Facebook


ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่..) เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ฯ(National e-Payment Master Plan) เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.60-1 ก.ย.60

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2365 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

พระราชบัญญัติ

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..)

.. ....

_______________

 

………………

………………………………

………………

 

..............................................................................................................................................................................

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร

          ..............................................................................................................................................................................

             มาตรา      พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร  (ฉบับที่ ..) .. ....”

 

             มาตรา    พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.. 2560 เป็นต้นไป

 

             มาตรา    ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 3 ปัณรส แห่งประมวลรัษฎากร

             เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับการเสียภาษีอากร จะเป็นประโยชน์หรือจำเป็นต้องได้มาซึ่งจะทำให้การเสียภาษีอากรมีความถูกต้องเป็นธรรม และเป็นกรณีที่ไม่อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๘๘/๔ ให้อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ครอบครองบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลนั้น ส่งมอบบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือให้ข้อมูลอันจำเป็นอันเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน รายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการ มูลค่าที่ได้รับการขายสินค้าหรือการให้บริการ หรือรายรับ ของบุคคลใด โดยให้ทำเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใด แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันส่งคำสั่ง ทั้งนี้ การออกคำสั่งดังกล่าวสำหรับข้อมูลก่อนปีปัจจุบันนั้นให้กระทำได้ไม่เกินห้าปี

             วิธีการส่งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

             กรณีที่ข้อมูลตามวรรคหนึ่งถูกเก็บในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ให้อธิบดีมีอำนาจตรวจสอบและเข้าถึงหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบหรือเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์นั้นได้” 

            มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของมาตรา 17 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 25) .. 2525

            เพื่อประโยชน์ในการยื่นรายการ อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้การยื่นรายการสามารถกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วย    ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด 

            มาตรา  5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่และวรรคห้าของมาตรา 52 แห่งประมวลรัษฎากร
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 11) .. 2525

            กรณีที่ผู้มีหน้าที่หักภาษีตามวรรคหนึ่งจ่ายเงินได้พึงประเมินโดยวิธีการโอนเงิน หรือวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกันซึ่งธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายเฉพาะ หรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงเปิดให้บริการ ผู้มีหน้าที่หักภาษีจะใช้สิทธิหักภาษีและนำส่งผ่านธนาคารหรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงพร้อมการจ่ายเงินได้พึงประเมินนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

            ให้ธนาคารหรือบุคคลอื่นที่อธิบดีกำหนดตามวรรคสี่มีหน้าที่รับเงินและให้ส่งกรมสรรพากร
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และถ้ามิได้ส่งเงินตามกำหนดหรือส่งไม่ครบถ้วน ให้ธนาคารหรือบุคคลอื่นนั้นรับผิดเท่าจำนวนเงินภาษีที่ได้รับไว้หรือส่งไม่ครบถ้วนให้แก่กรมสรรพากร และเสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ได้รับไว้หรือส่งไม่ครบถ้วน”
 

            มาตรา  6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา 58 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 11) .. 2497

            กรณีที่บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคล ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้ตาม
มาตรา
40 (1) (2) และ (4) ได้หักภาษีและนำส่งตามมาตรา 52 วรรคสี่ อธิบดีจะกำหนดให้ยกเว้นไม่ปฏิบัติตาม (๒) ก็ได้
 

            มาตรา  7   ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) .. 2534

            กรณีที่ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งโดยวิธีการ
โอนเงิน หรือวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกันซึ่งธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายเฉพาะ หรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงเปิดให้บริการ
ตามมาตรา 52 วรรคสี่ ผู้จ่ายจะใช้วิธีการหักภาษีและ
นำส่งผ่านธนาคารหรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และห้นำความตามมาตรา 52 วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม” 

            มาตรา  8   ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) .. 2534

            กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งจำหน่ายเงินกำไรหรือเงินประเภทอื่นใด
ที่กันไว้จากกำไรหรือที่ถือว่าเป็นเงินกำไรออกไปจากประเทศไทยตามวรรคหนึ่ง
โดยวิธีการโอนเงิน หรือวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกันซึ่งธนาคารตามกฎหมาย  ว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายเฉพาะ หรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงเปิดให้บริการตามมาตรา 52วรรคสี่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น

จะใช้วิธีการหักภาษีและนำส่ง
ผ่านธนาคารหรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงนั้นก็ได้ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และ
ให้นำความ
ตามมาตรา 52 วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม” 

            มาตรา  9  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคหกของมาตรา 83 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534

            เพื่อประโยชน์ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้การยื่นแบบแสดงรายการภาษีสามารถกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด 

            มาตรา 10 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคหกของมาตรา 83/5 แห่งประมวลรัษฎากร
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534

            ให้อธิบดีมีอำนาจให้การยื่นรายการตามแบบนำส่งภาษีสามารถกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

             มาตรา 11 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534

            “กรณีผู้จ่ายเงินตามวรรคหนึ่งจ่ายเงินค่าบริการตาม (2) โดยวิธีการโอนเงิน หรือวิธีการอื่นใด
ทำนองเดียวกันซึ่งธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายเฉพาะ หรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงเปิดให้บริการตามมาตรา52วรรคสี่ ผู้จ่ายเงินจะนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านธนาคารหรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และให้นำความตามมาตรา 52 วรรคสี่และวรรคหน้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม” 

            มาตรา 12 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคห้าของมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534

            ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถออกใบกำกับภาษีตามวรรคหนึ่งเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามกฎหมายว่าด้วย   ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด”           

            มาตรา 13 ให้ยกเลิกความในวรรคสามของมาตรา 86/9 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

            ให้นำมาตรา 86 วรรคห้า และมาตรา 86/4 วรรคสอง มาใช้บังคับ และให้ถือว่าใบเพิ่มหนี้ตามมาตรานี้เป็นใบกำกับภาษี 

            มาตรา 14 ให้ยกเลิกความในวรรคสามของมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

            ให้นำมาตรา 86 วรรคห้า และมาตรา 86/4 วรรคสอง มาใช้บังคับ และให้ถือว่าใบลดหนี้ตามมาตรานี้เป็นใบกำกับภาษี 

            มาตรา 15 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา 86/14 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534

            ให้นำมาตรา 86 วรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม” 

            มาตรา 16 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคแปดของมาตรา 91/10 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 34) พ.ศ. 2541  

            เพื่อประโยชน์ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้การยื่นแบบแสดงรายการภาษีสามารถกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

 

            มาตรา 17 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคห้าของมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534

            ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ออกใบรับสามารถออกใบรับเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด”

            มาตรา 18 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๗) ของมาตรา ๑๐๕ ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534

            “(๗) ข้อความอื่นตามที่อธิบดีกำหนด” 

            มาตรา 19 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

 

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 

 

 

..............................................

 

        นายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     


    หลักการอันเป็นสาระสำคัญของร่างกฎหมาย


    1.กำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากรสามารถกกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้การยื่นรายการสามารถกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


    2.กำหนดผู้มีหน้าที่หักและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจ่ายเงินได้พึงประเมินไปยังผู้มีหน้าที่เสียภาษีโดยวิธีการโอนเงินหรือวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกันซึ่งธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายเฉพาะ หรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงเปิดให้บริการ สามารถเลือกหักภาษีและนำส่งผ่านธนาคารหรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงพร้อมการจ่ายเงินได้พึงประเมินนั้นได้


    3. กำหนดให้ธนาคารหรือบุคคลอื่นตามข้อ 2. มีหน้าที่รับเงินและให้ส่งกรมสรรพากร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และกำหนดความรับผิดกรณีที่มิได้ส่งเงินตามกำหนดหรือส่งไม่ครบถ้วน ให้ธนาคารหรือบุคคลอื่นนั้นรับผิดเท่าจำนวนเงินภาษีที่ได้รับไว้หรือส่งไม่ครบถ้วนให้แก่กรมสรรพากร และเสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ได้รับไว้หรือส่งไม่ครบถ้วน


    4. กำหนดให้อธิบดีมีอำนาจยกเว้นการยื่นรายการเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ให้แก่บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคล ซึ่งได้หักและนำส่งภาษีผ่านธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายเฉพาะ หรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงตาม
    ข้อ 2.


    5. กำหนดให้การจัดทำใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ หรือใบรับสามารถจัดทำขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด


    6.  กำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากรสามารถกำหนดให้ใบรับมีข้อความอื่นต้องจากที่กำหนดไว้ในมาตรา 105 ทวิ


    7. กำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากรสามารถออกคำสั่งเรียกให้ผู้ครอบครองบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลอันจำเป็นอันเกี่ยวกับการเสียภาษีอากรของบุคคลใด ส่งมอบบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลนั้น ซึ่งจำเป็นต้องได้มาและจะเป็นประโยชน์อันจะทำให้การเสียภาษีอากรมีความถูกต้อง      เป็นธรรมและไม่อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๘๘/๔ เพื่อให้ได้มา นอกจากนี้ ในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ให้อธิบดีมีอำนาจตรวจสอบและเข้าถึง หรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบหรือเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์นั้นได้


     


     


     



    สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา


    ปัจจุบันพัฒนาการทางเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีการนำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ มีการจัดเก็บข้อมูลในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายในการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ในการส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิทัล และวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
    ให้ขับเคลื่อนได้อย่างจริงจัง โดยสนับสนุนให้มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการปรับปรุงงานบริการภาครัฐ
    จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร เพื่อให้การเสียภาษีอากรมีความสอดคล้องกับรูปแบบ
    ทางธุรกิจในปัจจุบันและเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเสียภาษีอากร



    • ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายขึ้นเพื่อแก้ปัญหา


      เพื่อปรับปรุงบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรให้รองรับจัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภาษีอากร และเพิ่มระบบทางเลือกในการหักนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตลอดจนเพิ่มช่องทางการชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์

  • หลักการอันเป็นสาระสำคัญของร่างกฎหมาย


    1.กำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากรสามารถกกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้การยื่นรายการสามารถกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


    2.กำหนดผู้มีหน้าที่หักและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจ่ายเงินได้พึงประเมินไปยังผู้มีหน้าที่เสียภาษีโดยวิธีการโอนเงินหรือวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกันซึ่งธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายเฉพาะ หรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงเปิดให้บริการ สามารถเลือกหักภาษีและนำส่งผ่านธนาคารหรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงพร้อมการจ่ายเงินได้พึงประเมินนั้นได้


    3.กำหนดให้ธนาคารหรือบุคคลอื่นตามข้อ 2. มีหน้าที่รับเงินและให้ส่งกรมสรรพากร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และกำหนดความรับผิดกรณีที่มิได้ส่งเงินตามกำหนดหรือส่งไม่ครบถ้วน ให้ธนาคารหรือบุคคลอื่นนั้นรับผิดเท่าจำนวนเงินภาษีที่ได้รับไว้หรือส่งไม่ครบถ้วนให้แก่กรมสรรพากร และเสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ได้รับไว้หรือส่งไม่ครบถ้วน


    4.กำหนดให้อธิบดีมีอำนาจยกเว้นการยื่นรายการเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ให้แก่บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคล ซึ่งได้หักและนำส่งภาษีผ่านธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายเฉพาะ หรือบุคคลอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงตาม
    ข้อ 2.


    5.กำหนดให้การจัดทำใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ หรือใบรับสามารถจัดทำขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด


    6.กำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากรสามารถกำหนดให้ใบรับมีข้อความอื่นต้องจากที่กำหนดไว้ในมาตรา105 ทวิ


    7.กำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากรสามารถออกคำสั่งเรียกให้ผู้ครอบครองบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลอันจำเป็นอันเกี่ยวกับการเสียภาษีอากรของบุคคลใด ส่งมอบบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลนั้น ซึ่งจำเป็นต้องได้มาและจะเป็นประโยชน์อันจะทำให้การเสียภาษีอากรมีความถูกต้อง เป็นธรรมและไม่อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๘๘/๔ เพื่อให้ได้มา นอกจากนี้ ในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ให้อธิบดีมีอำนาจตรวจสอบและเข้าถึง หรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบหรือเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์นั้นได้


     


     


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail