Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เปิดรับฟังความคิดเห็น (กำหนดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 5 ถึง วันที่ 20 มิถุนายน 2560)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 796 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2551เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาบ้านเมืองรองรับเรื่องการจัดการประชากรของประเทศไทยในประชาคมอาเซี่ยนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     


    โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาบ้านเมือง รองรับเรื่องการจัดการประชากรของประเทศไทยในประชาคมอาเซี่ยนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง  แก้ไขปัญหาการจดทะเบียนการเกิดของเด็กที่ไร้รากเหง้าให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและหลักสิทธิมนุษยชน  และแก้ไขปัญหาการแจ้งย้ายที่อยู่ รวมถึงการกำหนดเลขประจำบ้าน การจัดทำทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านชั่วคราว ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้       


     



    ปัญหาและสาเหตุ


    (1) เนื่องจากในปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยลักษณะใหม่ๆ และอาคารเพื่อการใช้สอย    อย่างอื่น นอกจากการใช้อยู่อาศัย ซึ่งตามกฎหมายทะเบียนราษฎรยังไม่มีความชัดเจนและไม่ครอบคลุมถึง


    (2) ปัญหาความซ้ำซ้อนของการจัดทำฐานข้อมูลประชาชนของแต่ละหน่วยงานรัฐ   ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการดำเนินการดังกล่าว


    (3) การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลราษฎรของประเทศไทยของผู้ที่เกิดในต่างประเทศยังไม่สมบูรณ์


    (4) ปัญหาของเด็กซึ่งถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน และเด็กที่ไม่ปรากฏบุพการี ที่ไม่อยู่ในสถานะที่จะได้รับการพิสูจน์สถานะการเกิด ทำให้เป็นคนไร้รากเหง้าที่ไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาสถานะและสัญชาติได้


    (5) สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทย สามารถให้บริการและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรให้ประชาชนในต่างประเทศ ได้เฉพาะการรับจดทะเบียนการเกิดและการตาย และดำเนินการให้ได้เฉพาะคนสัญชาติไทยและคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย   ตามกฎหมายว่าด้วยคนเขาเมือง ยังไม่รวมถึงงานทะเบียนราษฎรอื่นและคนต่างด้าวประเภทอื่น


    (6) ปัญหาการแจ้งย้ายที่อยู่ โดยแจ้งย้ายออกแต่ไม่ย้ายเข้าบ้านหลังใด ทำให้ข้อมูลทะเบียนราษฎรไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง และตามกฎหมายยังไม่เป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการแจ้งย้ายที่อยู่ต่างท้องที่


    (7) ปัญหาการขอเลขประจำบ้านของบ้านที่ยังปลูกสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่มีความจำเป็นต้องใช้ทะเบียนบ้าน และบ้านที่ปลูกสร้างเพื่อการใช้สอยอื่น ไม่ใช่เพื่อการอยู่อาศัย


    (8) ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือที่ดิน  หวงห้ามไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย แล้วปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและมาขอทะเบียนบ้านสำหรับสิ่งปลูกสร้างนั้น 


     



    • ความจำเป็นที่ต้องทำภารกิจ  


      (1) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการจำแนกบ้านเพื่อการอยู่อาศัย และอาคารเพื่อการ ใช้สอยอย่างอื่น และรองรับที่อยู่อาศัยลักษณะใหม่ๆ


      (2) เพื่อให้การใช้ข้อมูลทะเบียนราษฎรเกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการและหน่วยงานรัฐได้มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดงบประมาณ และสามารถสนองนโยบายของรัฐในการบริการประชาชน


      (3) เพื่อให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลราษฎรของประเทศไทย รวมถึงการพิสูจน์สิทธิของบุคคลมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งผู้ที่เกิดในประเทศและต่างประเทศ


      (4) เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กซึ่งถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน และเด็กที่ไม่ปรากฏบุพการี ให้ได้รับการจดทะเบียนการเกิด ซึ่งเป็นต้นเรื่องของการใช้สิทธิต่างๆ


      (5) เพื่อให้การปฏิบัติงานทะเบียนราษฎรของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทย สามารถบริการและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรให้ประชาชนในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น และเพื่อให้ระบบการจัดการประชากรของประเทศไทยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจดทะเบียนการเกิดของราษฎรไทยในต่างประเทศ


      (6) เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการแจ้งย้ายที่อยู่ ให้มีผลปฏิบัติตามกฎหมาย แก้ไขปัญหาการแจ้งย้ายลอย (แจ้งย้ายออกแต่ไม่ย้ายเข้าบ้านหลังใด) ทำให้ข้อมูลทะเบียนราษฎรไม่ถูกต้องกับความ เป็นจริง และเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมายแจ้งย้ายที่อยู่ต่างท้องที่ได้


      (7)  เพื่อแก้ไขปัญหาการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่มีส่วนสัมพันธ์กับบ้านและทะเบียนบ้าน


      (8) เพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือที่ดินหวงห้ามไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย 


       

  • แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ในประเด็นต่อไปนี้


    1. แก้ไขบทนิยามคำว่า  “บ้าน” ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมถึงสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยประจำด้วย (แก้ไขมาตรา 4)


    2. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการบ้านเมือง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 15 วรรคสาม)


    3. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการกำหนดให้เลขประจำตัวประชาชนกับบุคคลที่เกิดต่างประเทศและได้    จดทะเบียนคนเกิดกับนายทะเบียนประจำสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 16)


    4. เพิ่มเติมเรื่องการจดทะเบียนการเกิดสำหรับเด็กซึ่งถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน และเด็กที่ไม่ปรากฏบุพการีในสถานสงเคราะห์ ที่ไม่สามารถพิสูจน์สถานะการเกิดได้ (เพิ่มเติม มาตรา 19/2) และให้ใช้หลักเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นกับเด็กในลักษณะเดียวกันที่ไม่ได้อยู่ในการอุปการะของสถานสงเคราะห์ด้วย


    5. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการทะเบียนราษฎรในต่างประเทศ โดยให้นายทะเบียนประจำสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย สามารถปฏิบัติงานทะเบียนราษฎรได้มากกว่าการจดทะเบียนคนเกิดและคนตาย และให้บริการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น(แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 28 วรรคหนึ่ง)


    6. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการแจ้งการย้ายที่อยู่ให้มีความชัดเจน สามารถบังคับใช้กฎหมายได้จริงอย่างเหมาะสม และเกิดความสะดวกยิ่งขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)


    7. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการกำหนดให้เลขประจำบ้าน การจัดทำทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านชั่วคราว สำหรับบ้านเพื่อการอยู่อาศัยและอาคารเพื่อการใช้สอยในลักษณะอื่น ให้เกิดความถูกต้องเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 34)


    8. เพิ่มเติมเรื่องการปฏิบัติเกี่ยวกับเกี่ยวกับการกำหนดเลขประจำบ้าน สำหรับที่ปลูกสร้างในที่ดินสาธารณะ หรือที่ดินประเภทอื่นที่อยู่ในความดูแลของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ (เพิ่มเติม มาตรา 34/1) โดยไม่ใช้บังคับกับบ้านที่ได้รับการกำหนดเลขประจำบ้านไปแล้วก่อนมีกฎหมายฉบับนี้


     

    • ประเด็นที่จะรับฟังความคิดเห็น
    •  


      จำนวน 10 ประเด็น ของร่างพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. ....  ตั้งแต่มาตรา 2 ถึง มาตรา 11  โดยในแต่ละมาตรา มีประเด็นจะรับฟังความคิดเห็นว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หากไม่เห็นด้วย        มีเหตุผลหรือมีข้อมูลประกอบความไม่เห็นด้วยอย่างไร โดยขอให้แสดงเหตุผลหรือข้อมูลนั้นพอสังเขปตามสมควร


       

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


15 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น กรกช วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย กรกช

    - ประเด็นที่ 6 เงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการให้ครอบคลุมทุกสิทธิ์
    เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม เงินช่วยเหลือตามมาตรา 41 ให้ครอบคลุมผู้รับบริการและผู้ให้บริการด้วย
    - ประเด็นที่ 9 การร่วมจ่ายค่าบริการ
    เห็นด้วยให้คง พ.ร.บ.เดิม ไม่แก้ไขเป็นไปตามเจตนารมณ์เดิม
    - ประเด็นที่ 10 การจัดซื้อร่วมยา/เวชภัณฑ์/อุปกรณ์ทางการแพทย์
    เห็นด้วย ให้คง พ.ร.บ.เดิม สป.สช. เป็นผู้ซื้อบริการไม่ควรเป็นผู้ซื้อยาด้วยจะขัดกับหลักการ แยกหน้าที่กันระหว่างผู้ซื้อบริการกับผู้ให้บริการ เห็นว่าข้อนี้ให้คงเดิมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
    - ประเด็นที่ 13 แยกเงินค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการในส่วนเงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากรในส่วนที่จ่ายเงินงบประมาณของหน่วยบริการภาครัฐออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งการจัดทำคำของบประมาณและการบริหารงบขาลง
    เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะในการแยกเงินเดือนออกมาจากงบดำเนินการ เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการและประเมินความเพียงพอของงบประมาณรายหัว

  • ลิงค์ความคิดเห็น สุชญา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย สุชญา

    ประเด็น 13 การแยกเงินค่าใช้จ่ายของหน่วยการบริการในส่วนเงินเดือนแลค่าตอบแทนบุคลากรในส่วนที่จ่ายจากเงินงบประมาณของหน่วยบริการภาครัฐออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งการจัดทำคำของบประมาณและในการบริหารงบขาลง

  • ลิงค์ความคิดเห็น ทิพวรรณ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ทิพวรรณ

    ประเด็น 4 เงินเหมาจ่ายรายหัว + เงินที่ได้จากผลงานบริการ ให้รับเข้าเป็นรายได้ของหน่วยบริการเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็น และใช้ตามระเบียบเงินบำรุง ฯ ได้

  • ลิงค์ความคิดเห็น จิตลดา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย จิตลดา

    - ประเด็นที่ 1 การจ่ายเงินให้กับหน่วยงาน/องค์กรที่ไม่มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย
    เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจาก NGO ไม่สามารถรับงบได้โดยตรงแต่ต้องผ่านหน่วยงานบริการและ อปท.เป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมายที่ให้เงินถึงหน่วยบริการโดยตรงและทำให้เกิดการบูรณาการเพื่อลดความซ้ำซ้อน
    - ประเด็นที่ 2 การให้มีกรอบการใช้เงินกองทุนฯ
    เห็นด้วย ให้คงเดิม ในประเด็นการเน้นเฉพาะค่าใช้จ่าย PP ส่วน Secondary Prevention และ Tertially Prevention
    และเห็นด้วยการแก้ไขเพิ่มเติม ในประเด็นความครอบคลุมของค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข เพราะการให้หน่วยบริการสามารถนำเงินไปให้ในกิจกรรมสนับสนุนการจัดบริการ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า จะทำให้เกิดความคล่องตัวในการจัดบริการ
    - ประเด็นที่ 3 มีการจ่ายเงินโดยตรงแก่บุคคลให้จ่ายผ่านหน่วยบริการตามกฎหมาย
    เห็นด้วย กับการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะการจ่ายเงินให้บุคคลโดยตรงทำให้เกิดการ Abuse การให้บริการได้ และก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำของผู้ให้บริการ
    - ประเด็นที่ 4 เงินเหมาจ่ายรายหัว+เงินที่ได้จากผลงานบริการให้รับเข้าเป็นรายได้ของหน่วยบริการเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็น และใช้ตามระเบียบเงินบำรุงได้
    เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะการที่เงินที่ได้รับเข้ามาเป็นเงินบำรุงให้ใช้ระเบียบเงินบำรุงจะเกิดความคล่องตัวในการจัดบริการ

  • ลิงค์ความคิดเห็น นางบพิตร พรมจันทร์ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย นางบพิตร พรมจันทร์

    ประเด็นที่ 13 ควรแยกเงินเดือนออกมาจากรายได้ในการดูแลรักษาอย่างชัดเจน หากเป็นเงินก้อนเดียวกัน จะทำให้พบปัญหาตามมาระยะยาว ทั้งปัญหาครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และการพัฒนางานเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี สามารถดูแลและ พึ่งตัวเองได้นั้น จะมีอุปสรรค เนื่องจากงบประมาณในการดำเนินงานมีน้อย