Facebook


ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 5095 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. .... เป็นร่างกฎหมายใหม่ที่ยังไม่มีการบังคับใช้ในประเทศไทย เพื่อคุ้มครองสัตว์มิให้ถูกทารุณกรรม อีกทั้งจะต้องมีการจัดสวัสดิภาพให้แก่สัตว์ ให้มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับสภาวะของสัตว์แต่ละชนิด และเป็นการป้องกันมิให้ใช้ข้ออ้างการทารุณกรรมสัตว์เป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้าจากต่างประ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

    เหตุผล
    เนื่องจากปัจจุบันในกระแสโลกาภิวัฒน์เป็นที่ยอมรับโดยสากลและโดยหลักคุณธรรมว่าสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตและเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่จะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิตามธรรมชาติของสัตว์ และได้รับการดูแลมิให้ถูกกระทำการทารุณกรรม หรือมีการฆ่าสัตว์โดยไม่จำเป็นโดยเจ้าของและผู้เลี้ยงสัตว์ต้องจัดสวัสดิภาพให้แก่สัตว์ให้เหมาะสมตามชนิดและประเภทสัตว์ อีกทั้งสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของจะต้องได้รับการคุ้มครองมิให้ถูกทารุณกรรมเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันมีการนำสัตว์มาเลี้ยง เพื่อการค้า การแสดง เป็นต้น การประกอบกิจการดังกล่าวต้องคำนึงถึงการจัดสวัสดิภาพและ การป้องกันมิให้สัตว์ได้รับความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ที่อาจเกิดแก่สัตว์ ทั้งในระหว่างการเลี้ยงดู การใช้สัตว์ประกอบกิจการ และการทำให้สัตว์ตายอย่างสงบด้วย ซึ่งอาจกระทบต่อจารีตประเพณีและศีลธรรมอันดีของสังคมไทยและชื่อเสียงของประเทศ รวมถึงการค้าระหว่างประเทศ ประกอบกับประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ....
    ประกอบด้วย บทนิยาม และบทบัญญัติต่าง ๆ รวม 8 หมวด ดังนี้
    หมวด 1 คณะกรรมการและคณะกรรมการประจำจังหวัด
    หมวด 2 องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์
    หมวด 3 สถานสงเคราะห์สัตว์
    หมวด 4 การป้องกันการทารุณกรรมสัตว์
    หมวด 5 การจัดสวัสดิภาพสัตว์
    หมวด 6 การฆ่าสัตว์
    หมวด 7 ใบอนุญาตประกอบกิจการ
    หมวด 8 การขอและการออกใบอนุญาต
    หมวด 9 การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต
    หมวด 10 การอุทธรณ์
    หมวด 11 พนักงานเจ้าหน้าที่
    หมวด 12 กองทุนป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
    หมวด 13 บทกำหนดโทษ


    • ร่างพระราชบัญญัติป้องกันทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
    • ร่าง
      พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      พ.ศ. ….

      …………………..………………………..
      …………………..………………………..
      …………………..………………………..
      พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
      โดยที่เห็นสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
      มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า “พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ….”
      มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
      มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
      “สัตว์” หมายความว่า สิ่งมีชีวิตที่มีกระดูกสันหลังที่มิใช่มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      “การทารุณกรรม” หมายความว่า การกระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวด ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลให้สัตว์นั้นตาย
      “ความทุกข์ทรมาน” หมายความว่า ผลของการกระทำใด ๆ ที่กระทำต่อร่างกายหรือจิตใจสัตว์ ไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อม ทำให้สัตว์ได้รับความเครียด ความเจ็บปวด ความกลัว
      “การจัดสวัสดิภาพสัตว์” หมายความว่า การเลี้ยงหรือการจัดการให้สัตว์ให้มีความเป็นอยู่ ในสภาวะที่เหมาะสม มีสุขภาพอนามัยที่ดี ไม่เครียด มีที่อยู่อาศัย อาหาร และน้ำอย่างเพียงพอต่อความต้องการ
      “การฆ่า” หมายความว่า การกระทำใด ๆ เพื่อให้สัตว์ตาย
      “เจ้าของ” หมายความว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์และให้หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ในกรณีสัตว์ที่ไม่ปรากฏเจ้าของหรือไม่สามารถหาเจ้าของได้ ให้หมายความรวมถึงผู้เลี้ยงและผู้ควบคุมด้วย
      “ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่าผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการตามพระราช-บัญญัตินี้ ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้รับใบอนุญาตให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งนิติบุคคลแต่งตั้งให้เป็น ผู้ดำเนินกิจการด้วย
      “ส่วนราชการ” หมายความว่า กระทรวง กรม สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
      “องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์” หมายความว่า นิติบุคคลตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ มิได้มีวัตถุประสงค์มุ่งในทางการเมืองและการค้าหากำไรจากการประกอบกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้
      “สถานสงเคราะห์สัตว์” หมายความว่า สถานที่สำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ ดูแล และอนุบาลสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งหรือไม่มีเจ้าของ เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ถูกทารุณกรรม และจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยมิได้มุ่งหมายในทางการค้า หรือหากำไร
      “ผู้อนุญาต” หมายความว่า อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
      “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรม และการจัด สวัสดิภาพสัตว์
      “คณะกรรมการประจำจังหวัด” หมายความว่า คณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ประจำจังหวัด
      “กองทุน” หมายความว่า กองทุนป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      “คณะกรรมการบริหารกองทุน” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติการตามพระราช-บัญญัตินี้
      “สัตวแพทย์” หมายความว่า สัตวแพทย์ ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ จากสัตวแพทยสภา ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์
      “นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดีแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียนเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา
      “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์
      “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
      มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับกับส่วนราชการที่มีกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพไว้โดยเฉพาะแล้ว
      มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ นายทะเบียน ออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นกับออกประกาศและระเบียบ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      กฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
      มาตรา ๖ ให้อธิบดีมีอำนาจออกประกาศและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      ประกาศและระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • หมวด 1 คณะกรรมการและคณะกรรมการประจำจังหวัด
    • หมวด ๑
      คณะกรรมการและคณะกรรมการประจำจังหวัด

      ส่วนที่ ๑
      คณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

      มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยหนึ่งคน ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์หนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรมหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงคมนาคมหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหนึ่งคน เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติหรือผู้แทน อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์หรือผู้แทน อธิบดีกรมประมง หรือผู้แทน ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์หรือผู้แทน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีก ไม่น้อยกว่าสี่คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และให้อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นกรรมการและเลขานุการ
      ให้อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามจำนวนที่อธิบดีเห็นสมควร
      กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัย สมาคมหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพสัตว์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับแต่งตั้ง
      มาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๗ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
      กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
      ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการชุดเดิมให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งปฎิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นชุดใหม่
      มาตรา ๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      ในกรณีมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลือไม่เกินเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งก็ได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
      มาตรา ๑๐ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีคณะกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
      มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน การวินิจฉัยชี้ขาดในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
      ในกรณีกรรมการเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องใด กรรมการผู้นั้นมีหน้าที่แจ้งให้คณะกรรมการทราบและมีสิทธิเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ แต่ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในเรื่องนั้น
      มาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) ให้ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับนโยบายการจัดสวัสดิภาพสัตว์และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ต่อรัฐมนตรี
      (๒) กำหนดนโยบาย และให้ความเห็นชอบและข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรี เกี่ยวกับการออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบ ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข เพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้
      (๓) กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๔) กำหนดวิธีการปฏิบัติในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ และประสานงานระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินงานการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๕) กำหนดนโยบายแก่ส่วนราชการในการช่วยเหลือสนับสนุนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ หรือสถานสงเคราะห์สัตว์
      (๖) กำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้
      (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๘) พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๔๒ คำสั่งของผู้อนุญาตตามมาตรา ๔๓ และ คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ตามมาตรา ๔๔
      (๙) ออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลใดมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ให้ความเห็น คำแนะนำทางวิชาการ หรือให้ส่งเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๑๐) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการหรือการอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
      ส่วนที่ ๒
      คณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ประจำจังหวัด


      มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการประจำจังหวัด เรียกว่า “คณะกรรมการป้องกัน การทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ประจำจังหวัด” ในทุกจังหวัดประกอบด้วย ปศุสัตว์จังหวัด เป็นประธาน ผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา และผู้แทน สาธารณสุขจังหวัด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งปศุสัตว์จังหวัดแต่งตั้งจากองค์กร จัดสวัสดิภาพสัตว์จำนวนสามคน เป็นกรรมการ และให้นายสัตวแพทย์ ของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ
      วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้นำมาตรา ๘ และมาตรา ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
      การประชุมของคณะอนุกรรมการ ให้นำมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

      มาตรา ๑๔ คณะกรรมการประจำจังหวัด มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) ดำเนินการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๒) ให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในท้องที่มีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ และประสานงานระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภายในท้องที่นั้น เพื่อดำเนินการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์
      (๓) ให้ความเห็นชอบและข้อเสนอแนะต่อนายทะเบียนเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ แก่องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๔) ออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ความเห็น คำแนะนำทางวิชาการ หรือให้ส่งเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการประจำจังหวัด หรือการอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
    • หมวด 2 องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์
    • หมวด ๒
      องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์

      มาตรา ๑๕ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ นิติบุคคลใด ไม่ว่าจะตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตามกฎหมายต่างประเทศ ที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ มิได้มีวัตถุประสงค์มุ่งในทางการเมือง และการค้าหากำไร จากการประกอบกิจการดังกล่าว ซึ่งมีความประสงค์จะจัดตั้งเป็นองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ตามพระราช-บัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
      การขอและการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      การจดทะเบียนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
      มาตรา ๑๖ ในกรณีที่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียน ให้แจ้งคำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลไปยังผู้ยื่นคำขอภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
      มาตรา ๑๗ องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เมื่อจดทะเบียนแล้วมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากส่วนราชการในเรื่องดังต่อไปนี้
      (๑) การจัดให้มีอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์


      (๒) การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชน เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (๓) การให้ความช่วยเหลือประชาชน ดังนี้
      (ก) การจัดทำโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
      (ข) ในกรณีได้รับอันตรายหรือความเสียหายอันเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
      (ค) การอื่น ๆ ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
      (๔) การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ และเสนอความเห็นอธิบดีหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
      (๕) สิทธิอื่น ๆ ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
      มาตรา ๑๘ องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ต้องดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ตามมาตรา ๑๕ และต้องไม่ดำเนินกิจการขัดต่อกฎหมาย หรือกระทำการ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน
      มาตรา ๑๙ ให้นายทะเบียนตรวจสอบและติดตามการดำเนินกิจการขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียน และพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานหรือสำนักงานสาขาขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกและให้นำความในหมวด ๑๑ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
      เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก หรือช่วยเหลือ หรือให้คำชี้แจงแก่นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร
      มาตรา ๒๐ ในกรณีองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ดำเนินกิจการขัดต่อวัตถุประสงค์ที่กำหนด ตามมาตรา ๑๕ หรือขัดต่อกฎหมายหรือกระทำการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมาตรา ๑๘ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ปฏิบัติให้ถูกต้อง เหมาะสมได้ หากองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนทะเบียนนั้นได้
      การแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนตามวรรคหนึ่ง และการอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
    • หมวด 3 สถานสงเคราะห์สัตว์
    • หมวด ๓
      สถานสงเคราะห์สัตว์

      มาตรา ๒๑ บุคคลใดประสงค์ที่จะจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน
      การขอและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      มาตรา ๒๒ สถานสงเคราะห์สัตว์ ต้องดำเนินกิจการในลักษณะไม่แสวงหากำไร และต้องไม่กระทำการอันเป็นการุณกรรมสัตว์และต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์ในสถานสงเคราะห์สัตว์ ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      มาตรา ๒๓ ในกรณีที่สถานสงเคราะห์สัตว์ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ ให้นายทะเบียน มีอำนาจสั่งสั่งเป็นหนังสือให้สถานสงเคราะห์สัตว์ปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมได้ หากสถานสงเคราะห์สัตว์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตนั้นได้
      การแจ้งคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง และการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
    • หมวด 4 การป้องกันการทารุณกรรมสัตว์
    • หมวด ๔
      การป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

      มาตรา ๒๔ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการใด ๆ ต่อสัตว์ อันเป็นการทารุณกรรมสัตว์
      มาตรา ๒๕ การกระทำดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์
      (๑) การเฆี่ยน ทุบตี ฟัน แทง เผา ลวก หรือกระทำ การอื่นใดในลักษณะที่ได้รับทุกข์เวทนา ซึ่งมีผลทำให้สัตว์ เจ็บปวด หรือพิการ หรือตาย
      (๒) ใช้สัตว์ในการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือใช้ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ทำงานอันไม่สมควรแก่ประเภท ชนิดและสภาพของสัตว์ โดยเฉพาะเมื่อสัตว์นั้นเจ็บป่วย ชรา อ่อนอายุ ใกล้คลอด หรือพิการ
      (๓) ใช้ยา หรือสารพิษ หรือสารอันตรายต่อสัตว์ โดยประสงค์จะให้สัตว์ได้รับอันตรายหรือความทุกข์ทรมาน หรือตาย
      (๔) ใช้พาหนะที่ไม่เหมาะสมแก่การขนส่งหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ ทำให้สัตว์ต้องได้รับความทุกข์ทรมาน บาดเจ็บ หรือตาย
      (๕) เลี้ยงหรือกักขังสัตว์ในที่คับแคบ ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมาน บาดเจ็บ หรือตาย
      (๖) นำสัตว์ที่เป็นอริกันไว้ในที่เดียวกัน
      (๗) พรากแม่และลูกสัตว์ที่ยังไม่หย่านม เว้นแต่มีเหตุอันสมควร
      (๘) ทอดทิ้งสัตว์เพื่อให้พ้นภาระ
      (๙) ทำให้สัตว์ต้องได้รับความทุกข์ทรมานหรือตายจากการ อดอยากขาดอาหาร น้ำหรือการพักผ่อน
      (๑๐) เจ้าของสัตว์ไม่ดูแลรักษา เมื่อสัตว์เจ็บป่วย
      (๑๑) ใช้ยาพิษหรือสารพิษเพื่อให้สัตว์ได้รับความ ทุกข์ทรมานหรือตาย
      (๑๒) กระทำการใด ๆ ให้สัตว์ต้องเสียรูปร่างหรือพิการ โดยไม่จำเป็น
      (๑๓) การนำสัตว์มาต่อสู้หรือปะลองกำลังกัน โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
      (๑๔) ฆ่าสัตว์ หรือทำร้ายสัตว์ โดยลุแก่โทสะ
      (๑๕) พันธนาการสัตว์เป็นเวลานานเกินความจำเป็นหรือด้วยเครื่องพันธนาการที่ไม่เหมาะสม
      (๑๖) ใช้สัตว์เลือดอุ่นที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นเหยื่อหรือเป็นอาหารสัตว์อื่น
      (๑๗) บริโภคสัตว์ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
      (๑๘) สังวาส หรือใช้สัตว์ประกอบกามกิจ
      (๑๙) การกระทำอื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      บทบัญญัติในวรรคแรก ไม่รวมถึงการกระทำดังต่อไปนี้
      (๑) การตัด หู หาง ขน เขา งา เล็บ และการตอนสัตว์การทำเครื่องหมายที่ตัวสัตว์ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๑) การฆ่าหรือการทำลายสัตว์ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๓) การเลี้ยงและการใช้สัตว์ทดลองตามที่ กฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๔) การกระทำอื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • หมวด 5 การจัดสวัสดิภาพสัตว์
    • หมวด ๕
      การจัดสวัสดิภาพสัตว์

      มาตรา ๒๖ เจ้าของสัตว์ต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะ และอายุของสัตว์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      มาตรา ๒๗ การดำเนินการดังต่อไปนี้ ผู้ดำเนินการต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขรัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๑) การเลี้ยงสัตว์
      (๒) การฝึกและใช้สัตว์
      (๓) การขนส่งสัตว์
      (๔) การควบคุมและกักขังสัตว์
      (๕) การฆ่าสัตว์
      (๖) การนำสัตว์มาให้เป็นรางวัล
      (๗) การใช้สัตว์เพื่อการแสดงหรือโฆษณา
      (๘) การอย่างอื่นตามความเหมาะสมแก่สัตว์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะ และอายุของสัตว์นั้น ๆ
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail