งการให้ทำลายสัตว์นั้นเพื่อไม่ให้ต้องทุกข์ทรมาน โดยให้สัตวแพทย์ดำเนินการ
      มาตรา ๔๘ เมื่อได้รับแจ้งและมีเหตุอันควรหรือมีหลักฐานให้เชื่อว่า สวัสดิภาพสัตว์กำลังอยู่ในอันตรายเร่งด่วนหรือไม่ปรากฏว่ามีเจ้าของอยู่ในสถานที่ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปในสถานที่เพื่อทำการช่วยสัตว์นั้นได้
      มาตรา ๔๙ เมื่อมีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือพบสัตว์ใดอยู่ในสภาพที่ทุกข์ทรมานจากการป่วยหรือบาดเจ็บสาหัส และสัตวแพทย์เห็นว่าการให้สัตว์มีชีวิตอยู่ต่อไปเป็นการทารุณ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถให้สัตวแพทย์ฆ่าสัตว์ได้ โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของ และให้บันทึกรายละเอียดไว้เป็นสำคัญ
      มาตรา ๕๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้บัตรประจำตัวให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดในกฎกระทรวง
      มาตรา ๕๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เจ้าของสถานที่และยานพาหนะหรือผู้เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกตามสมควร
      ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคแรก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกการตรวจสอบสถานที่ หรือยานพาหนะไว้เป็นหลักฐาน
    • หมวด 12 กองทุนป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
    • หมวด ๑๒
      กองทุนป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์


      มาตรา ๕๒ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมปศุสัตว์ เรียกว่า “กองทุนป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์” เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินดังต่อไปนี้
      (๑) ค่าธรรมเนียมบำรุงกองทุนที่ได้รับจากผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์
      (๒) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายใน และภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
      (๓) เงินค่าบริการและค่าปรับที่จัดเก็บตามพระราชบัญญัตินี้
      (๔) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
      (๕) ดอกผลและผลประโยชน์อื่นที่เกิดจากกองทุน
      (๖) รายได้อื่น ๆ
      เงินหรือทรัพย์สินอื่นหรือรายได้ของกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
      มาตรา ๕๓ ให้ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์จ่ายเงินค่าธรรมเนียมบำรุงกองทุนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
      มาตรา ๕๔ กองทุนมีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕๒ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
      (๑) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ
      (๒) ก่อตั้งสิทธิ หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร
      (๓) ให้กู้ยืมเพื่อสนับสนุนการดำเนินการองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์หรือสถานสงเคราะห์สัตว์
      (๔) ลงทุนหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุน
      (๕) กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องในการจัดการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
      มาตรา ๕๕ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ประธานกรรมการบริหารกองทุนเป็นผู้กระทำการแทนกองทุน ในการนี้ประธานกรรมการบริหารกองทุนจะมอบให้อธิบดี หรือกรรมการบริหารกองทุนผู้ใดปฏิบัติการแทนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารกองทุนก็ได้
      มาตรา ๕๖ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการที่กำหนดดังต่อไปนี้
      (๑) ส่งเสริมการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์
      (๒) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กู้ยืมเพื่อจัดให้มีระบบการอนุบาล ดูแลสวัสดิภาพสัตว์ในความรับผิดชอบ
      (๓) ให้องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์หรือสถานสงเคราะห์สัตว์กู้ยืม เพื่อจัดให้มีระบบมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์หรืออุปกรณ์อื่นใด เพื่อการบำบัดหรือขจัดมลพิษที่เกิดจากกิจกรรมหรือการดำเนินกิจการของตน ซึ่งตนมีหน้าที่ต้องจัดให้มีตามกฎหมาย
      (๔) ช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๕) เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน
      (๖) ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนัก เลี่ยงพฤติกรรมหรือการกระทำที่อาจเสี่ยงและก่อให้เกิดการทารุณสัตว์ ที่ทำลายสวัสดิภาพสัตว์ อันจะส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ และสร้างความเชื่อในการส่งเสริมการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์อันมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของมนุษย์
      (๗) สนับสนุนรณรงค์ให้ละเว้น ระมัดระวัง ป้องกันการทารุณกรรมที่ทำลายสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ อันมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ตลอดจนให้ประชาชนได้รับรู้ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๘) ศึกษา วิจัย หรือสนับสนุนให้มีการศึกษา วิจัย ฝึกอบรม เกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๙) พัฒนาความสามารถของชุมชนในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์โดยชุมชน องค์กรเอกชน องค์การสาธารณะ ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
      (๑๐) สนับสนุนการรณรงค์ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในลักษณะที่เป็นสื่อเพื่อให้ประชาชนสร้างเสริมสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรงและปราศจากโรคอันจะส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์
      มาตรา ๕๗ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบริหารกองทุนป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการบริหารกองทุน อธิบดีกรมบัญชีกลางหรือผู้แทน ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ หรือผู้แทน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือผู้แทน และคณะกรรมการอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งไม่เกินเจ็ดคน เป็นกรรมการบริหารกองทุน อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
      เลขานุการ จะแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ตามที่เห็นสมควรก็ได้
      มาตรา ๕๘ คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
      (๒) พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ตามมาตรา ๕๖ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
      (๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
      มาตรา ๕๙ การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์ และการจัดการกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
      มาตรา ๖๐ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบดุลและบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี
      ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบและรับรองบัญชีและการเงินของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการบริหารภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีเพื่อคณะกรรมการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
    • หมวด 13 บทกำหนดโทษ
    • หมวด ๑๓
      บทกำหนดโทษ

      มาตรา ๖๑ ผู้ใดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
      มาตรา ๖๒ ผู้ใดกระทำการทารุณกรรมสัตว์หรืกระทำการอันถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      มาตรา ๖๓ เจ้าของสัตว์ผู้ใดไม่จัดสวัสดิภาพสัตว์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ตามมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
      มาตรา ๖๔ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่จัดสวัสดิภาพ ในการดำเนินการตามมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
      มาตรา ๖๕ ผู้ใดฆ่าสัตว์ ฝ่าฝืนมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
      มาตรา ๖๖ ผู้ใดฆ่าสัตว์ โดยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่กำหนดในมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
      มาตรา ๖๔ ผู้ใดประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ฝ่าฝืนมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
      มาตรา ๖๕ ผู้ใดประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
      มาตรา ๖๖ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงตามาตรา ๓๔ ต้องระวงโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
      มาตรา ๖๖ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์เข้าลักษณะทารุณกรรมตามาตรา ๓๙ ต้องระวงโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
      มาตรา ๖๗ ผู้ใดประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ วรรคสี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
      มาตรา ๖๘ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่อำนวยความสะดวก ตามมาตรา ๑๙ วรรคสาม หรือมาตรา ๕๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      มาตรา ๖๖ ในกรณีที่ผู้กระทำผิด ซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับคามผิดนั้นๆ ด้วย เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น
      มาตรา ๖๗ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งมีโทษปรับสถานเดียว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี มีอำนาจเปรียบเทียบได้ และเมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตาม ค่าเปรียบเทียบภายในเวลาที่กำหนดแล้ว ให้คดีนั้นเป็นอันเลิกกัน
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail