Facebook


การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติเอกสิทธิ์และความคุ้มกันขององค์การระหว่างประเทศและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. .... (อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา) (14-29 มิ.ย. 60)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 487 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ข้อความ

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    หลักการ


     


    ให้มีกฎหมายคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย


     


    เหตุผล


     


    โดยที่ประเทศไทยมีแนวนโยบายในการเป็นศูนย์กลางที่ตั้งสำนักงานและการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งการจัดการประชุมระหว่างประเทศ สมควรมีกฎหมายคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย เพื่อรองรับสถานะทางกฎหมายขององค์การระหว่างประเทศ และให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและบทบาทของประเทศไทยในวงการระหว่างประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


     


     


     



    สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา


    ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นกฎหมายรองรับสถานะและการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่สหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษเท่านั้น แต่สำหรับองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่องค์การในกรอบสหประชาชาติ จะต้องออกกฎหมายรองรับสำหรับแต่ละองค์การเป็นรายกรณีไปซึ่งใช้เวลานานและไม่เอื้อต่อการที่องค์การระหว่างประเทศจะตัดสินใจเลือกให้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานในภูมิภาคหรือสถานที่จัดการประชุมระหว่างประเทศ 


     



    • ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายขึ้น
    • ปัจจุบัน มีองค์การระหว่างประเทศจำนวนมากประสงค์ที่จะเข้ามาจัดตั้งสำนักงาน ดำเนินงานหรือ จัดประชุมในประเทศไทย การมีกฎหมายกลางในเรื่องนี้โดยเร็วจะช่วยให้ไทยสามารถให้นิติฐานะและเอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่องค์การระหว่างประเทศอันเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดตั้งสำนักงานการดำเนินงาน และการจัดประชุมในประเทศไทยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเชื่อมั่นและบทบาทของประเทศไทยในด้านเศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ การมีกฎหมายกลางในเรื่องนี้ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคขององค์การระหว่างประเทศ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางด้านอื่น ๆ เช่น การค้าการลงทุน การแพทย์ การบิน สำนักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติ การเงิน การบริการ และด้านการเมือง ความมั่นคง ศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เป็นต้น อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมการดำเนินนโยบายการต่างประเทศของไทย

  • หลักการอันเป็นสาระสำคัญของกฎหมายที่จะตราขึ้น
  •  


    ๑จัดโครงสร้างเป็นหมวดหมู่ตามกิจกรรมขององค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย กล่าวคือ


           (๑) การจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทย 


           (๒) การดำเนินงานในประเทศไทย 


           (๓) การจัดการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย 


    ๒      ประเภทขององค์การระหว่างประเทศที่จะได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ได้แก่ (๑) องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล และ (๒) องค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาล 


    ๓      กรอบของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันขององค์การระหว่างประเทศและบุคลากรขององค์การระหว่างประเทศที่ไทยอาจพิจารณาให้แก่องค์การระหว่างประเทศแต่ละราย ได้แก่ (๑) ความคุ้มกันจากการดำเนินการตามกฎหมาย  (๒) ความละเมิดมิได้ของสถานที่และบรรณสาร (๓) การค้น การริบ การยึด การอายัด หรือการเวนคืน สำหรับทรัพย์สิน (๔) การยกเว้นภาษีทางตรง  (๕) การยกเว้นอากรศุลกากรและข้อห้ามข้อกำกัดว่าด้วยการนำเข้าและส่งออก เป็นต้น ทั้งนี้ กรอบ ดังกล่าวได้ประมวลมาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งเป็นกฎหมายกลางรองรับสถานะและการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน แก่สหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษ 


     

    • ประเด็นที่จะรับฟังความคิดเห็น
    • ๑ หลักการที่สำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ 


             (๑) การให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันฯ จะเป็นไปเท่าที่จำเป็นแก่การปฏิบัติงานขององค์การระหว่างประเทศหรือการประชุมระหว่างประเทศนั้น โดยคำนึงถึงพันธกรณีของประเทศไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติของนานาประเทศ


             (๒) องค์การระหว่างประเทศ บุคลากรขององค์การระหว่างประเทศ และผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามพระราชบัญญัตินี้ มีหน้าที่จะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย


             (๓) ในกรณีที่องค์การระหว่างประเทศ การประชุมระหว่างประเทศ บุคลากรขององค์การระหว่างประเทศ หรือผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศนั้น ใช้เอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันโดยมิชอบหรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือในกรณีที่การใช้ความคุ้มกันเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม  คณะรัฐมนตรีมีอำนาจระงับหรือเพิกถอนเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่ได้ให้ไปแล้ว 


             (๔) องค์การระหว่างประเทศใดที่มีกฎหมายกำหนดให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันไว้แล้ว ให้องค์การระหว่างประเทศนั้นยังคงได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่กำหนดในกฎหมายดังกล่าว


            ทั้งนี้ องค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศที่จะได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในพระราชบัญญัตินี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน ทั้งนี้ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่องค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศจะได้รับให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาในกรณีที่เป็นองค์การระหว่างประเทศ หรือตามที่กำหนดในประกาศในกรณีที่เป็นการประชุมระหว่างประเทศ                                


      ๒ ขอบเขตของเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน


          ๒.๑ ผู้ที่จะได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน


                (๑) องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาลและบุคลากร 


                (๒) องค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาลและบุคลากร 


                (๓) ผู้จัดและผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ


           ๒.๒ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่อาจได้รับ


                (๑)องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล หมายถึง องค์การที่มีรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาลเป็นสมาชิกเท่านั้น และจัดตั้งขึ้นโดยหนังสือสัญญา ความตกลง หรือการกระทำรูปแบบอื่นใดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศระดับรัฐบาล องค์กรภายในองค์การดังกล่าว รวมทั้งองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยมติของรัฐสมาชิกขององค์การดังกล่าวหรือโดยหนังสือสัญญาระหว่างรัฐสมาชิกของหนังสือสัญญานั้น โดยกรอบของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่อาจพิจารณาให้ ได้แก่


                     (๑) ความคุ้มกันจากการดำเนินการตามกฎหมาย 


                     (๒) ความละเมิดมิได้ของสถานที่และบรรณสาร 


                     (๓) การค้น การริบ การยึด การอายัด หรือการเวนคืน สำหรับทรัพย์สิน 


                     (๔) การยกเว้นภาษีทางตรงขององค์การ  


                     (๕) การยกเว้นอากรศุลกากรและข้อห้ามข้อกำกัดว่าด้วยการนำเข้าและส่งออก 


                     (๖) การยกเว้นอากรศุลกากรและข้อห้ามข้อกำกัดว่าด้วยการนำเข้าและส่งออกสิ่งพิมพ์ 


                     (๗) การยกเว้นจากการควบคุมหรือข้อกำกัดด้านการเงินและการแลกเปลี่ยนเงินตรา และ


                     (๘) การอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร


                (๒) องค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาล หมายถึง องค์การมี่มีสมาชิกส่วนหนึ่งเป็นรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล และสมาชิกอีกส่วนหนึ่งที่มิใช่รัฐหรือองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการการชาดระหว่างประเทศและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศด้วย โดยกรอบของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่อาจพิจารณาให้ ได้แก่ 


                    (๑) ความคุ้มกันจากการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับถ้อยคำด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร 


                    (๒) การยกเว้นภาษีรายได้ขององค์การเท่าที่จำเป็น 


                    (๓) การยกเว้นอากรศุลกากรและข้อห้ามข้อกำกัดว่าด้วยการนำเข้าและส่งออกสำหรับสิ่งของ และ


                    (๔) การยกเว้นอากรศุลกากรและข้อห้ามข้อกำกัดว่าด้วยการนำเข้าและส่งออกสิ่งพิมพ์ 


               (๓) ผู้จัดและผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามขอบเขตที่กำหนดไว้ ได้แก่ ผู้จัดการประชุมระหว่างประเทศจะได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในระหว่างที่มีการจัดประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย ได้แก่ 


                    (๑) ความละเมิดมิได้ของสถานที่ ทรัพย์สิน สินทรัพย์ และบรรณสาร 


                    (๒) การยกเว้นอากรศุลกากรและข้อห้ามหรือข้อกำกัดเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสิ่งของ 


                    (๓) การยกเว้นอากรศุลกากร และข้อห้ามหรือข้อกำกัดเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออก สิ่งพิมพ์สำหรับการประชุม ในขณะที่ผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศอาจได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ได้แก่ 


                    (๑)  ความคุ้มกันจากการถูกดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับถ้อยคำด้วยวาจาหรือที่เป็นลายลักษณ์อักษร และการกระทำทั้งปวงที่ได้กระทำในตำแหน่งหน้าที่เป็นทางการ 


                    (๒)  ความละเมิดมิได้ของบรรณสาร 


                    (๓)  การอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนเงินเช่นเดียวกับที่ให้แก่ผู้แทนของรัฐบาลต่างประเทศ   


                    (๔)  การยกเว้นจากข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการจดทะเบียนคนต่างด้าว  


       

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


23 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น จิรวรา สิงหรา ณ อยุธยา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย จิรวรา สิงหรา ณ อยุธยา

    ขอเสนอเพิ่มเติมว่า
    เห็นด้วยกับพรบ. นี้อย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นเครืื่องมือการขับเคลื่อนนโยบายการต่างประเทศของไทย โดยเฉพาะการทูตพหุภาคี

  • ลิงค์ความคิดเห็น รลิลดา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย รลิลดา

    เห็นด้วยกับการมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะจะช่วยสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศ ช่วยสนับสนุนให้องค์การระหว่างประเทศมาจัดการประชุมในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว เกิดการเติบโตของการท่องเที่ยวในประเทศไทย

    ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ สอดคล้องกับกฎหมายที่ไทยมีอยู่แล้ว การให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันต่าง ๆ ล้วนสอดคล้องกับสิ่งที่ไทยได้ให้กับองค์การต่าง ๆ ในปัจจุบัน การมีกฎหมายกลาง จะช่วยย่นระยะเวลาในการออกกฎหมาย ทำให้เกิดความคล่องตัว

  • ลิงค์ความคิดเห็น ฐิติรัฐ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ฐิติรัฐ

    ผมเห็นด้วยที่จะให้มีการจัดทำ พรบ. ในลักษณะนี้เพื่อช่วยยกระดับของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของที่ตั้งองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ หากเรามีโอกาสที่จะเป็นเจนีวาแห่งเอเชีย ทำไมเราจะไม่สนับสนุนอะไรในลักษณะนี้ ทำไมถึงจะปล่อยให้เมืองอื่นในเอเชียที่มีศักยภาพน้อยกว่า/หรือมากกว่าเราฉวยโอกาสนี้ไป ปล่อยเค้าเอาโอกาสนี้ไป ก็เหมือนกับการที่ไทยตกขบวนรถไฟอีกรอบ และก็ย่ำอยู่ที่เดิมอีกสักพักนะครับ

  • ลิงค์ความคิดเห็น ravin chobchai วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ravin chobchai

    เห็นด้วยครับ

  • ลิงค์ความคิดเห็น Pattarapol วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย Pattarapol

    เห็นด้วยครับ เพราะเราควรพัฒนาแนวทางในด้านนี้

  • ลิงค์ความคิดเห็น จิรวรา สิงหรา ณ อยุธยา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย จิรวรา สิงหรา ณ อยุธยา

    เห็นด้วยกับหลักการของร่างพรบ. ฉบับนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อผู้เข้าประชุมองค์การระหว่างประเทศ และดึงดูดให้ไทยหนึ่งเป็นศูนย์กลางการประชุมองค์การระหว่างประเทศของโลก แต่ก็ควรพิจารณาในรายละเอียดและความคุ้มกันของเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน

  • ลิงค์ความคิดเห็น lalala วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย lalala

    เห็นด้วยที่จะให้มี พ.ร.บ. ที่คุ้มครองการดำเนินการขององค์การระหว่างประเทศอย่างเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา เนื่องจาก พ.ร.บ.เดิมที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด และไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบันที่มีองค์การระหว่างประเทศเข้ามาจัดการประชุมในประเทศไทยจำนวนมากอยู่เรื่อย ๆ และจำเป็นจะต้องพิจารณาการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเป็นรายครั้ง ต้องเข้า ครม. ใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองทรัพยากรในการจัดการเรื่อง admin ต่าง ๆ เหล่านี้

    หากมี พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะช่วยให้องค์การฯ ต่าง ๆ สนใจมาจัดประชุมในประเทศไทยยิ่งขึ้น ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ สะดวกรวดเร็วมากขึ้น จะช่วยส่งเสริมรายได้เข้าประเทศไทย และส่งเสริมบทบาทไทยในเวทีโลกได้ดียิ่งขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น เมตตา เจริญสุข วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย เมตตา เจริญสุข

    เห็นด้วยกับการมีกฎหมายกลางในเรื่องนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดประชุมระหว่างประเทศโดยองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ในไทย รวมทั้งการจัดตั้งสำนักงานขององค์การระหว่างประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม เห็นว่าควรกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่เจ้าหน้าที่ขององค์การเหล่านั้นจะได้รับ ซึี่งไม่ควรเกินความจำเป็นและไม่เกิน พรบ. 2504 ทั้งนี้ อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้เอกสิทธิและความคุ้มกันแก่ NGO หรือ NPO อื่น

  • ลิงค์ความคิดเห็น ชุลี วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ชุลี

    ในหลักการเห็นด้วยว่าควรมีกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้รัฐบาลสามารถพิจารณาอนุมัติการเข้ามาจัดตั้งสำนักงานหรือการประชุมขององค์การระหว่างประเทศที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว

    อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องจัดทำคำนิยามของ "องค์การระหว่างประเทศ" "องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล" และ "องค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาล" โดยอ้างอิงกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะจะทำให้เกิดความลักลั่นกับถ้อยคำที่ใช้อยู่ในทางปกติของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งไม่มีการใช้คำว่า "องค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาล"

    ทั้งนี้ เห็นว่าน่าจะเหมาะสมกว่าหากจัดทำเป็นลิสต์รายชื่อองค์การระหว่างประเทศที่สามารถได้รับประโยชน์ตามกฎหมายฉบับนี้

    อนึ่ง หากจะยังคงคำนิยามไว้ คำว่า "องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล" ในมาตรา 3 ก็อาจต้องปรับเปลี่ยนถ้อยคำในวรรคหลังเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับคำนิยามใน Draft articles on the responsibility of international organizations, 2011 (c) “organ of an international organization” means any person or entity which has that status in accordance with the rules of the organization และ Foreign Missions International Organizations Act 1991 ของแคนาดา ที่กำหนดว่า
    "2. In this Act, “international organization” means an intergovernmental organization, whether or not established by treaty, of which two or more states are members, and includes an intergovernmental conference in which two or more states participate."

  • ลิงค์ความคิดเห็น pimada วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย pimada

    กฎหมายฉบับนี้จะช่วยสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางขององค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่้างประเทศต่างๆ แต่ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานขององค์การระหว่างประเทศมีเรื่องอะไรบ้าง