Facebook


ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ "ร่างพระราชบัญญัติการค้าสินค้าที่เกี่ยวกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ...."

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2500 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ "ร่างพระราชบัญญัติการค้าสินค้าที่เกี่ยวกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ...." ร่วมแสดงความคิดเห็นตั้งแต่ วันที่ 24 มีนาคม ถึง 22 เมษายน 2559 ทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ http://www.dft.go.th/Default.aspx?tabid=321&ctl=DetailUserContent&mid=669&contentID=8239

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    บันทึกหลักการและเหตุผล


    ประกอบร่างพระราชบัญญัติการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


    พ.ศ. ...


    -------------------


    หลักการ


     


           ให้มีกฎหมายว่าด้วยการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


     


    เหตุผล


     


    โดยที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ออกข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ ๑๕๔๐ (๒๐๐๔) เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๗ กำหนดให้ประเทศสมาชิกรวมทั้งประเทศไทยต้องมีมาตรการภายในประเทศในการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ได้แก่ อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ และอาวุธอื่นใด ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตมนุษย์จำนวนมากหรือต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง รวมถึงสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตลอดจนสินค้าทั่วไปที่สามารถนำไปประกอบ พัฒนา เสริมสร้างและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยให้มีระบบบริหารการส่งออก การผ่านแดน การถ่ายลำ การเป็นคนกลาง และการดำเนินกิจกรรมทางการเงิน และการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ที่ต้องพิจารณาการใช้และผู้ใช้สุดท้ายซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ตลอดจนมีการบังคับใช้บทลงโทษด้วย ปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีว่ากฎหมายที่บังคับใช้อยู่เดิมแต่ละฉบับของไทยในการกำกับดูแลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ยังมีองค์ประกอบของประเด็นทางกฎหมายไม่ครบตามข้อมติฯ โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมการเป็นคนกลางทางการค้าสินค้าฯ และประเด็นการบริหารจัดการสินค้าที่จับต้องไม่ได้ เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่สามารถกำกับดูแลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงได้ครบถ้วนตามหลักสากลสอดคล้องตามข้อมติฯ อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์การค้าระหว่างประเทศของไทยที่มุ่งให้ความสำคัญต่อการไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายทั้งทางตรงและทางอ้อมในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออก / ถ่ายลำ / ผ่านแดน สินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในภูมิภาคอาเซียนตอนบน ตลอดจนป้องกันไม่ให้ประเทศคู่ค้านำข้อมติฯ ดังกล่าวมากำหนดเป็นมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีในอนาคตอันใกล้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • ร่างพระราชบัญญัติ การค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ....
    • ร่างพระราชบัญญัติการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ....


      ..............................................................................................................................................................................................................................................


      โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


      ..........................................................................................................................................................................................................................


      มาตรา ๑   พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ....” 


      มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน  ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


      มาตรา ๓   ในพระราชบัญญัตินี้ 


      “สินค้า” หมายความว่า สิ่งของทั่วไปที่จับต้องได้และสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และให้หมายความรวมถึงเทคโนโลยีด้วย


      “เทคโนโลยี” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง โปรแกรม หรือไมโครโปรแกรม หรือสิ่งอื่นใด ที่สามารถนำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน หรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือข้อมูลใดๆ ซึ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบ พัฒนา ผลิต หรือเพื่อใช้สินค้า ทั้งนี้ไม่ว่าจะถูกจัดเก็บในรูปแบบใดหรือไม่ก็ตาม


      “สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง” หมายความว่า อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง สินค้าที่ใช้ได้สองทาง สินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง สินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และให้หมายความรวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย


      “อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง” หมายความว่า อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ อาวุธเคมี หรืออาวุธอื่นใด ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ สัตว์ พืชจำนวนมากหรือต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง รวมถึงระบบการส่งของอาวุธดังกล่าว


      “สินค้าที่ใช้ได้สองทาง” หมายความว่า สินค้าที่สามารถนำไปใช้ออกแบบ พัฒนา ผลิต ใช้ ดัดแปลง จัดเก็บ ลำเลียง สนับสนุน หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง 


      “สินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง” หมายความว่า สินค้าที่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง


      “สินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง” หมายความว่า สินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการใช้สุดท้ายหรือผู้ใช้สุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง 


      “อาวุธยุทโธปกรณ์” หมายความว่า อาวุธ ยุทธภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับอาวุธหรือการทำศึกสงคราม แต่ไม่หมายความรวมถึงอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


      “กิจกรรมที่ควบคุม” หมายความว่า การส่งออก การผ่านแดน การถ่ายลำ การเป็นคนกลาง ซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และให้หมายความรวมถึงการดำเนินการใดๆ ที่ทำให้เกิดการแพร่ขยายของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงด้วย


      “การส่งออก” หมายความว่า การนำหรือการส่งสินค้าซึ่งรวมถึงการส่งออกสินค้านำเข้าไปนอกราชอาณาจักร 


      “การผ่านแดน” หมายความว่า การส่งสินค้าผ่านราชอาณาจักรจากท่าหรือที่แห่งหนึ่งที่ขนส่งเข้ามาไปยังท่าหรือที่อีกแห่งหนึ่งที่ส่งออกไป โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการขนส่งอยู่นอกราชอาณาจักร ทั้งนี้จะต้องไม่มีการใช้ประโยชน์ใด ๆ ซึ่งสินค้านั้นในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร


      “การถ่ายลำ” หมายความว่า การลำเลียงถ่ายสินค้าจากยานพาหนะหนึ่งที่ขนส่งสินค้าเข้ามาไปยังอีกยานพาหนะหนึ่งที่ส่งออกไปภายในท่าหรือที่แห่งเดียวกัน โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการขนส่งอยู่นอกราชอาณาจักร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร


      “การเป็นคนกลาง” หมายความว่า การดำเนินกิจกรรมใดๆ ซึ่งรวมถึงการเจรจา จัดการ หรืออำนวยความสะดวกในการซื้อ การเงิน การขนส่ง การขาย หรือการจัดหาให้ ไม่ว่าจะในนามของตนเอง หรือเป็นตัวแทนในนามบุคคลอื่น เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งนอกราชอาณาจักร


      “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


      “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้


      “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ


      “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


      มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวง กำหนด ลด หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ กับออกกฎกระทรวง ประกาศหรือระเบียบ กำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง


      กฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้


       


      หมวด ๑


      คณะกรรมการ


      ____________________


       


      มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง” เรียกโดยย่อว่า “กอทส.” ประกอบด้วย


      (๑)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการ 


      (๒)ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ


      (๓)เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นกรรมการ 


      ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการของกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเป็นผู้ช่วยเลขานุการ


      มาตรา ๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้


      (๑)กำหนดหรือแก้ไขนโยบาย มาตรการ และแนวทางเกี่ยวกับการบริหารการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


      (๒)กำกับดูแล ประสานงาน สั่งการ และติดตามการดำเนินงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด 


      (๓)ออกข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ


      (๔)ออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ


      (๕)เชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูลข้อคิดเห็น รวมทั้งส่งเอกสาร หลักฐานรายงานผลการดำเนินงาน หรือให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการตามที่ได้รับการร้องขอ


      (๖)แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ


      (๗)ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้


      มาตรา ๗ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม


      ในการประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม


      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด


      มาตรา ๘ ให้นำมาตรา ๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม


       


      หมวด ๒


      การกำกับดูแลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


      ___________________


       


      มาตรา ๙ ในกรณีที่จำเป็นหรือสมควรเพื่อความมั่นคงระหว่างประเทศ ในการดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดมาตรการหนึ่งมาตรการใด ดังต่อไปนี้


      (๑)กำหนดให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงใดเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาต


      (๒)กำหนดให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงใดเป็นสินค้าที่ต้องรับรองว่าไม่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


      (๓) กำหนดมาตรการอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการควบคุมการแพร่ขยายของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


      การแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกประกาศตามมาตรานี้ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม


      มาตรา ๑๐ ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศกำหนดสินค้าที่ใช้ได้สองทางที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้ในบัญชี 1 ซึ่งมีรายละเอียดตามบัญชีคุณลักษณะของสินค้า 


      มาตรา ๑๑ ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศกำหนดให้สินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้ในบัญชี ๒


      มาตรา ๑๒  ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศกำหนดให้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้ในบัญชี ๓ ซึ่งมีรายละเอียดตามบัญชีคุณลักษณะของสินค้า


      มาตรา ๑๓ ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศแก้ไขและยกเลิกรายการสินค้าในบัญชี 1 บัญชี 2 และบัญชี 3 ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม


      มาตรา ๑๔ ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศ กำหนด แก้ไข และยกเลิก บัญชีรายการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอื่นและบัญชีอื่นใดได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัตินี้


      มาตรา ๑๕ ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศ กำหนด แก้ไข และยกเลิก รายละเอียดคุณลักษณะของสินค้าในบัญชีคุณลักษณะของสินค้าได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม


      มาตรา ๑๖ เมื่อได้มีประกาศกำหนดให้การส่งออก  การผ่านแดน การถ่ายลำ การเป็นคนกลาง หรือการดำเนินการใดๆ ที่ทำให้เกิดการแพร่ขยายของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงใดต้องขออนุญาต ห้ามมิให้ผู้ใดทำกิจกรรมที่ควบคุมนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย 


      การขออนุญาต และการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในระเบียบกระทรวง


      มาตรา ๑๗ การรับรองตามมาตรา ๙(๒) และการกำหนดมาตรการอื่นใดตามมาตรา ๙(๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกำหนด


      มาตรา ๑๘ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ใบรับรอง หรือเอกสารอื่นใดที่ออกให้ตามมาตรา ๙ นำเอกสารดังกล่าวไปให้ผู้อื่นใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งมิใช่การดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมของตน


      มาตรา ๑๙ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือเอกสารอื่นใดที่ออกให้ตามมาตรา ๙(๑) และมาตรา ๙(๓)  ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ให้อธิบดีมีอำนาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือเอกสารอื่นใดดังกล่าว และในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ให้อธิบดีมีอำนาจพักใช้ใบอนุญาตหรือเอกสารอื่นใดนั้นเพื่อตรวจสอบการออกใบอนุญาตด้วย


      มาตรา ๒๐ ในกรณีที่พบว่าการรับรองว่าไม่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงตามมาตรา ๙(๒) เป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ให้อธิบดีมีอำนาจเพิกถอนใบรับรองดังกล่าว และในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ให้มีอำนาจพักใช้ใบรับรองเพื่อตรวจสอบการรับรองด้วย


      มาตรา ๒๑ การดำเนินการโดยทางเอกสารใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้ได้บัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ถ้าได้กระทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถือว่าเป็นความผิดและมีโทษเช่นเดียวกับการกระทำที่ได้ดำเนินการโดยทางเอกสาร


      มาตรา ๒๒ การดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัตินี้ถ้าได้กระทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถือว่ามีผลโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับการดำเนินการโดยเอกสาร


      มาตรา ๒๓ บทกฎหมายว่าด้วยการศุลกากรและอำนาจพนักงานศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในส่วนที่ว่าด้วยการตรวจของและป้องกันการลักลอบหนีศุลกากร การตรวจค้น การยึด และริบของ หรือการจับกุมผู้กระทำความผิด การสำแดงเท็จ และการฟ้องร้อง ให้ใช้บังคับแก่การดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย


      มาตรา ๒๔ ให้อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัยสั่งการกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการในการกำกับดูแลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม


        


      หมวด ๓


      การอุทธรณ์


      _________________


       


      มาตรา ๒๕ ในกรณีผู้ขออนุญาตไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงใดตามมาตรา ๑๖ ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา


      คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด


      มาตรา ๒๖ ในกรณีที่ผู้ดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงไม่เห็นด้วยกับการวินิจฉัยสั่งการของอธิบดีตามมาตรา 24 ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งการสั่งการ


      คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด


      การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยสั่งการของอธิบดี


      มาตรา ๒๗ ผู้ที่ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือเอกสารอื่นใดตามมาตรา ๑๙ หรือใบรับรองว่าสินค้าที่ดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมไม่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงตามมาตรา ๒๐ มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอน แล้วแต่กรณี


      คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด


      การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือเอกสารอื่นใด หรือใบรับรองว่าสินค้าที่ดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมไม่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


      มาตรา ๒๘ การพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา และมาตรา ๒๗ ให้รัฐมนตรีพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลานั้น ในการนี้ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว


       


      หมวด ๔


      พนักงานเจ้าหน้าที่


      _________________


       


      มาตรา ๒๙เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้


      (๑)  เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อตรวจค้น ตรวจสอบ และควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หากยังไม่แล้วเสร็จจะค้นต่อไปในเวลากลางคืนก็ได้หรือในกรณีมีจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยเนิ่นช้าจะทำให้ไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะค้นในเวลากลางคืนก็ได้


      (๒) เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ประกอบการในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบระบบงานควบคุมภายในของนิติบุคคล


      (๓) ค้นบุคคลหรือยานพาหนะ หรือเรียกให้ยานพาหนะใด ๆ ที่ออกจากท่าหรือที่กลับเข้ามา หรือกักยานพาหนะ หรือไล่ติดตามยานพาหนะนั้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อตรวจสอบและควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้


      (๔) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกให้สถาบันการเงิน ส่วนราชการ องค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งบัญชีเอกสารหรือหลักฐานใดๆ มาเพื่อตรวจสอบ หรือเพื่อประกอบการพิจารณา


      (๕) มีหนังสือสอบถาม หรือเรียกบุคคลใดๆ มาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งบัญชีเอกสารสินค้า หรือหลักฐานใดๆ มาเพื่อตรวจสอบ หรือเพื่อประกอบการพิจารณา


      (๖) ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อตรวจสอบทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้


      มาตรา ๓๐ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๙ พนักงานเจ้าหน้าที่อาจร้องขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจให้ความช่วยเหลือก็ได้ 


      มาตรา ๓๑ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามมาตรา ๒๙ ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร


      มาตรา ๓๒ ทรัพย์สินซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรืออายัดไว้ตามมาตรา ๒๙(๖) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง


      มาตรา ๓๓ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง 


      บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง


      มาตรา ๓๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา


       


      หมวด ๕


      บทกำหนดโทษ


      _______________


       


      มาตรา ๓๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศซึ่งออกตามมาตรา ๙(๑) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


      ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อที่จะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงไปใช้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น หรือนำไปใช้ออกแบบ พัฒนา ใช้ ดัดแปลง จัดเก็บ ลำเลียง สนับสนุน หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามสิบปี หรือปรับไม่เกินสามสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 


      หากการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมซึ่งสินค้าที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง สินค้าที่ใช้ได้สองทาง สินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และอาวุธยุทโธปกรณ์ ให้ริบสินค้าดังกล่าวรวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุสินค้าดังกล่าวด้วย 


      มาตรา ๓๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรการอื่นใดตามประกาศซึ่งออกตามมาตรา ๙(๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินยี่สิบปี หรือปรับไม่เกินยี่สิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


      ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อที่จะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงไปใช้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น หรือนำไปใช้ออกแบบ พัฒนา ใช้ ดัดแปลง จัดเก็บ ลำเลียง สนับสนุน หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามสิบปี หรือปรับไม่เกินสามสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 


      หากการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรการห้ามดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมซึ่งสินค้าที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง สินค้าที่ใช้ได้สองทาง สินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง สินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และอาวุธยุทโธปกรณ์ ให้ริบสินค้าดังกล่าวรวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุสินค้าดังกล่าวด้วย 


      มาตรา ๓๗ ถ้าการกระทำตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง และมาตรา ๓๖ วรรคสอง เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต


      มาตรา ๓๘ ผู้ใดให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อให้มีการออกใบอนุญาตดำเนินกิจกรรมที่ควบคุม เพื่อให้มีการรับรองว่าสินค้าที่จะดำเนินกิจกรรมที่ควบคุมไม่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบการใช้สุดท้ายและผู้ใช้สุดท้าย หรือเพื่อให้มีการออกเอกสารหรือผ่านหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาใดๆ ตามมาตรา ๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินยี่สิบปี หรือปรับไม่เกินยี่สิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 


      มาตรา ๓๙ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


      มาตรา ๔๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


      มาตรา ๔๑ ผู้ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๙ (๑) ที่ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตในช่วงที่พ้นระยะเวลาที่กำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท


      มาตรา ๔๒ ผู้ใดใช้ใบอนุญาตหรือเอกสารอื่นใดที่ออกให้ตามมาตรา ๙ ที่หมดอายุแล้ว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท


      มาตรา ๔๓ ผู้ใดให้ถ้อยคำหรือส่งคำชี้แจง บัญชี ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใดๆ ตามมาตรา ๒๙ (๔) และ (๕) อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท


      มาตรา ๔๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในระเบียบกระทรวงตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง หรือตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๑๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท


      มาตรา ๔๕ ในกรณีที่มีการจับกุมผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๓๕ วรรคสาม และมาตรา ๓๖ วรรคสาม เมื่อพนักงานอัยการร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละสามสิบ และเงินรางวัลแก่ผู้จับร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนเงินสุทธิค่าขายของกลางที่ศาลสั่งให้ริบ 


      มาตรา ๔๖ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ หรือการกระทำของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆ ด้วย 


      มาตรา ๔๗ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและโทษปรับ ซึ่งโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือมีโทษปรับสถานเดียว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบได้ และเมื่อผู้กระทำความผิดได้ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้เปรียบเทียบแล้ว ให้คดีเป็นอันเลิกกันตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา


      ถ้าผู้กระทำความผิดไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับภายในเวลาที่กำหนด ให้ดำเนินคดีต่อไป


       


      บทเฉพาะกาล


      _______________


       


      มาตรา ๔๘ บรรดาพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. ๒๕๒๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้  ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ


      มาตรา ๔๙ ใบอนุญาตและใบรับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. ๒๕๒๒ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตหรือใบรับรองนั้น หรือจนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งเพิกถอนหรือระงับใบอนุญาต หรือใบรับรอง แล้วแต่กรณี


       


       

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail