Facebook


ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....(ว่าด้วยมาตรา ๑๐ แห่ง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 3062 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

บันทึกหลักการและเหตุผล

 

ประกอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม

 

พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

 

(ว่าด้วยมาตรา ๑๐ แห่ง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐)

 

_____________________

 

หลักการ

 

                   แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร โดยยกเลิกความในมาตรา ๑๐  วรรคแรก แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ แล้วให้ใช้ความใหม่แทน  เพื่อให้สอดคล้องกับการยกร่างพระราชบัญญัติศุลกากร  พ.ศ. .... ที่ให้ยกเลิกกฎหมายศุลกากรทุกฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันแล้วนำมาจัดทำไว้เป็นฉบับเดียวกัน เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ได้บัญญัติให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติศุลกากร  พ.ศ. ....

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    บันทึกหลักการและเหตุผล
    ประกอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
    พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
    (ว่าด้วยมาตรา ๑๐ แห่ง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐)
    _____________________
    หลักการ
    แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร โดยยกเลิกความในมาตรา ๑๐ วรรคแรก แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ แล้วให้ใช้ความใหม่แทน เพื่อให้สอดคล้องกับการยกร่างพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... ที่ให้ยกเลิกกฎหมายศุลกากรทุกฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันแล้วนำมาจัดทำไว้เป็นฉบับเดียวกัน เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ได้บัญญัติให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ....
    เหตุผล
    ด้วยกระทรวงการคลัง ได้มีนโยบายให้กรมศุลกากรจัดทำกฎหมายศุลกากร โดยการยกเลิกกฎหมายศุลกากรทุกฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันแล้วนำมาจัดทำไว้ด้วยกันเป็น ร่างพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... เพียงฉบับเดียว ทำให้มีผลกระทบกับพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ เพราะมาตรา ๑๐ วรรคแรก แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ ได้บัญญัติถึง มาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉะบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒ ว่า “ของใดซึ่งในเวลานำเข้าได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรเพราะเหตุที่นำเข้ามาเพื่อใช้เองโดยบุคคลที่มีสิทธิเช่นนั้น หรือเพราะเหตุที่นำเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์อย่างใดที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ ถ้าหากของนั้นได้โอนไปเป็นของบุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากร หรือได้นำไปใช้ในการอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ หรือสิทธิที่ได้รับยกเว้น หรือลดหย่อนอากรสิ้นสุดลง ของนั้นจะต้องเสียอากรโดยถือสภาพของของ ราคา และอัตราอากรที่เป็นอยู่ในวันโอนหรือนำไปใช้ในการอื่น หรือวันที่สิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสิ้นสุดลงเป็นเกณฑ์ในการคำนวณอากร สำหรับกรณีที่ได้รับลดหย่อนอากร ให้เสียอากรเพิ่มจากที่ได้เสียไว้แล้วให้ครบถ้วนตามจำนวนเงินอากรที่จะพึงต้องเสียทั้งหมดในเมื่อได้คำนวณตามเกณฑ์เช่นว่านั้น ทั้งนี้ให้แจ้งขอชำระอากรหรืออากรเพิ่มต่อกรมศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่ได้นำของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักรภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องชำระอากรหรืออากรเพิ่มเกิดขึ้นและต้องชำระ ณ ที่ทำการศุลกากร ซึ่งกรมศุลกากรกำหนดให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจำนวนเงินอากรหรืออากรเพิ่มอันจะพึงต้องชำระ ถ้ามิได้มีการปฏิบัติเช่นว่านั้น ให้ถือว่า ของนั้นได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงการเสียอากร แต่มิให้นำมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉะบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒ มาใช้บังคับในกรณีที่ของนั้นได้โอนไปโดยสุจริต” บทบัญญัติของมาตรา ๑๐ วรรคแรก แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ ดังกล่าวที่ว่า “...ถ้ามิได้มีการปฏิบัติเช่นว่านั้นให้ถือว่าของนั้นได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยง การเสียอากร แต่มิให้นำมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉะบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒ มาใช้บังคับในกรณีที่ของนั้นได้โอนไปโดยสุจริต” นี้ เมื่อพิจารณาจากร่างพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... ซึ่งได้ยกเลิกพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉะบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒ แล้ว การที่จะแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคแรก แห่ง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ ให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคแรก เป็นว่า “...ถ้ามิได้มีการปฏิบัติเช่นว่านั้น ให้ถือว่าของนั้นได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียอากรตามมาตรา ๑๖๒ วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... แต่มิให้นำมาตรา ๑๖๒ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาใช้บังคับในกรณีที่ของนั้นได้โอนไปโดยสุจริต” จึงมีความจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้




    โครงสร้างของร่างพระราชบัญญัติ
    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530
    (ฉบับที่..) พ.ศ. ....
    (ว่าด้วยมาตรา 10 แห่ง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530)
    มาตรา 1 ชื่อของพระราชบัญญัตินี้
    มาตรา 2 การมีผลบังคับใช้
    มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 10 วรรคแรก แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 และ
    ให้ใช้ความใหม่แทน
    มาตรา 4 ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้





    • สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530
    • ปัญหา กฎหมายฉบับปัจจุบันยังไม่ได้มีการแก้ไขบทบัญญัติให้มีความสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ....
      แนวทางที่ขอแก้ไข ให้ยกเลิกความในมาตรา 10 วรรคแรก แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      “มาตรา 10 ของใดซึ่งในเวลานำเข้าได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรเพราะเหตุ
      ที่นำเข้ามา เพื่อใช้เองโดยบุคคลที่มีสิทธิเช่นนั้น หรือเพราะเหตุที่นำเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์อย่างใดที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ ถ้าหากของนั้นได้โอนไปเป็นของบุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรหรือได้นำไปใช้ในการอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ หรือสิทธิที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสิ้นสุดลงของนั้นจะต้องเสียอากรโดยถือสภาพของของ ราคา และอัตราอากรที่เป็นอยู่ในวันโอนหรือนำไปใช้ในการอื่น หรือวันที่สิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสิ้นสุดลงเป็นเกณฑ์ในการคำนวณอากรสำหรับกรณีที่ได้รับลดหย่อนอากร ให้เสียอากรเพิ่มจากที่ได้เสียไว้แล้วให้ครบถ้วนตามจำนวนเงินอากรที่จะพึงต้องเสียทั้งหมดในเมื่อได้คำนวณตามเกณฑ์เช่นว่านั้น ทั้งนี้ให้แจ้งขอชำระอากรหรืออากรเพิ่มต่อกรมศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่ได้นำของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องชำระอากรหรืออากรเพิ่มเกิดขึ้นและต้องชำระ ณ ที่ทำการศุลกากรซึ่งกรมศุลกากรกำหนดให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจำนวนเงินอากรหรืออากรเพิ่มอันจะพึงต้องชำระ ถ้ามิได้มีการปฏิบัติเช่นว่านั้นให้ถือว่าของนั้นได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงการเสียอากร ตามมาตรา ๑๖๒ วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... แต่มิให้นำมาตรา ๑๖๒ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... มาใช้บังคับในกรณีที่ของนั้นได้โอนไปโดยสุจริต”
      เหตุผล เพื่อให้กฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรมีความสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... ที่จะออกมาบังคับใช้
      มาตราในร่างพระราชบัญญัติ ร่างมาตรา 10
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ (ฉบับที่..) พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ วรรคแรก แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๑๐ ของใดซึ่งในเวลานำเข้าได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรเพราะเหตุที่นำเข้ามา เพื่อใช้เองโดยบุคคลที่มีสิทธิเช่นนั้น หรือเพราะเหตุที่นำเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์อย่างใดที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ ถ้าหากของนั้นได้โอนไปเป็นของบุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรหรือได้นำไปใช้ในการอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ หรือสิทธิที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสิ้นสุดลงของนั้นจะต้องเสียอากรโดยถือสภาพของของ ราคา และอัตราอากรที่เป็นอยู่ในวันโอนหรือนำไปใช้ในการอื่น หรือวันที่สิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสิ้นสุดลงเป็นเกณฑ์ในการคำนวณอากรสำหรับกรณีที่ได้รับลดหย่อนอากร ให้เสียอากรเพิ่มจากที่ได้เสียไว้แล้วให้ครบถ้วนตามจำนวนเงินอากรที่จะพึงต้องเสียทั้งหมดในเมื่อได้คำนวณตามเกณฑ์เช่นว่านั้น ทั้งนี้ให้แจ้งขอชำระอากรหรืออากรเพิ่มต่อกรมศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่ได้นำของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องชำระอากรหรืออากรเพิ่มเกิดขึ้นและต้องชำระ ณ ที่ทำการศุลกากรซึ่งกรมศุลกากรกำหนดให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจำนวนเงินอากรหรืออากรเพิ่มอันจะพึงต้องชำระ ถ้ามิได้มีการปฏิบัติเช่นว่านั้นให้ถือว่าของนั้นได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงการเสียอากร ตามมาตรา ๑๖๒ วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... แต่มิให้นำมาตรา ๑๖๒ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. .... มาใช้บังคับในกรณีที่ของนั้นได้โอนไปโดยสุจริต
    • มาตรา ๔
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


      ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ


      นายกรัฐมนตรี
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail