Facebook


ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพเนื่องจากสิ่งมีชีวิตดัดแปรงพันธุกรรม พ.ศ........

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1460 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

ร่าง

 

พระราชบัญญัติ

 

ความปลอดภัยทางชีวภาพเนื่องจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

 

.. ....

 

                  

 

 

.........................................

 

.........................................

 

.........................................

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพเนื่องจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

    พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ

    บุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๖ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย


    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพเนื่องจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
      ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ในพระราชบัญญัตินี้

      สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หมายความว่า สิ่งมีชีวิตรวมทั้งพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ ที่สารพันธุกรรมถูกเปลี่ยนแปลงโดยเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ในลักษณะที่ไม่เกิดเองภายใต้สภาวะในธรรมชาติ โดยการผสมพันธุ์หรือผสานโดยกระบวนการธรรมชาติ



      เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ หมายความว่า

      (๑) เทคนิคกรดนิวคลีอิคที่ทดลองในห้องปฏิบัติการ รวมถึงการรวมกรดนิวคลีอิกลูกผสมและการสอดใส่กรดนิวคลีอิกเข้าไปในเซลล์หรือออแกนเนลโดยตรง หรือ

      (๒) การหลอมรวมเซลล์นอกครอบครัวตามอนุกรมวิธาน ซึ่งทำให้เกิดการ

      ผสมพันธุ์ได้นอกสภาวะธรรมชาติ และไม่เป็นเทคนิคที่ใช้ในการคัดเลือกพันธุ์แบบดั้งเดิม

      การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม หมายความว่า การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมทุกลักษณะ ในสภาพควบคุมปิด ซึ่งมีการใช้สิ่งหรือสภาพกีดขวางทางกายภาพ หรือเคมี หรือชีววิทยา หรือหลายลักษณะรวมกัน เพื่อจำกัดการติดต่อสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตและ หรือสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งการสัมผัสนั้น อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม และหมายความรวมถึง

      (๑) การใช้ในห้องปฏิบัติการ ห้องผสมพันธุ์สัตว์ ห้องปลูกพืชในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีระบบการป้องกันมิให้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมเล็ดลอดไปสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก

      (๒) การใช้ในอาคารที่มีระบบควบคุมและใช้ในการเพาะเลี้ยงหรือการหมัก และอาคารที่มีระบบควบคุมไว้ใช้ในกรณีอุบัติเหตุ

      (๓) การใช้ในอาคารที่มีลักษณะนอกเหนือจาก (๑) และ (๒) ที่มีระบบควบคุมและมีการติดป้ายบอกว่ามีการป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตเล็ดลอดไปสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก

      (๔) การใช้ในภาชนะซึ่งปิดผนึก หรือการใช้ในหลอดทดลอง หรือในที่ตั้งอื่นที่มีระบบควบคุมเพื่อนำไปใช้ในที่ตั้งตาม (๑) (๒) หรือ (๓)

      (๕) การใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์สืบเนื่องในที่ตั้งตาม (๑) (๒)
      หรือ (๓)

      (๖) การใช้ในสภาพควบคุมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

      การปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ หมายความว่า การดำเนินการใดๆ ที่จงใจปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือสิ่งที่มีสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมปะปนอยู่สู่สิ่งแวดล้อม โดยไม่ควบคุมและจำกัดการติดต่อสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอก และหมายความรวมถึง

      (๑) การใช้ในที่ตั้งซึ่งไม่เป็นสภาพควบคุม

      (๒) การทดลองภาคสนาม

      (๓) การผลิต โดยการปลูกหรือการเลี้ยง

      (๔) การปลดปล่อยจากสภาพควบคุม

      (๕) การทิ้ง

      (๖) การปลดปล่อยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

      ทั้งนี้ไม่รวมการปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อการจำหน่าย

      จำหน่าย หมายความว่า ขาย จ่าย แจก ให้เช่า แลกเปลี่ยน ให้ ยืม ทั้งเพื่อประโยชน์ทางการค้าและไม่ใช่การค้า และให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจำหน่ายด้วย

      การนำเข้า หมายความว่า นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร

      การส่งออก หมายความว่า นำหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

      นำผ่าน หมายความว่า นำหรือส่งผ่านราชอาณาจักรโดยมีการขนถ่ายหรือเปลี่ยนพาหนะ

      ฉลาก หมายความว่า รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใดๆ ซึ่งแสดงไว้ที่สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ หรือสอดแทรก หรือรวมไว้กับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ และหมายความรวมถึงเอกสาร หรือคู่มือด้วย

      ผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีองค์ประกอบหรือมีส่วนของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด ซึ่งใช้จำหน่าย

      การประเมินความเสี่ยง หมายความว่า การประเมินความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ และต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทันทีหรือภายหลัง เนื่องจากการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      กิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หมายความว่า กิจกรรมในลักษณะใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ได้แก่ การนำเข้า การส่งออก การผลิต การใช้ การปลดปล่อย การเคลื่อนย้าย การเก็บรักษา การขนส่ง และการทิ้ง

      เขตอนุญาต หมายความว่า เขตที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็นเขตอนุญาต

      ให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ

      เขตอนุรักษ์ หมายความว่า เขตอนุรักษ์ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพ

      พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบแต่งตั้ง

      ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

      หน่วยงานผู้รับผิดชอบ หมายความว่า หน่วยงานที่รัฐมนตรีกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามมาตรา ๑๘

      รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ หมายความว่า รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ

      รัฐมนตรี หมายควา
    • มาตรา ๔
    • พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่นำผ่าน หรือสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนดใน

      ราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๕
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีบทบัญญัติของกฎหมายอื่นกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมด้วย
    • มาตรา ๖
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการ
      ตามพระราชบัญญัตินี้

      กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้
      บังคับได้

    • หมวด ๑ คณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพ
    • มาตรา ๗
    • ให้มีคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพคณะหนึ่ง ประกอบด้วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาหรือผู้แทน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศหรือผู้แทน อธิบดีกรมการค้าภายในหรือผู้แทน อธิบดีกรมประมงหรือผู้แทน อธิบดีกรมปศุสัตว์หรือผู้แทน อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้แทน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือผู้แทน อธิบดีกรมวิชาการเกษตรหรือผู้แทน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือผู้แทน อธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้แทน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชหรือผู้แทน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติหรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติหรือผู้แทน ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยหรือผู้แทน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนห้าคนเป็นกรรรมการ และให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นกรรมการและเลขานุการ

      กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีผลงานและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาใดสาขาหนึ่งได้แก่ ความปลอดภัย

      ทางชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เกษตรศาสตร์ สาธารณสุข กฎหมาย และอย่างน้อยสองคนให้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำเนินงานในองค์การสาธารณประโยชน์เพื่อการคุ้มครองสุขภาพอนามัย หรือสิ่งแวดล้อม
    • มาตรา ๘
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

      (๑) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง

      (๒) ไม่เป็นบุคคลซึ่งทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้างเพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่

    • มาตรา ๙
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
    • มาตรา ๑๐
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

      (๑) ตาย

      (๒) ลาออก

      (๓) คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

      (๔) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ

      (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย

      (๖) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

      (๗) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือ

      (๘) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘

    • มาตรา ๑๑
    • ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรี

      อาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
    • มาตรา ๑๒
    • การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า

      กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม

      ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

      ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

      กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นส่วนตัวในเรื่องใด ห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาและออกเสียงในเรื่องนั้น

    • มาตรา ๑๓
    • คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
    • มาตรา ๑๔
    • ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการและอนุกรรมการได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

    • มาตรา ๑๕
    • คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

      (๑) ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

      (๒) ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ และคำสั่งที่จำเป็น เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

      (๓) เสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพเนื่องจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมต่อคณะรัฐมนตรี

      (๔) เสนอรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

      (๕)กำหนดมาตรการใดๆ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ในด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่

      อย่างต่อเนื่อง

      (๖) กำหนดมาตรการเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ

      (๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย หรือตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๑๖
    • ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบในงา นเลขานุการของคณะกรรมการ และให้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

      (๑) รวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพเนื่องจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม และจัดตั้งระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ข้อมูลความปลอดภัยทางชีวภาพ

      (๒) เป็นหน่วยงานกลางเผยแพร่และประสานข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพเนื่องจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมแก่หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ผู้แจ้ง ผู้ขออนุญาต
      และประชาชน

      (๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

    • หมวด ๒ หน่วยงานผู้รับผิดชอบ
    • มาตรา ๑๗
    • ในกรณีที่สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์

      ให้ถือว่าเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ที่ต้องควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการกักพืช กฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืช กฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยการประมง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ การควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ กฎหมายว่าด้วยการบำรุงพันธุ์สัตว์ กฎหมายว่าด้วยเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ กฎหมายว่าด้วยศุลกากร กฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า กฎหมายว่าด้วยอาหาร กฎหมายว่าด้วยยา และกฎหมายอื่นที่กำหนดการควบคุมกิจกรรมอันเกี่ยวกับพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ แล้วแต่กรณี

      บทกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนด
      ในวรรคหนึ่ง ในส่วนที่ว่าด้วยการตรวจสอบ การตรวจค้น และการออกคำสั่ง ให้ใช้บังคับแก่
      ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ต้องแจ้งหรือ

      ต้องขอรับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

    • มาตรา ๑๘
    • ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการและโดยความยินยอมของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้หน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดของกระทรวงในราชการบริหารส่วนกลางเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ และกำหนดให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบมีอำนาจในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดทั้งหมดหรือบางส่วนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จำนวนบุคลากร ความสัมพันธ์กับภารกิจหลักและปริมาณงานในความรับผิดชอบเป็นสำคัญ

      หน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดของกระทรวงในราชการบริหารส่วนกลางอาจมี

      คำขอเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้ โดยให้คณะกรรมการพิจารณาและเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อการออกประกาศตามตามวรรคหนึ่ง

    • หมวด ๓ การควบคุมกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม
    • ส่วนที่ ๑ การนำเข้าและส่งออก
    • มาตรา ๑๙
    • ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าหรือส่งออกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง เว้นแต่จะเป็นนิติบุคคลผู้ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

      ที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

      การขออนุญาต การอนุญาต การควบคุมการประกอบกิจกรรมของผู้ได้รับอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การสั่งพักใช้และการเพิกถอนการอนุญาต และค่าธรรมเนียมการขอและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
      และกฎกระทรวงดังกล่าวต้องกำหนดระยะเวลาสำหรับการพิจารณาอนุญาตไว้อย่างชัดเจนด้วย

    • มาตรา ๒๐
    • ในการขออนุญาตนำเข้าสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องในชนิดหรือประเภทหนึ่งตามมาตรา ๑๙ ผู้ขออนุญาตนำเข้าต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ มาพร้อมกับคำขออนุญาตด้วย หรือในกรณีที่เห็นสมควรรัฐมนตรีอาจสั่งให้จัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงและรายงานการจัดการความเสี่ยงเสนอมาพร้อมกับคำขออนุญาตด้วยก็ได้

    • มาตรา ๒๑
    • ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ การนำเข้าสิ่งมีชีวิต

      ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อใช้ในสภาพควบคุม ปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ และการนำเข้าสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องเพื่อการจำหน่าย รัฐมนตรีจะออกใบอนุญาตนำเข้าดังกล่าวได้ต่อเมื่อผู้ขออนุญาตได้รับใบอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม ใบอนุญาตปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ หรือใบอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง แล้วแต่กรณี แล้ว

    • มาตรา ๒๒
    • ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้าสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตครบถ้วนแล้ว แต่รัฐมนตรีไม่ออกใบอนุญาตให้นำเข้าต้องระบุเหตุผลของการไม่อนุญาตให้นำเข้านั้นด้วย

    • มาตรา ๒๓
    • เมื่อได้อนุญาตให้นำเข้าสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมแล้ว ถ้าต่อมาพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปหรือมีเหตุสำคัญเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจยกเลิกการอนุญาตหรือสั่งแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการอนุญาตได้ตามความจำเป็น

      ในกรณีที่รัฐมนตรีได้ออกใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องแล้ว และในระหว่างที่ยังไม่มีการนำเข้ามาตามใบอนุญาต หากพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป หรือมีเหตุสำคัญเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรี

      อาจยกเลิกการอนุญาต หรือสั่งแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขของการอนุญาตนั้นได้ตามความจำเป็น

      ในการออกคำสั่งตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้รัฐมนตรีระบุเหตุผลของการสั่ง

      ยกเลิกการอนุญาตหรือการแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการอนุญาตนั้นด้วย

    • มาตรา ๒๔
    • ในการขออนุญาตส่งออกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องตามมาตรา ๑๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตส่งออกต้องแสดงหลักฐานการตอบรับการนำเข้าจากหน่วยงานผู้มีอำนาจอนุญาตของประเทศผู้นำเข้ามาพร้อมกับคำขออนุญาตส่งออกด้วย

      ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีที่ประเทศผู้นำเข้ามิได้กำหนดข้อห้ามหรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการนำเข้า

    • ส่วนที่ ๒ การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม
    • มาตรา ๒๕
    • การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมแบ่งเป็นประเภทตามระดับของความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางชีวภาพได้ดังนี้

      (๑) ประเภทที่หนึ่ง การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม

      (๒) ประเภทที่สอง การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมในระดับต่ำ

      (๓) ประเภทที่สาม การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลาง

      (๔) ประเภทที่สี่ การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงหรือขัดต่อศีลธรรม

      ให้รัฐมนตรีประกาศกำหนดการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม

      ให้อยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๒๖
    • ให้รัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานสภาพควบคุมตามส่วนนี้ โดยคำนึงถึงประเภทการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม
    • มาตรา ๒๗
    • ผู้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมประเภทที่หนึ่งต้องเป็นนิติบุคคล และต้องแจ้งการใช้ต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามแบบที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

      ผู้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมตามวรรคหนึ่งต้องปฏิบัติตาม

      หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๒๘
    • ผู้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมประเภทที่สองต้องเป็นนิติบุคคลผู้ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

      การขออนุญาต การอนุญาต การควบคุมการประกอบกิจกรรมของผู้ได้รับใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต และการเสียค่าธรรมเนียมการขอและการออกใบอนุญาต ให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมประเภทที่สองให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข

      ที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และกฎกระทรวงดังกล่าวให้กำหนดระยะเวลาสำหรับการพิจารณาอนุญาตให้ชัดเจนด้วย

      กฎกระทรวงตามวรรคสองต้องกำหนดลักษณะของสภาพควบคุม และคุณสมบัติ

      ของผู้ปฏิบัติงานในสภาพควบคุมไว้ด้วย และอาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขให้ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมและรายงานการจัดการความเสี่ยงเสนอมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตด้วยก็ได้


    • มาตรา ๒๙
    • ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมประเภทที่สองต้องจัดทำรายงานแสดงขั้นตอนและความก้าวหน้าของการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ตลอดจนความเสี่ยงหรืออันตรายที่พบในระหว่างการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม เสนอต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๓๐
    • ผู้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมประเภทที่สาม

      ต้องเป็นนิติบุคคลผู้ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

      การขออนุญาต การอนุญาต การควบคุมการประกอบกิจกรรมของผู้ได้รับ

      ใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต และการเสียค่าธรรมเนียมการขอและการออกใบอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลง

      พันธุกรรมในสภาพควบคุมประเภทที่สามให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๓๑
    • ในการขออนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพ

      ควบคุมประเภทที่สาม ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงและรายงานการจัดการความเสี่ยงเสนอมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตด้วย

    • มาตรา ๓๒
    • ให้นำความในมาตรา ๒๘ มาใช้บังคับกับผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมประเภทที่สามด้วยโดยอนุโลม

    • มาตรา ๓๓
    • เมื่อได้อนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมตามหมวดนี้แล้ว

      ถ้าต่อมาพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปหรือมีเหตุสำคัญเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจยกเลิกการอนุญาตหรือสั่งแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการอนุญาตได้ตามความจำเป็น

    • มาตรา ๓๔
    • ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว

      แต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมตามคำขอ

      อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม แม้ไม่มีผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนก็ตาม รัฐมนตรีอาจมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมตามคำขอก็ได้ ทั้งนี้ ต้องระบุเหตุผลของการไม่อนุญาตด้วย
    • มาตรา ๓๕
    • ห้ามมิให้บุคคลใดใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมประเภทที่สี่โดยเด็ดขาด
    • ส่วนที่ ๓ การปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ
    • มาตรา ๓๖
    • ห้ามมิให้ผู้ใดปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ เว้นแต่จะเป็นนิติบุคคลผู้ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดยจงใจในเขตอนุญาต ทั้งนี้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

      ผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวงตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

      การขออนุญาต การอนุญาต การควบคุมการประกอบกิจกรรมของผู้ได้รับอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การสั่งพักใช้และการเพิกถอนการอนุญาต และค่าธรรมเนียมการขอและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
      และกฎกระทรวงดังกล่าวต้องกำหนดระยะเวลาสำหรับการพิจารณาอนุญาตไว้อย่างชัดเจนด้วย

    • มาตรา ๓๗
    • ในการขออนุญาตให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      สู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงและรายงานการ

      จัดการความเสี่ยงเสนอมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาต และในกรณีที่การปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามคำแนะนำของคณะกรรมการ ผู้ขออนุญาตปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจต้องจัดทำรายงานผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือ ชีวิตความเป็นอยู่ตามปกติของชุมชน เสนอมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตด้วย

    • มาตรา ๓๘
    • ในกรณีที่สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่ขออนุญาตปลดปล่อยตามมาตรา ๓๗ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ขออนุญาตอาจนำรายงานการประเมินความเสี่ยงที่จัดทำในต่างประเทศเสนอมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตได้

    • มาตรา ๓๙
    • ในกรณีที่ผลการพิจารณารายงานการประเมินความเสี่ยง หรือรายงานผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือชีวิตความเป็นอยู่ตามปกติของชุมชนบ่งชี้ว่าการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจตามที่ขออนุญาตอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม หรือชีวิตความเป็นอยู่ตามปกติของชุมชน รัฐมนตรีจะอนุญาตไม่ได้


    • มาตรา ๔๐
    • ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจต้องจัดทำรายงานแสดงขั้นตอนและผลของการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดยจงใจ ตลอดจนความเสี่ยงหรืออันตรายที่พบในระหว่างการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สภาพแวดล้อมโดยจงใจ เสนอต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๔๑
    • เมื่อได้อนุญาตให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่

      สิ่งแวดล้อมโดยจงใจแล้วนั้น ถ้าต่อมาพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปหรือมีเหตุสำคัญเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจยกเลิกการอนุญาตหรือสั่งแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการอนุญาตได้ตามความจำเป็น

    • มาตรา ๔๒
    • ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดย
      จงใจได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว
      แต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการอนุญาตให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดย
      จงใจตามคำขออาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม
      แม้ไม่มีผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนก็ตาม รัฐมนตรีอาจมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจตามคำขอก็ได้ ทั้งนี้ ต้องระบุเหตุผลของการ
      ไม่อนุญาตด้วย
    • มาตรา ๔๓
    • เพื่อประโยชน์ในการอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้ท้องที่ใดเป็นเขตอนุญาตก็ได้

      การกำหนดเขตอนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะกำหนดให้เขตอนุรักษ์และพื้นที่ในระยะไม่น้อยกว่า .. กิโลเมตร โดยรอบเขตอนุรักษ์เป็นเขตอนุญาตไม่ได้

    • มาตรา ๔๔
    • ในเขตอนุรักษ์ พื้นที่ในระยะไม่น้อยกว่า .. กิโลเมตรโดยรอบเขตอนุรักษ์ และพื้นที่อื่นที่มิใช่เขตอนุญาต ห้ามบุคคลใดปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      สู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ และห้ามมิให้มีการอนุญาตให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม
      สู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจในบริเวณดังกล่าว


    • ส่วนที่ ๔ การจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง
    • มาตรา ๔๕
    • ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะเป็นนิติบุคคลผู้ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

      (๑) สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่เกิดจากการใช้ในสภาพควบคุม หรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ผลิตขึ้นเพื่อการจำหน่าย

      (๒) สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่นำเข้ามาเพื่อการจำหน่าย

      (๓) สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่เป็นผลผลิตจากการใช้ในสภาพควบคุม

      การขออนุญาต การอนุญาต การควบคุมการประกอบกิจกรรมของผู้ได้รับอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การสั่งพักใช้และการเพิกถอนการอนุญาต และค่าธรรมเนียมการขอและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และกฎกระทรวงดังกล่าวต้องกำหนดระยะเวลาสำหรับการพิจารณาอนุญาตไว้อย่างชัดเจนด้วย

    • มาตรา ๔๖
    • ในการขออนุญาตจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      หรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงและรายงาน

      การจัดการความเสี่ยงเสนอมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตด้วย

      ในกรณีที่สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ขออนุญาตจำหน่ายตามวรรคหนึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ขออนุญาตอาจนำรายงานการประเมินความเสี่ยงที่จัดทำในต่างประเทศเสนอมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตได้

      ในกรณีที่ผลการพิจารณารายงานการประเมินความเสี่ยงบ่งชี้ว่าการจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องตามที่ขออนุญาตอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยหรือต่อสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีจะอนุญาตไม่ได้

    • มาตรา ๔๗
    • ผู้ได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมและผลิตภัณฑ์สืบเนื่องต้องจัดให้มีฉลากที่แสดงเห็นชัดเจนเพียงพอ

      การแสดงฉลากให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีตามคำแนะนำ

      ของคณะกรรมการประกาศกำหนด
    • มาตรา ๔๘
    • เมื่อได้อนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องแล้วนั้น ถ้าต่อมาพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปหรือมีเหตุสำคัญเพื่อ

      ความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจยกเลิกการอนุญาต

      หรือสั่งแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการอนุญาตได้ตามความจำเป็น

    • มาตรา ๔๙
    • ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว แต่กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      หรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องตามคำขออาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม แม้ไม่มีผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนก็ตาม รัฐมนตรีอาจมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องก็ได้ ทั้งนี้ ต้องระบุเหตุผลของการไม่อนุญาตด้วย
    • ส่วนที่ ๕ การพักใช้ การเพิกถอนใบอนุญาต และการเลิกประกอบกิจการตามใบอนุญาต
    • มาตรา ๕๐
    • เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้โดยมีกำหนดครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน หรือในกรณีมีการฟ้องผู้ได้รับใบอนุญาตต่อศาลว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ จะสั่งพักใช้ใบอนุญาตไว้รอ

      คำพิพากษาอันถึงที่สุดก็ได้

      ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง และระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้นจะขอรับใบอนุญาตใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้อีกไม่ได้

    • มาตรา ๕๑
    • เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๔๕ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ

      มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

      ผู้รับอนุญาตซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องหยุดการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง และจะขอรับใบอนุญาตใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต และรัฐมนตรี

      จะออกใบอนุญาตให้หรือไม่ก็ได้ สุดแต่จะพิจารณาเห็นสมควร

    • มาตรา ๕๒
    • คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับอนุญาตทราบ และในกรณีไม่พบตัวผู้ถูกสั่งหรือผู้ถูกสั่งไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าว ให้ปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่หลักอันเป็นที่ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องของผู้ถูกได้รับใบอนุญาตนั้น และให้ถือว่าผู้ได้รับใบอนุญาตได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง

      คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จะโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือโดยวิธีอื่นอีกด้วยก็ได้

    • มาตรา ๕๓
    • ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ยังคงมีอยู่ในความครอบครองในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
    • มาตรา ๕๔
    • รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งถอนคำสั่ง

      พักใช้ใบอนุญาตก่อนกำหนดเวลาได้ เมื่อเป็นที่พอใจว่าผู้รับอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต

      ได้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว

    • มาตรา ๕๕
    • ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ให้นำความในมาตรา ๕๑ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

    • มาตรา ๕๖
    • ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องตามที่ได้รับใบอนุญาต ให้ยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องต่อรัฐมนตรี

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตให้เลิกประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง

      ที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และในกฎกระทรวงดังกล่าวต้องกำหนด

      หลักเกณฑ์ และวิธีการที่ผู้ขออนุญาตเลิกประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องต้องปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ยังคงมีอยู่ในความครอบครองจากการประกอบกิจกรรมตามใบอนุญาตด้วย
    • ส่วนที่ ๖ การขนส่งและการเคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง
    • มาตรา ๕๗
    • ผู้แจ้งการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม

      ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าหรือส่งออกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง

      ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ และผู้ได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง มีหน้าที่ต้องระมัดระวังในการขนส่ง

      การเคลื่อนย้าย และการเก็บรักษาซึ่งสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ได้แจ้งหรือได้รับอนุญาต

    • มาตรา ๕๘
    • ในกรณีที่ต้องมีการขนส่งหรือการเคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ผู้แจ้งการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม

      ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าหรือส่งออกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ผู้ได้รับ

      ใบอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ปลดปล่อย

      สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ และผู้ได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องต้องระมัดระวังในการเลือกหาผู้ขนส่งหรือผู้เคลื่อนย้าย

      การตรวจสอบความถูกต้องของยานพาหนะและภาชนะบรรจุที่ใช้ขนส่งหรือบรรจุสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องในระหว่างการขนส่งหรือการเคลื่อนย้าย ทั้งนี้ ผู้แจ้งหรือผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งชื่อผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องนั้นให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบทราบ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

    • มาตรา ๕๙
    • ในกรณีที่ต้องมีการเก็บรักษาในระหว่างการนำเข้าหรือส่งออกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม การปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ และการจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ผู้แจ้งการใช้การใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าหรือส่งออกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ และผู้ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ต้องแจ้งชื่อผู้ที่ได้รับมอบหมายให้

      เก็บรักษาสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องนั้นให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

    • มาตรา ๖๐
    • หลักเกณฑ์และวิธีการในการขนส่ง การบรรจุ และการเก็บรักษาสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง และลักษณะของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ภาชนะบรรจุและสถานที่เก็บรักษาสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

    • ส่วนที่ ๗ เหตุฉุกเฉิน
    • มาตรา ๖๑
    • ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจัดทำแผนป้องกันความเสียหายหรืออันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินอันเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือกรณีเกิดการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดยไม่จงใจ

      หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำแผนป้องกันความเสียหายหรืออันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินอันเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือกรณีเกิดการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดยไม่จงใจตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

    • มาตรา ๖๒
    • ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินอันเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือกรณีเกิดการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดยไม่จงใจ ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องต้องแจ้งเหตุฉุกเฉินดังกล่าวให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบทราบทันที และต้องให้ความร่วมมือรวมถึงให้ข้อมูลที่จำเป็นกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบเพื่อแก้ไข บรรเทา หรือระงับความเสียหายหรืออันตรายที่เกิดขึ้น

    • มาตรา ๖๓
    • เมื่อมีเหตุฉุกเฉินอันเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือกรณีเกิดการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดยไม่จงใจ ซึ่งหากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทรัพย์สินของรัฐหรือของประชาชนเป็นอันมาก รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบมีอำนาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระงับเหตุฉุกเฉินนั้นได้

      ในกรณีตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ มีอำนาจออกประกาศจำกัดพื้นที่มิให้ประชาชนเข้าไปหรือเข้าอยู่อาศัยในพื้นที่นั้น จนกว่าเหตุฉุกเฉินนั้นจะผ่านพ้นไปได้
    • หมวด ๔ รายงานการประเมินความเสี่ยง และรายงานผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
    • มาตรา ๖๔
    • รายงานการประเมินความเสี่ยง และการจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงที่ต้องเสนอมาพร้อมกับการแจ้งหรือการขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจัดทำตามมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และต้องเป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ ซึ่งอย่างน้อยต้องนำเสนอรายละเอียดและการวิเคราะห์ในเรื่องดังต่อไปนี้

      (๑) คุณลักษณะ และลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      (๒) จำนวน ปริมาตร น้ำหนัก หรือขนาดของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      หรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง

      (๓) เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ที่นำมาใช้ในการดัดแปลงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

      หรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องนั้น

      (๔) ลักษณะของภัยที่อาจเกิดขึ้นได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่แจ้งหรือขออนุญาต

      (๕) ความเป็นไปได้ของเหตุแห่งภัย และขนาดของความเสียหายที่อาจเกิดจากกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่แจ้งหรือขออนุญาต

      (๖) ข้อเสนอมาตรการที่เป็นหลักประกันว่ากิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่แจ้งหรือขออนุญาตจะเป็นไปอย่างปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม

      (๗) แผนป้องกันความเสียหายหรืออันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินอันเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือกรณีเกิดการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดยไม่จงใจตามมาตรา ๖๑

    • มาตรา ๖๕
    • รายงานผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือชีวิตความเป็นอยู่ตามปกติของชุมชน และการจัดทำรายงานผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือชีวิตความเป็นอยู่ตามปกติของชุมชน ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวง ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๖๖
    • ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ ซึ่งจะต้องประกอบกรรมการอย่างน้อยสามคน ในจำนวนนี้ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และความปลอดภัยทางชีวภาพ ตัวแทนผู้ประกอบอาชีพที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่แจ้งหรือที่ขออนุญาตซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการอยู่ด้วย

      คณะกรรมการผู้ชำนาญการตามความในวรรคหนึ่งอาจแบ่งเป็นคณะตามประเภทของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือตามกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงประกอบคำขออนุญาต

    • มาตรา ๖๗
    • ให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการมีอำนาจพิจารณารายงานการประเมินความเสี่ยงและรายงานการจัดการความเสี่ยง หรือรายงานผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและหรือชีวิตความเป็นอยู่ตามปกติของชุมชนที่เสนอตามพระราชบัญญัตินี้ และเสนอผลการพิจารณาพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต

      ในกรณีที่เป็นการพิจารณารายงานการประเมินความเสี่ยงและรายงานการจัดการความเสี่ยง หรือรายงานผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และหรือชีวิตความเป็นอยู่ตามปกติของชุมชนประกอบการแจ้งการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการเสนอผลการพิจารณาพร้อมข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ

    • มาตรา ๖๘
    • ในกรณีที่การพิจารณารายงานการประเมินความเสี่ยง รายงานการจัดการความเสี่ยง หรือรายงานผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และหรือชีวิตความเป็นอยู่ตามปกติของชุมชนต้องมีการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประกอบการพิจารณารายงานการประเมินความเสี่ยงหรือรายงานการจัดการความเสี่ยงนั้น ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสำหรับการปฏิบัติการดังกล่าว

    • มาตรา ๖๙
    • เมื่อคณะกรรมการได้รับผลการพิจารณาของคณะกรรมการ

      ผู้ชำนาญการแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาและเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ

      คำขอรับใบอนุญาตต่อรัฐมนตรีเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
    • หมวด ๕ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การเปิดเผยและการปกปิดข้อมูล
    • มาตรา ๗๐
    • เพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ บุคคลอาจมีสิทธิแสดงความคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ และได้รับทราบข้อมูลและข่าวสารจากทางราชการในเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ เว้นแต่ข้อมูลหรือข่าวสารที่ทางราชการถือว่าเป็นความลับเกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ หรือเป็นความลับเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล สิทธิในทรัพย์สิน หรือสิทธิในทางการค้า หรือกิจการของบุคคลใดที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
    • มาตรา ๗๑
    • ให้รัฐมนตรีออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ และการเปิดเผยข้อมูลและข่าวสารจากทางราชการในเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ

      กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้

      (๑) การประกาศการแจ้งหรือประกาศคำขอรับใบอนุญาตที่ต้องเสนอรายงานการประเมินความเสี่ยงและรายงานการจัดการความเสี่ยง

      (๒) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้มีสิทธิแสดงความคิดเห็น

      (๓) ระยะเวลาให้ยื่นความจำนงเพื่อแสดงความคิดเห็น

      (๔) วิธีการแสดงความคิดเห็น

      ให้รัฐมนตรีนำความคิดเห็นและข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากการแสดงความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

    • มาตรา ๗๒
    • ผู้แจ้งหรือผู้ขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิร้องขอต่อรัฐมนตรีให้ปฏิบัติต่อข้อมูลหนึ่งข้อมูลใดของตนเป็นความลับทั้งหมดหรือบางส่วน

      เมื่อรัฐมนตรีหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อมูลที่ร้องขอตามวรรคหนึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นความลับให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบมีหน้าที่ดูแลรักษาข้อมูลที่เป็นความลับนั้นจากการถูกเปิดเผยหรือเอาไป

      ให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบถือปฏิบัติต่อข้อมูลที่เป็นความลับตามวรรคสองแม้ภายหลังจากการถอนคำขอรับใบอนุญาต หรือถอนการแจ้ง หรือภายหลังจากเมื่อมีคำสั่งไม่อนุญาตตามคำขอรับใบอนุญาตแล้ว

    • มาตรา ๗๓
    • ข้อมูลหรือข่าวสารดังต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นความลับ

      (๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้แจ้งหรือผู้ขอรับอนุญาต

      (๒) คำอธิบายลักษณะโดยทั่วไปของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      (๓) สรุปผลการประเมินความเสี่ยงของผลกระทบต่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัย

      ของมนุษย์ และ

      (๔) วิธีการและแผนใดๆ ก็ตามสำหรับการตอบสนองเหตุฉุกเฉินหรือภัยต่อสาธารณะ

    • มาตรา ๗๔
    • การเปิดเผยข้อมูลอันเป็นหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงใดๆ

      ที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์หรือสัตว์ หรือต่อสิ่งแวดล้อมหรือความหลากหลาย

      ทางชีวภาพ จากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ได้แจ้งหรือขออนุญาตตาม

      พระราชบัญญัตินี้ ไม่เป็นเหตุให้ผู้เปิดเผยข้อมูลต้องรับผิดหรือต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งหรือทางอาญา หากการเปิดเผยข้อมูลนั้น

      (๑) เป็นการกระทำโดยสุจริต

      (๒) เป็นการเปิดเผยต่อบุคคลหรือคณะบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์หรือสัตว์ หรือสิ่งแวดล้อม หรือความหลากหลายทางชีวภาพ

      (๓) เป็นการเปิดเผยต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมาธิการของรัฐสภา

      (๔) เป็นการเปิดเผยต่อสื่อสารธารณะ โดยอาศัยหลักฐานที่ชัดเจนและเชื่อถือได้ในขณะที่ทำการเปิดเผย โดยเห็นว่า

      (ก) จำเป็นต้องเปิดเผยเพื่อมิให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสาธารณะ หรือเพื่อให้มีการตรวจสอบหรือสืบสวนเหตุแห่งภัยนั้นได้ทันการณ์ หรือเพื่อปกป้องผู้เปิดเผยเองให้พ้นภัยซึ่งมิฉะนั้นจะไม่สามารถเยียวยาได้ และ

      (ข) ประโยชน์ต่อสาธารณะที่จะได้รับการปกป้องจากการเปิดเผยนั้น

      มีน้ำหนักมากกว่าความเสียหายที่เกิดแก่ผู้แจ้งหรือผู้ขอรับอนุญาตหรือบุคคลใดๆ ที่เกิดจากการเปิดเผยข้อมูล และ

      (๕) เป็นการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะที่มีอยู่แล้วในประเทศหรือในต่างประเทศ

    • หมวด ๖ กองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพ
    • มาตรา ๗๕
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า กองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพ ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินดังต่อไปนี้

      (๑) เงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นคราว ๆ

      (๒) เงินที่ส่งตามมาตรา ๗๙

      (๓) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ

      (๔) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้จากการบริจาค

      (๕) เงินจากดอกผลและผลประโยชน์ใด ๆ ที่เกิดจากกองทุนนี้

      (๗) เงินอื่น ๆ ที่ได้รับมาเพื่อดำเนินการกองทุน

      ทรัพย์สินของกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพให้นำส่งเข้าบัญชีกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพ โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

      การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์ การจัดการและการจำหน่ายทรัพย์สิน และการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินของกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างประกาศ

      หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

    • มาตรา ๗๖
    • เงินกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้

      (๑) แก้ไขภัยสาธารณะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ สัตว์ หรือ

      สิ่งแวดล้อมอันเกิดจากเหตุฉุกเฉินอันมีสาเหตุมาจากกิจกรรมที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หรือการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมโดยไม่จงใจ

      (๒) เป็นเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุน ให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรเอกชนในการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้


      (๓) พัฒนาบุคลากรในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ

      สถาบันการศึกษา หรือองค์กรเอกชนให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต

      ดัดแปลงพันธุกรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิต

      ดัดแปลงพันธุกรรมโดยไม่จงใจ

      (๔) โฆษณา การเผยแพร่ข้อมูลความรู้ และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม และการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

      (๕) เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพ

    • มาตรา ๗๗
    • ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพคณะหนึ่งประกอบด้วย เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณะกรรมการเกิน .. คน เป็นกรรมการ

      ให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่งตั้งผู้อำนวยการกองหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้อำนวยการกองของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการและเลขานุการ

      การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาจากบุคคล ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญมีผลงานและประสบการณ์ที่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์การเงิน วิทยาการเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วย และให้

      นำความในมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพโดยอนุโลม

      ให้นำความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับกับการประชุมคณะกรรมการกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพโดยอนุโลม

    • มาตรา ๗๘
    • ให้คณะกรรมการกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

      (๑) เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๖ ต่อรัฐมนตรี

      (๒) พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๖

      ทั้งนี้ ตามแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบาย

      (๓) เสนอแนะต่อรัฐมนตรีในการกำหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดสรร ขอเงินช่วยเหลือ หรือขอเงินอุดหนุนจากกองทุน

      (๔) เสนอแนะต่อรัฐมนตรีในการกำหนดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพตามมาตรา ๗๙

      (๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

      การกำหนดตาม (๒) (๓) และ(๔) ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา


    • มาตรา ๗๙
    • ให้ผู้แจ้งการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม

      ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าหรือส่งออกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ผู้ได้รับ

      ใบอนุญาตให้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ปลดปล่อย

      สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ และผู้ได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ส่งเงินเข้ากองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพในอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพ

      การส่งเงินเข้ากองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพให้ส่งแก่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการกองทุนความปลอดภัยทางชีวภาพ

    • หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่
    • มาตรา ๘๐
    • ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบมีอำนาจและหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

    • มาตรา ๘๑
    • เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้

      (๑) เข้าไปในอาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะ ที่มีการประกอบกิจกรรม

      เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หรือที่สงสัยว่ามีการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต

      ดัดแปลงพันธุกรรม ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสภาพควบคุม ภาชนะบรรจุสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หรืออุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม รวมทั้ง

      ตรวจรายงานหรือเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หรือเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ

      (๒) นำสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือวัตถุที่สงสัยว่า

      เป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องในจำนวนหรือปริมาณพอสมควรไป

      เป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบ

      (๓) ตรวจค้น กัก ยึด หรืออายัดสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือวัตถุที่สงสัยว่าเป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ภาชนะบรรจุสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง หรือวัตถุที่สงสัยว่าเป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง รายงานหรือเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

      (๔) มีหนังสือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ มาเพื่อ

      ประกอบการพิจารณาได้

      (๕) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควร

      (๖) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลง

      พันธุกรรมหยุดการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมตามพระราชบัญญัตินี้

      ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมนั้นฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศ หรือเงื่อนไขที่ออกหรือกำหนดตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ หรือในกรณีที่พบเหตุฉุกเฉินหรือภัยอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ สัตว์ สิ่งแวดล้อม หรือความหลากหลายทางชีวภาพ

    • มาตรา ๘๒
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

      บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๘๓
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะ หรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร และให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

    • มาตรา ๘๔
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๘๑ ให้ทำต่อหน้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะ ถ้าหาบุคคลดังกล่าวไม่ได้ ให้ทำต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขอร้องให้มาเป็นพยาน

    • หมวด ๘ การอุทธรณ์
    • มาตรา ๘๕
    • ผู้ซึ่งไม่พอใจคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งการตามมาตรา ๘๑ (๔) (๕) หรือ (๖) มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบเป็นที่สุด

    • มาตรา ๘๖
    • การอุทธรณ์ตามมาตรา ๘๕ ย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งให้หยุดการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ตามพระราชบัญญัตินี้
    • หมวด ๙ ความรับผิดและการเยียวยา
    • มาตรา ๘๗
    • บทบัญญัติในหมวดนี้ไม่เป็นการลบล้างหรือจำกัดหน้าที่และความรับผิดทางแพ่งที่บุคคลมีอยู่ตามบทบัญญัติในหมวดอื่นหรือในกฎหมายอื่น
    • มาตรา ๘๘
    • ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องนั้น ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องหรือไม่ก็ตาม
    • มาตรา ๘๙
    • เพื่อให้ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องต้องรับผิดตามมาตรา ๘๘ ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่าตนได้รับความเสียหายจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องของผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต

      ดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องนั้น แต่ไม่ต้องพิสูจน์ว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำของผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง

    • มาตรา ๙๐
    • ผู้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุมผู้ใดปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมออกสู่สิ่งแวดล้อมโดยจงใจ เพื่อประโยชน์ในการวิจัย หรือจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัย หรือเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของทางราชการเสียหายด้วยประการใดๆ ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ตนเป็นผู้ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในสภาพควบคุม

    • มาตรา ๙๑
    • ถ้าความเสียหายเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่จำหน่ายในท้องตลาด ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายต่อเมื่อสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องนั้นมีความบกพร่อง แม้ว่าความบกพร่องนั้นไม่อาจสังเกตเห็นได้ก็ตาม

      สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในท้องตลาด จะถือว่ามีความบกพร่องต่อเมื่อไม่มีความปลอดภัยที่อาจคาดหวังได้ตามปกติ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึง

      (๑) ลักษณะของการนำเสนอผลิตภัณฑ์นั้นต่อสาธารณะ

      (๒) การใช้ตามปกติ และ

      (๓) ระยะเวลาที่วางจำหน่าย

      ในกรณีที่มีการพัฒนาสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายให้มีคุณภาพดีขึ้น ไม่เป็นเหตุให้ถือว่าสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่จำหน่ายตามใบอนุญาตอยู่ก่อนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องที่มีความบกพร่องตามความในวรรคสอง

    • มาตรา ๙๒
    • บุคคลผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายตามมาตรา ๘๘ และมาตรา ๙๐ ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายถ้าพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจาก

      (๑) เหตุสุดวิสัย

      (๒) การกระทำตามคำสั่งที่สั่งการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของทางราชการ

      หรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือ

      (๓) การกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้ที่ได้รับอันตรายหรือความเสียหายเองหรือของบุคคลอื่นซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงหรือโดยอ้อม

    • มาตรา ๙๓
    • ในกรณีที่กิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม บุคคล

      ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง

      ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ทางราชการตามมูลค่าของความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไป ระบบการผลิตและการถดถอยของผลผลิตทางการเกษตร และให้รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทางราชการ

      ได้จ่ายไปเพื่อการกำจัดการปนเปื้อนหรือทำให้สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพกลับสู่สภาพเดิม

    • มาตรา ๙๔
    • ในกรณีที่มีกลุ่มบุคคลได้รับความเสียหายจากกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีข้อเท็จจริงและ

      หลักกฎหมายอย่างเดียวกันให้ผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีแบบกลุ่มตามกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีแบบกลุ่ม เพื่อเรียกค่าเสียหายแทนผู้เสียหายอื่นได้
    • มาตรา ๙๕
    • สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายตามมาตรา ๘๘ มาตรา ๙๐ และมาตรา ๙๓ สิ้นสุดลงเมื่อพ้น .. ปี นับแต่วันที่บุคคลหรือชุมชนผู้ได้รับความเสียหายรู้หรือควรรู้เหตุแห่งความเสียหายนั้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึง

      (๑) เวลาที่เหตุแห่งความเสียหายเกิดขึ้น หรือ

      (๒) เวลาที่บุคคล กลุ่มบุคคลหรือชุมชนผู้ได้รับความเสียหายนั้นควรรู้ว่าความเสียหายนั้นเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่อง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสถานะหรือสภาพแวดล้อมของบุคคล กลุ่มบุคคลหรือชุมชนผู้ได้รับความเสียหายนั้น



    • หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๖
    • ผู้ใดนำเข้าหรือส่งออกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องโดยฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๙๗
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๙๘
    • ผู้แจ้งผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๙๙
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๐๐
    • ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๐๑
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๐๒
    • ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๐๓
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๐๔
    • ผู้ใดจงใจปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมสู่สิ่งแวดล้อม

      โดยฝ่าฝืนมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือ

      ทั้งจำทั้งปรับ


    • มาตรา ๑๐๕
    • ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๐๖
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๒ หรือมาตรา ๔๔ ต้องระวางโทษจำคุก

      ไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๐๗
    • ผู้ใดจำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องโดยฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๐๘
    • ผู้รับอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องไม่จัดให้มีฉลาก หรือจัดให้มีฉลากแต่ฉลากหรือข้อความบนฉลากไม่ถูกต้องตามมาตรา ๔๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๐๙
    • ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๕๐ หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนดให้ต้องปฏิบัติในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๕๓ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๑๐
    • ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๕๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๑๑
    • ผู้แจ้งหรือผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ หรือมาตรา ๕๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๑๒
    • ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือผลิตภัณฑ์สืบเนื่องผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๑๓
    • ผู้ใดโดยเหตุที่ตนมีตำแหน่งหน้าที่ในการดูแลรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามมาตรา ๗๒ เปิดเผยหรือใช้ความลับนั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๑๔
    • ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๘๑ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือมาตรา ๘๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๑๕
    • ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือเรียกตามมาตรา ๘๑ (๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๑๖
    • ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งออกตามมาตรา ๘๑ (๕) หรือ (๖) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๑๑๗
    • กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หรือบุคคลใดที่ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้อยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมต่อไปให้มายื่นคำขอรับใบอนุญาต หรือ

      มาแจ้งต่อรัฐมนตรีภายใน .. วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

    • มาตรา ๑๑๘
    • ให้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมการบริหารกองทุน

      ความปลอดภัยทางชีวภาพ และคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ภายในกำหนด .. วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail