Facebook


ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 6144 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

บันทึกหลักการและเหตุผล

ประกอบร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์

พ.ศ. ....

 

 

หลักการ

ให้มีกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์

 

เหตุผล

โดยที่คดีทางการแพทย์เป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากคดีทั่วไป เพราะเป็นคดีที่มีมูลเหตุมาจากการบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งลักษณะของการให้บริการเกี่ยวข้องกับร่างกายและจิตใจ ของบุคคล โดยผลของการให้บริการอาจไม่เป็นไปตามความคาดหมาย เนื่องจากระบบขั้นตอนของการบริการ  ด้านการแพทย์และสาธารณสุข มีความซับซ้อนของโรคหรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสุขภาพเดิม ของตัวผู้รับบริการเองด้วย ซึ่งการพิจารณาคดีทางการแพทย์จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีความรู้ และประสบการณ์มาให้ความเห็นประกอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงควรมีระบบการไกล่เกลี่ย และการพิจารณาคดีทางการแพทย์เป็นการเฉพาะโดยใช้ระบบไต่สวน และให้มีขั้นตอนการเสนอความเห็น ด้านมาตรฐานวิชาชีพโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ศาลแต่งตั้งขึ้นในแต่ละคดีเพื่อให้ความเห็นประกอบการพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลในแต่ละคดี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

ร่าง

พระราชบัญญัติ

วิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์

พ.ศ. ....

 

 

.................................................

.................................................

.................................................

 

.............................................................................................................................................................................................

 

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์

 

..............................................................................................................................................................................................

 

    พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ... มาตรา .... มาตรา .... และมาตรา .... ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

 

    เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อ ... ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

 

..............................................................................................................................................................................................

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์ พ.ศ. ....”

 

มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ    ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

 

มาตรา ๓  ในพระราชบัญญัตินี้

“คดีทางการแพทย์” หมายความว่า คดีที่มีมูลเหตุมาจากการบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งให้แก่บุคคลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพ และให้รวมถึงการบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตามกฎหมายของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์

“ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์” หมายความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ตามพระราชบัญญัตินี้  

“มาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า วิธีการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับจากสภาวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดูแล รักษาและให้การบริบาลแก่ผู้ป่วยเป็นสำคัญ

“ก.บ.ศ.” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

“ก.ศ.” หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

“เจ้าพนักงานคดี” หมายความว่า บุคคลที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๔  ให้มีเจ้าพนักงานคดีทำหน้าที่ช่วยเหลือศาลในการดำเนินคดีทางการแพทย์ ตามที่ศาลมอบหมาย ดังต่อไปนี้

(๑) ไกล่เกลี่ยคดีทางการแพทย์

(๒) ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน

(๓) บันทึกคำพยาน

(๔) ดำเนินการให้มีการคุ้มครองสิทธิของคู่ความทั้งก่อนและระหว่างการพิจารณา

(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาในการทำหน้าที่ช่วยเหลือนั้น

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานคดีเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและให้มีอำนาจมีหนังสือเรียกบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาให้ข้อมูล หรือให้จัดส่งเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามอำนาจหน้าที่

   หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานคดีให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา

 

มาตรา ๕  ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานคดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางกฎหมายหรือปริญญาเอกทางกฎหมาย

(๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางกฎหมาย เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา

และได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามที่ ก.ศ. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๓) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางกฎหมายและปริญญาในสาขาวิชาอื่นที่ ก.ศ. กำหนด ซึ่งไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและได้ประกอบวิชาชีพตามที่ ก.ศ. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี

    ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานคดี ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ ก.ศ. กำหนด

 

มาตรา ๖  ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจออกข้อกำหนดโดยความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อให้กระบวนพิจารณาคดีทางการแพทย์ดำเนินไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม แต่ข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้สิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความลดน้อยลง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

    ข้อกำหนดและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

หมวด ๑

บททั่วไป

มาตรา ๗  กระบวนพิจารณาคดีทางการแพทย์ให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว  ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ และข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติและข้อกำหนดดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๘  ในกรณีมีปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีทางการแพทย์หรือไม่ ให้ประธานศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ได้กระทำไปก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยนั้น

    การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีทางการแพทย์ต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา แต่ถ้าเป็นการขอในคดีอื่นต้องกระทำอย่างช้าในวันชี้สองสถานหรือวันสืบพยานในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน หรือในวันตรวจพยานหลักฐานหรือวันสืบพยานในกรณีไม่มีการตรวจพยานหลักฐาน ทั้งนี้ หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วห้ามมิให้มีการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก และเมื่อได้รับคำขอจากศาลชั้นต้นแล้ว ให้ประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยและแจ้งผลไปยังศาลชั้นต้นโดยเร็ว

    เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว การดำเนินการใด ๆ ระหว่างศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ตามมาตรานี้จะดำเนินการโดยทางโทรสารหรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นใดก็ได้

 

มาตรา ๙ ในกรณีที่ปรากฏว่ามีข้อผิดระเบียบหรือผิดหลงในการดำเนินกระบวนพิจารณาของคู่ความฝ่ายใด ให้ศาลสั่งให้คู่ความที่ดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบหรือผิดหลงนั้นทำการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่ศาลเห็นสมควรกำหนด เว้นแต่ข้อผิดระเบียบหรือผิดหลงดังกล่าวเกิดจากความไม่สุจริตของคู่ความฝ่ายนั้น

 

มาตรา ๑๐ ในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรืออนามัย โดยผลจากการบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้เสียหายต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในสามปีนับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหาย และรู้ตัว ผู้จะพึงต้องใช้ค่าเสียหาย แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มูลเหตุเกิดขึ้น 

 

มาตรา ๑๑  ถ้ามีการเจรจาเกี่ยวกับค่าเสียหายที่พึงจ่ายระหว่างผู้ที่เข้าใจกันว่าต้องรับผิดชอบใช้ค่าเสียหายและผู้มีสิทธิได้ค่าเสียหาย ให้อายุความสะดุดหยุดอยู่ไม่นับในระหว่างนั้นจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้บอกเลิกการเจรจา

 

มาตรา ๑๒ ระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้นำมาใช้บังคับ หรือระยะเวลาตามที่ศาลกำหนดไว้ เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความร้องขอ ศาลมีอำนาจย่นหรือขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

 

มาตรา ๑๓  ให้มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ประกอบด้วย

(๑) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมูลเหตุแห่งคดี จำนวนสองคน

(๒) คณบดีในมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับมูลเหตุแห่งคดี จำนวนหนึ่งคน

(๓) ผู้อำนวยการสถานพยาบาลในสังกัดของรัฐ จำนวนหนึ่งคน

(๔) ผู้แทนสภาวิชาชีพหรือกรรมการวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับมูลเหตุแห่งคดี จำนวนสองคน

    การแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งของแต่ละคดี ให้ศาลเป็นผู้แต่งตั้งจากบัญชีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ประธานศาลฎีการ่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจัดทำขึ้นตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา

    ให้กรรมการที่ศาลแต่งตั้งประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และให้สภาวิชาชีพซึ่งมีผู้แทนสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับมูลเหตุแห่งคดีเป็นกรรมการนั้น แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสภาวิชาชีพนั้นเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

    ให้กรรมการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการตามมาตรานี้มีสิทธิได้รับค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักตามระเบียบที่กำหนดโดย ก.บ.ศ.

 

มาตรา ๑๔  กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(ก) คุณสมบัติทั่วไป

    (๑) มีสัญชาติไทย และ

    (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์

(ข) คุณสมบัติเฉพาะ

    (๑) มีความรู้และความเชี่ยวชาญในวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกในวิชาชีพแต่ละสาขาวิชาชีพที่สภาวิชาชีพนั้น ๆ รับรอง หรือ

    (๒) มีประสบการณ์ทำงานทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปี

(ค) ลักษณะต้องห้าม

    (๑) มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางตรงหรือทางอ้อมกับคู่ความ

    (๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

    (๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๔) เคยได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาต     ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพนั้นๆ 

    (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

คุณสมบัติตามข้อ (ข) ให้ใช้เฉพาะกับกรรมการตามมาตรา ๑๓ (๑) และ (๔) เท่านั้น

 

มาตรา ๑๕  ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓ มีหน้าที่จัดทำความเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพและข้อเท็จจริงทางการแพทย์และสาธารณสุขภายใต้ความสามารถและข้อจำกัดตามภาวะวิสัยและพฤติการณ์ที่มีอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ ของมูลเหตุแห่งคดีเพื่อประกอบการพิจารณาของศาล โดยให้มีความเห็นเป็นหนังสือต่อศาลที่พิจารณาคดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

    ในกรณีจำเป็นที่ไม่อาจให้ความเห็นภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการขอขยายระยะเวลาต่อศาลออกไปได้อีกสามสิบวันนับแต่วันครบกำหนดแต่ไม่เกินสองครั้ง

  ในกรณีข้อเท็จจริงแห่งคดีไม่เพียงพอต่อการให้ความเห็นต่อศาล ให้คณะกรรมการแจ้งศาลเพื่อทราบและพิจารณาให้มีการจัดส่งข้อเท็จจริงในคดีเพิ่มเติมต่อไป

    ความเห็นตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสรุปข้อเท็จจริง เหตุผลในการให้ความเห็นและข้อมูลทางวิชาการที่อ้างอิง ทั้งนี้ แบบของความเห็นให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา 

 

มาตรา ๑๖  การประชุมเพื่อจัดทำความเห็นของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

    ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการในที่ประชุมแทน

    ความเห็นของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุม 

 

มาตรา ๑๗  คณะกรรมการต้องให้ข้อมูลหรือความคิดเห็นโดยสุจริต และต้องไม่รับผลประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจากคู่ความหรือผู้อื่นที่เกี่ยวข้องในคดี

    ถ้าคณะกรรมการได้ให้ความเห็นโดยสุจริตแล้ว ย่อมเป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวกรรมการผู้นั้นในทางใดมิได้

 

หมวด ๒

การฟ้องและการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น

 

มาตรา ๑๘  การฟ้องคดีทางการแพทย์ให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง แต่ไม่รวมถึงความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นที่สุด

    ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่าโจทก์นำคดีมาฟ้องโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เรียกร้องค่าเสียหายเกินสมควร ประพฤติตนไม่เรียบร้อย ดำเนินกระบวนพิจารณาอันมีลักษณะเป็นการประวิงคดีหรือที่ไม่จำเป็น หรือมีพฤติการณ์อื่นที่ศาลเห็นสมควร ศาลอาจมีคำสั่งให้บุคคลนั้นชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ได้รับการยกเว้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนต่อศาล ภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดก็ได้ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

    ในกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ถ้าศาลเห็นว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของคู่ความทั้งสองฝ่าย ให้ศาลพิพากษาในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม โดยสั่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นชำระต่อศาลในนามของผู้ฟ้องคดีทางการแพทย์ ซึ่งค่าฤชาธรรมเนียมที่ผู้ฟ้องคดีทางการแพทย์นั้นได้รับยกเว้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามที่ศาลเห็นสมควร

 

มาตรา ๑๙  การฟ้องคดีทางการแพทย์ โจทก์จะฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ ในกรณีที่โจทก์ประสงค์จะฟ้องด้วยวาจา ให้เจ้าพนักงานคดีจัดให้มีการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องแล้วให้โจทก์ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

    คำฟ้องต้องมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับชัดเจนพอที่จะทำให้เข้าใจได้ หากศาลเห็นว่าคำฟ้องนั้นไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้

 

มาตรา ๒๐  ภายหลังที่ได้มีการฟ้องคดีทางการแพทย์แล้ว หากมีการเสนอคำฟ้องเข้ามาในคดีดังกล่าวไม่ว่าโดยวิธีฟ้องเพิ่มเติม ฟ้องแย้ง หรือโดยสอดเข้ามาในคดี หรือหากศาลมีคำสั่งให้รวมพิจารณา คดีแพ่งอื่นใดเข้ากับคดีทางการแพทย์ให้ถือว่าคดีในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องซึ่งได้ยื่นภายหลังและคดีที่ศาลสั่ง    ให้รวมพิจารณาเหล่านั้นเป็นคดีทางการแพทย์ตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

 

มาตรา ๒๑  ถ้าบุคคลใดเกรงว่าพยานหลักฐานที่ตนอาจต้องอ้างอิงในภายหน้าจะสูญหายหรือยากแก่การนำมาเมื่อมีการฟ้องเป็นคดีทางการแพทย์ หรือถ้าคู่ความฝ่ายใดในคดีทางการแพทย์เกรงว่าพยานหลักฐานที่ตนจำนงจะอ้างอิงจะสูญหายก่อนที่จะนำมาสืบหรือเป็นการยากที่จะนำมาสืบในภายหลังบุคคลนั้นหรือคู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานนั้นไว้ทันทีก็ได้

   เมื่อศาลได้รับคำขอเช่นว่านั้น ให้ศาลหมายเรียกผู้ขอและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องมาศาล และเมื่อได้ฟังบุคคลเหล่านั้นแล้ว ให้ศาลสั่งคำขอตามที่เห็นสมควร ถ้าศาลสั่งอนุญาตตามคำขอ ก็ให้สืบพยานหลักฐานไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ส่วนรายงานและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนั้นให้ศาลเก็บรักษาไว้

    ในกรณีที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรและยังมิได้เข้ามาในคดีนั้น เมื่อศาลได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลสั่งคำขอนั้นอย่างคำขออันอาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว และถ้าศาลสั่งอนุญาตตามคำขอแล้วให้สืบพยานไปฝ่ายเดียว

 

มาตรา ๒๒  ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน เมื่อมีการยื่นคำขอตามมาตรา ๒๑ ผู้ยื่นคำขอจะยื่นคำร้องรวมไปด้วยเพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือออกหมายตามที่ขอโดยไม่ชักช้า และถ้าจำเป็นจะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานที่ขอสืบไว้ก่อนโดยมีเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้

    ให้นำมาตรา ๒๖๑ มาตรา ๒๖๒ มาตรา ๒๖๓ มาตรา ๒๖๗ มาตรา ๒๖๘ และมาตรา ๒๖๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่กรณีตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม

 

มาตรา ๒๓  เมื่อศาลสั่งรับคำฟ้องแล้ว ให้ศาลกำหนดวันนัดพิจารณาโดยเร็ว และออกหมายเรียกจำเลยให้มาศาลตามกำหนดนัดเพื่อการไกล่เกลี่ย ให้การและสืบพยานในวันเดียวกัน ทั้งนี้ ให้ศาลส่งสำเนาคำฟ้องหรือสำเนาบันทึกคำฟ้องให้จำเลย และสั่งให้โจทก์มาศาลในวันนัดพิจารณานั้นด้วย

    จำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันนัดพิจารณาตามวรรคหนึ่งก็ได้

 

มาตรา ๒๔  ภายหลังจากจำเลยยื่นคำให้การแล้ว ให้ศาลแต่งตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓ และจัดส่งข้อเท็จจริงแห่งคดี เพื่อให้คณะกรรมการจัดทำความเห็นตามมาตรา ๑๕ และรวมไว้ในสำนวนของศาล โดยแจ้งให้คู่ความทุกฝ่ายทราบ และให้โอกาสคู่ความตามสมควรในอันที่จะขอให้เรียกผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญฝ่ายตนมาให้ความเห็นโต้แย้งหรือเพิ่มเติมความเห็นของคณะกรรมการได้

 

มาตรา ๒๕  ในกรณีที่เป็นคดีทางการแพทย์ที่เกิดจากการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในวันนัดพิจารณาเมื่อโจทก์และจำเลยมาพร้อมกันแล้ว ให้เจ้าพนักงานคดีหรือบุคคลที่ศาลกำหนดหรือที่คู่ความตกลงกัน ทำการไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันก่อน โดยให้ถือว่า คดีทางการแพทย์มีลักษณะพิเศษอันควรระงับลงได้ด้วยความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อไป

    ในการไกล่เกลี่ย ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอหรือผู้ไกล่เกลี่ยเห็นสมควร ผู้ไกล่เกลี่ยจะสั่งให้ดำเนินการเป็นการลับเฉพาะต่อหน้าตัวความทุกฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้

    นอกเหนือจากการไกล่เกลี่ย ศาลอาจแสวงหาแนวทางให้มีการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกแบบอื่นได้ ตามที่ศาลเห็นสมควรและคู่ความยินยอม

    หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการไกล่เกลี่ยหรือการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกแบบอื่น ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา

 

มาตรา ๒๖  ถ้าคู่ความไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความกันได้ตามมาตรา ๒๕ และจำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การ ให้ศาลจัดให้มีการสอบถามคำให้การของจำเลยโดยจำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือ หรือจะให้การด้วยวาจาก็ได้ ในกรณีที่ยื่นคำให้การเป็นหนังสือ หากศาลเห็นว่าคำให้การดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้ ในกรณีให้การด้วยวาจา ให้ศาลจัดให้มีการบันทึกคำให้การนั้นและให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

    ถ้าจำเลยไม่ให้การตามวรรคหนึ่ง และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การ ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

 

มาตรา ๒๗  ในกรณีที่เป็นคดีทางการแพทย์ที่เกิดจากการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่ง     และพาณิชย์ เมื่อโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา ๒๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ไม่ว่าจำเลยจะมาศาลหรือไม่ ให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ เว้นแต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีศาลจะเห็นสมควรให้พิจารณาและชี้ขาด   ตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว โดยให้ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา

   เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามมาตรา ๒๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถ้าจำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การไว้ ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแต่เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าจำเลยได้ยื่นคำให้การไว้ก่อนหรือในวันนัดดังกล่าว ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา

 

มาตรา ๒๘  ก่อนการสืบพยาน ให้ศาลแจ้งประเด็นข้อพิพาทให้คู่ความทราบและจะกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานมาสืบก่อนหรือหลังก็ได้

 

มาตรา ๒๙  เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในอันที่จะให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี ให้ศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควร ในการนี้ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้เจ้าพนักงานคดีตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่จำเป็นแล้วรายงานให้ศาลทราบ รวมทั้งมีอำนาจเรียกหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลหรือให้จัดส่งพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาได้

    พยานหลักฐานที่ได้มาตามวรรคหนึ่งต้องให้คู่ความทุกฝ่ายทราบและไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะโต้แย้งพยานหลักฐานดังกล่าว

 

มาตรา ๓๐  ในการสืบพยาน ไม่ว่าจะเป็นพยานที่คู่ความฝ่ายใดอ้างหรือที่ศาลเรียกมาเอง ให้ศาลเป็นผู้ซักถามพยาน คู่ความหรือทนายความจะซักถามพยานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาล

    ให้ศาลมีอำนาจซักถามพยานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างก็ตาม

 

มาตรา ๓๑  การนั่งพิจารณาสืบพยาน ให้ศาลนั่งพิจารณาคดีติดต่อกันไปโดยไม่เลื่อนคดีจนกว่าจะเสร็จการพิจารณา เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ ศาลจะมีคำสั่งเลื่อนได้ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน

 

มาตรา ๓๒ ศาลอาจขอให้กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาคดีได้ แต่ต้องให้คู่ความทุกฝ่ายทราบและให้โอกาสคู่ความตามสมควร ในอันที่จะขอให้เรียกผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญฝ่ายตนมาให้ความเห็นโต้แย้งหรือเพิ่มเติมความเห็น  ของคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว

    กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาให้ความเห็นมีสิทธิได้รับค่าป่วยการ 

    ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักตามระเบียบที่กำหนดโดย ก.บ.ศ.

 

หมวด ๓

การทำคำพิพากษาหรือคำสั่ง อุทธรณ์ ฎีกา วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง

 

มาตรา ๓๓  การทำคำพิพากษาหรือคำสั่ง อุทธรณ์ ฎีกา วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และการบังคับคดีทางการแพทย์ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมาย  วิธีพิจารณาความอาญา หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

มาตรา ๓๔  ในคดีทางการแพทย์ ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่าจำนวนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง ไม่ถูกต้องหรือวิธีการบังคับตามคำขอของโจทก์ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขเยียวยาความเสียหายตามฟ้อง ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องหรือกำหนดวิธีการบังคับให้เหมาะสมได้แม้จะเกินกว่าที่ปรากฏในคำขอบังคับของโจทก์ก็ตาม แต่ข้อที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่คู่ความยกขึ้นมาว่ากล่าวกันแล้วโดยชอบ

 

มาตรา ๓๕  ในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นแก่ร่างกาย สุขภาพ หรืออนามัย และในเวลาที่พิพากษาคดีเป็นการพ้นวิสัยจะหยั่งรู้ได้แน่ว่าความเสียหายนั้นมีแท้จริงเพียงใด ศาลอาจกล่าวในคำพิพากษา   หรือคำสั่งว่ายังสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นอีกภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด      ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง แต่ก่อนการแก้ไขต้องให้โอกาสคู่ความอีกฝ่ายที่จะคัดค้าน

 

บทเฉพาะกาล

 

มาตรา ๓๖  บรรดาคดีทางการแพทย์ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ศาลนั้นมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป และให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับจนกว่าคดีนั้นจะถึงที่สุด

 

 

ผู้รับสนองพระราชโองการ

 

.........................................

       นายกรัฐมนตรี

 

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    ให้มีกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์



        เนื่องจากคดีทางการแพทย์ในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้ให้บริการและผู้รับบริการสาธารณสุขอยู่ในภาวะตึงเครียด เกิดความ   ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน โดยผู้รับบริการต้องการได้รับบริการที่ได้มาตรฐาน ส่วนผู้ให้บริการเกรงว่าจะถูกฟ้องจากการให้บริการทางการแพทย์ดังกล่าว อันทำให้บุคลากรทางการแพทย์เกิดความวิตกกังวลจนทำให้เกิดผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลและการให้บริการระบบสุขภาพของประเทศโดยส่วนรวมและการวินิจฉัยในการรักษาหรือทำหัตถการโดยไม่จำเป็น ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและทำให้ผู้รับบริการต้องรอการตรวจนานขึ้น ตลอดจนทำให้มีการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าโดยไม่จำเป็น


        และในปัจจุบันนี้คดีทางการแพทย์ศาลได้ตีความว่าคดีเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดให้ภาระการพิสูจน์เป็นของจำเลย ซึ่งเป็นภาระที่หนักและยุ่งยากมาก ตลอดจนการยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคจะได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม รวมทั้งการพิจารณาคดีที่รวดเร็ว จนทำให้การพิจารณาอาจจะไม่ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อน ซึ่งการกำหนดให้ลักษณะการดำเนินคดีทางการแพทย์เป็นคดีผู้บริโภค จึงไม่สอดคล้องกับบริบทของการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข ประกอบกับการรักษาพยาบาลโดยโรงพยาบาลของรัฐเป็นการให้บริการสาธารณะโดยมิได้แสวงหาผลกำไรและเป็นการให้บริการตามอำนาจหน้าที่ของรัฐ การดำเนินคดีทางการแพทย์โดยใช้วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค จึงเกิดผลกระทบต่อผู้รับบริการ ผู้ใหบริการ สังคม เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงเห็นควรที่จะต้องมีวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์เป็นการเฉพาะที่แตกต่างจากคดีแพ่ง คดีผู้บริโภค และคดีอาญาทั่วไป



    •     คดีทางการแพทย์เป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากคดีทั่วไป เพราะเป็นคดีที่มีมูลเหตุมาจากการบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งลักษณะของการให้บริการเกี่ยวข้องกับร่างกายและจิตใจของบุคคล โดยผลของการให้บริการอาจไม่เป็นไปตามความคาดหมาย เนื่องจากระบบขั้นตอนของการบริการ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข    มีความซับซ้อนของโรคหรือปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสุขภาพเดิมของตัวผู้รับบริการเองด้วย ซึ่งการพิจารณาคดีทางการแพทย์จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีความรู้และประสบการณ์มาให้ความเห็นประกอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงควรมีระบบการไกล่เกลี่ย และการพิจารณาคดีทางการแพทย์เป็นการเฉพาะโดยใช้ระบบไต่สวน และให้มีขั้นตอนการเสนอความเห็นด้านมาตรฐานวิชาชีพโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ศาลแต่งตั้งขึ้นในแต่ละคดีเพื่อให้ความเห็นประกอบการพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลในแต่ละคดี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • เห็นด้วยหรือไม่กับการมีพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์ พ.ศ. ....? เพราะเหตุใด?
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail