Facebook


ร่างพระราชบัญญัติองค์การวิจัย พ.ศ. .... (รับฟังความคิดเห็น ๑๗ - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 517 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

โดยที่ การพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาความกินดีอยู่ดีของประชาชนในสังคม และการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งระบบการวิจัยและพัฒนา และกลไกการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยของประเทศไทย ยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน มีความเชื่อมโยงกัน และได้รับการกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนา ส่งเสริม บูรณาการ และกำกับดูแลองค์กรที่มีภารกิจหลักด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานวิจัย สร้างความเชื่อมโยง รวมถึงปรับระบบและกลไกการทำงานขององค์การวิจัยให้สามารถดำเนินกิจการอย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    การพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาความกินดีอยู่ดีของประชาชนในสังคม และการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งระบบการวิจัยและพัฒนา และกลไกการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยของประเทศไทย ยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน มีความเชื่อมโยงกัน และได้รับการกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนา ส่งเสริม บูรณาการ และกำกับดูแลองค์กรที่มีภารกิจหลักด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานวิจัย สร้างความเชื่อมโยง รวมถึงปรับระบบและกลไกการทำงานขององค์การวิจัยให้สามารถดำเนินกิจการอย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



    การวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง แต่ประเทศจำเป็นต้องลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างชาติ ลดการขาดดุลชำระเงินทางเทคโนโลยี และยังช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การบริหารจัดการองค์กรด้านการวิจัยและพัฒนาจำเป็นต้องมีระบบการบูรณาการการวางแผน งบประมาณ การดำเนินงาน และการติดตามและประเมินผล ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งนี้ องค์กรต้องมีความคล่องตัว และความเป็นอิสระ ซึ่งต้องอาศัยรูปแบบองค์กรแบบใหม่ที่แตกต่างจากระบบราชการที่มีอยู่ เพื่อให้องค์กรวิจัยและพัฒนาสามารถพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศได้อย่างเท่าทันโลก จึงจำเป็นต้องปฏิรูประบบราชการขององค์กรวิจัย 



    • การปฏิรูประบบราชการ เพื่อสร้างรูปแบบองค์กรแบบใหม่ที่เรียกว่า “องค์การวิจัย” ต้องอาศัยการออกกฎหมายกลางระดับพระราชบัญญัติ เพื่อเป็นกลไกและแนวทางจัดตั้งองค์การวิจัย ซึ่งจะจัดตั้งโดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกา

  • สาระสำคัญของร่าง


    ๑. เป็นพระราชบัญญัติกลางในการจัดตั้งองค์การวิจัย ซึ่งคล้ายกับการจัดตั้งองค์การมหาชน


    ๒. ให้มีคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์กรวิจัย (กพว.) ประกอบด้วย 


    ๒.๑ รมว. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานกรรมการ 


    ๒.๒ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นรองประธาน 


    ๒.๓ กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน ๓ คน ได้แก่ เลขาธิการ สศช. เลขาธิการ ก.พ.ร. และ ผอ. สงป.


    ๒.๔ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน ๑๘ คน แต่งตั้งจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับผู้ซึ่งมิใช่ข้าราชการจำนวนฝ่ายละเท่า ๆ กัน โดยในจำนวนนี้ต้องเป็นประธานของคณะกรรมการองค์การวิจัยหรือกรรมการของคณะกรรมการองค์การวิจัย ไม่เกิน ๓ คน ทั้งนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาจเป็นกรรมการที่ทำงานเต็มเวลา ไม่เกิน ๓ คนก็ได้


    ๓. อำนาจหน้าที่ของ กพว. เช่น


    ๓.๑ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบในการจัดตั้ง การรวม หรือการยุบเลิกองค์การวิจัย


    ๓.๒ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนโยบาย แนวทาง และหลักเกณฑ์กลางที่เกี่ยวกับการจัดตั้ง การรวม การยุบเลิก การบริหารและพัฒนา และการประเมินผลขององค์การวิจัย


    ๓.๓ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีกำหนดหลักเกณฑ์กลางเกี่ยวกับการสรรหาฯ 


    ๓.๔ พิจารณาอนุมัติยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขององค์การวิจัย รวมถึงการบูรณาการดำเนินงานขององค์กรวิจัยเพื่อดำเนินงานบริหารเพื่อตอบสนองนโยบายของคณะกรรมการนโยบาย รวมทั้งมีอำนาจเปลี่ยนแปลงแผนยุทธศาสตร์ระหว่างปีงบประมาณตามที่นโยบายของคณะกรรมการนโยบาย


    ๓.๕กำหนดนโยบาย ควบคุมดูแล ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานขององค์การวิจัย


    ๓.๖ บูรณาการและจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนอนุมัติแผนการเงินและงบประมาณประจำปีขององค์การวิจัย


    ๓.๗  กำหนดหลักเกณฑ์กลางเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การวิจัยการบริหารงานขององค์การวิจัย ซึ่งรวมถึงด้านบุคคล ด้านการเงิน และด้านพัสดุ การกู้ยืมเงิน การถือหุ้นหรือการเข้าเป็นหุ้นส่วน การเข้าร่วมทุนในกิจการของนิติบุคคลอื่น


    ๓.๘ ประกาศให้หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยและนวัตกรรม เป็นองค์การวิจัยที่มีพระราชบัญญัติเฉพาะ


    ๔. องค์การวิจัย


    ๔.๑ จัดตั้งองค์การวิจัยโดยออกพระราชกฤษฎีกา โดยเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่มีความเป็นอิสระ ไม่เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน


    ๔.๒ สามารถจัดตั้งนิติบุคคล (Holding Company) หรือร่วมลงทุนกับบุคคลอื่น โดยได้รับความเห็นชอบจาก กพว.


    ๔.๓ รายได้ไม่ต้องนำส่งคลัง 


    ๔.๔ สามารถออกระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุสำหรับองค์การวิจัยได้


    ๔.๕ มีคณะกรรมการขององค์การวิจัย แต่งตั้งโดย กพว. และกรรมการห้ามเป็นกรรมการองค์การวิจัยเกินกว่า ๓ แห่ง และดำเนินการตามนโยบายของ คณะกรรมการนโยบาย และนโยบายของ กพว.


    ๔.๖ ให้โอนหน่วยงานวิจัยที่เป็นองค์การมหาชน มาเป็นองค์การวิจัยภายใต้ พ.ร.บ. นี้


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail