Facebook


ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและขจัดการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 375 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

กระทรวงแรงงาน ขอเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำร่างพระราชบัญญัติป้องกันและขจัดการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ พ.ศ. .... จากประชาชนทั่วไปและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอย่างรอบด้าน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตามกฎหมาย ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 โดยสามารถเสนอข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ และตอบแบบสอบถามความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 26 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ 2561 ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

• เว็บไซต์กระทรวงแรงงาน โดยเข้าสู่แบบสอบถามออนไลน์ https://sites.google.com/view/ccpl-mol

• ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์   This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

• ทางโทรศัพท์มือถือ โดยสแกน QR Code ด้านล่างนี้

ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและขจัดการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ



    -สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา


     ประเทศไทยยังไม่มีบทบัญญัติตามกฎหมายถึงการกำหนดลักษณะความผิดเกี่ยวกับ


    การกระทำอันเป็นความผิดฐานใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับที่ไม่เข้าข่ายค้ามนุษย์


    ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเกณฑ์


    หรือแรงงานบังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งไม่มีกลไกในการคุ้มครอง ช่วยเหลือ


    เยียวยา ผู้เสียหายที่ตกเป็นแรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าว


    ทำให้แรงงานไม่ได้รับการคุ้มครอง ช่วยเหลือ เยียวยา ตามมาตรฐานสากล 


    และทำให้ประเทศไทยถูกกล่าวหาอยู่เนือง ๆ ว่ามีการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ


    ในเวทีนานาชาติ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศ



    • ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมาย
    • -ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมาย


        เพื่อให้มีกฎหมายที่มีการลักษณะการกระทำอันเป็นความผิดฐานใช้แรงงานเกณฑ์


      หรือแรงงานบังคับ สาหรับเป็นเครื่องมือในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด 


      และมีกลไกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ 


      ตลอดจนมาตรการในการคุ้มครอง ช่วยเหลือ และเยียวยาผู้เสียหายจากการ


      ใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน 


      สิทธิแรงงาน และสิทธิทางสังคม อันจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านแรงงาน


      เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

  • หลักการอันเป็นสาระสำคัญของกฎหมายที่จะตราขึ้้น


    ร่างพระราชบัญญัติการป้องกันและขจัดการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ พ.ศ. .... มีสาระสาคัญ ดังนี้


    3.1 กำหนดนิยามของแรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ หมายความว่า “งานหรือบริการทุกชนิด 


         ซึ่งเกณฑ์เอาจากบุคคลใดๆ โดยการขู่เข็ญการลงโทษ และซึ่งบุคคลดังกล่าวนั้นมิได้สมัครใจที่จะทำเอง” 


         ทั้งนี้โดยอ้างอิงจากนิยามตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ


    3.2 กาหนดลักษณะความผิดฐานแรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ ดังนี้ “ผู้ใดโดยทุจริตบีบบังคับ ข่มขืนใจ 


          โดยใช้บทลงโทษทางกฎหมาย มาตรการทางวินัย หรือมาตรการตัดสิทธิประโยชน์อื่นใด 


          โดยไม่เป็นธรรม เพื่อให้ผู้อื่นต้องทางานหรือบริการให้แก่ตนเอง หรือบุคคลที่สามโดยไม่สมัครใจ 


          ผู้นั้นกระทำความผิด ฐานแรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ”


    3.3 กำหนดบทลงโทษที่มีความเหมาะสมกับการกระทาความผิดฐานแรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ 


          โดยให้มีการเพิ่มโทษกับผู้กระทำความผิดที่กระทำผิดต่อผู้เสียหายที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ 


          หรือผู้มีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ รวมทั้งเพิ่มโทษสำหรับกรณีที่ทำให้ผู้เสียหาย


         ได้รับอันตรายสาหัส หรือ เป็นโรคร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต หรือถึงแก่ความตาย


    3.4 กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายถึง พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และให้หมายความ


          รวมถึงผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้อานาจหน้าที่ในการตรวจค้นบุคคล 


          ยานพาหนะ เคหสถานหรือสถานที่ใด ๆ เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีพยานหลักฐานในการใช้แรงงานเกณฑ์


          หรือแรงงานบังคับ เพื่อพบและช่วยบุคคลที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทาความผิดฐานแรงงานบังคับ


    3.5 กำหนดมาตรการในการการช่วยเหลือ เยียวยา และคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ


    3.6 กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการป้องกันและขจัดปัญหาการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ 


         เพื่อใช้ในการช่วยเหลือและเยียวยา คุ้มครองความปลอดภัย ผู้เสียหายจากการกระทำความผิด


         ฐานแรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ รวมทั้งช่วยเหลือผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานแรงงานเกณฑ์


        หรือแรงงานบังคับในต่างประเทศให้เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรหรือถิ่นที่อยู่ ตลอดจนใช้ในการบริหาร


        จัดการเพื่อป้องกันและขจัดปัญหาการใช้แรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ ซึ่งรวมไปถึงการช่วยเหลือและ


        อุดหนุนหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน ในการช่วยเหลือ เยียวยา คุ้มครองความปลอดภัย จัดที่พักอาศัย 


         อาหาร และเครื่องดื่ม ให้แก่ผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานแรงงานเกณฑ์หรือแรงงานบังคับ


    3.7 พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ งานดังต่อไปนี้ 


          (1) งานหรือบริการซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการเกณฑ์ทหาร 


          (2) งานหรือบริการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่พลเมืองทั่วไปของประเทศ 


          (3) งานหรือบริการ ที่เป็นโทษตามคาพิพากษาของศาล 


          (4) งานหรือบริการเพื่อประโยชน์สาธารณะในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน เกิดสงคราม หรือภัยพิบัติ 


          (5) งานหรือบริการ สาหรับชุมชนของตนเองและทาเพื่อส่วนรวมของชุมชนตนเองโดยแท้


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail