Facebook


ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้อํานาจ การดําเนินการ วิธีการปฏิบัติหน้าที่ และคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2474 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง

    ร่างประกาศกระทรวงฉบับนี้ได้มีเนื้อหา ๒๑ ข้อ



    • ข้อ ๑
    • ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้อํานาจ การดําเนินการ วิธีการปฏิบัติหน้าที่ และคุณสมบัติของพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ....” 

    • ข้อ ๒
    • ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

    • ข้อ ๓
    • พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้มีสามระดับ ดังต่อไปนี้


      (๑) พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๑


      (๒) พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๒


      (๓) พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๓ 

    • ข้อ ๔
    • พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๑ ให้แต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้


      (๑) สําเร็จการศึกษาไม่น้อยกว่าระดับปริญญาตรีทางแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือวิทยาศาสตร์


      (๒) ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถหรือการทดสอบตามหลักสูตรและหลักเกณฑ์ ที่อธิบดีประกาศกําหนด

    • ข้อ ๕
    • พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๑ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้


      (๑) เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ


      (๒) เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน


      (๓) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือ รัฐวิสาหกิจ หรือรัฐมนตรีให้ออกจากการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ


      (๔) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับ ความผิดที่กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ


      (๕) มีความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมใด ๆ ที่อาจ ส่งผลต่อความเป็นกลางและความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ 

    • ข้อ ๖
    • พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๑  มีวาระการดํารงตําแหน่งหนึ่งปี 

    • ข้อ ๗
    • พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๑ พ้นจากตําแหน่งเมื่อ  


      (๑) ตาย


      (๒) ลาออก


      (๓) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก


      (๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๔ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕


      (๕) รัฐมนตรีให้ออกจากการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ


      (๖) ครบวาระการดํารงตําแหน่ง 

    • ข้อ ๘
    • พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๒ ให้แต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้  


      (๑) ผู้อํานวยการกองในส่วนกลางและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


      (๒) นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ เภสัชกร นายแพทย์  และนายสัตวแพทย์ ตําแหน่งไม่น้อยกว่าระดับชํานาญการ สังกัดกองในส่วนกลาง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งผ่านการประเมินความรู้ความสามารถหรือการทดสอบตามหลักสูตรและ หลักเกณฑ์ ที่อธิบดีประกาศกําหนด 


      (๓) นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ เภสัชกร นายแพทย์  และนายสัตวแพทย์ ตําแหน่งไม่น้อยกว่าระดับชํานาญการ สังกัดศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งผ่าน การประเมินความรู้ความสามารถหรือการทดสอบตามหลักสูตรและหลักเกณฑ์ ที่อธิบดีประกาศกําหนด


      (๔) ผู้อํานวยการสํานักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์ กรมปศุสัตว์


      (๕) ผู้อํานวยการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์


           ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งแต่งตั้งจากบุคคลตาม (๑) (๒) (๔) และ (๕) เป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ในราชอาณาจักร และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งแต่งตั้งจากบุคคลตาม (๓) เป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 

    • ข้อ ๙
    • พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๓ ให้แต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้


      (๑) อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


      (๒) รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


      (๓) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด


           ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งแต่งตั้งจากบุคคลตาม (๑) เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ในราชอาณาจักร และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งแต่งตั้งจากบุคคลตาม (๓) เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 

    • ข้อ ๑๐
    • ให้อธิบดีเป็นผู้เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีเพื่อมีคําสั่งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ระดับ ๑ ระดับ ๒ และระดับ ๓ และการแต่งตั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 

    • ข้อ ๑๑
    • ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องมีบุคลากรซึ่งมีความรู้ ความชํานาญ หรือ ประสบการณ์สูงร่วมในการตรวจสอบและควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจาก สัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ รฐัมนตรีอาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๑ ระดับ ๒ หรือระดับ ๓ โดยยกเว้น คุณสมบัติทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการเฉพาะก็ได้

    • ข้อ ๑๒
    • พนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีอํานาจดังต่อไปนี้  


      (๑) พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๑ มีอํานาจตามมาตรา ๔๑ (๑) และ (๔) แห่ง พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘  


      (๒) พนักงานเจ้าหน้าที่ระดับ ๒ และระดับ ๓ มีอํานาจตามมาตรา ๔๑ (๑) (๒) (๓) และ (๔) แห่งพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ 

    • ข้อ ๑๓
    • ในกรณีที่มีเหตุผลและความจําเป็น หรือเพื่อพิสูจน์การกระทําความผิดตาม พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ พนักงานเจ้าหน้าที่อาจเรียกบุคคลใดมาให้ ถ้อยคําหรือให้ส่งคําชี้แจง เอกสาร ข้อมูล หลักฐาน หรือวัตถุใดที่จําเป็น เพื่อตรวจสอบหรือ ประกอบการพิจารณาหรือเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานก็ได้ โดยให้รายงานเพื่อขอความเห็นชอบจาก อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย  


           รายงานตามวรรคหนึ่งจะต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้  


      (๑) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสําคัญ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทําความผิดตาม พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘


      (๒) เหตุผลและความจําเป็นในการมีคําสั่งเรียกให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคําหรือให้ส่งคํา ชี้แจง เอกสาร ข้อมูล หลักฐาน หรือวัตถุใดที่จําเป็นมาเพื่อประกอบการพิจารณาหรือเพื่อใช้เป็น พยานหลักฐานในการพิสูจน์การกระทําความผิด  


      (๓) สาระสําคัญของคําสั่ง เช่น ชื่อของผู้รับคําสั่งดังกล่าว ประเด็นหรือเรื่องที่ ประสงค์จะเรียกมาให้ถ้อยคําหรือชี้แจงข้อเท็จจริง หรือรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสาร ข้อมูล หลักฐาน หรือวัตถุใดที่จําเป็นที่ประสงค์จะให้ส่ง 

    • ข้อ ๑๔
    • การมีคําสั่งตามข้อ ๑๓ ให้ทําเป็นหนังสือ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้


      (๑) ชื่อของผู้รับคําสั่งดังกล่าว


      (๒) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสําคัญ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทําความผิดตาม พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘


      (๓) เหตุผลที่ต้องมีคําสั่งเรียกมาให้ถ้อยคําหรือให้ส่งคําชี้แจง เอกสาร ข้อมูล หลักฐาน หรือวัตถุใดที่จําเป็นนั้น  


      (๔) รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ประสงค์จะเรียกมาให้ถ้อยคําหรือให้ส่งคําชี้แจง หรือรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสาร ข้อมูล หลักฐาน หรือวัตถุใดที่จําเป็นที่ประสงค์จะให้จัดส่ง


      (๕) รายละเอียดในการปฏิบัติตามคําสั่ง เช่น วัน เวลา สถานที่ เป็นต้น


      (๖) ลายมือชื่อและตําแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่


      (๗) วันเดือนปีที่ทําคําสั่ง


      (๘) ผลของการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าว 

    • ข้อ ๑๕
    • ผู้รับคําสั่งที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีคําสั่งเรียกมาให้ถ้อยคําหรือชี้แจงนั้น   อาจให้ถ้อยคําหรือชี้แจงเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้  


           การให้ถ้อยคําหรือชี้แจงด้วยวาจาให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทําบันทึกถ้อยคําไว้เป็น ลายลักษณ์อักษร ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ และให้ผู้ให้ถ้อยคําหรือผู้ชี้แจง ลงลายมือชื่อในบันทึกดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ให้ถ้อยคําหรือผู้ชี้แจงไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกเหตุดังกล่าวไว้ในบันทึกถ้อยคําพร้อมลงลายมือชื่อกํากับการบันทึก ดังกล่าว


           ในการให้ถ้อยคําหรือชี้แจงด้วยวาจา พนักงานเจ้าหน้าที่อาจจะบันทึกภาพหรือเสียง ด้วยก็ได้ 

    • ข้อ ๑๖
    • ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีคําสั่งเรียกให้บุคคลใดส่งเอกสาร ข้อมูล หลักฐาน หรือวัตถุใดที่จําเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ การกระทําความผิด เมื่อได้รับมอบสิ่งดังกล่าวนั้นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทําบันทึกการรับมอบ สิ่งดังกล่าวทั้งหมดโดยจะต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้


      (๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้จัดส่งสิ่งที่ได้รับมอบดังกล่าว  


      (๒) รายละเอียด ลักษณะและสภาพของสิ่งที่ได้รับมอบดังกล่าว  


      (๓) วันเดือนปีที่ส่งมอบ


      (๔) ชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่อื่นใดที่จัดเก็บสิ่งที่ได้รับมอบดังกล่าว


      (๕) วิธีการจัดเก็บสิ่งที่ได้รับมอบดังกล่าว 

    • ข้อ ๑๗
    • เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ หากสิ่งที่ได้รับมอบเพื่อประกอบการพิจารณาหรือ พิสูจน์การกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ไม่ได้นําส่งต่อ เจ้าพนักงานตํารวจหรือศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการจัดส่งสิ่งที่ได้รับมอบคืนให้แก่ ผู้เป็นเจ้าของ ผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้จัดส่งภายในสามสิบวัน ด้วยวิธีการที่เหมาะสม


           ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประสงค์จะสําเนาหรือจัดเก็บภาพถ่ายของสิ่งที่ได้รับ มอบดังกล่าวไว้เพื่อประกอบการพิจารณาหรือการดําเนินการตามกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องต่อไปใน ภายหลัง ให้สามารถกระทําได้ และหากมีเหตุอันสมควรหรือมีความจําเป็น ให้จัดเก็บเอกสารต้นฉบับ หรือวัตถุดังกล่าวไว้ โดยแจ้งต่อผู้เป็นเจ้าของ ผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้จัดส่งทราบภายในสามสิบวัน 

    • ข้อ ๑๘
    • ในกรณีที่มีเหตุผลและความจําเป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยที่จะต้องเข้าไปใน อาคารหรือสถานที่ประกอบการของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับใบอนุญาตหรือบุคคลใดเพื่อ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทําความผิด ค้นวัตถุที่ใช้ในการกระทําความผิด วัตถุที่มีไว้เป็น ความผิดหรือวัตถุที่จะนําไปใช้กระทําความผิด รวมทั้งการกระทําใดที่อาจเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ หรือการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดใน การรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตผลิต นําเข้า ส่งออก ขาย นําผ่าน หรือมีไว้ในครอบครอง เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานเพื่อขอความเห็นชอบจากอธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย


           รายงานตามวรรคหนึ่งจะต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้


      (๑) ข้อเท็จจริง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติ เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ หรือการฝ่าฝืนเงื่อนไขการรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือ ใบอนุญาตผลิต นําเข้า ส่งออก ขาย นําผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์


      (๒) เหตุผล และความจําเป็นในการเข้าไปในอาคาร หรือสถานที่ประกอบการของ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับใบอนุญาตหรือบุคคลใด เช่น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การกระทําความผิด ค้นวัตถุที่ใช้ในการกระทําความผิด วัตถุที่มีไว้เป็นความผิดหรือวัตถุที่จะนําไปใช้ กระทําความผิด รวมทั้งการกระทําใดที่อาจเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและ พิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ หรอืไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในการแจ้งหรืออนุญาต


      (๓) รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ที่จะเข้าไปตรวจค้น 


      (๔) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครองสถานที่ หรือผู้ดูแลอาคาร สถานที่ที่จะเข้าไป (ถ้ามี)


      (๕) รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่จะตรวจสอบ หรือวัตถุหรือเอกสารหลักฐาน ที่จะตรวจสอบ 

    • ข้อ ๑๙
    • ในการจัดการตามหมายค้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการ ดังนี้


      (๑) ก่อนเริ่มทําการตรวจค้นอาคารหรือสถานที่ประกอบการของผู้รับหนังสือรับรอง การแจ้งหรือผู้รับใบอนุญาตหรือบุคคลใดให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นและแสดงความบริสุทธิ์ ต่อผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครองสถานที่หรือผู้ดูแลสถานที่ที่จะเข้าทําการตรวจค้น พร้อมทั้งแสดงบัตร ประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่กําหนดในกฎกระทรวง


      (๒) การตรวจค้นจะต้องกระทําต่อหน้าผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครองสถานที่ หรือ ผู้ดูแลสถานที่หากบุคคลดังกล่าวไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ หรือหาบุคคลดังกล่าวนั้นไม่ได้ ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่กระทําการค้นต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ร้องขอให้มาเป็น พยาน


      (๓) ในระหว่างการตรวจค้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดบัตรประจําตัวพนักงาน เจ้าหน้าที่ตลอดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน


      (๔) การเข้าไปและกระทําการตรวจค้น ให้กระทําในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึง พระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทําการตามปกติของสถานประกอบการนั้น ในกรณีดังต่อไปนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่อาจทําการตรวจค้นในเวลากลางคืนหรือนอก เวลาทําการตามปกติของสถานประกอบการนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกเหตุผลและการ ดําเนินการดังกล่าวไว้ในบันทึกการตรวจค้นด้วย ก. ในกรณีที่ดําเนินการค้นมาตั้งแต่เวลากลางวัน หรือนับแต่เวลาทําการตามปกติ ของสถานประกอบการดังกล่าวแล้วยังไม่เสร็จ และมีเหตุผลและความจําเป็นอื่นใดอันไม่อาจหลีกเลี่ยง ได้   ข. ในกรณีที่ได้รับหมายค้นจากศาลซึ่งระบุให้เข้าดําเนินการในเวลากลางคืนหรือ นอกเวลาทําการตามปกติของสถานประกอบการนั้น


      (๕) ในการค้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ตํารวจที่เข้าร่วมทําการตรวจค้น ปฏิบัติดังต่อไปนี้


      ก. ให้ดําเนินการตรวจค้นเท่าที่จําเป็น มีความเหมาะสมแก่กรณี


      ข. ให้ดําเนินการด้วยความสุภาพ


      ค. พยายามมิให้มีการเสียหายและกระจัดกระจายของเอกสารหรือสิ่งของในสถานที่ ดังกล่าวเท่าที่จะทําได้ หากมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่เอกสาร ทรัพย์สิน สิ่งของหรือบุคคล ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวโดยละเอียดไว้ในบันทึกการตรวจค้นด้วย


      (๖) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้ในขณะทําการตรวจค้น


      (๗) ในกรณีที่ผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ดูแล หรือบุคคลที่อยู่ในอาคารหรือ สถานที่ดังกล่าวไม่ยินยอมให้เข้าทําการค้น หรือขัดขวางการค้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยุติการปฏิบัติ หน้าที่นั้นแล้วดําเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


      (๘) เมื่อดําเนินการค้นแล้วเสร็จ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าการตรวจค้น จัดทําบันทึกการตรวจค้นตามแบบแนบท้ายประกาศนี้  ณ สถานที่ตรวจค้น โดยจะต้องระบุ รายละเอียดและสิ่งของที่พบในการตรวจค้น เช่น วัตถุหรือเอกสารที่ค้นพบอย่างละเอียดและอ่าน ให้ผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ดูแลอาคารหรือสถานที่ หรือผู้ที่เข้าร่วมเป็นพยานในการตรวจค้นฟัง พร้อมลงนามในบันทึกการตรวจค้นดังกล่าว


           ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวประสงค์จะขอแก้ไขข้อความในบันทึกตามวรรคหนึ่ง  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกรายละเอียดที่จะขอทําการแก้ไขพร้อมเหตุผล


           ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวไม่อยู่ในเวลาที่จะอ่านบันทึกการตรวจค้น หรือขัดขวางไม่ให้ อ่านบันทึกการตรวจค้น หรือปฏิเสธ ไม่รับฟังบันทึกการตรวจค้น หรือไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ  ให้บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในบันทึกการตรวจค้น 

    • ข้อ ๒๐
    • ภายหลังดําเนินการค้นแล้วเสร็จ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าในการ ปฏิบัติการจัดทํารายงานผลการปฏิบัติการเสนอต่ออธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมาย ภายในวันทําการถัดไป พร้อมทั้งรายงานผลต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกําหนด 

    • ข้อ ๒๑
    • ในกรณีที่ค้นพบเอกสารหรือหลักฐานที่ใช้ในการกระทําความผิดมีไว้เป็น ความผิด หรือวัตถุที่จะนําไปใช้กระทําความผิดที่อาจเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ หรือการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในการรับหนังสือรับรอง การแจ้งหรือใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ใช้อํานาจตามมาตรา ๔๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘  ในการเรียกให้ผู้ที่ครอบครองเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่โดยพลัน


           ในกรณีที่ผู้ที่ครอบครองเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคําสั่งตาม มาตรา ๔๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ดําเนินการจัดทําบันทึกรายละเอียดของเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวพร้อมระบุสถานที่อยู่ สภาพ และผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้ควบคุมดูแลเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวให้ชัดเจน  เพื่อใช้ประกอบการดําเนินการตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์  พ.ศ. ๒๕๕๘ ต่อไป 

ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail