Facebook


ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 191 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

โดยที่พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว สมควรแก้ไขปรับปรุงระบบและกลไกการดำเนินงานของสภาวัฒนธรรมให้เป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู วิจัย พัฒนา สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน สืบทอด และ เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมที่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยการส่งเสริมของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบกับปัจจุบันกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัดที่ตั้งตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๑และกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการอย่างเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดประกอบกับคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ จึงจำเป็นต้องควบรวมกองทุนดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก



    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ดังต่อไปนี้


    (๑) แก้ไขเพิ่มเติมให้สภาวัฒนธรรมทุกระดับเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู วิจัย พัฒนา สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน สืบทอด และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔)


    (๒) แก้ไขเพิ่มเติมให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีหน้าที่จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนการ


    ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานของสภาวัฒนธรรม ออกหลักเกณฑ์การยกย่องเชิดชูเกียรติแก่กรรมการและสมาชิกสภาวัฒนธรรม รวมทั้งกำหนดให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสภาวัฒนธรรม (เพิ่มมาตรา ๑๔/๑)


                        (๓) แก้ไขเพิ่มเติมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจสนับสนุนหรืออุดหนุนงบประมาณทั่วไปแก่สภาวัฒนธรรมและองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการสร้างความเข็มแข็งแก่ชุมชน (เพิ่มมาตรา ๑๔/๒)


                      (๔) แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่สภาวัฒนธรรมให้มีหน้าที่อนุรักษ์ ฟื้นฟู วิจัย พัฒนา สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน สืบทอด และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๘)


                       (๕)  แก้ไขเพิ่มเติมที่มาของเงินและทรัพย์สินของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม
    ให้รวมถึงเงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัดตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๑ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐)


                       (๖)  แก้ไขให้โอนเงินงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ และหนี้ของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๑ ไปเป็นของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓





    โดยที่พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ประกาศใช้มาแล้วระยะเวลาหนึ่งปรากฏว่า   การปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติดังกล่าวในส่วนของมาตราที่ว่าด้วยสภาวัฒนธรรมและการดำเนินงานของสภาวัฒนธรรมยังไม่สามารถดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน สืบทอด และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สภาวัฒนธรรมสามารถดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยสภาวัฒนธรรมมีสถานะเป็นองค์กรภาคเอกชน ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมาจากภาคประชาชนที่อาสาเข้ามาทำงานวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยมิได้มีผลตอบแทนใด ๆ ซึ่งต้องการความเป็นอิสระ คล่องตัวและมีศักดิ์ศรีในการดำเนินงาน ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในการทำงานของสภาวัฒนธรรม รวมทั้งขาดการกำหนดหน้าที่งานในเชิงวิชาการด้านการวิจัยของสภาวัฒนธรรม และความไม่ชัดเจนในการสนับสนุนงบประมาณแก่สภาวัฒนธรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  


                 ดังนั้น เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับบทบาทที่แท้จริงของสภาวัฒนธรรม จึงสมควรกำหนดให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของสภาวัฒนธรรม  โดยเป็นผู้จัดทำยุทธศาสตร์การดำเนินงานในภาพรวมของสภาวัฒนธรรม จัดสรรงบประมาณให้สามารถบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ การประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำงานสภาวัฒนธรรม
    เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน รวมทั้งเพิ่มหน้าที่เชิงวิชาการด้านวัฒนธรรมของสภาวัฒนธรรม      และกำหนดหน้าที่และข้อปฏิบัติเพิ่มเติมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในการสนับสนุนงบประมาณแก่สภาวัฒนธรรม
    ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีติเมื่อวันที่      ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ เห็นชอบและอนุมัติให้ควบรวมกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓  และกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด ที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๑ เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ในด้าน   การส่งเสริมวัฒนธรรมซ้ำซ้อน และเพื่อให้เกิดการบูรณาการงานส่งเสริมวัฒนธรรมของทั้งสองกองทุน       ซึ่งมีวัตถุประสงค์เดียวกัน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงจำเป็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อให้สอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย



    • เหตุผลในการตรากฎหมาย

    • โดยที่พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว สมควรแก้ไขปรับปรุงระบบและกลไกการดำเนินงานของสภาวัฒนธรรมให้เป็นองค์กรภาคเอกชนที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากการมส่งเสริมวัฒนธรรมอีกทั้งมีหน้าที่ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู วิจัย พัฒนา สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน สืบทอด และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมที่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยการส่งเสริมและสนับสนุนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบกับกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัดที่ตั้งตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๑ และกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการอย่างเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด จำเป็นต้องควบรวมกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัดเข้ากับกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม

    • การใช้บังคับของกฎหมาย

    • ร่างพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับพร้อมกันในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

    • สภาพบังคับของกฎหมาย

    • ร่างพระราชบัญญัตินี้กำหนดบทบัญญัติให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมและองค์กรปกครอง      ส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนงานของสภาวัฒนธรรม และเกี่ยวกับกองทุนส่งเสริม     งานวัฒนธรรม

  •  


     


     



    ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๓ ใน ๖ ประเด็นสำคัญด้วยกันประกอบด้วย


     


    (๑)แก้ไขเพิ่มเติมให้สภาวัฒนธรรมทุกระดับที่ตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๓ มีสถานภาพเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ดำเนินงานวัฒนธรรมโดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม


     


    (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔)


     


                    (๒) แก้ไขเพิ่มเติมให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีหน้าที่จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานของสภาวัฒนธรรม ออกหลักเกณฑ์การยกย่องเชิดชูเกียรติแก่กรรมการ สมาชิกสภาวัฒนธรรมที่ทำคุณประโยชน์ต่อสภาวัฒนธรรมตามที่อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกำหนด รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการบริหารงานของสภาวัฒนธรรม (เพิ่มมาตรา ๑๔/๑)


     


                    (๓) แก้ไขเพิ่มเติมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอาจสนับสนุนหรืออุดหนุนงบประมาณทั่วไปให้แก่สภาวัฒนธรรมหรือองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรม ในการจัดกิจกรรมได้ (เพิ่มมาตรา ๑๔/๒)


     


                   (๔)กำหนดให้สภาวัฒนธรรมมีหน้าที่ทางด้านวิจัยเพิ่มขึ้น ให้ยกเลิกความใน (๔) ของมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้สภาวัฒนธรรมทุกระดับมีหน้าที่ดังต่อไปนี้  ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมจัดกิจกรรมขององค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู วิจัย พัฒนา สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน สืบทอด และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม (แก้ไข (๔) ของมาตรา ๑๘)


     


                   (๕)แก้ไขเพิ่มเติมที่มาของเงินและทรัพย์สินของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ให้รวมถึงเงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัดตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๑ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐)


                   (๖)แก้ไขให้โอนเงินงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ และหนี้ของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๑ ไปเป็นของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓


     


     


     


     

    • ข้อ ๑
    • ประเด็นหลักการและเหตุผล

    • ข้อ ๒
    • ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมให้สภาวัฒนธรรมทุกระดับที่ตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๓ มีสถานภาพเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ดำเนินงานวัฒนธรรมโดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔)


    • ข้อ ๓

    • ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีหน้าที่จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานของสภาวัฒนธรรม ออกหลักเกณฑ์การยกย่องเชิดชูเกียรติแก่กรรมการ สมาชิกสภาวัฒนธรรมที่ทำคุณประโยชน์ต่อสภาวัฒนธรรมตามที่อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกำหนด รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการบริหารงานของสภาวัฒนธรรม (เพิ่มมาตรา ๑๔/๑)

    • ข้อ ๔


    • ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอาจสนับสนุนหรืออุดหนุนงบประมาณทั่วไปให้แก่สภาวัฒนธรรมหรือองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมในการจัดกิจกรรมได้ (เพิ่มมาตรา ๑๔/๒)

    • ข้อ ๕

    • ประเด็นกำหนดให้สภาวัฒนธรรมมีหน้าที่ทางด้านวิจัยเพิ่มขึ้น ให้ยกเลิกความใน (๔) ของมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้สภาวัฒนธรรมทุกระดับมีหน้าที่ดังต่อไปนี้  ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมจัดกิจกรรมขององค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู วิจัย พัฒนา สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน สืบทอด และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม (แก้ไข (๔) ของมาตรา ๑๘)

    • ข้อ ๖

    • ประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมที่มาของเงินและทรัพย์สินของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ให้รวมถึงเงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัดตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๑ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐)

    • ข้อ ๗

    • ประเด็นแก้ไขให้โอนเงินงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ และหนี้ของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๑ ไปเป็นของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓



         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail