Facebook


ร่างพระราชบัญญัติสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... (ปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 25 สิงหาคม 2560)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 104 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

          โดยที่ปัจจุบันสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ซึ่งมีสถานะเป็นองค์การมหาชน ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน มีหน้าที่เฉพาะการส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานต่าง ๆ เท่านั้น แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะต้องมีการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้เป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในฐานะคณะกรรมการระดับชาติและต้องมีการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานสากล สามารถแข่งขันกับนานาประเทศ รวมทั้งต้องมีการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมภาคเอกชนในการดำเนินการด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ตลอดจน การดำเนินการในด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง สมควรที่จะมีหน่วยงานที่มี การบริหารงานที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพเพื่อรับผิดชอบในการดำเนินการดังกล่าว ในการนี้จึงได้ปรับปรุงสถานะและอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เพื่อให้สามารถรองรับการปฏิบัติงานตามภารกิจได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    ให้มีกฎหมายว่าด้วยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์



              เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยขาดหน่วยงานกลางทำหน้าที่การกำกับดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และโดยที่ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทอาจมีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง จึงมีความจำเป็นต้องให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และผลักดันงานด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ รวมทั้งรับผิดชอบงานด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Soft Infrastructure ตามนโยบายการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ



    • ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมาย
    •           เพื่อช่วยยกระดับการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Doing Business) โดย World Bank เนื่องจากปัจจัยที่ใช้ในการประเมินมีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่หน่วยงานของรัฐและเอกชนสามารถนำระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการให้บริการแก่นักลงทุนได้ จึงจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอื้อต่อการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกรรมแทนกระบวนการในแบบกระดาษ รวมทั้งมีหน่วยงานที่ความพร้อมเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Soft Infrastructure อันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในการตัดสินใจเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย

  • สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
  • สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


              ๑. กำหนดให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหน่วยงาน Operation ด้าน Soft Infrastructure และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเลขานุการของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งผลักดันงานด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตามนโยบายการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


              ๒. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีสถานะเป็นส่วนราชการ ไม่เป็นองค์การมหาชน หรือรัฐวิสาหกิจ แต่เป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ที่พร้อมในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมีฐานะเป็นนิติบุคคล


    กลไกการบริหารงาน ประกอบด้วย


              ๑. คณะกรรมการกำกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


                   ๑.๑ คณะกรรมการกำกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยประกอบด้วย


                        (๑) ประธานกรรมการ ซึ่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ


                         (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง ๒ คน คือ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ


                         (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๖ คน


                   ๑.๒ อำนาจหน้าที่ : กำกับและติดตามการทำงานของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ /แต่งตั้งหรือถอดถอนผู้อำนวยการ / ออกระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารงานของสำนักงาน


              ๒. ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


                   ๒.๑ ผู้อำนวยการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และติดต่อกันไม่เกิน ๒ วาระ


                   ๒.๒ อำนาจหน้าที่ : บริหารงานของสำนักงานโดยขึ้นตรงต่อคณะกรรมการ / เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน    


    การกำกับดูแล


              ๑. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีอำนาจกำกับดูแลกิจการของสำนักงาน และในกรณีที่ผู้อำนวยการฝ่าฝืนหรือไม่กระทำการตามคำสั่งของรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปได้


              ๒. นอกจากนี้ กำหนดให้สำนักงานจัดทำรายงานการดำเนินงานประจำปีเสนอคณะกรรมการและรัฐมนตรีและเผยแพร่รายงานนี้ต่อสาธารณชนด้วย

    • สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น
    •           ๑. ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ)) ได้นำข้อมูลและผลการรับฟังความคิดเห็นดังต่อไปนี้ มาใช้ประกอบการพิจารณา


                     ๑.๑ สรุปการรับฟังความคิดเห็นงานสัมมนา หัวข้อ “ร่วมปฏิรูปกฎหมาย ร่วมให้ความเห็น เพื่อเดินหน้าประเทศไทย” จัดโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ชื่อในขณะนั้น) เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๘ ซึ่งความคิดเห็นที่ได้จากการรับฟังได้ถูกหยิบยกขึ้นเพื่อนำเสนอในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับความคิดเห็นของทุกภาคส่วน


                     ๑.๒ สรุปการรับฟังความคิดเห็นงานสัมมนา หัวข้อ “การมีส่วนร่วมในการจัดทำร่างกฎหมายเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล (กฎหมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล)” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่งได้เปิดเวทีให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายทั้ง ๑๐ ฉบับ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงในชั้นการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา


                ๒. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในชั้นการให้ความเห็นชอบหลักการของร่างฯ โดยคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานของรัฐได้มีความเห็นและข้อสังเกต ดังต่อไปนี้


                     ๒.๑ กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบหลักการของร่างฯ โดยไม่มีความเห็นหรือข้อสังเกตเพิ่มเติม


                     ๒.๒ สำนักงาน ก.พ. เห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ โดยมีข้อสังเกตว่า การจัดตั้งหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น ได้แก่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (สพธอ.) นั้น เห็นควรให้นำความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. มาประกอบการพิจารณา ทั้งลักษณะการจัดตั้งหน่วยงาน รูปแบบ วิธีการบริหารจัดการ สถานะของบุคลากรของหน่วยงาน รวมทั้งการกำหนดค่าตอบแทน เพื่อให้หน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้นสามารถขับเคลื่อนภารกิจด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการจัดโครงสร้างหน่วยงานของรัฐ 


                     ๒.๓ สำนักงบประมาณ เห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ โดยมีข้อสังเกตว่า การกำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะจัดทำมาตรฐานเกี่ยวกับการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กำกับหรือควบคุมดูแลธุรกิจบริการ ซึ่งมีลักษณะเป็นงานทางวิชาการ จึงไม่ควรกำหนดให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวกับการถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน เข้าร่วมทุนกับนิติบุคคล และการกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะกรณีที่กำหนดให้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมทุน หากมีความจำเป็นต้องเข้าร่วมทุนหรือกู้ยืมเงิน ก็ควรให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมทุนหรือกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงิน


                     ๒.๔ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ โดยมีข้อสังเกตในส่วนของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติที่เสนอจัดตั้ง โดยระบุว่าให้สำนักงานนี้ปฏิบัติหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการฯ นั้น น่าจะเรียกชื่อสำนักงานฯ เป็นสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อคณะกรรมการ โดยไม่ต้องมีคำว่า “แห่งชาติ” และยังสามารถใช้ชื่อย่อว่า สพธอ. ได้เหมือนกับที่เสนอ


                     ๒.๕ สำนักงาน ก.พ.ร. มีข้อสังเกตว่า การจัดตั้งองค์การมหาชนตามพระราชบัญญัติเฉพาะจะเกิดขึ้นได้เฉพาะกรณีที่หน่วยงานนั้นจำเป็นต้องใช้สิทธิพิเศษหรืออำนาจของรัฐฝ่ายเดียวอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน หากกรณีใดไม่เข้าข่ายตามหลักการนี้ต้องจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน  ทั้งนี้ เพื่อลดภาระทางนิติบัญญัติและการรักษามาตรฐานในการกำกับดูแลหน่วยงานของรัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๐ เรื่องจำแนกประเภทหน่วยงานของรัฐ


                ๓. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ)) ได้พิจารณาความเห็นและข้อสังเกตดังกล่าวแล้ว ได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างฯ ในแต่ละประเด็นสรุปได้ดังนี้


                      (๑) กำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น โดยการจัดทำร่างพระราชบัญญัติสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง เนื่องจากเนื้อหาสาระของกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเป็นกฎหมายกลางที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก จึงไม่ควรกำหนดให้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทำหน้าที่บริหารสำนักงานฯ เพราะจะทำให้มีทั้งส่วนที่เป็นงานวิชาการและส่วนที่เป็นงานบริหารของสำนักงานฯ อีกทั้งสำนักงานฯ ยังมีภารกิจในด้านอื่นนอกจากภารกิจด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ควรกำหนดเรื่องการบริหารของสำนักงานฯ เอาไว้ในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเห็นควรให้มีการแยกบทบัญญัติเรื่องการบริหารสำนักงานฯ เป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง โดยมีคณะกรรมการกำกับสำนักงานฯ ทำหน้าที่บริหารและกำกับการดำเนินงานโดยเฉพาะ


                      (๒) แก้ไขชื่อสำนักงานโดยไม่มีการใช้คำว่า “แห่งชาติ” ต่อท้ายชื่อสำนักงาน (ร่างมาตรา ๕)


                      (๓) กำหนดให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีอำนาจหน้าที่จัดทำแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เสนอต่อคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานที่สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้มีการดำเนินการด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ รวมทั้งกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ร่างมาตรา ๖)


                     ทั้งนี้ ในส่วนการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการนั้น จำเป็นต้องใช้อำนาจรัฐฝ่ายเดียวในการกำกับดูแลให้การประกอบธุรกิจบริการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จึงจำเป็นต้องจัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ


                      (๔) แก้ไขอำนาจหน้าที่ของสำนักงานในเรื่องการเข้าไปถือหุ้น เป็นหุ้นส่วน หรือร่วมลงทุนกับนิติบุคคลอื่น รวมทั้งการกู้ยืมเงิน ให้กระทำได้เฉพาะตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยตัดข้อยกเว้นที่ไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐอีก โดยหากประสงค์จะให้มีการยกเว้นการดำเนินการกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ก็ให้ไปดำเนินการยกเว้นตามกฎหมายนั้นแทน (ร่างมาตรา ๗)

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail