Facebook


ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขนส่ง การส่งมอบ การทําลาย และการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2712 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง

    ร่างประกาศกระทรวงฉบับนี้ได้มีเนื้อหา ๑๗ ข้อ



    • ข้อ ๑
    • ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขนส่ง  การส่งมอบ การทําลาย และการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ....”

    • ข้อ ๒
    • ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป 

    • ข้อ ๓
    • ในประกาศนี้


           “รหัสเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์” หมายความว่า ตัวเลขหรือตัวอักษรภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษที่หน่วยงานกําหนดขึ้นแทนชื่อวิทยาศาสตร์ของเชื้อโรคและพิษจากสัตว์


           “ตัวอย่าง” หมายความว่า วัตถุที่เก็บจากร่างกายคน สัตว์ หรือสิ่งอื่นที่อาจมีหรือ สงสัยว่ามีเชื้อโรคอยู่


           “รหัสตัวอย่าง” หมายความว่า ตัวเลขหรือตัวอักษรภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่หน่วยงานกําหนดขึ้นแทนตัวอย่าง


           “บาร์โค้ด” หมายความว่า สัญลักษณ์รหัสแท่งที่บรรจุข้อมูลของเชื้อโรคหรือพิษจาก สัตว์หรือตัวอย่าง โดยข้อมูลอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ หรือชนิดของตัวอย่าง รหัส เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์หรือตัวอย่าง วันเดือนปีที่ผลิตหรือบรรจุ และให้ หมายความรวมถึงสัญญลักษณ์รหัสอย่างอื่นที่บรรจุข้อมูลดังกล่าว


           “ผู้ขนส่ง” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่ผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐  ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต มอบหมายให้ทําหน้าที่ในการนําส่งบรรจุภัณฑ์ เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์  


           “ข้อเสนอแนะสหประชาชาติ” หมายความว่า ข้อเสนอแนะสหประชาชาติว่าด้วย การทดสอบคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์


           “หมายเลขสหประชาชาติ” หมายความว่า หมายเลขที่บ่งชี้ประเภทของวัตถุ อันตรายที่กําหนดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ สําหรับใช้ในการขนส่งระหว่างประเทศ


           “ข้อมูลความปลอดภัยของเชื้อโรค” (Pathogen Safety Data Sheets ; PSDS) หมายความว่า ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเชื้อโรคได้แก่ ประเภท แหล่งที่พบ พาหะนําโรค  การแพร่เชื้อ การก่อโรค อาการของโรค การรักษาและวัคซีนป้องกัน อุปกรณ์สําหรับการป้องกัน อันตรายส่วนบุคคล การปฐมพยาบาลเบื้องต้นกรณีเกิดอุบัติเหตุ วิธีการทิ้ง วิธีการทําลาย เป็นต้น


           “ข้อมูลความปลอดภัยของพิษจากสัตว์” หมายความว่า ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับ พิษจากสัตว์ได้แก่ ประเภท แหล่งที่มา การก่อให้เกิดอันตราย การรักษา อุปกรณ์สําหรับการป้องกัน อันตรายส่วนบุคคล การปฐมพยาบาลเบื้องต้นกรณีเกิดอุบัติเหตุ วิธีการทิ้ง วิธีการทําลาย เป็นต้น


           “ชุดจัดการเหตุรั่วไหลทางชีวภาพ” (Biological Spill Kit) หมายความว่า  ชุดของอุปกรณ์ที่จัดขึ้นเพื่อใช้ขจัดการปนเปื้อนกรณีเกิดเหตุหกหล่นรั่วไหลของเชื้อโรคหรือพิษ จากสัตว์ระหว่างการขนส่ง


           “เหตุฉุกเฉิน” หมายความว่า เหตุการณ์ที่สามารถก่อให้เกิดการแพร่กระจายของ เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่สามารถควบคุมได้ในทันที 

    • ข้อ ๔
    • ผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต ต้องกําหนดให้มีผู้ควบคุมการขนส่งที่มีคุณสมบัติ ดังนี้


      (๑) ได้รับปริญญาในสาขาหนึ่งสาขาใดดังต่อไปนี้ คือ แพทยศาสตร์  สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ วิทยาศาสตร์สาขาเทคนิค การแพทย์ วิทยาศาสตร์สาขาจุลชีววิทยา หรือได้รับปริญญาในสาขาที่มีการศึกษาด้านจุลชีววิทยา ไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต หรือได้รับปริญญาในสาขาอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานเกี่ยวกับ เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์มาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี


      (๒) มีความรู้เรื่องการขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์เกี่ยวกับประเภทของบรรจุภัณฑ์ การเลือกภาชนะ การติดฉลากและเครื่องหมาย วิธีการบรรจุ การจัดเตรียมเอกสารสําหรับการขนส่ง เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ การใช้สารทําความเย็น ขั้นตอนมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการ ปฏิบัติงานกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ การจัดการกรณีเกิดเหตุหกหล่นรั่วไหลและกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ในขณะขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ โดยได้รับใบรับรองการผ่านการอบรมจากหน่วยงานที่ได้รับ การรับรองหลักสูตรจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือหลักสูตรของหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับ ในระดับสากล 

    • ข้อ ๕
    • ให้ผู้ควบคุมการขนส่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุม กํากับกระบวนการ ขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ในขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้ 


      (๑) การจัดทําเอกสารแสดงวิธีปฏิบัติในการขนส่งเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต


      (๒) การเลือกใช้และตรวจสอบความสมบูรณ์ของภาชนะและบรรจุภัณฑ์ การบรรจุ การติดฉลาก และการแสดงเครื่องหมายตามกลุ่มของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่ขนส่ง


      (๓) การจัดเตรียมเอกสารสําหรับการขนส่ง ได้แก่ รายการเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ข้อมูลความปลอดภัยของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ แบบบันทึกการขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์  และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง


      (๔) การจัดเตรียมชุดจัดการเหตุรั่วไหลทางชีวภาพที่จะนําไปพร้อมการขนส่ง


      (๕) เป็นผู้ประสานงานกรณีเกิดเหตุหกหล่นรั่วไหลหรือเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการ ขนส่ง 

    • ข้อ ๖
    • การขนส่งและการส่งมอบเชื้อโรคกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ และตัวอย่างเชื้อโรค กลุ่มที่ ๓ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้


      (๑) ลักษณะบรรจุภัณฑ์    


      (ก) ภาชนะชั้นใน ต้องมีความคงทนไม่แตกง่าย กันน้ําหรือของเหลวซึมผ่าน เช่น หลอดหรือขวดที่ทําด้วยแก้ว พลาสติก หรือโลหะ ปากหลอดหรือขวดต้องเชื่อมปิดสนิทหรือมีฝาปิด สนิท    


      (ข) ภาชนะชั้นกลาง ต้องมีความคงทนไม่แตกง่าย กันน้ําหรือของเหลวซึมผ่าน และสามารถปิดได้สนิทเพื่อรองรับของเหลวในกรณีที่ภาชนะชั้นในแตกหรือรั่ว      


      (ค) บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ต้องทําด้วยกระดาษแข็ง พลาสติก โลหะ หรือวัสดุอื่น ที่มีความคงทนต่อการกระแทกและมีฝาที่ปิดได้สนิท โดยต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศกําหนด


      (๒) วิธีการบรรจุ      


      (ก) ภาชนะชั้นใน ด้านนอกติดฉลากที่แสดงชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเชื้อโรค ในภาษาอังกฤษหรือรหัสเชื้อโรคหรือรหัสตัวอย่างและวันที่ที่บรรจุหรือผลิต หรือ ติดบาร์โค้ด      


      (ข) กรณีที่ใช้รหัสเชื้อโรคหรือรหัสตัวอย่างหรือบาร์โค้ด ต้องมีรายการของรหัส เชื้อโรคหรือรหัสตัวอย่างหรือบาร์โค้ดที่แสดงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเชื้อโรคที่ขนส่ง แนบไปพร้อม บรรจุภัณฑ์    


      (ค) กรณีที่เชื้อโรคที่ขนส่งอยู่ในรูปของเหลว หากขนส่งออกนอกสถานที่ต้องมี วัสดุดูดซับของเหลวในระหว่างภาชนะชั้นในและชั้นกลาง โดยวัสดุดูดซับของเหลวที่ใช้ต้องมี เพียงพอที่จะสามารถดูดซับของเหลวจากภาชนะชั้นในทั้งหมดได้ในกรณีที่ภาชนะชั้นในแตกหรือรั่ว      


      (ง) กรณีมีภาชนะชั้นในเป็นหลอดแก้วมากกว่า ๑ หลอด บรรจุรวมอยู่ในภาชนะ ชั้นกลางเดียวกัน ให้ใส่วัสดุป้องกันการกระแทกกั้นระหว่างหลอดแก้วก่อนบรรจุลงในภาชนะชั้นกลาง และให้ใส่วัสดุกันกระแทกในช่องว่างระหว่างภาชนะชั้นกลางและบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก    


      (จ) บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ด้านนอกให้แสดงรายละเอียดได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ หมายเลข โทรศัพท์ติดต่อของผู้ควบคุมการขนส่งและผู้รับ สัญลักษณ์สารชีวภาพอันตราย หมายเลข สหประชาชาติ (กรณีขนส่งต่างประเทศ) สัญลักษณ์ลูกศรแสดงทิศทางการวางบรรจุภัณฑ์  และสัญลักษณ์ของแตกหักได้ 


           การใช้สัญลักษณ์ ให้ใช้ตามแบบสากลพร้อมระบุข้อความเตือนเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษตามความจําเป็น      


      (ฉ) การขนส่งพร้อมสารทําความเย็น ให้ใส่สารทําความเย็นโดยรอบระหว่าง ภาชนะชั้นกลางและบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก โดยต้องมีปริมาณของสารทําความเย็นเพียงพอสําหรับ การขนส่ง      


      (ช) กรณีที่ใช้น้ําแข็งเป็นสารทําความเย็น บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องสามารถ กันรั่วซึมได้    


      (ซ) กรณีที่ใช้น้ําแข็งแห้งเป็นสารทําความเย็น บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องปิดสนิท โดยต้องสามารถระบายความดนัที่เกิดจากการระเหิดของน้ําแข็งแห้ง ภาชนะชั้นกลางต้องมคีวาม ทนทานต่อความเย็นจัดของน้ําแข็งแห้งได้ และที่บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกนั้นด้านนอกต้องแสดงสัญลักษณ์สาร อันตรายตามแบบสากลพร้อมข้อความเตือนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม    


      (ฌ) กรณีที่ใช้ไนโตรเจนเหลวเป็นสารทําความเย็น ภาชนะชั้นใน ชั้นกลาง  และบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ต้องทนทานต่อความเย็นจัดของไนโตรเจนเหลวได้ ที่บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกนั้น ด้านนอกต้องแสดงสัญลักษณ์สารอันตรายตามแบบสากลพร้อมข้อความเตือนเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม


      (๓) วิธีการขนส่งและการส่งมอบภายในสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐  ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต    


      (ก) กรณีใช้อุปกรณ์สําหรับวางหลอดหรือขวด อุปกรณ์ที่ใช้ต้องวางหลอดหรือ ขวดในแนวตั้งเพื่อป้องกันการหกหล่น    


      (ข) กรณีใช้รถเข็นในการขนส่ง รถเข็นที่ใช้ต้องทําจากวัสดุที่สามารถทนต่อ การกระแทก คงทนต่อน้ํายาฆ่าเชื้อ และต้องมีขอบป้องกันการร่วงหล่น      


      (ค) ติดสัญลักษณ์สารชีวภาพอันตรายที่รถเข็นที่ใช้ในการขนส่ง ตามความจําเป็น    


      (ง) จัดให้มีรายการเชื้อโรคและเอกสารแสดงรายละเอียด เช่น ข้อมูลด้านความ ปลอดภัยของเชื้อโรคที่ขนส่งตามความจําเป็น แนบไปพร้อมกับบรรจุภัณฑ์หรือผู้ขนส่ง  


      (จ) ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าระหว่างผู้ขนส่งและผู้รับ มีการแจ้งรายละเอียด ของเชื้อโรคที่ขนส่ง ชื่อผู้ขนส่ง ชื่อผู้รับ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เวลาและสถานที่ส่ง    


      (ฉ) ต้องส่งมอบบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้รับในบริเวณที่กําหนดให้เป็นที่รับบรรจุภัณฑ์ เท่านั้น ห้ามส่งบรรจุภัณฑ์หรือวางบรรจุภัณฑ์โดยไม่มีผู้ขนส่งดูแล และห้ามส่งมอบให้บุคคลอื่น ที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้รับหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย  


      (ช) ต้องมีชุดจัดการเหตุรั่วไหลทางชีวภาพที่พร้อมนํามาใช้งาน


      (๔) วิธีการขนส่งและการส่งมอบออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต  


      (ก) ต้องมีเอกสารสําหรับการขนส่งได้แก่ รายการเชื้อโรค ข้อมูลความปลอดภัย ของเชื้อโรค และแบบบันทึกการขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์      แบบบันทึกการขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ให้เป็นไปตามแบบที่กําหนด ในท้ายประกาศ 


       (ข) ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าระหว่างผู้ขนส่งและผู้รับ มีการแจ้งรายละเอียด ของเชื้อโรคที่ขนส่ง ชื่อผู้ขนส่ง ชื่อผู้รับ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เวลาและสถานที่ส่ง ห้ามส่ง บรรจุภัณฑ์ไปกับยานพาหนะโดยไม่มีผู้ขนส่งไปด้วย หรือวางบรรจุภัณฑ์ไว้โดยไม่มีผู้ขนส่งดูแล    


      (ค) ต้องส่งมอบบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้รับในบริเวณที่กําหนดให้เป็นที่รับบรรจุภัณฑ์ เท่านั้น ห้ามส่งมอบให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้รับหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย  


      (ง) ต้องนําชุดจัดการเหตุรั่วไหลทางชีวภาพที่เหมาะสมกับชนิดและปริมาณ ของเชื้อโรคไปพร้อมการขนส่ง    


      (จ) วิธีการขนส่งออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือ รับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาตภายในประเทศทางบก ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก  และกฎหมายว่าด้วยจัดวางทางรถไฟและทางหลวง  


      (ฉ) วิธีการขนส่งออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติการมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือ รับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาตภายในประเทศทางเรือ ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือ ในน่านน้ําไทย  


      (ช) วธิีการขนส่งออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือ รับรองการแจ้ง ผู้รับใบอนุญาตภายในประเทศทางอากาศ ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ    


      (ซ) วิธีการขนส่งไปต่างประเทศทางบกและทางเรือ ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วยการรับ ขนของทางทะเล และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดโดยประเทศต้นทาง ประเทศที่นําผ่าน และประเทศปลายทาง  


      (ฌ) วิธีการขนส่งไปต่างประเทศทางอากาศ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดโดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association - IATA) 

    • ข้อ ๗
    • การขนส่งและการส่งมอบเชื้อโรคกลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่ ๔ และตัวอย่างเชื้อโรค กลุ่มที่ ๔ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้


      (๑) ลักษณะบรรจุภัณฑ์  


      (ก) ภาชนะชั้นใน ต้องมีความคงทนไม่แตกง่าย กันน้ําหรือของเหลวซึมผ่าน เช่น หลอดหรือขวดที่ทําด้วยแก้ว พลาสติก หรือโลหะ ปากหลอดหรือขวดต้องเชื่อมปิดสนิทหรือมีฝาปิด สนิท  


      (ข) ภาชนะชั้นกลาง ต้องมีความคงทนไม่แตกง่าย กันน้ําหรือของเหลวซึมผ่าน มีฝาที่ปิดได้สนิทเพื่อรองรับของเหลวในกรณีที่ภาชนะชั้นในแตกหรือรั่ว


      (ค) บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ต้องทําด้วยกระดาษแข็ง พลาสติก โลหะ หรือวัสดุอื่น ที่มีความคงทนต่อการกระแทกและมีฝาที่ปิดได้สนิท โดยต้องมีเครื่องหมายการรับรองบรรจุภัณฑ์ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ที่แสดงการผ่านการทดสอบคุณสมบัติตามข้อเสนอแนะสหประชาชาติ 


      (๒) วิธีการบรรจุ


      (ก) ภาชนะชั้นใน ด้านนอกติดฉลากที่แสดงชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเชื้อโรค ในภาษาอังกฤษหรือรหัสเชื้อโรคหรือรหัสตัวอย่างและวันที่ที่บรรจุหรือผลิต หรือติดบาร์โค้ด  


      (ข) กรณีที่ใช้รหัสเชื้อโรคหรือรหัสตัวอย่างหรือบาร์โค้ด ต้องมีรายการของรหัส เชื้อโรคหรือรหัสตัวอย่างหรือบาร์โค้ดที่แสดงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเชื้อโรคที่ขนส่ง แนบไปพร้อม บรรจุภัณฑ์  


      (ค) กรณีที่เชื้อโรคที่ขนส่งอยู่ในรูปของเหลว ต้องมีวัสดุดูดซับของเหลวใน ระหว่างภาชนะชั้นในและชั้นกลาง โดยวัสดุดูดซับของเหลวที่ใช้ต้องมีเพียงพอที่จะสามารถดูดซับ ของเหลวจากภาชนะชั้นในทั้งหมดได้ในกรณีที่ภาชนะชั้นในแตกหรือรั่ว


      (ง) กรณีมีภาชนะชั้นในเป็นหลอดแก้วมากกว่า ๑ หลอด บรรจุรวมอยู่ในภาชนะ ชั้นกลางเดียวกัน ให้ใส่วัสดุป้องกันการกระแทกกั้นระหว่างหลอดแก้วก่อนบรรจุลงในภาชนะชั้นกลาง และให้ใส่วัสดุกันกระแทกในช่องว่างระหว่างภาชนะชั้นกลางและบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก


      (จ) บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ด้านนอกต้องแสดงรายละเอียดที่จําเป็นสําหรับการ ขนส่ง ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของผู้ควบคุมการขนส่งและผู้รับ สัญลักษณ์สารชีวภาพ อันตรายหมายเลขสหประชาชาติ (กรณีขนส่งต่างประเทศ) สัญลักษณ์ลูกศรแสดงทิศทางการวางบรรจุ ภัณฑ์และสัญลักษณ์ของแตกหักได้        การใช้สัญลักษณ์ ให้ใช้ตามแบบสากลพร้อมระบุข้อความเตือนเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม


      (ฉ) การขนส่งพร้อมสารทําความเย็น ให้ใส่สารทําความเย็นโดยรอบระหว่าง ภาชนะชั้นกลางและบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก โดยต้องมีปริมาณของสารทําความเย็นเพียงพอสําหรับการ ขนส่ง


      (ช) กรณีที่ใช้น้ําแข็งเป็นสารทําความเย็น บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องสามารถ กันรั่วซึมได้  


      (ซ) กรณีที่ใช้น้ําแข็งแห้งเป็นสารทําความเย็น บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องปิดสนิท โดยต้องสามารถระบายความดันที่เกิดจากการระเหิดของน้ําแข็งแห้ง ภาชนะชั้นกลางต้องมีความทนทาน ต่อความเย็นจัดของน้ําแข็งแห้งได้ และที่บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกนั้นด้านนอกต้องแสดงสัญลักษณ์สาร อันตรายตามแบบสากลพร้อมข้อความเตือนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม


      (ฌ) กรณีที่ใช้ไนโตรเจนเหลวเป็นสารทําความเย็น ภาชนะชั้นใน ชั้นกลาง  และบรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องทนทานต่อความเย็นจัดของไนโตรเจนเหลวได้ ที่บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกนั้น ด้านนอกต้องแสดงสัญลักษณ์สารอันตรายตามแบบสากลพร้อมข้อความเตือนเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม


      (๓) วิธีการขนส่งและการส่งมอบภายในสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐  ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต  


      (ก) กรณีใช้อุปกรณ์สําหรับวางหลอดหรือขวด อุปกรณ์ที่ใช้ต้องวางหลอดหรือ ขวดในแนวตั้งเพื่อป้องกันการหกหล่น


      (ข) กรณีใช้รถเข็นในการขนส่ง รถเข็นที่ใช้ต้องทําจากวัสดุที่สามารถทนต่อ การกระแทก คงทนต่อน้ํายาฆ่าเชื้อ และต้องมีขอบป้องกันการร่วงหล่น 


      (ค) ต้องติดสัญลักษณ์สารชีวภาพอันตรายที่รถเข็นที่ใช้ในการขนส่ง    


      (ง) ต้องมีรายการเชื้อโรคและเอกสารแสดงรายละเอียด เช่น ข้อมูลด้านความปลอดภัย ของเชื้อโรคที่ขนส่งแนบไปพร้อมกับบรรจุภัณฑ์หรือผู้ขนส่ง


      (จ) ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าระหว่างผู้ขนส่งและผู้รับ มีการแจ้งรายละเอียด ของเชื้อโรคที่ขนส่ง ชื่อผู้ขนส่ง ชื่อผู้รับ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เวลาและสถานที่ส่ง


      (ฉ) ต้องส่งมอบบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้รับในบริเวณที่กําหนดให้เป็นที่รับบรรจุภัณฑ์ เท่านั้น ห้ามส่งบรรจุภัณฑ์หรือวางบรรจุภัณฑ์โดยไม่มีผู้ขนส่งดูแล และห้ามส่งมอบให้บุคคลอื่น ที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้รับหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย


      (ช) ต้องนําชุดตอบโต้เหตุรั่วไหลทางชีวภาพที่เหมาะสมกับชนิดและปริมาณของ เชื้อโรคไปพร้อมการขนส่ง


      (๔) วิธีการขนส่งและการส่งมอบออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต


      (ก) ต้องมีเอกสารสําหรับการขนส่งได้แก่ รายการเชื้อโรค ข้อมูลความปลอดภัย ของเชื้อโรค และแบบบันทึกการขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์      แบบบันทึกการขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ให้เป็นไปตามแบบที่กําหนด ในท้ายประกาศ


      (ข) ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าระหว่างผู้ขนส่งและผู้รับ มีการแจ้งรายละเอียด ของเชื้อโรคที่ขนส่ง ชื่อผู้ขนส่ง ชื่อผู้รับ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เวลาและสถานที่ส่ง ห้ามส่ง บรรจุภัณฑ์ไปกับยานพาหนะโดยไม่มีผู้ขนส่งไปด้วย หรือวางบรรจุภัณฑ์ไว้โดยไม่มีผู้ขนส่งดูแล


      (ค) ต้องส่งมอบบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้รับในบริเวณที่กําหนดให้เป็นที่รับบรรจุภัณฑ์ เท่านั้น ห้ามส่งมอบให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้รับหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย


      (ง) ต้องนําชุดจัดการเหตุรั่วไหลทางชีวภาพที่เหมาะสมกับชนิดและปริมาณของ เชื้อโรคไปพร้อมการขนส่ง


      (จ) วิธีการขนส่งออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือ รับรองการแจ้ง ผู้รับใบอนุญาตภายในประเทศทางบก ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก  และกฎหมายว่าด้วยจัดวางทางรถไฟและทางหลวง


      (ฉ) วิธีการขนส่งออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือ รับรองการแจ้ง ผู้รับใบอนุญาตภายในประเทศทางเรือ ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือ ในน่านน้ําไทย      


      (ช) วธิ ีการขนส่งออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติการมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือ รับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาตในประเทศทางอากาศ ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ      


      (ซ) วิธีการขนส่งไปต่างประเทศทางบกและทางเรือให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วย การรับขนของทางทะเล และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดโดยประเทศต้นทาง  ประเทศที่นําผ่าน และประเทศปลายทาง 


      (ฌ) วิธีการขนส่งไปต่างประเทศทางอากาศให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดโดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association - IATA) 

    • ข้อ ๘
    • การขนส่งและการส่งมอบพิษจากสัตว์กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ และกลุ่มที่ ๓ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้


      (๑) ลักษณะบรรจุภัณฑ์      


      (ก) ภาชนะชั้นใน ต้องมีความคงทนไม่แตกง่าย กันน้ําหรือของเหลวซึมผ่าน เช่น หลอดหรือขวดที่ทําด้วยแก้ว พลาสติก หรือโลหะ ปากหลอดหรือขวดต้องเชื่อมปิดสนิทหรือ มีฝาปิดสนิท    


      (ข) ภาชนะชั้นกลาง ต้องมีความคงทนไม่แตกง่าย กันน้ําหรือของเหลวซึมผ่าน และสามารถปิดได้สนิทเพื่อรองรับของเหลวในกรณีที่ภาชนะชั้นในแตกหรือรั่ว    


      (ค) บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ต้องทําด้วยกระดาษแข็ง พลาสติก โลหะ หรือวัสดุอื่น ที่มีความคงทนต่อการกระแทกและมีฝาที่ปิดได้สนิท โดยต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศกําหนด


      (๒) วิธีการบรรจุเพื่อการขนส่ง


      (ก) ภาชนะชั้นใน ด้านนอกติดฉลากที่แสดงชื่อทางวิทยาศาสตร์ของพิษจากสัตว์ ในภาษาอังกฤษหรือรหัสพิษจากสัตว์ วันที่ที่บรรจุหรือผลิต และน้ําหนักหรือปริมาณของพิษจากสัตว์ หรือ ติดบาร์โค้ด    


      (ข) กรณีที่ใช้รหัสพิษจากสัตว์หรือบาร์โค้ด ต้องมีรายการของรหัสพิษจากสัตว์ หรือบาร์โค้ดที่แสดงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับพิษจากสัตว์ที่ขนส่งแนบไปพร้อมบรรจุภัณฑ์  


      (ค) กรณีที่พิษจากสัตว์ที่ขนส่งอยู่ในรูปของเหลว หากขนส่งออกนอกสถานที่ ต้องมีวัสดุดูดซับของเหลวในระหว่างภาชนะชั้นในและชั้นกลาง โดยวัสดุดูดซับของเหลวที่ใช้ต้องมี เพียงพอที่จะสามารถดูดซับของเหลวจากภาชนะชั้นในทั้งหมดได้ในกรณีที่ภาชนะชั้นในแตกหรือรั่ว  


      (ง) กรณีมีภาชนะชั้นในเป็นหลอดแก้วมากกว่า ๑ หลอด บรรจุรวมอยู่ในภาชนะ ชั้นกลางเดียวกัน ให้ใส่วัสดุป้องกันการกระแทกกั้นระหว่างหลอดแก้วก่อนบรรจุลงในภาชนะชั้นกลาง และให้ใส่วัสดุกันกระแทกในช่องว่างระหว่างภาชนะชั้นกลางและบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก    


      (จ) บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ด้านนอกให้แสดงรายละเอียดที่จําเป็นสําหรับการขนส่ง ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของผู้ควบคุมการขนส่งและผู้รับ สัญลักษณ์สารพิษ หมายเลข สหประชาชาต ิ(กรณีขนส่งต่างประเทศ) สัญลักษณ์ลูกศรแสดงทิศทางการวางบรรจภุัณฑ์ และ สัญลักษณ์ ของแตกหักได้  


      (ฉ) การใช้สัญลักษณ์ ให้ใช้ตามแบบสากลพร้อมระบุข้อความเตือนเป็น ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม  


      (ช) การขนส่งพร้อมสารทําความเย็น ให้ใส่สารทําความเย็นโดยรอบระหว่าง ภาชนะชั้นกลางและบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก โดยต้องมีปริมาณของสารทําความเย็นเพียงพอสําหรับการ ขนส่ง 


      (ซ) กรณีที่ใช้น้ําแข็งเป็นสารทําความเย็น บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องสามารถ 


      กันรั่วซึมได้ 


      (ฌ) กรณีที่ใช้น้ําแข็งแห้งเป็นสารทําความเย็น บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องปิดสนิท โดยต้องสามารถระบายความดันที่เกิดจากการระเหิดของน้ําแข็งแห้ง ภาชนะชั้นกลางต้องมีความทนทาน ต่อความเย็นจัดของน้ําแข็งแห้งได้ และที่บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกนั้นด้านนอกต้องแสดงสัญลักษณ์ สารอันตรายตามแบบสากลพร้อมข้อความเตือนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม


      (ญ) กรณีที่ใช้ไนโตรเจนเหลวเป็นสารทําความเย็น ภาชนะชั้นใน ชั้นกลาง  และบรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องทนทานต่อความเย็นจัดของไนโตรเจนเหลวได้ ที่บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกนั้น ด้านนอกต้องแสดงสัญลักษณ์สารอันตรายตามแบบสากลพร้อมข้อความเตือนเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม


      (๓) วิธีการขนส่งและการส่งมอบภายในสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐  ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต


      (ก) กรณีใช้อุปกรณ์สําหรับวางหลอดหรือขวด อุปกรณ์ที่ใช้ต้องวางหลอดหรือ ขวดในแนวตั้งเพื่อป้องกันการหกหล่น


      (ข) กรณีใช้รถเข็นในการขนส่ง รถเข็นที่ใช้ต้องทําจากวัสดุที่สามารถทนต่อ การกระแทก คงทนต่อสารที่ใช้ทําลายพิษจากสัตว์ และต้องมีขอบป้องกันการร่วงหล่น


      (ค) ติดสัญลักษณ์สารพิษที่รถเข็นที่ใช้ในการขนส่ง ตามความจําเป็น    


      (ง) จัดให้มีรายการพิษจากสัตว์และเอกสารแสดงรายละเอียด เช่น ข้อมูล ด้านความปลอดภัยของพิษจากสัตว์ที่ขนส่งตามความจําเป็น แนบไปพร้อมกับบรรจุภัณฑ์หรือผู้ขนส่ง  


      (จ) ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าระหว่างผู้ขนส่งและผู้รับ มีการแจ้งรายละเอียด ของพิษจากสัตว์ที่ขนส่ง ชื่อผู้ขนส่ง ชื่อผู้รับ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เวลาและสถานที่ส่ง  


      (ฉ) ต้องส่งมอบบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้รับในบริเวณที่กําหนดให้เป็นที่รับบรรจุภัณฑ์ เท่านั้น ห้ามส่งบรรจุภัณฑ์หรือวางบรรจุภัณฑ์โดยไม่มีผู้ขนส่งดูแล และห้ามส่งมอบให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้ ระบุว่าเป็นผู้รับหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย


      (ช) ต้องมีชุดจัดการเหตุรั่วไหลทางชีวภาพที่พร้อมนํามาใช้งาน


      (๔) วิธีการขนส่งและการส่งมอบออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต


      (ก) ต้องมีเอกสารสําหรับการขนส่ง ได้แก่ รายการพิษจากสัตว์ ข้อมูลความ ปลอดภัยของพิษจากสัตว์ และแบบบันทึกการขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์      แบบบันทึกการขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ให้เป็นไปตามแบบที่กําหนด ในท้ายประกาศ


      (ข) ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าระหว่างผู้ขนส่งและผู้รับ มีการแจ้งรายละเอียด ของพิษจากสัตว์ที่ขนส่ง ชื่อผู้ขนส่ง ชื่อผู้รับ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เวลาและสถานที่ส่ง ห้ามส่ง บรรจุภัณฑ์ไปกับยานพาหนะโดยไม่มีผู้ขนส่งไปด้วย หรือวางบรรจุภัณฑ์ไว้โดยไม่มีผู้ขนส่งดูแล


      (ค) ต้องส่งมอบบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้รับในบริเวณที่กําหนดให้เป็นที่รับบรรจุภัณฑ์ เท่านั้น ห้ามส่งมอบให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้รับหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย


      (ง) ต้องนําชุดจัดการเหตุรั่วไหลทางชีวภาพที่เหมาะสมกับชนิดและปริมาณของ พิษจากสัตว์ไปพร้อมการขนส่ง 


      (จ) วิธีการขนส่งออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือ รับรองการแจ้ง ผู้รับใบอนุญาตการภายในประเทศทางบก ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก  และกฎหมายว่าด้วยจัดวางทางรถไฟและทางหลวง


      (ฉ) วิธีการขนส่งออกนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือ รับรองการแจ้ง ผู้รับใบอนุญาตภายในประเทศทางเรือ ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือใน น่านน้ําไทย  


      (ช) วธิีการขนส่งออกนอกสถานที่ภายในประเทศทางอากาศ ให้ปฏิบัติตาม  (ก)ถึง (ง) และ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย และกฎหมาย ว่าด้วยการเดินอากาศ  


      (ซ) วิธีการขนส่งไปต่างประเทศทางบกและทางเรือ ให้ปฏิบัติตาม (ก) ถึง (ง) และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วยการรับ ขนของทางทะเล และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดโดยประเทศต้นทาง ประเทศที่นําผ่าน และประเทศปลายทาง  


      (ฌ) วิธีการขนส่งไปต่างประเทศทางอากาศ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดโดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association - IATA) 

    • ข้อ ๙
    • ในกรณีที่เกิดเหตุหกหล่นรั่วไหล หรือเหตุฉุกเฉิน หรือเกิดการสูญหายของ เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ระหว่างการขนส่ง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้


      (๑) ผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต ต้องจัดให้มีชุดจัดการเหตุรั่วไหลทางชีวภาพที่ประกอบด้วยอุปกรณ์อย่างน้อย ดังนี้      


      (ก) ถุงมือยาง


      (ข) อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับชนิดของเชื้อโรคหรือพิษ จากสัตว์ที่ขนส่ง เช่น ผ้ากันเปื้อน แว่นตา ผ้าปิดจมูกและปาก หน้ากากป้องกันระบบทางเดินหายใจ


      (ค) วัสดุดูดซับ    


      (ง) น้ํายาฆ่าเชื้อชนิดที่เหมาะสมกับเชื้อโรคที่ขนส่ง หรือ สารที่ใช้ทําลายพิษ จากสัตว์ที่ขนส่ง


      (จ) ปากกาสําหรับเขียนบนถุงพลาสติก


      (ฉ) ที่ตักผง


      (ช) คีมคีบ


      (ซ) เทปหรือยางสําหรับมัดปากถุง


      (ฌ) ถุงขยะติดเชื้อ (กรณีขนส่งเชื้อโรค) หรือถุงพลาสติก (กรณีขนส่งพิษ จากสัตว์)


      (ญ) วัสดุอุปกรณ์สําหรับกําหนดเขตอันตรายและป้ายเตือน ตามความจําเป็น


      (๒) ผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับใบอนุญาตต้องมี วิธีการปฏิบัติและจัดให้มีการอบรมการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุหกหล่นรั่วไหล หรือเหตุฉุกเฉินระหว่าง การขนส่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ภายในสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรอง การแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต และกรณีเกิดเหตุหกหล่นรั่วไหลหรือเหตุฉุกเฉินระหว่างการขนส่งเชื้อโรค หรือพิษจากสัตว์ภายนอกสถานที่ของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง  และผู้รับใบอนุญาต


      (๓) ในกรณีที่เกิดเหตุหกหล่นรั่วไหลหรือเหตุฉุกเฉิน หรือเกิดการสูญหายของเชื้อโรค หรือพิษจากสัตว์ ผู้ควบคุมการขนส่งของผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง  และผู้รับใบอนุญาต ต้องรายงานให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทราบโดยเร็ว 

    • ข้อ ๑๐
    • ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง หรือผู้รับใบอนุญาตได้แจ้งเลิกการผลิต นําเข้า ส่งออก ขาย นําผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ หากผู้รับหนังสือรับรองการ แจ้ง หรือผู้รับใบอนุญาตดังกล่าว ประสงค์จะส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่เหลืออยู่ให้แก่ผู้รับ หนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับใบอนุญาตรายอื่นต่อไป ให้ปฏิบัติตามหมวดนี้โดยอนุโลม 

    • ข้อ ๑๑
    • การทําลายและการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ให้ผู้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับใบอนุญาต และผู้ศึกษาวิจัยตามมาตรา ๒๙  ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้  


      (๑) กําหนดผู้รับผิดชอบในการทําลายและการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคหรือพิษจาก สัตว์โดยต้องมีคุณสมบัติการผ่านการอบรมเกี่ยวกับการทําลายและการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคหรือพิษ จากสัตว์จากผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต หรือผ่าน การอบรมหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


      (๒) จัดให้มีสถานที่และอุปกรณ์ที่เหมาะสมสําหรับการทําลายและการทําให้สิ้น สภาพเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์


      (๓) มีวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทําลายและการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ของหน่วยงาน


      (๔) มีบันทึกการทําลายและบันทึกการตรวจสอบการสิ้นสภาพภายหลังจาก การทําลายเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์เก็บไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ 

    • ข้อ ๑๒
    • การทําลายและการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์มีวิธีการ ดังนี้


      (๑) ทําลายหรือทําให้สิ้นสภาพด้วยความร้อน


      (๒) ทําลายหรือทําให้สิ้นสภาพด้วยไอน้ํา


      (๓) ทําลายหรือทําให้สิ้นสภาพโดยเผาในเตาเผา


      (๔) วิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กําหนด


           ในกรณีที่มีการทําลายและการทําให้สิ้นสภาพตามวรรคหนึ่ง สําหรับเชื้อโรค  กลุ่มที่ ๓ และกลุ่มที่ ๔ และพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ ๒ และกลุ่มที่ ๓ ให้ผู้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับใบอนุญาต หรือผู้ศึกษาวิจัยตามมาตรา ๒๙ แจ้งเป็นหนังสือพร้อม บันทึกการทําลายและบันทึกการตรวจสอบตามข้อ ๑๑ (๔) ให้อธิบดีทราบ 

    • ข้อ ๑๓
    • การทําลายหรือการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ด้วยความร้อน ด้วยไอน้ํา หรือด้วยวิธีการอื่นตามข้อ ๑๒ (๑) (๒) และ (๔) ต้องดําเนินการให้ได้ตามมาตรฐานตาม หลักวิชาการซึ่งมีประสิทธิภาพที่สามารถทําลายหรือทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ได้หมด


           เมื่อทําลายหรือทําให้สิ้นสภาพซึ่งเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องตรวจสอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามหลักวิชาการว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์  ได้ถูกทําลายหรือทําให้สิ้นสภาพแล้วหรือไม่ 

    • ข้อ ๑๔
    • การทําลายหรือการทําให้สิ้นสภาพเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ด้วยวิธีการเผา ในเตาเผาตามข้อ ๑๒ (๓) ให้ใช้เตาเผาที่มีห้องเผาและห้องเผาควัน การเผาเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ให้เผาที่อุณหภูมิไม่ต่ํากว่า ๗๖๐ องศาเซลเซียส และในการเผาควันให้เผาด้วยอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า  ๑,๐๐๐ องศาเซลเซียส  ทั้งนี้ ตามแบบเตาเผาที่อธิบดีกรมวทิยาศาสตร์การแพทย์กําหนด  และในการเผาต้องมีการควบคุมมาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยออกจากเตาเผาตามที่อธิบดีกําหนด 

    • ข้อ ๑๕
    • เศษของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่เหลือจากการทําลายหรือทําให้สิ้นสภาพ ให้ดําเนินการกําจัดตามวิธีการกําจัดขยะมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 

    • ข้อ ๑๖
    • การทําลายและปฏิบัติกับภาชนะบรรจุเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ผู้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา ๒๐ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง และผู้รับใบอนุญาต ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้


      (๑) แยกวัตถุหรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่ไม่ใช้แล้วไว้ในภาชนะรองรับ ต่างหาก


      (๒) ห้ามทําลายภาชนะบรรจุบริเวณแหล่งชุมชน แหล่งน้ําสาธารณะ หรือบริเวณ ใกล้เคียงกับแหล่งดังกล่าว


      (๓) ห้ามนําไปทิ้งกับมูลฝอยทั่วไป และต้องมีวิธีการทําลายเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ที่ภาชนะบรรจุตามหลักวิชาการ


      (๔) ห้ามนําภาชนะบรรจุไปใช้ในกิจการอื่น 

    • ข้อ ๑๗
    • ให้อธิบดีรักษาการตามประกาศนี้ 

ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail