Facebook


ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ลักษณะของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ เอกสารกํากับ ฉลาก ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ และจํานวนหรือปริมาณ ของเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ที่สามารถมีไว้ในครอบครอง และระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพ พ.ศ.

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 638 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง

    ร่างประกาศกระทรวงฉบับนี้ได้มีเนื้อหา ๓๓ ข้อ



    • ข้อ ๑
    • ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ลักษณะของสถานที่ ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ เอกสารกํากับ ฉลาก ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของ ภาชนะบรรจุ และจํานวนหรือปริมาณของเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ที่สามารถมีไว้ในครอบครอง และระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพ พ.ศ. ....” 

    • ข้อ ๒
    • “สถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง” หมายความว่า ห้องปฏิบัติการสําหรับการผลิต เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และหมายความรวมถึงสถานที่ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ หรือสิ่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ใช้ครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์อันเนื่องมากจากการนําเข้า ส่งออก ขาย นําผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์


      “ห้องปฏิบัติการ” หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารหรือห้องที่มี การใช้ดําเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ซึ่งรวมถึงห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ด้วย (Mobile Laboratory)

    • ข้อ ๓
    • ให้อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รักษาการตามประกาศนี้ 

    • ข้อ ๔
    • ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๑ (Biocontainment Laboratory Class ๑)  ใช้สําหรับเชื้อโรค กลุ่ม ๑ ซึ่งต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้


      (๑) ออกแบบและใช้วัสดุก่อสร้างผนัง พื้นห้อง และฝ้าเพดานทําด้วยวัสดุที่คงทน และทําความสะอาดได้ง่าย


      (๒) มีประตูที่ปิดและล็อคได้


      (๓) หน้าต่างที่สามารถมองเห็นคนที่อยู่ข้างในห้องปฏิบัติการได้และปิดไว้ตลอดเวลา ที่มีการปฏิบัติงาน


      (๔) มีการควบคุมการไหลเวียนอากาศ


      (๕) มีโต๊ะปฏิบัติการที่มีพื้นผิวโต๊ะทําด้วยวัสดุกันน้ําได้ ทนต่อกรด ด่าง สารเคมี  และน้ํายาฆ่าเชื้อ ทําความสะอาดได้ง่าย และเป็นโต๊ะที่มีความมั่นคงรับน้ําหนักได้ตามขนาดของงาน


      (๖) มีพื้นที่เพียงพอต่อการติดตั้งเครื่องมือที่ใช้ในห้องปฏิบัติการที่ไม่กระทบต่อการ ทํางาน


      (๗) ติดตั้งอ่างน้ําที่ใช้ล้างมือ


      (๘) สามารถป้องกันสัตว์แทะ และแมลงเข้ามาอาศัยได้


      (๙) มีระดับแสงสว่างที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน


      (๑๐) มีระดับความดังของเสียงในห้องปฏิบัติงานที่ไม่กระทบต่อการทํางาน และสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน


      (๑๑) มีอุณหภูมิในห้องปฏิบัติงานที่ไม่กระทบต่อการทํางาน


      (๑๒) มีเก้าอี้นั่งทํางานที่มีจํานวนและความสูงพอดีกับผู้ใช้งาน ทําด้วยวัสดุที่ ไม่ดูดซับของเหลวและทําความสะอาดได้ง่าย


      (๑๓) มีการควบคุมสภาวะแวดล้อมที่ใช้จัดเก็บ รักษาเชื้อโรคหรือ พิษจากสัตว์ที่สามารถควบคุม ป้องกันการแพร่กระจาย และควบคุมป้องกันผู้ไม่มีอํานาจเข้าถึงได้  


      (๑๔) มีห้องหรือพื้นที่ทําความสะอาดอุปกรณ์หรือวัสดุที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ


      (๑๕) มีห้องหรือพื้นที่รวบรวมจัดเก็บขยะติดเชื้อที่ป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรค


      (๑๖) มีอุปกรณ์ใช้ล้างตาได้ทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการ 

    • ข้อ ๕
    • ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๒ (Biocontainment Laboratory Class ๒)  ใช้สําหรับเชื้อโรค กลุ่ม ๒ ซึ่งนอกจากต้องมีคุณลักษณะพื้นฐานเช่นเดียวกับห้องปฏิบัติการ  ประเภทที่ ๑ แล้ว ยังต้องมีคุณลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย


      (๑) ประตูห้องปฏิบัติการต้องปิดล๊อคได้ และมีการควบคุมผู้มีสิทธิเข้าออก 


      (๒) มีการติดตั้งตู้ชีวนิรภัย (Biological Safety Cabinet) เพื่อใช้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเชื้อโรค 


           ในกรณีที่ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๒ มีขั้นตอนปฏิบัติการเช่นเดียวกับ ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๓ ให้ถือว่าเป็นการดําเนินงานในห้องปฏิบัติการประเภทกึ่งกลางระหว่าง ประเภทที่ ๒ และประเภทที่ ๓ (หรือ ๒+ หรือ BSL ๒ plus) อันเป็นการปรับกระบวนการดําเนินงาน ที่เกี่ยวกับเชื้อโรคที่มีความเสี่ยงในระดับ ๓ ทั้งนี้ เฉพาะห้องปฏิบัติการประเภทที่ ๒ ที่มีข้อเท็จจริง ปรากฏว่ามีข้อจํากัดในการดําเนินงานเท่านั้น

    • ข้อ ๖
    • ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๓ (Biocontainment Laboratory Class ๓)  ใช้สําหรับเชื้อโรค กลุ่ม ๓ ซึ่งนอกจากต้องมีคุณลักษณะพื้นฐานเช่นเดียวกับห้องปฏิบัติการ  ประเภทที่ ๑ และประเภทที่ ๒ แล้ว ยังต้องมีคุณลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย


      (๑) มีประตูห้อง ๒ ชั้น (air-lock fitted with automatic-control doors)  ที่ไม่สามารถเปิดในเวลาเดียวกันพร้อมกันได้


      (๒) มีแผ่นกรองเฮปปา (HEPA Filter) กรองอากาศที่ออกจากห้องปฏิบัติการ อย่างน้อย ๑ ชั้น


      (๓) ความดันอากาศภายในห้องเป็นแบบลบ (Negative Pressure) มีการไหลไป ในทิศทางเดียว


      (๔) มีระบบเตือนกรณีที่ความดันภายในห้องผิดปกติ


      (๕) มีการติดตั้งตู้ชีวนิรภัย Class II (Biological Safety Cabinet Class II)  เพื่อใช้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเชื้อโรค


      (๖) มีเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ (Autoclave) ที่ใช้กับขยะติดเชื้อหรือสิ่งปนเปื้อน


      (๗) สามารถปิดห้องเพื่อทําลายเชื้อได้ (Disinfection) 

    • ข้อ ๗
    • ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๔ (Biocontainment Laboratory Class ๔)  ใช้สําหรับเชื้อโรค กลุ่ม ๔ ซึ่งนอกจากต้องมีคุณลักษณะพื้นฐานเช่นเดียวกับห้องปฏิบัติการ  ประเภทที่ ๓ แล้ว ยังต้องมีคุณลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย


      (๑) มีแผ่นกรองเฮปปา (HEPA Filter) กรองอากาศที่ออกจากห้องปฏิบัติการ อย่างน้อย ๒ ชั้น


      (๒) มีระบบ airlock with shower


      (๓) มีการติดตั้งตู้ชีวนิรภัย Class III (Biological Safety Cabinet Class III)  เพื่อใช้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเชื้อโรค


      (๔) มีเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ ชนิด ๒ ประตู (Double-ended Autoclave) ที่ใช้กับขยะ ติดเชื้อหรือสิ่งปนเปื้อน

    • ข้อ ๘
    • ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๕ ที่ดําเนินงานโดยใช้สัตว์ทดลองและเชื้อโรคโดยตรง


      (๑) ในกรณีที่ทํากับเชื้อโรค กลุ่มที่ ๒ นอกจากต้องมีคุณลักษณะพื้นฐานเช่นเดียวกับ ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๒ แล้ว ยังต้องมีคุณลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย


      (ก) มีพื้นที่การทดลองในสัตว์ที่แยกส่วนจากพื้นที่ทั่วไปและเป็นพื้นที่ปิด  ประตูเป็นแบบเปิดเข้าด้านใน (inward) และสามารถปิดได้โดยอัตโนมัติ


      (ข) สามารถควบคุมการไหลเวียนของอากาศไปทิศทางเดียวและกรองอากาศ ด้วย HEPA Filter และมีระบบควบคุมอุณหภูมิ    


      (ค) มีเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ (Autoclave) ภายในพื้นที่หรือบริเวณใกล้เคียง  เพื่อทําลายเชื้อจากการทดลอง    


      (ง) สําหรับการเตรียมเชื้อ หรือเก็บและพิสูจน์ซากจากสัตว์ที่มีละอองฟุ้งกระจาย (Aerosol) ต้องมี Biological Safety Cabinet Class II      


      (จ) มีที่สําหรับล้างมือในบริเวณที่เลี้ยงสัตว์ทดลอง


      (๒) ในกรณีที่ทํากับเชื้อโรค กลุ่มที่ ๓ นอกจากต้องมีคุณลักษณะพื้นฐานเช่นเดียวกับ ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๓ แล้ว ยังต้องมีคุณลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย    


      (ก) มีพื้นที่การทดลองในสัตว์ที่แยกส่วนจากพื้นที่ทั่วไปและเป็นพื้นที่ปิด  มีการเข้าออกทางเดียวโดยประตูระบบ Airlock    


      (ข) มีระบบควบคุมอุณหภูมิและความดันอากาศเป็นลบ (Negative Pressure) การไหลเวียนของอากาศไปทิศทางเดียวและกรองอากาศด้วย HEPA Filter      


      (ค) มีตู้เลี้ยงสัตว์แบบปิดที่มีการกรองอากาศเข้าออก (Isolation)      


      (ง) มีเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ (Autoclave) ภายในพื้นที่หรือบริเวณใกล้เคียง  เพื่อทําลายเชื้อจากการทดลอง      


      (จ) สําหรับการเตรียมเชื้อ หรือเก็บและพิสูจน์ซากจากสัตว์ ต้องปฏิบัติงาน ในตู้ชีวนิรภัย Class II หรือ Class III (Biological Safety Cabinet Class II or Class III)

    • ข้อ ๙
    • ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๖ ที่ดําเนินงานโดยไม่ได้ทํากับเชื้อโรคโดยตรง (Culture and Toxin) แต่มีโอกาสจะสัมผัสเชื้อโรค กลุ่มที่ ๒ หรือกลุ่มที่ ๓ ได้แก่ ห้องปฏิบัติการ สาขาพยาธิกายวิภาค (Pathological Anatomy) สาขาเซลล์วิทยา (Cytology) สาขานิติเวชศาสตร์ (การตรวจศพ) และห้องปฏิบัติการที่ใช้สัตว์ทดสอบ นอกจากต้องมีคุณลักษณะพื้นฐานเช่นเดียวกับ ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๑ แล้ว ยังต้องมีคุณลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย


      (๑) มีประตู้ห้องปฏิบัติการที่สามารถปิดล๊อคได้ และมีการควบคุมผู้มีสิทธิเข้าออก


      (๒) มีพื้นที่สําหรับผ่าศพ อวัยวะ เนื้อเยื่อ


      (๓) มีพื้นที่รวบรวมจัดเก็บแผ่นสไลด์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะที่ศึกษาทดสอบ


      (๔) มีพื้นที่รวบรวมจัดเก็บและทําลายซากจากการศึกษาทดสอบ


      (๕) สามารถปิดห้องเพื่อทําลายเชื้อได้ (Disinfection) 

    • ข้อ ๑๐
    • ห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๗ ที่ดําเนินงานเกี่ยวกับพิษจากสัตว์โดยเฉพาะ และมิได้ทํากับเชื้อโรค ให้มีคุณลักษณะพื้นฐานเช่นเดียวกับห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๑ 

    • ข้อ ๑๑
    • ในกรณีที่มีการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์เพื่อนําเข้า ส่งออก ขาย หรือนําผ่าน ซึ่งต้องมีการใช้สถานที่ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ หรือสิ่งที่เรียกชื่อ อย่างอื่นในการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์นอกจากห้องปฏิบัติการ ให้คุณลักษณะของสถานที่ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ หรือสิ่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศ กําหนด

    • ข้อ ๑๒
    • ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ผู้รับผิดชอบ ห้องปฏิบัติการจัดให้มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จําเป็น ตามลักษณะของงาน ประเภทของ ห้องปฏิบัติการ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ทํางาน เช่น ตู้ชีวนิรภัย หม้อนึ่งฆ่าเชื้อโรค ตู้อบแห้ง ไปเปต ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง อุปกรณ์ผ่าตัด

    • ข้อ ๑๓
    • เครื่องมือและอุปกรณ์ตามข้อ ๑๒ จะต้องติดตั้งในตําแหน่งที่ไม่ส่งผล กระทบต่อการทํางานและประสิทธิภาพของเครื่องมือและอุปกรณ์นั้นเอง 

    • ข้อ ๑๔
    • ให้ผู้รับผิดชอบห้องปฏิบัติการจัดให้มีรหัสและบันทึกการใช้งานสําหรับ เครื่องมือและอุปกรณ์ 

    • ข้อ ๑๕
    • เครื่องมือและอุปกรณ์นั้น จะต้องมีวิธีมาตรฐานการใช้งาน การบํารุงรักษา และการตรวจสอบ


           สําหรับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ให้ผลการวัดซึ่งมีผลกระทบต่อระบบความปลอดภัย ต้องได้รับการสอบเทียบตามกําหนดเวลาที่เหมาะสม และสามารถทวนสอบหน่วยวัดไปถึงมาตรวิทยา ระดับชาติได้ 

    • ข้อ ๑๖
    • ในกรณีที่มีการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์เพื่อนําเข้า ส่งออก ขาย หรือนําผ่าน ซึ่งต้องมีการใช้สถานที่ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ หรือสิ่งที่เรียกชื่อ อย่างอื่นในการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์นอกจากห้องปฏิบัติการ ซึ่งสถานที่ ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ หรือสิ่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นจะต้องมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์อย่างไรบ้าง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกําหนด


           ให้นําความในข้อ ๑๑ วรรคสอง มาใช้บังคับกับประกาศกําหนดเครื่องมือหรือ อุปกรณ์ตามข้อนี้ด้วยโดยอนุโลม 

    • ข้อ ๑๗
    • ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๑ ต้องใส่เสื้อคลุม (Lab Coat) และถุงมือ 

    • ข้อ ๑๘
    • ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๒ ต้องใส่เสื้อคลุม (Lab Coat)  และถุงมือ และใช้ผ้าปิดปาก-จมูก (mask) ใช้แว่นตานิรภัย (goggles) หรืออุปกรณ์กันใบหน้า  (face shield) ในกรณีที่มีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการกระเด็นหรือฟุ้งกระจายของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ 

    • ข้อ ๑๙
    • ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๓ ต้องใส่เสื้อคลุมแบบปิดมิดชิด (solid-front,wrap-around,scrub suit coverall) และถุงมือ และใช้ผ้าปิดปาก-จมูก (mask)  ใช้แว่นตานิรภัย (goggles) และใส่อุปกรณ์กันใบหน้า (face shield) หรืออุปกรณ์กรองอากาศหายใจ (respirator) ในกรณีที่มีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการกระเด็นหรือฟุ้งกระจายของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ 

    • ข้อ ๒๐
    • ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๔ มีการใส่ pressurized and ventilated suit กรณีไม่ใช้ตู้นิรภัยระดับ ๓ (Biological Safety Cabinet Class III) 

    • ข้อ ๒๑
    • ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๕ ต้องใส่เสื้อคลุมแบบปิดมิดชิด (solid-front,wrap-around,scrub suit coverall) และถุงมือ และใช้ผ้าปิดปาก-จมูก (mask)  ใช้แว่นตานิรภัย (goggles) และใส่อุปกรณ์กันใบหน้า (face shield) หรืออุปกรณ์กรองอากาศหายใจ (respirator) ในกรณีที่มีการดูด-ปล่อย เขย่า หรือปั่นเชื้อโรคหรือสารพิษ และกรณีที่ดําเนินการ เกี่ยวกับสัตว์ที่ทดสอบการติดเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ 

    • ข้อ ๒๒
    • ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๖ ต้องใส่เสื้อคลุม (Lab Coat)  และถุงมือ และใช้ผ้าปิดปาก-จมูก (mask) ใช้แว่นตานิรภัย (goggles) หรืออุปกรณ์กันใบหน้า (face shield) ในกรณีที่มีการดําเนินงานเกี่ยวกับอวัววะหรือเนื้อเยื่อ 

    • ข้อ ๒๓
    • ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ประเภทที่ ๗ ต้องใส่เสื้อคลุม (Lab Coat)  และถุงมือ และใช้ผ้าปิดปาก-จมูก (mask) ใช้แว่นตานิรภัย (goggles) 

    • ข้อ ๒๔
    • ในกรณีที่มีการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์เพื่อนําเข้า ส่งออก ขาย หรือนําผ่าน ซึ่งต้องมีการใช้สถานที่ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ หรือสิ่งที่เรียกชื่อ อย่างอื่นในการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์นอกจากห้องปฏิบัติการ โดยสถานที่ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ หรือสิ่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นจะต้องมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์อย่างไรบ้าง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกําหนด 

    • ข้อ ๒๕
    • ในการผลิต นําเข้า ส่งออก นําผ่าน ขาย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งเชื้อโรค หรือพิษจากสัตว์ ให้ผู้ดําเนินการสําหรับสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองจัดให้มีการใช้เอกสารกํากับ ฉลาก ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุซึ่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ทั้งนี้ เพื่อให้การผลิต  นําเข้า ส่งออก นําผ่าน ขาย หรือมีไว้ในครอบครองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันอันตราย ต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบรายการเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ได้อย่างถูกต้อง


           รายละเอียดของเอกสารกํากับ ฉลาก ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ สําหรับสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองแต่ละประเภทตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศ กําหนด 

    • ข้อ ๒๖
    • ผู้รับอนุญาตหรือผู้จดแจ้ง ต้องมีนโยบาย กฎ ระเบียบ ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารความปลอดภัยและความมั่นคง ด้านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์หรือมาตรฐานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่ต้องจัดทําเป็นเอกสาร เพื่อเผยแพร่ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบและถือปฏิบัติ 

    • ข้อ ๒๗
    • วิธีมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operation Procedure,SOP)  ที่ใช้ในระบบบริหารความปลอดภัยและความมั่นคงด้านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ต้องจัดทําขึ้นและมี การทบทวนความถูกต้องอย่างสม่ําเสมอ อย่างน้อยประกอบด้วย


      (๑) การจัดซื้อเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ วัสดุอุปกรณ์


      (๒) การควบคุมการบันทึกเกี่ยวกับเชื้อโรคและพิษจากสัตว์


      (๓) การรายงานข้อมูลเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ประจําปี และการขอใบอนุญาต หรือจดแจ้ง


      (๔) การใช้ การบํารุงรักษา การตรวจสอบ และสอบเทียบเครื่องมือด้านความ ปลอดภัย


      (๕) การควบคุมดูแลอาคารสถานที่ และห้องปฏิบัติการ


      (๖) การจัดทําเอกสารกํากับหรือฉลากสําหรับภาชนะบรรจุเชื้อโรคและพิษจากสัตว์


      (๗) การจัดเก็บรักษาเชื้อโรคและพิษจากสัตว์


      (๘) การขนส่งเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ 


      (๙) การทําลายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์


      (๑๐) การใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองและป้องกันสิ่งแวดล้อม


      (๑๑) การรวบรวม จัดเก็บ ขนส่ง และทําลายขยะติดเชื้อ


      (๑๒) การทําความสะอาดวัสดุ อุปกรณ์ สิ่งปนเปื้อนเชื้อโรคและพิษจากสัตว์  


      (๑๓) การเฝ้าระวังและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสุขภาพบุคลากร


      (๑๔) การบันทึก การรายงาน และการสอบสวนอุบัติเหตุ ทั้งนี้ วิธีมาตรฐานการปฏิบัติงานข้างต้น ให้ใช้ปฏิบัติงานได้เมื่อได้รับอนุมัติจาก ผู้ดําเนินการห้องปฏิบัติการแล้ว 

    • ข้อ ๒๘
    • เอกสารในระบบบริหารความปลอดภัยและความมั่นคงด้านเชื้อโรคและ พิษจากสัตว์ ต้องมีการแจกจ่ายสําเนาฉบับที่เป็นปัจจุบันให้ผู้ปฏิบัติงานมีใช้ ณ จุดปฏิบัติงาน และมี การทบทวนอย่างสม่ําเสมอ 

    • ข้อ ๒๙
    • การบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการทํางานเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ต้องมีความ ชัดเจน อ่านได้ง่าย และมีวิธีปฏิบัติในการแก้ไขข้อมูลให้สามารถทวนสอบย้อนกลับได้ 

    • ข้อ ๓๐
    • ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้จดแจ้งจัดให้มีระบบจัดเก็บข้อมูลในสถานที่ และสภาวะแวดล้อมที่สามารถป้องกันความเสียหายและสูญหายได้ มีกําหนดระยะเวลาจัดเก็บ อย่างน้อย ๓ ปี วิธีการทําลายข้อมูลเมื่อครบกําหนดเวลาจัดเก็บ และวิธีการป้องกันผู้ไม่มีสิทธิเข้าถึง บันทึกในสถานที่เก็บรักษา 

    • ข้อ ๓๑
    • ให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้จดแจ้งจัดให้มีรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าถึงบันทึกด้าน เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ตามความเสี่ยงแต่ละระดับ 

    • ข้อ ๓๒
    • ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้จดแจ้ง ต้องจัดให้มีบัญชีรายชื่อเชื้อโรคและพิษ จากสัตว์ และต้องแก้ไขปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันเสมอ ซึ่งมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้


      (๑) สกุล (genus) สปีชีส์ (species) สายพันธุ์ (strains) และคุณลักษณะตาม ธรรมชาติของเชื้อโรคและพิษจากสัตว์


      (๒) ระดับความรุนแรงของเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ โดยอ้างอิงการแบ่งกลุ่มตาม กฎกระทรวง


      (๓) จํานวนหรือปริมาณของเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ที่ครอบครอง


      (๔) สถานที่จัดเก็บรักษาเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ 

    • ข้อ ๓๓
    • ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 

ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail