Facebook


ร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ....(เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 13 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2561)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 842 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

 

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     


    ๑. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๖ วรรคสาม ได้บัญญัติไว้ว่า “...รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว” และมาตรา ๒๕๘ ข. (๔) บัญญัติไว้ว่า “ให้มีการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงานบุคคลภาครัฐเพื่อจูงใจให้ผู้มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริงเข้ามาทำงานในหน่วยงานของรัฐ และสามารถเจริญก้าวหน้าได้ตามความสามารถและผลสัมฤทธิ์ของงานของแต่ละบุคคล มีความซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจ และกระทำในสิ่งที่ถูกต้องโดยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มีความคิดสร้างสรรค์และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้การปฏิบัติราชการและการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาตรการคุ้มครองป้องกันบุคลากรภาครัฐจากการใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมของผู้บังคับบัญชา”


     


    ๒. การพัฒนาประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และมีเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้
    ปานกลางภายใต้โมเดล “ประเทศไทย ๔.๐” เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และมุ่งเน้นการพัฒนามิติต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาข้าราชการให้มีคุณธรรม จริยธรรมเพื่อสร้างราชการที่ปลอดคอร์รัปชั่น ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ซื่อตรง โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และมีคุณธรรม


     


    ๓. คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙ มีมติมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ  เครืองาม) กำกับดูแลให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบการดำเนินการเตรียมการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ ก.พ. รับผิดชอบการจัดทำมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรมบุคคลของหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๗๖ วรรคสาม และมาตรา ๒๕๘ ข.(๔) ร่วมกับองค์กรกลางบริหารงานบุคคลประเภทต่าง ๆ


     


    ๔. คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ได้จัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่อง “แนวทางการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมและการบังคับใช้ในกระบวนการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐ”เพื่อให้การกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม และการกำหนดประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีการนำไปใช้ถือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและมีสภาพบังคับอย่างแท้จริง สรุปได้ดังนี้


     


                       ๔.๑ เสนอให้มีคณะกรรมการกลางในการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรม โดยจัดทำ “ร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ....” เพื่อให้มีคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.) ทำหน้าที่จัดทำและปรับปรุงมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น รวมถึงเสนอแนะและให้คำแนะนำแก่องค์กรกลางการบริหารงานบุคคลของรัฐในการจัดทำและปรับปรุงประมวลจริยธรรม ซึ่งองค์ประกอบของ ก.ม.จ. จะมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ผู้แทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นรองประธาน ผู้แทนขององค์การกลางบริหารงานบุคคลต่าง ๆ เป็นกรรมการ มีเลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีสำนักงาน ก.พ. ทำหน้าที่สำนักงานเลขานุการของ ก.ม.จ.


     


                       ๔.๒ เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการต่าง ๆ ในการกำหนดประมวลจริยธรรม โดยให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคล มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดทำประมวลจริยธรรม เพื่อกำหนดเนื้อหาในทางจริยธรรม กลไก และข้อบังคับต่าง ๆ รวมทั้งการให้นำมาตรฐานทางจริยธรรมไปใช้ในการบริหารงานบุคคลขั้นตอนต่าง ๆ ให้ชัดเจนเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทอื่นต่อไป โดยกำหนดให้มีหมวดว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และให้ ก.พ.กำหนดกลไกและระบบการบังคับใช้ประมวลจริยธรรมสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องนำไปใช้ในกระบวนการบริหารงานบุคคลทุกขั้นตอน


     


                       ๔.๓เสนอให้นำผลการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมไปใช้บังคับในขั้นตอนต่าง ๆ ของการบริหารงานบุคคล อาทิ การสรรหา การบรรจุ การทดลองงาน การแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือน การให้ความดีความชอบ และการให้ออกจากราชการ


    ๕. คณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามกฎหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศได้วิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. .... ว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมาย ซึ่งร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. .... มีความชอบธรรมที่ควรได้รับการพิจารณาโดยเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง



    ปัจจุบันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อสังคมไทย รัฐบาลทุกสมัยจึงได้กำหนดนโยบาย มาตรการต่าง ๆ ในการส่งเสริม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อสร้างระบบราชการที่ปลอดคอร์รัปชัน บริหารงานบนหลักธรรมาภิบาล และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยข้าราชการในฐานะกลไกขับเคลื่อนงานหลักของภาครัฐต้องเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้มีการปฏิรูประบบราชการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมุ่งเน้นให้ข้าราชการ ผู้บังคับบัญชา/ผู้นำในภาครัฐตระหนักและมีสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน เพื่อให้การพัฒนาประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงเป็นกลไกที่จะสนับสนุนให้การขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมจริยธรรม และการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้อย่างเป็นรูปธรรม



    • ๑. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๖ วรรคสาม บัญญัติให้ “รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว”.และมาตรา ๒๕๘ ข.(๔) บัญญัติให้ ให้มีการปรับปรุง และพัฒนาการบริหารงานบุคคลภาครัฐเพื่อจูงใจให้ผู้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้ามาทำงานในหน่วยงานของรัฐ และสามารถเจริญก้าวหน้าได้ตามความสามารถ และผลสัมฤทธิ์ของงานของแต่ละบุคคล มีความซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มีความคิดสร้างสรรค์และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้การปฏิบัติราชการและการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาตรการคุ้มครองป้องกันบุคลากรภาครัฐจากการใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมของผู้บังคับบัญชา จึงกล่าวได้ว่าจากการกำหนดบทบัญญัติดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญเป็นเหตุผลความจำเป็นในการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมเพื่อให้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับให้หน่วยงานของรัฐจัดทำประมวลจริยธรรม และเพื่อให้เกิดการพัฒนาหรือปรับปรุงการบริหารงานบุคลากรภาครัฐ


      ๒. เพื่อให้มีมาตรฐานทางจริยธรรมที่จะบังคับใช้ได้ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทประกอบด้วย ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือบุคคลผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่รวมถึง เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่นของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่ ลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ โดยกำหนดเป็นมาตรฐานกลางสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหน่วยงานของรัฐจะได้นำมาตรฐานทางจริยธรรมไปปฏิบัติและมีสภาพบังคับอย่างแท้จริงในการนำพฤติกรรมการรักษาจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารงานบุคคลของหน่วยงาน

  •  


    ๑. กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลาย โดยจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐในภาพรวมมีประมาณ ๒.๕ ล้านคน ประกอบด้วย ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือบุคคลผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ และให้หมายความรวมถึง เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่นของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่ ลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ


     


    ๒. กำหนดให้มีคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ก.ม.จ.)  ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ผู้แทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นรองประธาน ผู้แทนองค์กรกลางบริหารงานบุคคลนอกจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้แทนศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านกฎหมาย ด้านจิตวิทยา ด้านสังคมวิทยา และด้านการส่งเสริมจริยธรรม ที่มีผลงานและความประพฤติดีเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว จำนวนไม่เกินห้าคน และให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง ทั้งนี้ ก.ม.จ. มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษา
    แก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนและการส่งเสริมจริยธรรมภาครัฐ
    ให้คำปรึกษาแก่องค์กรกลางการบริหารงานบุคคลในการจัดทำและปรับปรุงประมวลจริยธรรม กำหนดหลักเกณฑ์การนำจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล รวมถึงวินิจฉัย ตีความ หรือ
    ให้ความเห็นในเรื่องที่ขัดแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรม ตลอดจนกำกับ ติดตาม และประเมินผล
    การดำเนินการตามมาตรฐานทางจริยธรรม


     


    ๓. กำหนดให้หน่วยงานของรัฐนำพฤติกรรมในการรักษาจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารงานบุคคล เช่น การทดลองปฏิบัติงาน การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง และการให้บำเหน็จความชอบ ซึ่งการนำพฤติกรรมทางจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารงานบุคคลอาจกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่าฝืนจริยธรรมที่จะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาให้คุณให้โทษ อาทิ การย้ายผู้ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือมีความเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนจริยธรรม การนำพฤติกรรมทางจริยธรรมไปใช้ประกอบการแต่งตั้งตำแหน่งระดับสูง (ปลัดกระทรวง อธิบดี) การสั่งไม่เลื่อนเงินเดือน นอกจากนี้ การนำพฤติกรรมในการรักษาจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารงานบุคคลดังกล่าว อาจนำไปสู่การพิจารณาดำเนินการทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม และทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ


     


    ๔. กำหนดให้มีกลไกในการขับเคลื่อนมาตรฐานทางจริยธรรมใน ๓ ระดับ โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ บทบาทภารกิจของผู้รับผิดชอบการดำเนินการในแต่ละระดับให้มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรฐานทางจริยธรรมสอดคล้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยกลไกในการขับเคลื่อนมาตรฐานทางจริยธรรม มีดังนี้


     


                       ๔.๑ กลไกระดับชาติ กำหนดให้คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ก.ม.จ.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสนอแนะนโยบายการขับเคลื่อนและส่งเสริมจริยธรรมภาครัฐ วางมาตรการ หลักเกณฑ์การนำมาตรฐานทางจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล วินิจฉัย ตีความ หรือให้ความเห็นในเรื่องที่ขัดแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรม ตลอดจนกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการตามมาตรฐานทางจริยธรรม


     


                       ๔.๒ กลไกระดับองค์กรกลางบริหารงานบุคคล กำหนดให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการอื่นที่ทำหน้าที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทนั้น และให้มีกลไกขับเคลื่อน องค์กร กระบวนการและวิธีการในการรักษาจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เนื่องจากองค์กรกลางบริหารงานบุคคลเป็นกลไกที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงาน เชื่อมโยงนโยบายด้านการส่งเสริมจริยธรรมสู่การปฏิบัติ กำหนดมาตรฐานในการบริหารงานบุคคลโดยนำพฤติกรรมทางจริยธรรมที่สอดคล้องกับภารกิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทไปใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล


     


                       ๔.๓ กลไกระดับหน่วยงาน กำหนดให้หน่วยงานของรัฐนำพฤติกรรมในการรักษาจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารงานบุคคล เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรฐานทางจริยธรรมเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม


     


    ๕. ในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการจัดทำประมวลจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หรือในระหว่างที่ยังมิได้ออกระเบียบหรือข้อบังคับ ก.ม.จ. หรือกำหนดกรณีใดเพื่อปฏิบัติการตามร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. .... ให้นำประมวลจริยธรรม กฎ ระเบียบ หรือกรณีที่กำหนดไว้แล้วซึ่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ....


     


    ๖. สำนักงาน ก.พ. ได้สรุปข้อสังเกตขององค์กรกลางบริหารงานบุคคลประเภทต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญต่อร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. .... ดังนี้


     


                       ๖.๑ การกำหนดมาตรฐานจริยธรรม ควรกำหนดความหมายของมาตรฐานทางจริยธรรมที่ชัดเจนเพื่อให้สามารถนำไปกำหนดเป็นรายละเอียดของประมวลจริยธรรมในแต่ละเรื่องของค่านิยมหลักนั้น และเพื่อให้คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ก.ม.จ.) ใช้เป็นเครื่องมือในการให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงประมวลจริยธรรมให้แก่ส่วนราชการ


     


                       ๖.๒ อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ก.ม.จ.) ควรกำหนดอำนาจหน้าที่ให้ ก.ม.จ. เพิ่มเติม โดยให้ ก.ม.จ. สามารถกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมเพิ่มเติมได้ โดยอาจออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี หรือระเบียบ ก.ม.จ. หรือ กฎ ระเบียบอื่นตามที่เห็นสมควร รวมถึงการพิจารณาอุทธรณ์ ร้องทุกข์ หรือการลงโทษกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมเพื่อให้มาตรฐานทางจริยธรรมมีสภาพบังคับที่เข้มงวดและหนักแน่นขึ้น


     


                       ๖.๓ การนำพฤติกรรมในการรักษาจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐไปใช้ประกอบการพิจารณาในกระบวนการบริหารงานบุคคล เช่น การสรรหา การพัฒนา การเสริมสร้างแรงจูงใจ การแต่งตั้ง การประเมินผลการปฏิบัติราชการ หรือการให้ออกจากราชการ ซึ่งสำนักงาน ก.พ. หรือส่วนราชการควรศึกษาข้อมูลในรายละเอียดและพิจารณาดำเนินการในเรื่องนี้อย่างรอบคอบเพื่อมิให้กระบวนการบริหารงานบุคคลมีความซับซ้อน เพิ่มขั้นตอน หรือทำให้ระยะเวลาในการพิจารณานานขึ้น โดย


                             - ควรมีการจัดทำคู่มือการนำพฤติกรรมในการรักษาจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐไปใช้ประกอบการพิจารณาในกระบวนการบริหารงานบุคคลให้ชัดเจน


                             - กำหนดตัวชี้วัดสำหรับหัวหน้าส่วนราชการ ในการผลักดันและสนับสนุนให้มีการนำมาตรฐานทางจริยธรรมสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ


     


     

    • เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. .... หรือไม่
    • มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. .... อย่างไร
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail