Facebook


ร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ร่างกฎหมาย อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามมาตรา ๗๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 443 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

พระราชบัญญัติ

องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ

วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..)

พ.ศ. ....

_____________

 

............................................

............................................

............................................

                   

                   ...................................................................................................................................................................................................

 

                   โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

                  

                   พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๖ และมาตรา ๖๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

 

                   เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ ไม่ว่าจะใช้เพื่อส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

 

                   ...................................................................................................................................................................................................

 

                   มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

 

                   มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                   มาตรา ๓  ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “(๑) จัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม และแผนความถี่วิทยุ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และต้องให้ประชาชนมีส่วนได้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ด้วย รวมทั้งจัดทำแผนเลขหมายโทรคมนาคม และดำเนินการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว แต่แผนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

                  

                   มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน (๑๑) ของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “(๑๑) กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำที่มีผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้หรือปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลหรือข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริงของประชาชน หรือการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

 

                   มาตรา ๕  ให้ยกเลิกความใน (๑๓) ของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “(๑๓) คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการ และป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือสร้างภาระแก่ผู้บริโภคเกินความจำเป็น ตลอดจนคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพของบุคคลในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม และส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชนในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

 

                   มาตรา ๖  ให้ยกเลิกความใน (๑๔) ของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   “(๑๔) ดำเนินการในฐานะหน่วยงานอำนวยการของรัฐในกิจการสื่อสารระหว่างประเทศกับองค์การระหว่างประเทศ รัฐบาล และหน่วยงานต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนกิจการของรัฐเพื่อให้มีดาวเทียมหรือให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนซึ่งจัดทำตาม () และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ”       

                   มาตรา ๗  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๔/๑) ของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐   

                   “(๑๔/๑) ประสานงานเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

 

                   มาตรา ๘  ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็น (๑๔/๒) ของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

                   “(๑๔/๒) ดำเนินการรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ตามแผนซึ่งจัดทำตาม (๑) และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคำนึงถึงประโยชน์และภาระที่เกิดขึ้นกับรัฐเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กสทช. ประกาศกำหนด

 

                   มาตรา ๙  ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็น (๑๔/๓) ของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

                   “(๑๔/๓) พิจารณาอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียม ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนซึ่งจัดทำตาม (๑) และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียม รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง

                   ค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียมเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการอนุญาตแล้วเหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

 

                   มาตรา ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นส่วนที่ ๕ ของหมวด ๒ เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ มาตรา ๔๗/๑ มาตรา ๔๗/๒ มาตรา ๔๗/๓ มาตรา ๔๗/๔ และมาตรา ๔๗/๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ดังนี้

 

ส่วนที่ ๕

เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ 

_____________

                 

                    มาตรา ๔๗/๑  ในหมวดนี้

                   เหตุฉุกเฉิน  หมายความว่า  เหตุด่วนหรือเหตุร้ายที่ผู้ประสบเหตุประสงค์แจ้งเพื่อขอรับความช่วยเหลือเป็นการด่วนเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรือเหตุอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นการด่วน

                   ผู้แจ้ง  หมายความว่า  ผู้แจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อขอรับความช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉิน

                   ผู้รับแจ้ง  หมายความว่า  ผู้มีหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉินของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติตามมาตรา ๔๗/๒

                   มาตรา ๔๗/๒  ให้มีศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ มีหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉินและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉินให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                   ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบดำเนินการและบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ และมาตรฐานการปฏิบัติงานของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ       

                   มาตรา ๔๗/๓  ให้ กสทช. จัดเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติให้แก่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อประโยชน์ในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน

                   ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจะเรียกเก็บค่าบริการใด ๆ จากผู้แจ้งมิได้

                   มาตรา ๔๗/๔  ผู้รับแจ้งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉินสามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยพิกัดตำแหน่งหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แจ้งหรือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินโดยไม่มีความผิด ทั้งนี้ เฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉินหรือเพื่อตรวจสอบผู้กระทำความผิดตามหมวดนี้

                   มาตรา ๔๗/๕  ผู้ใดใช้หรือเรียกเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติโดยไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีพฤติกรรมอันเป็นการก่อกวนการปฏิบัติงานของผู้รับแจ้ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                   ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือเป็นเหตุให้ผู้รับแจ้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือระงับเหตุฉุกเฉิน หรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                   ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามมาตรานี้ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

                   มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๔๙  ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการ ให้ กสทช. จัดให้มีแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการระยะห้าปี โดยในแผนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และอย่างน้อยต้องมีแนวทางการพัฒนาและการส่งเสริมแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบกิจการ แนวทางการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และการอนุญาตให้ประกอบกิจการ

                   การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ในส่วนกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ต้องจัดให้มีการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับภาคประชาชนรวมกันในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของคลื่นความถี่หรือการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ทั้งหมดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ แล้วแต่กรณี

                   เพื่อให้การบริหารจัดการคลื่นความถี่เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ ในกรณีที่ไม่มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ดังกล่าวจนพ้นกำหนดสามปี นับตั้งแต่วันที่ได้มีการกำหนดคลื่นความถี่ไว้ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับภาคประชาชนตามวรรคสอง หรือมีเหตุจำเป็นอื่น หากการนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์หรือมีประสิทธิภาพสูงกว่า ให้ กสทช. มีอำนาจนำคลื่นความถี่นั้นไปใช้ประโยชน์ในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ประเภทอื่นก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. ประกาศกำหนด

                   ในการจัดทำแผนแม่บทตามวรรคหนึ่ง ให กสทช. รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบกิจการ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวของ เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาด้วย ทั้งนี้ ระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นตองไม่นอยกวาสามสิบวัน

                   ในกรณีที่ กสทช. วินิจฉัยเรื่องใดไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบกิจการหรือหน่วยงานของรัฐตามที่ปรากฏในการรับฟังความคิดเห็นตามวรรคสี่ กสทช. ต้องชี้แจงและแสดงเหตุผลให้ประชาชน ผู้ประกอบกิจการ หรือหน่วยงานของรัฐทราบ

                   ประชาชน ผู้ประกอบกิจการ หรือหน่วยงานของรัฐตามวรรคห้า ผู้ใดเห็นว่าแผนแม่บทที่ กสทช. กำหนดขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ โดยให้ถือว่าแผนแม่บทคลื่นดังกล่าวเป็นกฎตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

                   แผนแม่บทตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ผูกพัน กสทช. และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

 

                   มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกหมวด ๖ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน มาตรา ๗๐ ถึงมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

 

                   มาตรา ๑๓  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 

.........................................

 

       นายกรัฐมนตรี 

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังต่อไปนี้


                                 (๑) แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ (๑) (๑๑) (๑๓) (๑๔) และเพิ่มมาตรา ๒๗ (๑๔/๑) (๑๔/๒) และ (๑๔/๓))


                                 (๒) เพิ่มเติมส่วนที่ ๕ เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในหมวด ๒ และกำหนดให้มีศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติให้แก่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อประโยชน์ในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบดำเนินการและบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ และมาตรฐานการปฏิบัติงานของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ กำหนดโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานใช้หรือเรียกเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติโดยไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีพฤติกรรมอันเป็นการก่อกวนการปฏิบัติงานของผู้รับแจ้ง โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในความผิดดังกล่าว (เพิ่มส่วนที่ ๕ เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในหมวด ๒ มาตรา ๔๗/๑ มาตรา ๔๗/๒ มาตรา ๔๗/๓ มาตรา ๔๗/๔ และมาตรา ๔๗/๕)


                                 (๓) แก้ไขเพิ่มเติมให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติต้องจัดให้มีการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับภาคประชาชนรวมกันในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของคลื่นความถี่หรือการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ทั้งหมดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ แล้วแต่กรณี และเพื่อให้การบริหารจัดการคลื่นความถี่เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ ในกรณีที่ไม่มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ดังกล่าวหรือมีเหตุจำเป็นอื่น หากการนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์หรือมีประสิทธิภาพสูงกว่า ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติมีอำนาจนำคลื่นความถี่นั้นไปใช้ประโยชน์ในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ประเภทอื่นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๙)


     


                                 (๔) ยกเลิกหมวด ๖ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน มาตรา ๗๐ ถึงมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ (ร่างมาตรา ๑๐)



    สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา


                        โดยที่มีการตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงจำต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยเฉพาะบทบัญญัติมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้ รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน และมาตรา ๒๗๔ กำหนดให้ กสทช. เป็นองค์กรของรัฐตามมาตรา ๖๐ วรรคสาม โดยให้ กสทช. เป็นองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับผิดชอบและกํากับการดําเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ตามมาตรา ๖๐ วรรคสอง โดยต้องจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้เพื่อส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ รวมตลอดทั้งการให้ประชาชนมีส่วนได้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ และให้คณะรัฐมนตรีดําเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เมื่อพิจารณากฎหมายดังกล่าวแล้วยังไม่มีบทบัญญัติที่รองรับการทำหน้าที่ในการรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน ตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ แต่อย่างใด ประกอบกับปรากฏถ้อยคำที่ไม่มีความชัดเจนตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งหมายให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่เป็นหน่วยงานอำนวยการของรัฐในกิจการสื่อสารระหว่างประเทศกับองค์การระหว่างประเทศ รัฐบาล และหน่วยงานต่างประเทศในทุกด้าน กล่าวคือ ทั้งด้านการบริหารคลื่นความถี่ ด้านกิจการกระจายเสียง ด้านกิจการโทรทัศน์ และด้านกิจการโทรคมนาคม ซึ่งรวมถึงกิจการที่ใช้คลื่นความถี่และไม่ใช้คลื่นความถี่ด้วย ถ้อยคำที่ไม่ชัดเจนดังกล่าวอาจทำให้เข้าใจว่า กสทช. เป็นหน่วยงานอำนวยการของรัฐเฉพาะในการประสานงานเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ หรืออาจทำให้เข้าใจว่า กสทช. เป็นหน่วยงานอำนวยการของรัฐในกิจการสื่อสารระหว่างประเทศเฉพาะด้านบริหารคลื่นความถี่ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ในอนาคต


                       สำหรับประเด็นเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐต่างกำหนดให้มีเลขหมายโทรศัพท์สำหรับการแจ้งเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของตนแตกต่างกันออกไป ก่อให้เกิดความสับสนแก่ประชาชนในการเข้าถึงบริการสาธารณะของรัฐ รวมทั้งไม่มีศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติอย่างเป็นระบบ และไม่มีบทกำหนดโทษเฉพาะสำหรับผู้กระทำความผิดที่ใช้หรือเรียกเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินโดยไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีพฤติกรรมอันเป็นการก่อกวนการปฏิบัติงานของผู้รับแจ้ง ทำให้ผู้กระทำความผิดไม่เกรงกลัวต่อการกระทำความผิด ซึ่งการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนที่มีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนที่ไม่สามารถใช้งานเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินได้และทำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งไม่สามารถระงับเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที


     


     


     



    • ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหา
    • ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหา


       


                         โดยที่มาตรา ๖๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน และต้องจัดให้มีองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับผิดชอบและกํากับการดําเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ รวมตลอดทั้งการให้ประชาชนมีส่วนได้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ และต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือสร้างภาระแก่ผู้บริโภคเกินความจําเป็น ป้องกันมิให้คลื่นความถี่รบกวนกัน รวมตลอดทั้งป้องกันการกระทําที่มีผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้หรือปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลหรือข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริงของประชาชน และป้องกันมิให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่โดยไม่คํานึงถึงสิทธิของประชาชนทั่วไป รวมตลอดทั้งการกําหนดสัดส่วนขั้นต่ำที่ผู้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่จะต้องดําเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ และมาตรา ๒๗๔ บัญญัติให้ กสทช. ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นองค์กรตามมาตรา ๖๐ วรรคสาม และให้คณะรัฐมนตรีดําเนินการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  • หลักการอันเป็นสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
  • หลักการอันเป็นสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....


                       ๓.๑ วันใช้บังคับของกฎหมาย กำหนดให้พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ  ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


                       ๓.๒ อำนาจหน้าที่ของ กสทช. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของ กสทช. เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐


                           ๓.๒.๑ จัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม และแผนความถี่วิทยุให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และให้ประชาชนมีส่วนได้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ด้วย รวมทั้งจัดทำแผนเลขหมายโทรคมนาคม และดำเนินการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว โดยแผนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (มาตรา ๒๗ (๑))


                           ๓.๒.๒ กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำที่มีผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้หรือปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลหรือข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริงของประชาชน หรือการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (มาตรา ๒๗ (๑๑))


                           ๓.๒.๓ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการ และป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือสร้างภาระแก่ผู้บริโภคเกินความจำเป็น ตลอดจนคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพของบุคคลในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม และส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชนในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ (มาตรา ๒๗ (๑๓))


                           ๓.๒.๔ ดำเนินการในฐานะหน่วยงานอำนวยการของรัฐในกิจการสื่อสารระหว่างประเทศกับองค์การระหว่างประเทศ รัฐบาล และหน่วยงานต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนกิจการของรัฐเพื่อให้มีดาวเทียมหรือให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนซึ่งจัดทำตามมาตรา ๒๗ (๑) และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (มาตรา ๒๗ (๑๔))


                           ๓.๒.๕ ประสานงานเกี่ยวกับการบริหารคลื่นความถี่ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ (มาตรา ๒๗ (๑๔/๑))


                           ๓.๒.๖ ดำเนินการรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ตามแผนซึ่งจัดทำตามมาตรา ๒๗ (๑) และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคำนึงถึงประโยชน์และภาระที่เกิดขึ้นกับรัฐเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กสทช. ประกาศกำหนด (มาตรา ๒๗ (๑๔/๒))


                         ๓.๒.๗ พิจารณาอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียม ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนซึ่งจัดทำตาม มาตรา ๒๗ (๑) และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียม รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียมเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการอนุญาตแล้วเหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน (มาตรา ๒๗ (๑๔/๓))


                       ๓.๓ เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพิ่มเติมส่วนที่ ๕ เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในหมวด ๒ กำหนดให้มีศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ โดย กสทช. จัดสรรเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติให้แก่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อประโยชน์ในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบดำเนินการและบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ และมาตรฐานการปฏิบัติงานของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ กำหนดโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานใช้หรือเรียกเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีพฤติกรรมอันเป็นการก่อกวนการปฏิบัติงานของผู้รับแจ้ง โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในความผิดดังกล่าว (เพิ่มส่วนที่ ๕ เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในหมวด ๒ มาตรา ๔๗/๑ มาตรา ๔๗/๒ มาตรา ๔๗/๓ มาตรา ๔๗/๔ และมาตรา ๔๗/๕)


                       ๓.๔ การกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำที่ผู้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่จะต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แก้ไขเพิ่มเติมให้ กสทช. ต้องจัดให้มีการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับภาคประชาชนรวมกันในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของคลื่นความถี่หรือการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ทั้งหมดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ แล้วแต่กรณี และเพื่อให้การบริหารจัดการคลื่นความถี่เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ ในกรณีที่ไม่มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ดังกล่าวหรือมีเหตุจำเป็นอื่น หากการนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์หรือมีประสิทธิภาพสูงกว่า ให้ กสทช. มีอำนาจนำคลื่นความถี่นั้นไปใช้ประโยชน์ในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ประเภทอื่นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. ประกาศกำหนด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๙)


     


                       ๓.๕ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน ยกเลิกหมวด ๖ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน มาตรา ๗๐ ถึงมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ 

    • ประเด็นที่จะรับฟังความคิดเห็น
    • ประเด็นที่จะรับฟังความคิดเห็น


                         ๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....


                         ๔.๒ หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ดำเนินการรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ และอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียม


      ๔.๒.๑ การกำหนดให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนตามแผนซึ่งจัดทำตามมาตรา ๒๗ (๑) และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคำนึงถึงประโยชน์และภาระที่เกิดขึ้นกับรัฐเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กสทช. ประกาศกำหนด


      มาตราที่เพิ่มเติม: ร่างมาตรา ๒๗ (๑๔/)


                               ๔.๒.๒ การกำหนดให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียม ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนซึ่งจัดทำตามมาตรา ๒๗ (๑) และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียม รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง สำหรับค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียมเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการอนุญาตแล้วเหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน


      มาตราที่เพิ่มเติม: ร่างมาตรา ๒๗ (๑๔/)


                         ๔.๓ การกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำของการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับภาคประชาชน


      การกำหนดให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่จัดให้มีการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับภาคประชาชนรวมกันในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของคลื่นความถี่หรือการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ทั้งหมดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ แล้วแต่กรณี และเพื่อให้การบริหารจัดการคลื่นความถี่เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ ในกรณีที่ไม่มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ดังกล่าวจนพ้นกำหนด ๓ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้มีการกำหนด         คลื่นความถี่ไว้ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสำหรับภาคประชาชน หรือมีเหตุจำเป็นอื่น หากการนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์หรือมีประสิทธิภาพสูงกว่า ให้ กสทช. มีอำนาจนำคลื่นความถี่นั้นไปใช้ประโยชน์ในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ประเภทอื่นก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. ประกาศกำหนด


      มาตราที่แก้ไขเพิ่มเติม: ร่างมาตรา ๔๙


       


      ๔.๔ การยกเลิกหมวด ๖ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน


      มาตราที่แก้ไขเพิ่มเติม: ร่างมาตรา ๑๒ ยกเลิกหมวด ๖ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) มาตรา ๗๐ ถึงมาตรา ๗๓


      แนวทางการบรรจุบางหลักการไว้ในร่างกฎหมาย


      ๔.๕ การดำเนินการและบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ


            การกำหนดให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบดำเนินการและบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ กำหนดโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานใช้หรือเรียกเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติโดยไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีพฤติกรรมอันเป็นการก่อกวนการปฏิบัติงานของผู้รับแจ้ง โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในความผิดดังกล่าว คุ้มครองการเข้าถึงหรือการเปิดเผยพิกัดตำแหน่งหรือข้อมูลส่วนบุคคล


      มาตราที่แก้ไขเพิ่มเติม: เพิ่มเติมส่วนที่ ๕ เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในหมวด ๒ มาตรา ๔๗/๑ ถึงมาตรา ๔๗/๕


       

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail