Facebook


ร่างพระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 5910 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง 

  พระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ.....

                                    ------------------------------

 

 

 

 

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ....

 

 

 

 

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ           ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

 

 

 

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

ยาสัตว์ หมายความว่า 

 

 

(๑)  วัตถุที่รับรองไว้ในตำรายาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

 

 

(๒)  วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้โดยตรงต่อร่างกายสัตว์  ในการวินิจฉัย บำบัด รักษา บรรเทา หรือป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วย

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ให้มีกฎหมายว่าด้วยยาสัตว์

    เหตุผล
    เนื่องจากปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ได้มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีไปอย่างกว้างขวาง และจำเป็นต้องมีการนำยาสัตว์และวัคซีนมาใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ เพื่อควบคุมโรคระบาดสัตว์และลดการสูญเสีย ยาสัตว์และวัคซีนสำหรับสัตว์เป็นปัจจัยการผลิตสำคัญที่ส่งผลถึงการควบคุมคุณภาพ และความปลอดภัยของสัตว์และอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ รวมทั้งโรคระบาดสัตว์และโรคติดต่อระหว่างสัตว์และมนุษย์ ซึ่งต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลและประเทศคู่ค้า เพื่อให้การควบคุมป้องกันโรคและ สารตกค้างจากการเลี้ยงสัตว์มีประสิทธิภาพ ได้ผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ จำเป็นต้องมีการพัฒนาการกำกับดูแลยาสัตว์ให้มีความชัดเจน เพื่อวางระบบในการควบคุมป้องกัน จึงควรมีบทบัญญัติว่าด้วยการควบคุมยาสัตว์โดยเฉพาะภายใต้การกำกับดูแลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. ๒๕๒๕ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.๒๔๙๙ และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติ สถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาสัตว์อยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้


    เนื่องจากปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ได้มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีไปอย่างกว้างขวาง และจำเป็นต้องมีการนำยาสัตว์และวัคซีนมาใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ เพื่อควบคุมโรคระบาดสัตว์และลดการสูญเสีย ยาสัตว์และวัคซีนสำหรับสัตว์เป็นปัจจัยการผลิตสำคัญที่ส่งผลถึงการควบคุมคุณภาพ และความปลอดภัยของสัตว์และอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ รวมทั้งโรคระบาดสัตว์และโรคติดต่อระหว่างสัตว์และมนุษย์ ซึ่งต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลและประเทศคู่ค้า เพื่อให้การควบคุมป้องกันโรคและ สารตกค้างจากการเลี้ยงสัตว์มีประสิทธิภาพ ได้ผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ จำเป็นต้องมีการพัฒนาการกำกับดูแลยาสัตว์ให้มีความชัดเจน เพื่อวางระบบในการควบคุมป้องกัน จึงควรมีบทบัญญัติว่าด้วยการควบคุมยาสัตว์โดยเฉพาะภายใต้การกำกับดูแลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. ๒๕๒๕ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.๒๔๙๙ และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติ สถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาสัตว์อยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้


    โครงสร้างของร่างกฎหมาย
    ร่างพระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ. .... มีโครงสร้าง
    ประกอบด้วย บทนิยาม และบทบัญญัติต่าง ๆ รวม ๑๐ หมวด ดังนี้
    หมวด ๑ คณะกรรมการยาสัตว์
    หมวด ๒ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    หมวด ๕ การพักใช้ใบอนุญาต และการเพิกถอนใบอนุญาต
    หมวด ๖ การโฆษณา
    หมวด ๗ ยาสัตว์ที่ห้ามผลิต ขาย นำเข้า และใช้
    หมวด ๘ พนักงานเจ้าหน้าที่
    หมวด ๙ ความรับผิดทางแพ่ง
    หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ


    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • ร่างพระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ. ....
    • มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ....
    • ร่างพระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • ร่างพระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ. ....
    • มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
      ยาสัตว์ หมายความว่า
      (๑) วัตถุที่รับรองไว้ในตำรายาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๒) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้โดยตรงต่อร่างกายสัตว์ ในการวินิจฉัย บำบัด รักษา บรรเทา หรือป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วย
      (๓) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับให้เกิดผลแก่สุขภาพ โครงสร้าง หรือการกระทำหน้าที่ใดๆ ของ ร่างกายสัตว์
      (๔) เภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์ ชีววัตถุสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์ผสมยา หรือ
      (๕) วัตถุอื่น ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      วัตถุตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ไม่หมายความรวมถึง
      วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการเกษตร การอุตสาหกรรม หรือการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (ก) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์ เครื่องมือแพทย์ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุอันตราย
      (ข) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในห้องวิทยาศาสตร์ สำหรับการวิจัย การวิเคราะห์ หรือ การชันสูตรโรคซึ่งมิได้กระทำโดยตรงต่อร่างกายสัตว์
      (ค) เภสัชเคมีภัณฑ์ เภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป และวัตถุที่ขึ้นทะเบียนเป็นยาสำหรับมนุษย์ตามตามกฎหมายว่าด้วยยา
      สัตว์ หมายความว่า สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่พรรณไม้ และมนุษย์
      สัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค หมายความว่า สัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อให้ผลผลิตเป็นอาหารของมนุษย์ เช่น เนื้อ นม ไข่
      ยาสัตว์แผนปัจจุบัน หมายความว่า ยาสัตว์ที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการประกอบวิชาชีพ การสัตวแพทย์ ยาสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาสัตว์แผนปัจจุบัน หรือยาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นยาสัตว์แผนปัจจุบัน
      ยาสัตว์แผนไทย หมายความว่า ยาสัตว์ที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการประกอบวิชาชีพ การสัตวแพทย์ ยาสัตว์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับเป็นยาสัตว์แผนไทย หรือยาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นยาสัตว์แผนไทย
      ยาสัตว์ทางเลือก หมายความว่า ยาสัตว์ที่มุ่งหมายใช้ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาสัตว์ทางเลือก หรือยาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นยาสัตว์ทางเลือก
      ยาสัตว์ควบคุมตามใบสั่งยา หมายความว่า ยาสัตว์ที่ต้องจ่ายตามใบสั่งยาของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ทั้งนี้ตามรูปแบบใบสั่งยาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      ยาสัตว์ควบคุมโดยผู้ประกอบวิชาชีพ หมายความว่า ยาสัตว์ที่ต้องจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพ การสัตวแพทย์ หรือ ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
      ยาสัตว์จำหน่ายทั่วไป หมายความว่า ยาที่ไม่ต้องจ่ายตามใบสั่งยา หรือ ไม่ต้องควบคุมการจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ประชาชนสามารถซื้อหาได้เองทั่วไป ตามรายการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      อาหารสัตว์ผสมยา หมายความว่า อาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของยาสัตว์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ เพื่อการเลี้ยงสัตว์ และมีคุณสมบัติเป็นยาสัตว์
      ชีววัตถุสำหรับสัตว์ หมายความว่า ยาสัตว์สำเร็จรูปที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตหรือจากการสังเคราะห์ และมุ่งหมายใช้โดยตรงต่อร่างกายสัตว์ เพื่อบำบัดรักษา สร้างภูมิคุ้มกัน หรือวินิจฉัยสถานะของภูมิคุ้มกัน
      เภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์ หมายความว่า วัตถุที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตหรือจากการสังเคราะห์ สำหรับใช้ผสม ปรุง แต่ง เตรียม หรือผสมเป็นชีววัตถุสำหรับสัตว์
      เภสัชสมุนไพรสำหรับสัตว์ หมายความว่า วัตถุที่ได้จาก พืช สัตว์ หรือแร่ ซึ่งมิได้ผสม ปรุง หรือแปรสภาพที่ใช้เป็นยาสัตว์ หรือที่ใช้ในการผลิตเป็นยาสัตว์สำเร็จรูป
      สารออกฤทธิ์ หมายความว่า วัตถุอันเป็นส่วนประกอบสำคัญของยาสัตว์ที่มีฤทธิ์สามารถบำบัด รักษา บรรเทา หรือป้องกันโรคสัตว์หรืออาการของโรคสัตว์หรือความเจ็บป่วยของสัตว์
      ความแรงของสารออกฤทธิ์ หมายความว่า
      (๑) ปริมาณของสารออกฤทธิ์ระบุเป็นน้ำหนักต่อน้ำหนัก น้ำหนักต่อปริมาตร ปริมาตรต่อปริมาตร หรือปริมาณของสารออกฤทธิ์ต่อหนึ่งหน่วยการใช้ ที่แสดงความเข้มข้นของยาสัตว์ หรือ
      (๒) การแสดงฤทธิ์ทางการบำบัด รักษา บรรเทา หรือป้องกันโรคสัตว์ หรืออาการของโรคสัตว์ หรือความเจ็บป่วยของสัตว์ตามที่ได้มีการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยวิธีการที่ได้มาตรฐาน หรือได้ผ่าน การควบคุมการใช้รักษาโรคสัตว์อย่างได้ผลเพียงพอแล้ว
      ผลิต หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง หรือแปรสภาพ และหมายความรวมถึงเปลี่ยนรูปยาสัตว์ แบ่งยาสัตว์จากภาชนะหรือหีบห่อเดิมไปบรรจุในภาชนะหรือหีบห่อใหม่เพื่อขาย
      นำเข้า หมายความว่า นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
      โฆษณา หมายความว่า การเผยแพร่หรือการสื่อความหมายไม่ว่าจะกระทำโดยวิธีการใด ๆ ให้ผู้อื่นหรือประชาชนเห็นหรือทราบ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า แต่ไม่หมายความรวมถึงเอกสารทางวิชาการหรือตำราที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน
      ส่งเสริมการขาย หมายความว่า การกระทำการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูล การชักชวนหรือกระทำโดยวิธีใดๆ ซึ่งจะชักนำให้เกิดการสั่งใช้ยาสัตว์ การรักษา การสั่งซื้อ และ การใช้เพิ่มขึ้น เพื่อประโยชน์ในทางการค้า
      ขาย
    • ร่างพระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ. ....
    • มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราในบัญชี ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นตลอดจนออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      กฎกระทรวง และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • ร่างพระราชบัญญัติยาสัตว์ พ.ศ. ....
    • มาตรา ๕ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมยาสัตว์ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังต่อไปนี้
      (๑) ระบุตำรายาสัตว์ วัตถุที่เป็นยาสัตว์ วัตถุที่อนุญาตให้ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์ยาสัตว์ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค วัตถุที่ห้ามใช้เป็นยาสัตว์ ยาสัตว์ควบคุมตามใบสั่งยา รายละเอียดที่ต้องระบุในใบสั่งยา ยาสัตว์ควบคุมโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ยาสัตว์จำหน่ายทั่วไป
      (๒) ระบุยาสัตว์ที่ห้ามผลิต ขาย นำเข้า ยาสัตว์ที่ห้ามใช้ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค
      (๓) กำหนดด่านนำเข้าเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบยาสัตว์ที่นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
      (๔) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับ การผลิต ขาย นำเข้า การควบคุมการกระจายยาสัตว์ การออกใบสั่งยา การควบคุมการใช้ยาสัตว์ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคตามชนิด และจำนวนสัตว์ที่กำหนด และการผลิตหรือนำเข้ายาสัตว์เพื่อการวิจัย
      (๕) กำหนดหลักเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนจากปริมาณที่กำหนดไว้ของสารออกฤทธิ์ในตำรับยาสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนไว้
      (๖) กำหนดคุณสมบัติ หน้าที่ของผู้ดำเนินการ คุณสมบัติ หน้าที่ และจำนวนของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำสถานที่ผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ แต่ละประเภท
      (๗) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโฆษณายาสัตว์ และการส่งเสริมการขาย
      (๘) กำหนดชื่อ ประเภท ชนิด ลักษณะ คุณภาพ หรือมาตรฐานอาหารสัตว์ผสมยา ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขใน การผลิตเพื่อขาย ภาชนะบรรจุ และเก็บรักษาอาหารสัตว์ผสมยา การออกใบสั่งยา การขาย และการผลิตอาหารสัตว์ผสมยาเพื่อใช้ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคในสถานที่เลี้ยงสัตว์
      (๙) กำหนดชื่อ ประเภท หรือ ชนิด ของอาหารสัตว์ผสมยา ที่ต้องจดแจ้ง หรือ ควบคุมการขาย ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ระบุในประกาศกระทรวง
      (๑๐) กำหนดคุณสมบัติ ผู้ดำเนินการ และ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ณ สถานที่ผลิตอาหารสัตว์ผสมยา
      (๑๑) หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การผลิต การขาย อาหารสัตว์ผสมยาที่มีส่วนผสมของยาสัตว์มากกว่าหนึ่งตำรับ เพื่อใช้ในสัตว์ที่เลี้ยงหรือให้ผลผลิตเพื่อเป็นอาหาร
      (๑๒) กำหนดโรคที่เป็นลักษณะต้องห้ามของผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๔ (๖)
      (๑๓) กำหนดการอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์
      (๑๔) กำหนดประเภท ชนิด เภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์ ชีววัตถุสำหรับสัตว์ ที่ห้ามไม่ให้นำมาใช้กับสัตว์ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการวินิจฉัย ควบคุม และกำจัดโรคในสัตว์
      (๑๕) กำหนดประเภท ชนิด คุณสมบัติ ของยาสัตว์ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนยาสัตว์ ตามมาตรา ๔๖ วรรคสอง (๕) ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการแสดงฉลากตามชนิดสัตว์ที่กำหนด
      (๑๖) และอื่น ๆ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
    • หมวด ๑ คณะกรรมการยาสัตว์
    • มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการยาสัตว์ ประกอบด้วย
      (๑) ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นรองประธานกรรมการ
      (๒) อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมควบคุมโรค เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยี ชีวภัณฑ์สัตว์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ นายกสัตวแพทยสภา นายกสภาเภสัชกรรม เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
      (๓) ผู้แทนจากภาคเอกชนธุรกิจด้านยาสัตว์ ซึ่งจดทะเบียนเป็นสมาคมตามกฎหมายและลงทะเบียนกับคณะกรรมการแล้วให้เลือกกันเองเหลือหนึ่งคน เป็นกรรมการ
      (๔) ผู้แทนจากภาคธุรกิจเอกชนด้านการเลี้ยงสัตว์ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและลงทะเบียน กับคณะกรรมการแล้วให้เลือกกันเองเหลือหนึ่งคนเป็นกรรมการ
      (๕) ผู้แทนจากกลุ่มเกษตรกรด้านการเลี้ยงสัตว์ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและลงทะเบียน กับคณะกรรมการแล้วให้เลือกกันเองเหลือหนึ่งคน คนเป็นกรรมการ
      (๖) ผู้แทนองค์กรเอกชนคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาซึ่งได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการค้ากำไร และลงทะเบียนกับคณะกรรมการให้เลือกกันเองเหลือหนึ่งคนเป็นกรรมการ
      (๗) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคัดเลือกจากทะเบียนผู้มีความรู้ความชำนาญหรือผู้เชี่ยวชาญสาขาการแพทย์ไม่เกินหนึ่งคน สาขาเภสัชกรรมไม่เกินหนึ่งคน สาขาสัตวแพทย์ไม่เกินสองคน และผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยไม่เกินหนึ่งคน เป็นกรรมการ
      ให้ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
      การเลือกกรรมการใน (๕) (๖) และ (๗) ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      ในกรณีที่ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๖ (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ยังไม่มาลงทะเบียนกับคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการเพียงเท่าที่มีอยู่แต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อเชิญชวนผู้มีคุณสมบัติดังกล่าว มาลงทะเบียนกับคณะกรรมการเพื่อดำเนินการเลือกตั้งกันต่อไป หากพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันแล้ว ยังไม่มีผู้มาลงทะเบียนกับคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการเพียงเท่าที่มีอยู่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในพระราชบัญญัตินี้ได้ แต่เมื่อมีผู้มีคุณสมบัติดังกล่าวมาลงทะเบียนกับคณะกรรมการให้ดำเนินการเลือกตั้งทันที
    • หมวด ๑ คณะกรรมการยาสัตว์
    • มาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ สามปีนับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง
      ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งตามวาระที่เหลืออีกไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้มีการเลือกตั้งตามมาตรา ๖ วรรคสาม และให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน
      กรรมการตามวรรคหนึ่งซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
    • หมวด ๑ คณะกรรมการยาสัตว์
    • มาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ สามปีนับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง
      ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งตามวาระที่เหลืออีกไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้มีการเลือกตั้งตามมาตรา ๖ วรรคสาม และให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน
      กรรมการตามวรรคหนึ่งซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
    • หมวด ๑ คณะกรรมการยาสัตว์
    • มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) คณะกรรมการด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของทั้งคณะให้ออกเพราะบกพร่อง ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย
      (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๖) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      (๗) ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั้น ๆ
    • หมวด ๑ คณะกรรมการยาสัตว์
    • มาตรา ๙ การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
      ในการประชุมครั้งใด ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการ ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุม
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ชาด
    • หมวด ๑ คณะกรรมการยาสัตว์
    • มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) กำหนดนโยบายและแผนแม่บททางด้านยาสัตว์แห่งชาติ
      (๒) กำหนดอายุการใช้ของยาสัตว์บางชนิด ยาสัตว์ที่ต้องแจ้งวันสิ้นอายุ และยาสัตว์ที่ต้องแจ้ง คำเตือนการใช้ยาสัตว์ไว้ในฉลากและเอกสารกำกับยาสัตว์เป็นภาษาไทย
      (๓) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการแสดงป้าย การแสดงฉลาก เอกสารกำกับยาสัตว์ การทำบัญชีเกี่ยวกับยาสัตว์ และการเก็บตัวอย่างยาสัตว์
      (๔) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรายงานอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ ยาสัตว์ การเฝ้าระวังและติดตามประเมินผลการใช้ยาสัตว์ การศึกษาวิจัยทางคลินิก การศึกษาความ เท่าเทียมกันในประสิทธิผลการรักษาของยาสัตว์ และการศึกษาความคงตัวของยาสัตว์ การกำหนดค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ และประเมินเอกสารขณะขึ้นทะเบียนตำรับ
      (๕) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทำลายยาสัตว์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกเก็บ หรือสั่งให้ผู้รับอนุญาตจัดเก็บตามมาตรา ๗๕
      (๖) กำหนดมาตรการในการพัฒนาระบบยาสัตว์ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และประสานงานระหว่าง
      ส่วนราชการ องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านยาสัตว์
      (๗) ให้ความเห็นชอบในการที่ผู้อนุญาตจะสั่งพักใช้ เพิกถอน หรือยกเลิกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต และให้คำแนะนำในการที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะเพิกถอนทะเบียนตำรับยาสัตว์ แก้ไขทะเบียนตำรับยาสัตว์ และแก้ไขรายการทะเบียนตำรับยาสัตว์
      (๘) ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออก กฎกระทรวง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้
      (๙) ให้คำแนะนำหรือความเห็นในการอนุญาตผลิต นำเข้า ขาย ขึ้นทะเบียนตำรับและจดแจ้ง ยาสัตว์
      (๑๐) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการชำระค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์หรือประเมินเอกสารทางวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ
      (๑๑) อำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ และตามพระราชบัญญัติอื่น
      (๑๒) ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับยาสัตว์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
    • หมวด ๑ คณะกรรมการยาสัตว์
    • มาตรา ๑๑ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อมอบให้พิจารณาศึกษา วิจัย หรือพิจารณาอุทธรณ์หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการให้นำมาตรา ๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๑๒ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการผลิต นำเข้า ขาย ยาสัตว์ เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจาก ผู้อนุญาต
      การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๑๓ บทบัญญัติมาตรา ๑๒ ไม่ใช้บังคับแก่
      (๑) การผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และสภากาชาดไทย เพื่อใช้ในหน้าที่ วินิจฉัย ป้องกันหรือบำบัดโรคสัตว์
      (๒) การแบ่งบรรจุยาสัตว์ที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ไว้แล้วในกรณี
      (ก) ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์เพื่อใช้กับสัตว์ที่ตนป้องกันและบำบัดโรคสัตว์
      (ข) ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมหรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทเภสัชกรรมไทย เพื่อขายสำหรับผู้ซื้อในสถานที่ขายยาสัตว์
      (๓) การขายยาที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือขายยาสัตว์ที่แบ่งบรรจุตาม (๒) ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ขายสำหรับสัตว์ที่ตนป้องกันหรือบำบัดโรคสัตว์
      (๔) การปรุงยาสัตว์ ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ใช้สำหรับสัตว์ที่ตนป้องกันหรือบำบัด โรคสัตว์ หรือการปรุงยาสัตว์ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม และผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์ แผนไทยประเภทเภสัชกรรมไทย ได้ปรุงยาสัตว์หรือยาสัตว์แผนไทย แล้วแต่กรณี ตามใบสั่งยาของ ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
      (๔.๑) ไม่มียาสัตว์และยาที่ขึ้นทะเบียนหรือจดแจ้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถนำมาใช้กับสัตว์นั้นได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะของสัตว์นั้น และ
      (๔.๒) เป็นการปรุงยาสัตว์เฉพาะคราวเพื่อใช้เป็นการเฉพาะกับสัตว์ที่มารับการรักษา ณ สถานพยาบาลสัตว์ ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ หรือหากเป็นการปรุงยาสัตว์เฉพาะคราว เพื่อใช้กับสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการพาณิชย์ต้องมีหนังสือแจ้งเงื่อนไขการใช้ต่อผู้อนุญาตก่อนการปรุงยาสัตว์ หรือใช้ยาสัตว์ดังกล่าว และ
      (๔.๓) กรณีเป็นการปรุงยาสัตว์เฉพาะคราวเพื่อใช้กับสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค ต้องกำหนดระยะหยุดยาที่มั่นใจว่าตรวจไม่พบสารตกค้างจากยาสัตว์เกินปริมาณที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือกำหนดระยะหยุดยาไม่น้อยกว่าที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวง ทั้งนี้สารออกฤทธิ์ที่มีในยาสัตว์ดังกล่าวต้องอยู่ในรายการวัตถุที่อนุญาตให้ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์ยาสัตว์ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๕) การขายยาสัตว์จำหน่ายทั่วไป
      (๖) การผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ ในรายการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๗ ) การผลิตอาหารสัตว์ผสมยาในสถานที่เลี้ยงสัตว์
      ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศกระทรวง
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๑๔ ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตยาสัตว์ ขายส่ง ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

      (๑) มีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
      (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
      (๓) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยยาสัตว์ กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ กฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือกฎหมายอื่นซึ่งมิใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษและได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า ห้าปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต
      (๔) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๖) ไม่เป็นโรคตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้แทนนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งด้วย
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๑๕ ผู้ขอรับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ ต้องมี
      (๑) ผู้ดำเนินการคนหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแล และรับผิดชอบในการดำเนินการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ แล้วแต่กรณี
      (๒) ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำสถานที่ผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ ตรวจสอบการนำเข้ายาสัตว์แล้วแต่กรณี ตามจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศ
      (๓) สถานที่ผลิตยาสัตว์ สถานที่ขายยาสัตว์ สถานที่นำเข้ายาสัตว์ และมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      (๔) ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของ ผู้รับอนุญาตรายใดซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต หรือซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบสองปี
      ผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตาม (๑) และ (๒) ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เว้นแต่
      (๑) กรณีขายยาสัตว์ ผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการอาจเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ การสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์ หรือ
      เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย หรือประเภทเภสัชกรรมไทย หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะก็ได้ แต่ให้ขายยาสัตว์ได้เฉพาะยาสัตว์แผนไทยเท่านั้น หรือ
      (๒) กรณีผลิต นำเข้า ชีววัตถุสำหรับสัตว์ หรือเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์ ผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการอาจเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์ก็ได้
      (๓) กรณีผลิตยาสัตว์แผนไทย ผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการอาจเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย หรือประเภทเภสัชกรรมไทย หรือผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะก็ได้
      (๔) กรณีผลิตอาหารสัตว์ผสมยา ผู้ดำเนินการอาจเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์ก็ได้ และผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคุณสมบัติ และจำนวนที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวง
      (๕) กรณีผลิต หรือ นำเข้ายาสัตว์ทางเลือก ผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการอาจเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย หรือประเภทเภสัชกรรมไทย ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
      ผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้ดำเนินการ และผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการจะเป็นบุคคลเดียวกันก็ได้
      ห้ามผู้ขอรับใบอนุญาตขอรับใบอนุญาตประเภทเดียวกันเกินหนึ่งฉบับ
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๑๖ ประเภทของใบอนุญาตสำหรับยาสัตว์ มีดังต่อไปนี้
      (๑) ใบอนุญาตผลิตยาสัตว์แผนปัจจุบัน
      (๒) ใบอนุญาตผลิตยาสัตว์แผนไทย
      (๓) ใบอนุญาตผลิตยาสัตว์ทางเลือก
      (๔) ใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ผสมยา
      (๕) ใบอนุญาตผลิตชีววัตถุสำหรับสัตว์
      (๖) ใบอนุญาตขายส่งยาสัตว์
      (๗) ใบอนุญาตขายยาสัตว์
      (๘) ใบอนุญาตนำเข้ายาสัตว์แผนปัจจุบัน
      (๙) ใบอนุญาตนำเข้ายาสัตว์ทางเลือก
      (๑๐)ใบอนุญาตผลิตเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์
      (๑๑)ใบอนุญาตนำเข้าชีววัตถุสำหรับสัตว์
      (๑๒)ใบอนุญาตนำเข้าเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์
      ผู้รับอนุญาตตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) ให้ถือว่าเป็นผู้รับอนุญาต ตาม (๖) เฉพาะกรณีที่เป็นการขายส่งสำหรับยาสัตว์ที่ตนผลิต หรือ นำเข้ามา แล้วแต่กรณี
      ผู้รับอนุญาตผลิตยา ตามกฎหมายว่าด้วยยา ให้ถือว่าเป็นผู้รับอนุญาตผลิตยาสัตว์ ตาม (๑) (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี ตามหมวดการผลิต และได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตยาสัตว์ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
      ผู้รับอนุญาตผลิตยาสัตว์แผนไทยตาม (๒) ให้ถือว่าเป็นผู้รับอนุญาตผลิตยาสัตว์ทางเลือกตาม (๓) เฉพาะการผลิตสำหรับเป็นยาสัตว์แผนไทย
      ผู้ได้รับอนุญาตตาม (๑) (๒) และ (๓) หากจะมีการผลิตอาหารสัตว์ผสมยาหรือชีววัตถุสำหรับสัตว์ ต้องขอรับใบอนุญาตตาม (๔) และ (๕) แล้วแต่กรณี
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๑๗ ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๑๖ ให้มีผลคุ้มกันถึงลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับอนุญาตด้วย
      ให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำของผู้รับอนุญาตด้วย เว้นแต่ผู้รับอนุญาตจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุมได้
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๑๘ ใบอนุญาตตามมาตรา ๑๖ ให้ใช้ได้หนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ออกใบอนุญาต ยกเว้นใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ผสมยาให้ใช้ได้ ๓ ปี นับตั้งแต่วันที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตประสงค์ จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปจนกว่าผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น
      การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศกระทรวง
      ผู้รับอนุญาตซึ่งใบอนุญาตของตนสิ้นอายุไม่เกินหนึ่งเดือนจะยื่นคำขอผ่อนผันพร้อมแสดงเหตุผลขอผ่อนผันการต่ออายุใบอนุญาตก็ได้ แต่การยื่นขอผ่อนผันนี้ไม่เป็นเหตุให้พ้นความรับผิดสำหรับ การประกอบกิจการในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ซึ่งได้กระทำไปก่อนขอต่ออายุใบอนุญาต
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๑๙ ในกรณีผู้อนุญาตไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือของผู้อนุญาตแจ้งการไม่ออกใบอนุญาตหรือการไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตแล้วแต่กรณี
      ให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
      ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตของรัฐมนตรี เมื่อมีคำขอของผู้อุทธรณ์ รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งอนุญาตให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้า ยาสัตว์แล้วแต่กรณีไปพลางก่อนโดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้อุทธรณ์ปฏิบัติด้วยก็ได้
    • หมวด ๒ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาสัตว์
    • มาตรา ๒๐ ในกรณีใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งต่อ ผู้อนุญาตและยื่นคำขอรับใบแทนอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหายหรือ ถูกทำลายดังกล่าว
      การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๑ ผู้รับอนุญาตต้องจัดให้มีผู้ดำเนินการคนหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ แล้วแต่กรณี
      ผู้ดำเนินการจะทำหน้าที่ในสถานที่ผลิต นำเข้า ขายยาสัตว์ เกินกว่าหนึ่งแห่งไม่ได้ เว้นแต่ผู้ดำเนินการที่ทำหน้าที่ในสถานที่ขายส่งยาสัตว์หนึ่งแห่งและสถานที่นำเข้ายาสัตว์อีกหนึ่งแห่งซึ่งอยู่ในที่ตั้งแห่งเดียวกันหรือในบริเวณเดียวกัน และมิได้เป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในสถานที่ดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งแห่ง
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๒ ในกรณีที่ผู้ดำเนินการพ้นจากหน้าที่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นการชั่วคราว ผู้รับอนุญาตต้องมอบหมายให้บุคคลซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่แทนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ดำเนินการพ้นจากหน้าที่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้บุคคลผู้รับมอบหมายปฏิบัติหน้าที่แทนได้เป็นระยะเวลาไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับมอบหมาย ในกรณีเช่นว่านี้ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบภายในสามวันนับแต่วันที่มีผู้ได้รับมอบหมายเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน
      ผู้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคหนึ่ง ให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับผู้ดำเนินการ
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๓ ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการพ้นจากหน้าที่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นการชั่วคราว ให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการจัดให้มีผู้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการเข้าปฏิบัติหน้าที่แทนได้เป็นระยะเวลาไม่เกินเก้าสิบวัน โดยแจ้งเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตตามระเบียบที่กรมปศุสัตว์กำหนด และให้ถือว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนมีหน้าที่เหมือนผู้ที่ตนแทน
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๔ ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตประสงค์จะเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการหรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการให้ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตและจะเปลี่ยนตัวได้เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว
      ในกรณีที่ผู้ดำเนินการหรือผู้มีหน้าที่ปฎิบัติการไม่ประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ให้ผู้ดำเนินการหรือผู้มีหน้าที่ปฎิบัติการนั้นแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่ ตนประสงค์จะพ้นหน้าที่
      กรณีตามวรรคสอง ผู้ดำเนินการหรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พ้นหน้าที่
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๕ ให้ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
      (๑) จัดให้มีผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติ และจำนวนตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตลอดเวลาที่เปิดทำการ
      (๒) ดำเนินการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดแล้วแต่กรณี
      (๓) จัดให้มีป้าย ณ ที่เปิดเผยหน้าสถานที่ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตซึ่งเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคาร คือ
      (ก) ป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ แล้วแต่กรณี
      (ข) ป้ายแสดงชื่อตัว ชื่อสกุล และวิทยฐานะของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการและเวลาที่ปฏิบัติการ
      ทั้งนี้ วัตถุที่ใช้ทำป้าย ลักษณะ สี ขนาดของป้าย ขนาดของตัวอักษร และข้อความที่แสดงในป้าย ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๔) จัดแสดงใบอนุญาตของผู้รับอนุญาต และสำเนาใบประกอบวิชาชีพหรือใบประกอบโรคศิลปะหรือใบแสดงวิทยะฐานะของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในสถานที่ที่ได้รับใบอนุญาต
      (๕) จัดให้มีการทำบัญชีวัตถุดิบ บัญชียาสัตว์ที่ผลิต ขาย นำเข้าและเก็บตัวอย่างยาสัตว์ดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๖) จัดให้มีการทำรายงานอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาสัตว์ การเฝ้าระวังและติดตามประเมินผลการใช้ยาสัตว์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๖ ให้ผู้ดำเนินการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการควบคุมดูแล ดังต่อไปนี้
      (๑) ให้มีผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานที่ผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ ตลอดเวลาที่เปิดทำการ
      (๒) ให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการแล้วแต่กรณีประจำสถานที่ผลิตยาสัตว์ ขายส่งยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้โดยครบถ้วน
      (๓) ดำเนินการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดแล้วแต่กรณี
      (๔) ให้สถานที่ผลิตยาสัตว์ ขายส่งยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๕) จัดให้มีการทำบัญชีวัตถุดิบ บัญชียาสัตว์ที่ผลิต ขายส่ง ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรและเก็บตัวอย่างยาสัตว์ดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๖) จัดทำรายงานอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาสัตว์ การเฝ้าระวังและติดตามประเมินผลการใช้ยาสัตว์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๗ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตยาสัตว์แผนปัจจุบัน ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ตามมาตรา ๔๖ และผู้ดำเนินการแล้วแต่กรณีที่มีตำรับยาสัตว์ของตนที่ขึ้นทะเบียนไว้ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) จัดให้มีการวิเคราะห์คุณภาพของวัตถุดิบและยาสัตว์ที่ผลิตขึ้นก่อนนำออกจากสถานที่ผลิต โดยมีหลักฐานแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์ กรณีเป็นยาสัตว์ที่นำเข้าต้องจัดให้มีหนังสือรับรองของผู้ผลิตแสดงรายละเอียดการวิเคราะห์ทุกครั้ง ทั้งนี้หลักฐานการวิเคราะห์และหนังสือรับรองการวิเคราะห์ดังกล่าวต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี
      (๒) จัดให้มีฉลากและเอกสารกำกับยาสัตว์ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ไว้ตลอดจนฉลากอาหารสัตว์ผสมยา ทั้งนี้ การแสดงฉลากและเอกสารกำกับยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๓) จัดส่งรายงานประจำปีเกี่ยวกับการผลิตยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๔) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผลิตยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการผลิต ยาสัตว์แผนไทย ยาสัตว์ทางเลือก ชีววัตถุสำหรับสัตว์ อาหารสัตว์ผสมยา เจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือได้รับอนุญาตการจดแจ้ง เว้นแต่กรณีตาม (๑) ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๘ ให้ผู้รับอนุญาตขายยาสัตว์ ผู้รับอนุญาตขายส่งยาสัตว์ และผู้ดำเนินการ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) จัดให้มีการแยกเก็บยาสัตว์แผนปัจจุบัน ยาสัตว์แผนไทย ยาสัตว์แผนทางเลือก อาหารสัตว์ผสมยา โดยให้แยกยาสัตว์ควบคุมตามใบสั่งยา ยาสัตว์ควบคุมโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ยาสัตว์จำหน่ายทั่วไป ให้เป็นหมวดหมู่
      (๒) ดูแลให้มีฉลากและเอกสารกำกับยาสัตว์ที่ภาชนะและหีบห่อบรรจุยาสัตว์ตามมาตรา ๒๗ (๒) ให้ครบถ้วน
      (๓) ดำเนินการขายยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๔) จัดทำบัญชียาสัตว์ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      ให้นำความในวรรคหนึ่ง (๓) มาใช้บังคับแก่ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ที่จ่ายยาสำหรับสัตว์ ที่ตนบำบัดหรือป้องกันโรค
      ในกรณีที่เป็นการขายส่งยาสัตว์ ให้ขายโดยตรงต่อผู้รับอนุญาตขายยาสัตว์ หน่วยงานของรัฐ สภากาชาดไทย ผู้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์ ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๒๙ ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการต้องทำการผลิตยาสัตว์หรือขายยาสัตว์และดำเนินการตามหน้าที่ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่เป็นการขายส่งยาสัตว์
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๐ ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการต้องทำการผลิตยาสัตว์ หรือขายยาสัตว์และดำเนินการตามหน้าที่ให้ตรงตามประเภทที่กำหนดในใบอนุญาต

    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๑ ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตขายยาสัตว์ และผู้ดำเนินการ ทำการขายยาสัตว์ควบคุม ตามใบสั่งยา ยาสัตว์ควบคุมโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ในระหว่างที่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๒ ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ขายวัตถุที่ห้ามใช้เป็นยาสัตว์ เว้นแต่เป็นการผลิต นำเข้า ขายยาที่มุ่งหมายนำไปใช้ในมนุษย์โดยผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยา หรือวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๓ ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตผลิตยาสัตว์ และผู้ดำเนินการ ทำการผลิตยาสัตว์ในระหว่างที่ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๔ ห้ามมิให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ผลิต นำเข้า ขายยาสัตว์ หลายแห่งในเวลาเดียวกัน
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๕ ผู้รับอนุญาตนำเข้ายาสัตว์ และผู้ดำเนินการต้องนำยาสัตว์ที่ตนนำเข้ามา มาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านนำเข้าเพื่อทำการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๖ ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตย้ายสถานที่ผลิตยาสัตว์ สถานที่ขายยาสัตว์ สถานที่นำเข้า ยาสัตว์หรือสถานที่เก็บยาสัตว์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต
      การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๗ ผู้รับอนุญาตผู้ใดจะเลิกกิจการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ให้แจ้งการเลิก กิจการเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้า และให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต่วันที่เลิกกิจการ ตามที่แจ้งไว้นั้น
      ผู้รับอนุญาตที่เลิกกิจการโดยมิได้ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่งต้องแจ้งการเลิกกิจการเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เลิกกิจการ และให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต่วันที่เลิกกิจการ
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๘ ผู้รับอนุญาตซึ่งได้แจ้งการเลิกกิจการจะขายยาสัตว์ของตนที่เหลืออยู่แก่ผู้รับอนุญาตรายอื่น หรือแก่ผู้ซึ่งผู้อนุญาตเห็นสมควรได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกกิจการ เว้นแต่ผู้อนุญาต จะผ่อนผันขยายระยะเวลาดังกล่าวให้
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๓๙ ถ้าผู้รับอนุญาตตายและมีทายาทหรือผู้ที่ได้รับความยินยอมจากทายาทแสดงความจำนงต่อผู้อนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตายเพื่อขอประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตนั้นต่อไป เมื่อผู้อนุญาตตรวจสอบแล้วเห็นว่า บุคคลนั้นมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ ก็อนุญาตให้ผู้แสดงความจำนงนั้นประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าใบอนุญาตสิ้นอายุ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าผู้แสดงความจำนงเป็นผู้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตาย
      การแสดงความจำนง การตรวจสอบ และการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๔๐ ให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำสถานที่ผลิตยาสัตว์ ประจำอยู่ ณ สถานที่ผลิตยาสัตว์ตลอดเวลาที่เปิดทำการ และให้มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) ควบคุมการผลิตยาสัตว์ ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามตำรับยาสัตว์ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามมาตรา ๔๖ หรือที่จดแจ้งตามมาตรา ๔๗
      (๒) ควบคุมการผลิตยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด
      (๓) ควบคุมการปฏิบัติเกี่ยวกับฉลากและเอกสารกำกับยาสัตว์ การทำบัญชียาสัตว์ การรายงานและการเก็บตัวอย่างยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๔) ควบคุมการแบ่งบรรจุยาสัตว์และการปิดฉลากที่ภาชนะและหีบห่อบรรจุยาสัตว์ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้
      (๕) ควบคุมการขายส่งยาสัตว์ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
      (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๔๑ ให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำสถานที่ขายยาสัตว์ สถานที่ขายส่งยาสัตว์ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) แยกเก็บยาสัตว์ ให้เป็นหมวดหมู่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด
      (๒) ควบคุมให้มีฉลากและเอกสารกำกับยาสัตว์ที่ภาชนะและหีบห่อบรรจุยาสัตว์อยู่ครบถ้วน
      (๓) ควบคุมให้มีฉลากที่ภาชนะและหีบห่อบรรจุยาสัตว์ที่ปรุงตามใบสั่งยาสัตว์ของผู้ประกอบ
      วิชาชีพการสัตวแพทย์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๔) ควบคุมการขายยาสัตว์ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และควบคุมมิให้มีการแบ่งขาย ยาสัตว์ต่างไปจากสภาพเดิมที่ผู้ผลิตได้ผลิตไว้
      (๕) ส่งมอบยาสัตว์ที่เป็นยาสัตว์ควบคุมตามใบสั่งยา และยาควบคุมโดยผู้ประกอบวิชาชีพแก่ผู้รับ ยกเว้นการขายส่งยาสัตว์
      (๖) ควบคุมการทำบัญชียาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๗) ขายยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๘) ควบคุมการขายส่งยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในกรณีที่มีการขายส่งยาสัตว์
      (๙) ควบคุมการจำหน่ายเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์ให้ผู้รับอนุญาตผลิตชีววัตถุสำหรับสัตว์เท่านั้น
      (๑๐)ปฏิบัติการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๔๒ ให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำสถานที่นำเข้ายาสัตว์ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) ควบคุมยาสัตว์ที่นำเข้าให้เป็นไปโดยถูกต้องตามตำรับยาสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนไว้ตามมาตรา ๔๖
      (๒) ควบคุมการปฏิบัติเกี่ยวกับฉลากและเอกสารกำกับยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๓) ควบคุมการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองของผู้ผลิตแสดงรายละเอียดการวิเคราะห์ยาสัตว์และเอกสารกำกับยาสัตว์
      (๔) ควบคุมการขายส่งยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๕) ควบคุมการทำบัญชียาสัตว์ การรายงานและการเก็บตัวอย่างยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๖) ควบคุมการนำเข้ายาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๗) ควบคุมการจัดเก็บยาสัตว์ที่นำเข้า ณ สถานที่เก็บยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๘) ในกรณีนำเข้าเพื่อการวิจัย ต้องควบคุมการวิจัยยาสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๙) ปฏิบัติการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๔๓ ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต หรือขายอาหารสัตว์ผสมยาที่มีส่วนผสมของยาสัตว์มากกว่า หนึ่งตำรับ เว้นแต่เป็นการผลิต หรือขาย ตามใบสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศกระทรวง
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๔๔ ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ขายยาสัตว์ควบคุมตามใบสั่งยา
      ความตามวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับ ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สำหรับยาสัตว์แผนปัจจุบัน ยาสัตว์แผนไทย และยาสัตว์ทางเลือก
      ความตามวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภท เวชกรรมไทย ประเภทเภสัชกรรมไทย และผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ สำหรับยาสัตว์แผนไทย
    • หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
    • มาตรา ๔๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๔๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม และผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทเภสัชกรรมไทย จะขายยาสัตว์ควบคุมตามใบสั่งยาให้ได้เฉพาะแก่ผู้ที่มีใบสั่งยาของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ เท่านั้น
      ใบสั่งยาตามวรรคหนึ่งให้ใช้ได้ครั้งเดียว เว้นแต่ผู้สั่งจะได้กำหนดไว้ว่าให้จ่ายซ้ำได้ ทั้งนี้รายละเอียดเงื่อนไขที่ต้องระบุในใบสั่งยา ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๔๖ ผู้รับอนุญาตผลิต ผู้รับอนุญาตนำเข้าหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ยาสัตว์ที่มีตัวแทนในประเทศไทย และมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ ที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ ต้องนำตำรับยาสัตว์มาขอขึ้นทะเบียน และเมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์จากผู้อนุญาตแล้ว จึงจะผลิต หรือ นำเข้ายาสัตว์นั้นได้
      บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ (๑) อาหารสัตว์ผสมยา
      (๒) ยาสัตว์ที่เป็นเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์ เภสัชสมุนไพร
      (๓) ยาสัตว์ตัวอย่างที่จะผลิตหรือนำเข้าเพื่อขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ (๔) ยาสัตว์ที่จะผลิต นำเข้า เพื่อการวิจัย การวิเคราะห์ การจัดนิทรรศการ หรือกิจการสาธารณสุข
      (๕) ยาสัตว์อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๔๗ ยาสัตว์ ตามมาตรา ๔๖ (๑) (๒) เฉพาะรายการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดและยาสัตว์ตามมาตรา ๔๖ (๓) (๔) (๕) ต้องจดแจ้งต่อผู้อนุญาต และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงผลิต หรือ นำเข้าได้ การจดแจ้งให้แจ้งรายการตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๔๘ การขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ตามมาตรา ๔๖ ต้องแจ้งรายการดังต่อไปนี้
      (๑) ชื่อยาสัตว์ และในกรณีที่เป็นยาเดี่ยวให้แจ้งชื่อสามัญทางยาด้วย
      (๒) ตำรับยาสัตว์
      (๓) ขนาดบรรจุ
      (๔) วิธีควบคุมคุณภาพมาตรฐานยาสัตว์
      (๕) ฉลาก
      (๖) เอกสารกำกับยาสัตว์
      (๗) ข้อมูลสิทธิบัตร ข้อมูลโครงสร้างราคายา ในกรณีเป็นยาได้รับสิทธิบัตรตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร
      (๘) แหล่งที่มาของหรือข้อมูลจดแจ้งของเภสัชเคมีภัณฑ์ เภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่ใช้เป็น ตัวยาหลักในตำรับ
      (๙) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      ความในวรรคหนึ่งไม่รวมถึงอาหารสัตว์ผสมยา ทั้งนี้การขึ้นทะเบียนหรือจดแจ้งอาหารสัตว์ผสมยา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๔๙ การจดแจ้งเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์
      (๑) ชื่อเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์
      (๒) ชื่อ ที่อยู่ ผู้ผลิต และแหล่งกำเนิดเภสัชชีววัตถุ
      (๓) ขนาดบรรจุ
      (๔) ใบรับรองคุณภาพจากผู้ผลิตและจากผู้ผลิตที่ทำการแบ่งบรรจุในกรณีที่มีการแบ่งบรรจุ
      (๕) ใบรับรองมาตรฐานการผลิตของผู้ผลิต
      (๖) ฉลาก
      (๗) รายการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๐ การแก้ไขรายการทะเบียนตำรับยาสัตว์จะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๑ การขอขึ้นทะเบียน แก้ไขรายการทะเบียนตำรับยาสัตว์ และการออกใบสำคัญการ ขึ้นทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศกระทรวง
      การขอจดแจ้ง การแก้ไขรายการจดแจ้งและการอนุญาตการจดแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศกระทรวง
      ในการพิจารณาออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน การแก้ไขรายการทะเบียนตำรับยาสัตว์ การจดแจ้ง หรือการแก้ไขรายการจดแจ้ง หากมีค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์หรือการประเมินเอกสารทางวิชาการ โดยผู้เชี่ยวชาญ ให้ผู้รับอนุญาตผลิต ผู้รับอนุญาตนำเข้า หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์เป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นจริงตามนั้น ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      การแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ และอัตราค่าตอบแทนในการประเมินเอกสารของผู้เชี่ยวชาญที่จะได้รับให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมปศุสัตว์กำหนด
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๒
      (๑) ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ที่ออกให้ครั้งแรกให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบสำคัญ
      (๒) ถ้าผู้รับอนุญาตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ประสงค์จะขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตก่อนใบสำคัญจะสิ้นอายุอย่างน้อย ๖ เดือน แต่ไม่เกิน ๑ ปี เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่าใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ยังมีอายุใช้ได้ต่อไป จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่ง ไม่อนุญาตให้ต่ออายุ
      (๓) เมื่อได้รับการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ในครั้งแรกตาม (๒) แล้ว ให้ใบสำคัญดังกล่าวไม่ต้องระบุวันหมดอายุ เว้นแต่ได้รับแจ้งจากผู้อนุญาตว่า จากข้อมูลรายงานอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา หรือ การเฝ้าระวังและติดตามประเมินผลการใช้ยาสัตว์ ให้การต่ออายุใบสำคัญดังกล่าวมีอายุ ๕ ปี
      การขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์และการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศกระทรวง

    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๓ ห้ามมิให้ผู้อนุญาตรับขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์เมื่อเห็นว่า
      (๑) การขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ไม่ดำเนินการตามมาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง
      (๒) ยาสัตว์ที่ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์เป็นยาสัตว์ที่ถูกสั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยาสัตว์แล้ว เว้นแต่ปรากฏว่าเหตุที่เพิกถอนทะเบียนตำรับยาสัตว์นั้นหมดสิ้นไปแล้ว
      (๓) ยาสัตว์ที่ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์มีวัตถุอันเป็นส่วนประกอบไม่เหมาะสมตามหลักวิชาการ ไม่สามารถเชื่อถือในสรรพคุณได้ หรืออาจไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
      (๔) ยาสัตว์ที่ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ใช้ชื่อไปในทางโอ้อวด ไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ไม่คำนึงถึงคุณค่าของภาษาไทย หรืออาจทำให้เข้าใจผิดจากความเป็นจริง
      (๕) วิธีการใช้ยาสัตว์ที่ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ จะทำให้เกิดผลกระทบซึ่งไม่พึงประสงค์โดย ไม่จำเป็นต่อสิ่งแวดล้อม
      (๖) ยาสัตว์ที่ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ เป็นยาห้ามใช้ตามมาตรา ๕ (๒) หรือ ชีววัตถุสำหรับสัตว์ห้ามใช้ตามมาตรา ๕ (๑๔)
      (๗) การประเมินสมดุลประโยชน์และความเสี่ยงยาสัตว์ที่ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ พบว่า ไม่เหมาะสมที่จะขึ้นทะเบียน
      (๘) ยาสัตว์ที่ขอขึ้นทะเบียนมีสิทธิบัตรตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรที่มีโครงสร้างราคายา ไม่สมเหตุสมผล หรือไม่คุ้มค่า
      (๙) ยาสัตว์แผนปัจจุบันที่ขอขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค ที่มีสารออกฤทธิ์ที่ไม่ได้กำหนดสถานะหรือระดับปริมาณสารตกค้างที่อนุญาตให้ตรวจพบได้ในเนื่อเยื่อ หรืออวัยวะของสัตว์ชนิดนั้น ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ และไม่อยู่ในรายการวัตถุที่อนุญาตให้ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์ยาสัตว์ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค
      ความตาม (๙) วรรคหนึ่งไม่รวมถึงชีววัตถุสำหรับสัตว์ และเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๔ ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตรับจดแจ้ง เมื่อเห็นว่า
      (๑) การจดแจ้งไม่ดำเนินการตามมาตรา ๔๙ สำหรับเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์
      (๒) การจดแจ้งไม่เป็นไปตามมาตรา ๕๑ วรรค ๒
      (๓) ผู้ผลิตเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์ ไม่ได้มาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ที่กรมปศุสัตว์กำหนด
      (๔) ไม่เหมาะสมตามหลักวิชาการ หรืออาจไม่ปลอดภัยต่อสัตว์ และมนุษย์
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๕ ในการพิจารณาอนุญาตให้ต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ และการแก้ไขรายการทะเบียนตำรับยาสัตว์ให้นำความในมาตรา ๕๓ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๖ คำสั่งไม่รับขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์และไม่รับจดแจ้ง หรือไม่ต่ออายุใบสำคัญการ ขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้วให้ถือเป็นที่สุด

    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๗ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยมนุษย์และสัตว์ หรือเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพยาสัตว์ ให้อธิบดี มีอำนาจสั่งแก้ไขตำรับยาสัตว์หรือการจดแจ้ง หรือสั่งให้ทบทวนทะเบียนตำรับยา หรือกำหนดเงื่อนไขในการติดตามความปลอดภัยของยาสัตว์ได้ตามที่เห็นสมควร หรือตามความจำเป็น และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๘ ยาสัตว์ที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือยาสัตว์ที่ได้รับการจดแจ้งไว้แล้ว หากภายหลังปรากฏกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ มีอำนาจสั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยาสัตว์หรือเพิกถอนการจดแจ้งนั้นได้ โดยแจ้งให้ผู้รับอนุญาตผลิต ผู้รับอนุญาตนำเข้า หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ทราบ และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
      (๑) ยาสัตว์นั้นได้เปลี่ยนไปเป็นวัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์ เครื่องมือแพทย์ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุอันตราย
      (๒) ยาสัตว์นั้นไม่มีสรรพคุณตามที่ขึ้นทะเบียนหรือตามที่จดแจ้งไว้ หรืออาจจะไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ หรือเป็นยาสัตว์ปลอมตามมาตรา ๗๒
      (๓) ยาสัตว์นั้นไม่ได้แก้ไขตำรับยาสัตว์ รายการทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือ รายการการแจ้งรายละเอียด ตามคำสั่งของผู้อนุญาตตามมาตรา ๕๗
      (๔) ยาสัตว์นั้นอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ หรือ สุขภาพอนามัยของประชาชน
      (๕) ยาสัตว์นั้นไม่มีการผลิต หรือนำเข้าภายใน ๒ ปี
    • หมวด ๔ การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์
    • มาตรา ๕๙ ในกรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์สูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งต่อผู้อนุญาต และยื่นคำขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว
      การขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์หรือ การออกใบแทนใบสำคัญการ ขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ การออกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • หมวด ๕ การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต
    • มาตรา ๖๐ เมื่อปรากฏต่อผู้อนุญาตว่า ผู้รับอนุญาตใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ผู้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
      ในกรณีที่มีการฟ้องร้องผู้รับอนุญาตต่อศาลว่าได้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งตามที่เห็นสมควรหรือจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดก็ได้
      ผู้รับอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์แล้วแต่กรณี และระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้นจะขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้อีกไม่ได้

    • หมวด ๕ การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต
    • มาตรา ๖๑ เมื่อปรากฏต่อผู้อนุญาตว่าผู้รับอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ผู้อนุญาตเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้
      ผู้รับอนุญาตซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องหยุดผลิต ขาย นำเข้ายาสัตว์แล้วแต่กรณี
      ในกรณีผู้รับอนุญาตซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งได้แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามแล้ว จะขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้อีกก็ได้ เว้นแต่ในกรณีที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเนื่องจากฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาตให้หรือไม่ก็ได้

    • หมวด ๕ การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต
    • มาตรา ๖๒ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับอนุญาตทราบ ในการแจ้งคำสั่งนั้นหากไม่พบตัวผู้รับอนุญาตหรือผู้รับอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าว ให้ปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผย เห็นได้ง่าย ณ สถานที่ผลิตยาสัตว์ สถานที่ขายยาสัตว์ หรือสถานที่นำเข้ายาสัตว์ และให้ถือว่าผู้รับอนุญาตได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง
      คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จะแจ้งโดยวิธีประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน หรือโดยวิธีอื่นอีกด้วยก็ได้

    • หมวด ๕ การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต
    • มาตรา ๖๓ ผู้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจเพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ปฏิบัติถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว

    • หมวด ๕ การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต
    • มาตรา ๖๔ ผู้รับอนุญาตซึ่งถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งของผู้อนุญาตที่แจ้งการพักใช้ใบอนุญาตหรือการเพิกถอนใบอนุญาตแล้วแต่กรณี
      ให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
      การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแล้วแต่กรณี
    • หมวด ๕ การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต
    • มาตรา ๖๕ ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขายยาสัตว์ของตนที่เหลืออยู่แก่ผู้รับอนุญาตอื่นหรือแก่ผู้ซึ่งผู้อนุญาตเห็นสมควรได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งของผู้อนุญาตที่แจ้งการเพิกถอนใบอนุญาตหรือนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี เว้นแต่ผู้อนุญาตหรือรัฐมนตรีจะมีหนังสือแจ้งการผ่อนผันขยายระยะเวลาดังกล่าวให้

    • หมวด ๖ การโฆษณา
    • มาตรา ๖๖ การโฆษณาเกี่ยวกับยาสัตว์ทางเครื่องขยายเสียง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ภาพนิ่ง ภาพยนตร์ สิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือการโฆษณาโดยวิธีการอื่นใด จะต้องได้รับอนุมัติข้อความ เสียง ภาพ หรือวิธีการที่ใช้ในการโฆษณาจากพนักงานเจ้าหน้าที่
      การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่จะกำหนดเงื่อนไขเฉพาะในการโฆษณาและจำกัดประเภทการใช้สื่อโฆษณาไว้ด้วยก็ได้
    • หมวด ๖ การโฆษณา
    • มาตรา ๖๗ ห้ามมิให้ผู้ใดทำการโฆษณาเกี่ยวกับยาสัตว์ ดังต่อไปนี้
      (๑) โอ้อวดสรรพคุณยาสัตว์ หรือวัตถุอันเป็นส่วนประกอบของยาสัตว์ว่าสามารถบำบัด รักษา บรรเทา หรือป้องกันโรคสัตว์หรือความเจ็บป่วยได้อย่างศักดิ์สิทธิ์ หรือหายขาด หรือใช้ถ้อยคำอื่นใดที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน
      (๒) แสดงสรรพคุณยาสัตว์ อันเป็นเท็จหรือเกินความจริง และต้องไม่มีลักษณะที่ปิดบัง อำพราง
      ลักษณะสรรพคุณยาสัตว์ที่แท้จริง
      (๓) ทำให้เข้าใจว่าวัตถุใดเป็นตัวยาสัตว์ หรือเป็นส่วนประกอบของยาสัตว์ซึ่งความจริงไม่มีวัตถุหรือส่วนประกอบนั้นในยาสัตว์หรือมีแต่ไม่เท่าที่ทำให้เข้าใจตามที่โฆษณา
      (๔) ยาสัตว์ควบคุมตามใบสั่งยา
      (๕) รับรองหรือยกย่องสรรพคุณยาสัตว์โดยบุคคล คณะบุคคล หรือสถาบันใด
      (๖) กระทำโดยวิธีไม่สุภาพ หรือโดยการร้องรำทำเพลง หรือแสดงความทุกข์ทรมานของสัตว์
      (๗) โดยวิธีแถมพก ตั้งคำถามให้ตอบเพื่อชิงรางวัล ออกสลากรางวัลหรือวิธีการอื่นใดในทำนองเดียวกัน
      (๘) กระทำโดยฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการโฆษณาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      ความใน (๔) และ (๕) ไม่ใช้บังคับแก่ข้อความในฉลากหรือเอกสารกำกับยาสัตว์ และไม่ใช้บังคับแก่การโฆษณาซึ่งกระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์

    • หมวด ๖ การโฆษณา
    • มาตรา ๖๘ ห้ามมิให้ผู้ใดส่งเสริมการขายยาสัตว์ เว้นแต่เป็นการกระทำต่อผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ซึ่งมิได้เป็นการให้เงินหรือผลประโยชน์อื่นใด แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      ความในวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับกับกรณีของการโฆษณาขายยา ที่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

    • หมวด ๖ การโฆษณา
    • มาตรา ๖๙ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ระงับการโฆษณาเกี่ยวกับยาสัตว์ที่เห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้
      คำสั่งตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งผู้โฆษณาให้โฆษณาเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของประชาชนด้วยก็ได้
    • หมวด ๗ ยาสัตว์ที่ห้ามผลิต ขาย นำเข้า และใช้
    • มาตรา ๗๐ ยาสัตว์ต่อไปนี้ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขาย นำเข้า
      (๑) ยาสัตว์ปลอม
      (๒) ยาสัตว์ผิดมาตรฐาน
      (๓) ยาสัตว์เสื่อมคุณภาพ
      (๔) ยาสัตว์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ ตามมาตรา ๔๖
      (๕) ยาสัตว์ที่ผู้อนุญาตสั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยาสัตว์ตามมาตรา ๕๘
      (๖) ยาสัตว์ที่ไม่ได้จดแจ้งตามมาตรา ๔๗
      (๘) ยาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศห้ามตามมาตรา ๕ (๒)
      (๙) ชีววัตถุสำหรับสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศห้ามใช้ตามมาตรา ๕ (๑๔)
      ความใน (๔) หรือ (๖) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
      (๑) ยาสัตว์ที่ผลิต ขาย นำเข้า โดยกระทรวง ทบวง กรมหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และสภากาชาดไทย เพื่อใช้ในหน้าที่วินิจฉัย ป้องกันหรือบำบัดโรคสัตว์
      (๒) ยาสัตว์ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์แบ่งบรรจุยาสัตว์ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วหรือจดแจ้งไว้แล้ว เพื่อใช้กับสัตว์ที่ตนบำบัดหรือป้องกันโรคสัตว์ หรือยาสัตว์ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทเภสัชกรรมไทยแบ่งบรรจุจากยาสัตว์ที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ ยาสัตว์หรือจดแจ้งไว้แล้วเพื่อขายสำหรับผู้ซื้อในสถานที่ขายยาสัตว์
      (๓) ยาสัตว์แผนไทยซึ่งผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทเภสัชกรรมไทยปรุงตามใบสั่งยาสัตว์ของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ที่สั่งสำหรับสัตว์ที่ตนรักษา
      (๔) ยาสัตว์ทางเลือกซึ่งผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์ทางเลือกสาขาเภสัชกรรมตามที่กฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะปรุงตามใบสั่งยาของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์
      (๕) ยาสัตว์ซึ่งนำติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งมีปริมาณตามความจำเป็นต้องใช้เฉพาะกับสัตว์ที่นำเข้ามาไม่เกินสามสิบวัน
      (๖) ยาสัตว์ที่ผู้รับอนุญาตได้ผลิต นำเข้า เพื่อการวิจัยและพัฒนา หรือกิจการสาธารณกุศล
      (๗) ยาสัตว์ที่คณะกรรมการประกาศตามมาตรา ๔๖(๖)
    • หมวด ๗ ยาสัตว์ที่ห้ามผลิต ขาย นำเข้า และใช้
    • มาตรา ๗๑ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ยาสัตว์หรือวัตถุต่อไปนี้ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค
      (๑) ยาสัตว์ตามมาตรา ๕ (๒)
      (๒) วัตถุที่ห้ามใช้เป็นยาสัตว์ตามมาตรา ๕ (๑)
      (๓) เภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์ หรือชีววัตถุสำหรับสัตว์ ที่ห้ามไม่ให้นำมาใช้กับสัตว์ตามมาตรา ๕ (๑๔)
      (๔) ยาสัตว์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับตามมาตรา ๔๖ เว้นแต่ที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา ๔๖ วรรค ๒ และมาตรา ๑๓
      (๕) เภสัชเคมีภัณฑ์ และเภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป ตามกฎหมายว่าด้วยยา
      (๖) ยาสำหรับมนุษย์ตามกฎหมายว่าด้วยยามาใช้ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคเป็นการพาณิชย์โดยไม่มีใบสั่งยาจากผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ทั้งนี้การออกใบสั่งยา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศกระทรวง

    • หมวด ๗ ยาสัตว์ที่ห้ามผลิต ขาย นำเข้า และใช้
    • มาตรา ๗๒ ยาสัตว์ดังต่อไปนี้เป็นยาสัตว์ปลอม
      (๑) ยาสัตว์หรือวัตถุที่ทำเทียมทั้งหมด หรือแต่บางส่วนเพื่อแสดงว่าเป็นยาสัตว์แท้
      (๒) ยาสัตว์ที่แสดงชื่อ วัน เดือน ปี ที่ผลิตหรือที่สิ้นอายุ ซึ่งไม่ใช่ความจริง
      (๓) ยาสัตว์ที่แสดงชื่อ เครื่องหมายของผู้ผลิต หรือที่ตั้งสถานที่ผลิตยา ชื่อผู้นำเข้า ซึ่งไม่ใช่ความจริงหรือแสดงข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับยาสัตว์ ไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งอื่นใดหรือไม่ก็ตาม
      (๔) ยาสัตว์ที่แสดงว่าเป็นยาสัตว์ตามตำรับที่ได้ขึ้นทะเบียนหรือจดแจ้งไว้ซึ่งไม่ใช่ความจริง
      (๕) ยาสัตว์ที่ผลิตขึ้นไม่ถูกต้องตามมาตรฐานถึงขนาดที่มีปริมาณหรือความแรงของสารออกฤทธิ์ขาดหรือเกินกว่าร้อยละยี่สิบจากเกณฑ์ต่ำสุด หรือสูงสุดที่กำหนดไว้ในตำรับยาสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนหรือตามที่ระบุไว้ในตำรายาสัตว์หรือตามที่รัฐมนตรีประกาศ ในกรณีที่เป็นยาสัตว์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือ กรณีอาหารสัตว์ผสมยามีปริมาณหรือความแรงของสารออกฤทธิ์ขาดหรือเกินกว่าร้อยละยี่สิบจากเกณฑ์ต่ำสุด หรือสูงสุดของคุณภาพ มาตรฐานอาหารสัตว์ผสมยาที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๕ (๘)
      ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การคุ้มครองมนุษย์และสัตว์ รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนของสารออกฤทธิ์ในยาสัตว์บางชนิดให้น้อยกว่าร้อยละยี่สิบตามที่กำหนดใน (๕) ได้

    • หมวด ๗ ยาสัตว์ที่ห้ามผลิต ขาย นำเข้า และใช้
    • มาตรา ๗๓ ยาสัตว์ดังต่อไปนี้เป็นยาสัตว์ผิดมาตรฐาน
      (๑) ยาสัตว์ที่ผลิตขึ้นโดยมีปริมาณหรือความแรงของสารออกฤทธิ์ขาดหรือเกินจากเกณฑ์ต่ำสุดหรือสูงสุดที่กำหนดไว้ในตำรับยาสัตว์ที่ขึ้นทะเบียน หรือตามที่ระบุไว้ในตำรายาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศ ในกรณีที่เป็นยาสัตว์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือ กรณีอาหารสัตว์ผสมยามีปริมาณหรือความแรงของสารออกฤทธิ์ขาดหรือเกินจากเกณฑ์ต่ำสุดหรือสูงสุดที่กำหนดตามคุณภาพ มาตรฐานอาหารสัตว์ ผสมยาที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๕ (๘) แต่ไม่ถึงขนาดที่ระบุไว้ในมาตรา ๗๒ (๕)
      (๒) ยาสัตว์ที่ผลิตขึ้นซึ่งมีค่าความบริสุทธิ์ หรือคุณลักษณะอื่นอันมีความสำคัญต่อคุณภาพของ ยาสัตว์ผิดไปจากเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในตำรับยาสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนไว้ หรือเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๓) ยาสัตว์ที่ผลิตขึ้นโดยมีสูตรส่วนประกอบหรือแหล่งของเภสัชเคมีภัณฑ์ไม่ตรงตามที่ขึ้นทะเบียนไว้หรือจดแจ้งไว้
      (๔) ยาสัตว์ที่มีวัตถุ หรือยาสัตว์อื่น ปนเปื้อนเกินกว่าเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

    • หมวด ๗ ยาสัตว์ที่ห้ามผลิต ขาย นำเข้า และใช้
    • มาตรา ๗๔ ยาสัตว์ดังต่อไปนี้เป็นยาสัตว์เสื่อมคุณภาพ
      (๑) ยาสัตว์ที่หมดอายุตามที่แสดงไว้ในฉลาก
      (๒) ยาสัตว์ที่แปรสภาพจนมีลักษณะเช่นเดียวกับยาสัตว์ปลอมตามมาตรา ๗๒(๕) หรือยาสัตว์ ผิดมาตรฐานตามมาตรา ๗๓

    • หมวด ๘ พนักงานเจ้าหน้าที่
    • มาตรา ๗๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
      (๑) เข้าไปในสถานที่ผลิตยาสัตว์ สถานที่ขายยาสัตว์ สถานที่นำเข้ายาสัตว์ หรือสถานที่เก็บยาสัตว์ ในระหว่างเวลาทำการของผู้รับอนุญาต เข้าไปในสถานที่เลี้ยงสัตว์ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึง พระอาทิตย์ตก เพื่อตรวจสอบควบคุมให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ให้มีอำนาจบันทึกภาพหรือกระทำการอย่างอื่นที่จำเป็นเพื่อใช้เป็นข้อมูลหรือพยานหลักฐานได้ด้วย
      (๒) นำยาสัตว์ในปริมาณพอสมควรไปเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบหรือวิเคราะห์
      (๓) ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ อาจเข้าไปในสถานที่ หรือยานพาหนะใดๆ เพื่อตรวจสอบยาสัตว์ และยึดหรืออายัดยาสัตว์ รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตลอดจนภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาสัตว์ และเอกสารที่เกี่ยวกับยาสัตว์ดังกล่าวได้ ในการนี้ให้มีอำนาจบันทึกภาพหรือกระทำการอย่างอื่นเพื่อใช้เป็นข้อมูลหรือพยานหลักฐานได้ด้วย
      (๔) ประกาศผลการตรวจสอบหรือวิเคราะห์คุณภาพของยาสัตว์ที่นำไปตรวจสอบหรือวิเคราะห์ตาม (๒) ให้ประชาชนทราบโดยได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อประโยชน์แก่ผู้เลี้ยงสัตว์ ผู้ใช้ยาสัตว์ หรือผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์
      (๕) ในกรณีที่ปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อันเชื่อได้ว่ายาสัตว์ใดเป็นยาสัตว์ที่ไม่ปลอดภัยหรืออาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ ผู้ใช้ยาสัตว์ หรือ ผู้บริโภค ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกเก็บยาสัตว์ดังกล่าว หรือสั่งให้ผู้รับอนุญาตผลิตยาสัตว์ ผู้รับอนุญาตขายยาสัตว์ หรือผู้รับอนุญาตนำเข้ายาสัตว์ จัดเก็บยาสัตว์ดังกล่าวซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นกลับคืนมาภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด และอาจสั่งทำลายยาสัตว์ดังกล่าวเสียได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      (๖) ในกรณีตาม (๕) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้รับอนุญาตงดผลิต ขาย นำเข้ายาสัตว์ซึ่งยาสัตว์ที่ปรากฏว่าเป็นยาสัตว์ที่ไม่ปลอดภัย หรืออาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ ผู้ใช้ยาสัตว์ หรือผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ จากสัตว์นั้นได้ด้วย
      ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับอนุญาตและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ในสถานที่ดังกล่าวอำนวยความสะดวกแก่ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควรแก่กรณี

    • หมวด ๘ พนักงานเจ้าหน้าที่
    • มาตรา ๗๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
      บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

    • หมวด ๘ พนักงานเจ้าหน้าที่
    • มาตรา ๗๗ ยาสัตว์รวมทั้งภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาสัตว์และเอกสารที่ยึดไว้ตามมาตรา ๗๕ (๓) ถ้าไม่ปรากฏเจ้าของ หรือเมื่อมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดไม่ริบและผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ร้องขอรับคืนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ยึด หรือวันที่ทราบคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ให้สิ่งที่ยึดไว้นั้นตกเป็นของทางราชการและให้ดำเนินการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
      ถ้าสิ่งที่ยึดไว้นั้นมีสภาพเป็นของเสียง่าย หรือถ้าเนิ่นช้าไปจะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือจะเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเกินราคาตลาดของยาสัตว์ พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการขายทอดตลาด สิ่งที่ยึดไว้นั้นเสียก่อนถึงกำหนดก็ได้ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการนี้แล้วเหลือเงินจำนวนสุทธิเท่าใดให้ยึดเงินนั้นไว้แทน
      ในกรณีที่มีการอายัดตามมาตรา ๗๕ (๓) ถ้าสิ่งที่อายัดไว้นั้นมีสภาพเป็นของเสียง่ายหรือถ้าเนิ่นช้าไปจะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือจะเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเกินสมควร ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาจร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ดำเนินการขายทอดตลาดหรือโดยวิธีอื่นใดตามที่เห็นสมควร เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการนี้แล้วเหลือเงินจำนวนสุทธิเท่าใดให้อายัดเงินนั้นไว้แทน
      ในกรณีที่คำสั่งยึดหรืออายัดสิ้นผลลงให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งดังกล่าวทราบโดยเร็ว

    • หมวด ๘ พนักงานเจ้าหน้าที่
    • มาตรา ๗๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา
    • หมวด ๙ ความรับผิดทางแพ่ง
    • มาตรา ๗๙ บทบัญญัติในหมวดนี้ไม่เป็นการลบล้างหรือจำกัดความรับผิดทางแพ่งที่บุคคลมีอยู่ตามบทบัญญัติของกฎหมายอื่น

    • หมวด ๙ ความรับผิดทางแพ่ง
    • มาตรา ๘๐ ผู้รับอนุญาตผลิต ขาย นำเข้ายาสัตว์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในผลของความเสียหายอันเกิดจากยาสัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้น เกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือตนไม่มีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดความเสียหายนั้น หรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง
      ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่ผู้ผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ที่ได้รับการยกเว้น ตามมาตรา ๑๓ โดยอนุโลม
    • หมวด ๙ ความรับผิดทางแพ่ง
    • มาตรา ๘๑ สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากยาสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นอันขาดอายุความ เมื่อพ้นสามปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการเสียหายและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าเสียหายหรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันเกิดการเสียหาย
      ถ้ามีการเจรจาเกี่ยวกับค่าเสียหายที่พึงจ่ายระหว่างผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้ที่เข้าใจว่า ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้อายุความสะดุดหยุดลง

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๘๒ ผู้ใดฝ่าฝืนตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท
      การปรุงยาสัตว์ของผู้ประกอบวิชาชีพ หรือตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพ ตามข้อยกเว้นในมาตรา ๑๓ (๔) โดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไข (๔.๑) หรือ (๔.๒) หรือ (๔.๓) หรือ หลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
      ผู้ใดผลิตอาหารสัตว์ผสมยา ในมาตรา ๑๓ (๗) โดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศกระทรวง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
      ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ดำเนินการตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๕ (๑๕) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าหมื่นบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๘๓ ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการผู้ใดผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ภายหลังที่ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วโดยไม่ได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษปรับเป็นรายวันวันละห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ใบอนุญาตขาดอายุ

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๘๔ ผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๗วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๘๕ ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการผู้ใดไม่ปฎิบัติตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และ มาตรา ๒๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๘๖ ผู้ดำเนินการหรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๔ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามพันบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๘๗ ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕(๑) และมาตรา ๒๖(๑) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับเป็นรายวันอีกวันละห้าร้อยบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๘๘ ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕ (๒) (๓) (๔) (๕) มาตรา ๒๖ (๒) (๓) (๔) (๕) มาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๒๘ แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท
      ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการผู้ใดส่งรายงานประจำปีเกี่ยวกับการผลิต หรือนำเข้าตามมาตรา ๒๗ (๓) อันเป็นเท็จต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ผู้ประกอบวิชาชีพผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๘ วรรค ๒ หรือไม่ปฏิบัติตามตามมาตรา ๕ (๑) ในส่วนที่เกี่ยวกับการออกใบสั่งยา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
      ผู้ประกอบวิชาชีพผู้ใดไม่ปฏิบัติตามตามมาตรา ๕ (๔) (๘) ในส่วนที่เกี่ยวกับการออกใบสั่งยา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๘๙ ผู้ดำเนินการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๖ (๖) (๗) มาตรา ๒๗ (๖) (๗) มาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๐ ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา ๒๖ หรือ มาตรา ๓๓ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา มาตรา ๔๒ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
      ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการผู้ใด ฝ่าฝืนมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึง หนึ่งแสนบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ หนึ่งหมื่นถึงห้าหมื่นบาท
      ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศควบคุมการใช้ยาสัตว์ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคเป็นการพาณิชย์ ตามมาตรา ๕ (๔) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ หนึ่งหมื่นถึงห้าหมื่นบาท
      ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศควบคุมการใช้ยาสัตว์ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคเป็นการพาณิชย์ ตามมาตรา ๕ (๔) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๓ ผู้รับอนุญาตนำเข้ายาสัตว์ หรือผู้ดำเนินการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๕ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๔ ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๕ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๔ หรือมาตรา ๕๕ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๖ ผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๐ และ ๕๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๘ ผู้รับอนุญาตผู้ใดดำเนินการผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ในระหว่างที่ใบอนุญาตให้ผลิต ขาย หรือนำเข้าของตนถูกพักใช้ตามมาตรา ๖๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๙ ผู้ใดโฆษณาเกี่ยวกับยาสัตว์โดยฝ่าฝืนมาตรา ๖๖ หรือมาตรา ๖๗ หรือส่งเสริมการขายโดยฝ่าฝืนมาตรา ๖๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๐ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการโฆษณาเกี่ยวกับยาสัตว์ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งสั่งตามมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งให้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของประชาชน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๖๙ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามเดือนหรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับเป็นรายวันอีกวันละสามพันบาท จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๑ ผู้ใดผลิตยาสัตว์ปลอม อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๐ (๑) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ สามปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงห้าล้านบาท
      การผลิตยาสัตว์ปลอมที่มีลักษณะตามมาตรา ๗๒ (๒) (๓) หรือ (๔) อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๐ (๑) ถ้าผู้ผลิตสามารถพิสูจน์ได้ว่ายาสัตว์นั้นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่สัตว์ หรือผู้บริโภค ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท


    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๒ ผู้ใดขาย หรือนำเข้าซึ่งยาสัตว์ปลอม อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๐ (๑) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองล้านบาท
      ถ้าผู้กระทำการตามวรรคหนึ่งกระทำโดยไม่รู้ว่าเป็นยาสัตว์ปลอม ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ห้าพันบาทถึงสองหมื่นห้าพันบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๓ ผู้ใดผลิตยาสัตว์ผิดมาตรฐาน ยาสัตว์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือยาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศห้ามตามมาตรา ๕ (๒) หรือ มาตรา ๕(๑๔) อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๐ (๒) (๕) (๗) หรือ (๘) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึง ห้าแสนบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๔ ผู้ใดขาย นำเข้าซึ่งยาสัตว์ผิดมาตรฐาน ยาสัตว์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือยาสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศห้าม ตามมาตรา ๕ (๒) หรือ มาตรา ๕(๑๔) อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๐ (๒) (๕) (๗) หรือ (๘) หรือไม่ควบคุมการกระจายยาสัตว์โดยฝ่าฝืนมาตรา ๕ (๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาท
      ถ้าผู้กระทำการตามวรรคหนึ่ง กระทำโดยไม่รู้ว่าเป็นยาผิดมาตรฐานต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๕ ผู้ใดขาย นำเข้าซึ่งยาสัตว์เสื่อมคุณภาพ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๐ (๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ถ้าผู้กระทำการตามวรรคหนึ่ง กระทำโดยไม่รู้ว่าเป็นยาสัตว์เสื่อมคุณภาพต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๖ กรณีการกระทำตามมาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๒ มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๕ ถ้าเป็นยาสัตว์แผนไทย อาหารสัตว์ผสมยา หรือยาที่จดแจ้งตามมาตรา ๔๗ ต้องระวางโทษไม่เกินกึ่งหนึ่ง
      กรณีผลิตอาหารสัตว์ผสมยาในสถานที่เลี้ยงสัตว์ตามมาตรา ๑๓ (๗) ซึ่งกระทำตามมาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๓ ให้มีโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๗ ผู้ใดผลิต ขาย นำเข้าซึ่งยาสัตว์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๐ (๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ผู้ใดผลิต ขาย นำเข้าซึ่งยาสัตว์ที่ไม่ได้จดแจ้งอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๐ (๖) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๘ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๕ (๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งงดผลิตยาสัตว์ ขายยาสัตว์ นำเข้ายาสัตว์ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๕ (๖) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๐๙ เมื่อมีการลงโทษตามมาตรา ๘๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๒ มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๔ และมาตรา ๑๐๕ ให้ริบยาสัตว์ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตยาสัตว์รวมทั้งภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาสัตว์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดในคดีให้แก่ทางราชการและให้ดำเนินการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๑๑๐ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว ให้อธิบดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
      ในกรณีที่มีการยึดยาสัตว์ ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาสัตว์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้ อธิบดีจะเปรียบเทียบปรับได้ต่อเมื่อผู้กระทำความผิดยินยอมให้สิ่งที่ยึดไว้ตกเป็นของทางราชการ
      เมื่อผู้กระทำความผิดได้ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๑๑๑ คำขอใดเกี่ยวกับยาสัตว์ที่ได้ยื่นไว้ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ และยังอยู่ในระหว่างพิจารณาให้ถือว่าเป็นคำขอตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม ในกรณีที่คำขอมีข้อแตกต่างไปจากคำขอซึ่งต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมได้ ตามความจำเป็น เพื่อให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๑๑๒ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้วใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ ให้คงใช้ได้ต่อไปจนสิ้นอายุที่กำหนดไว้ หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามวรรคสอง หรือวรรคสาม
      ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งประสงค์จะประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตนั้นต่อไปให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับหากได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้ประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตเดิมต่อไปจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตใหม่ หรือจนกว่าผู้อนุญาตได้แจ้งให้ทราบถึงการไม่อนุญาต และในกรณีที่ได้รับใบอนุญาตใหม่ ให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต
      กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตยาตามพ.ร.บ. ยา พ.ศ. ๒๕๑๐ ที่มีการผลิตยาสัตว์ตามใบอนุญาต เดิมให้มาจดแจ้งกับผู้อนุญาตเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตยาสัตว์แผนปัจจุบัน หรือ ยาสัตว์แผนไทย ตามพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี
      ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งไม่ประสงค์จะประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตนั้นต่อไป หรือได้ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่ผู้อนุญาตไม่อนุญาต จะขายยาสัตว์ของตนที่เหลืออยู่แก่ผู้รับอนุญาตอื่น หรือแก่ผู้ซึ่งผู้อนุญาตเห็นสมควรได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ หรือวันที่ผู้อนุญาตแจ้งให้ทราบว่าไม่อนุญาตแล้วแต่กรณี เว้นแต่ผู้อนุญาตจะผ่อนผันขยายระยะเวลาดังกล่าวให้

    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๑๑๓ ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ที่ได้ออกให้ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ ให้สิ้นอายุเมื่อครบห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
      ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบสำคัญดังกล่าวให้นำความในมาตรา ๕๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๑๑๔ ให้ยาสัตว์แผนปัจจุบันที่ยังมีทะเบียนตำรับตามพ.ร.บ. ยา พ.ศ. ๒๕๑๐ เพื่อใช้ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค ที่มีสารออกฤทธิ์ที่ยังไม่ได้กำหนดสถานะหรือระดับปริมาณสารตกค้างที่อนุญาตให้ตรวจพบได้ในเนื่อเยื่อหรืออวัยวะของสัตว์ชนิดนั้น ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ตามมาตรา ๕๓ (๙) ให้ยังคงมีทะเบียนตำรับยาสัตว์ต่อไปได้ จนกว่าจะมีการทบทวนทะเบียนตำรับยาสัตว์ดังกล่าว หรือจนกว่าจะมีการประกาศกำหนดรายการวัตถุที่อนุญาตให้ใช้เป็น สารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์ยาสัตว์ในสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคในประกาศกระทรวง ซึ่งจะประกาศกำหนดภายใน ๓ ปี นับจากวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้
      เมื่อประกาศกระทรวงตามวรรคหนึ่งมีผลบังคับใช้หากตำรับยาสัตว์แผนปัจจุบันตำรับใด ที่ขึ้นทะเบียนไว้ตามพ.ร.บ. ยา พ.ศ. ๒๕๑๐ มีชนิดสารออกฤทธิ์ที่ขัดแย้งกับประกาศกระทรวงดังกล่าว ให้ดำเนินการไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าทะเบียนตำรับยาสัตว์แผนปัจจุบันที่ไม่เป็นไปตามมาตรา ๕๓ (๙) เป็นอันสิ้นอายุลง
      ยาสัตว์แผนปัจจุบันความตามมาตรา ๑๑๔ นี้ไม่รวมถึงชีววัตถุสำหรับสัตว์ และเภสัชชีววัตถุสำหรับสัตว์

    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๑๑๕ บรรดากฎกระทรวง หรือประกาศ ที่ออกตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ ให้ คงใช้ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ


      ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
      ..............................................
      นายกรัฐมนตรี
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail