Facebook


ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. ... (รับฟังความคิดเห็นวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๑ - ๒๑ กันยายน ๒๕๖๑)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 651 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 และพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548



    โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 และพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ และเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุนและการส่งเสริมการพาณิชยนาวีของประเทศไทย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สมควรปรับปรุงรูปแบบและโครงสร้างของหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่หลักในการศึกษา รวบรวมข้อมูล จัดทำแผน โครงการ ติดตามและวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน อย่างเป็นระบบครบวงจร ปรับปรุงรูปแบบโครงการสร้าง และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเพิ่มเติมมาตรการและสิทธิประโยชน์ให้แก่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนและเป็นแรงผลักดันให้มีการขับเคลื่อนกิจการพาณิชยนาวี ส่งผลให้กิจการพาณิชยนาวีของประเทศไทยพัฒนาขีดความสามารถ สร้างเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศ อันเป็นการสร้างรายได้จากการขนส่งทางทะเล และกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน นอกจากนี้ การพาณิชยนาวียังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศเพื่อให้เกิดการส่งเสริมพาณิชยนาวีอย่างเป็นรูปธรรม มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



    •                สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี เดิมมีฐานะเป็นกรม จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. ๒๕๒๑ ต่อมาในปี ๒๕๔๕ ได้มีการปฏิรูประบบราชการโดยยุบรวมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวีเข้ากับกรมเจ้าท่า โดยเป็นหน่วยงานราชการภายใต้การกำกับดูแลของกรมเจ้าท่า สังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงาน การจัดเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ การรวบรวมกฎหมายด้านพาณิชยนาวีเพื่อสนับสนุนเชิงเศรษฐกิจ และปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับการเสนอนโยบายพาณิชยนาวี ทำให้การปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมการพาณิชยนาวีขาดประสิทธิภาพ จึงควรมีการปฏิรูปหน่วยงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบการบริหารจัดการใหม่ และมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมการพาณิชยนาวีให้ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม จึงเห็นควรจัดให้มีหน่วยงานด้านการส่งเสริมการพาณิชยนาวีในรูปแบบองค์กรตามกฎหมายเฉพาะขึ้น เนื่องจากสามารถสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีศักยภาพมาทำงานได้ เพราะไม่ถูกจำกัดด้วยอัตราเงินเดือน ค่าตอบแทน และระเบียบปฏิบัติของทางราชการเหมือนหน่วยงานราชการ ประกอบกับมีการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งและตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการพาณิชยนาวี ซึ่งจะส่งผลให้มีการเร่งรัดการทำงานให้บรรลุเป้าหมายเร็วขึ้น


                      นอกจากนี้ได้ปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการซึ่งทำหน้าที่ในการส่งเสริมกิจการพาณิชยนาวีด้วย เนื่องจากคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. ๒๕๒๑ นั้นมีโครงสร้างที่ใหญ่เกินไปก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงาน และการประชุม ส่งผลให้การทำงานมีความล่าช้า ขาดความคล่องตัว ประกอบกับมีอำนาจหน้าที่ไม่ครอบคลุมเพียงพอต่อการพัฒนากิจการพาณิชยนาวีในปัจจุบัน

  • สรุปสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. .....
  •  


    1. จัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบกิจการพาณิชยนาวีโดยตรง โดยให้มีฐานะเป็นองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะเพื่อให้การส่งเสริมการพาณิชยนาวีของประเทศเกิดประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวในการบริหารงานสำนักงาน สามารถกำหนดโครงสร้างอัตรากำลังให้มีความเพียงพอกับกับภารกิจหน้าที่ รวมถึงสามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำเนินการในสำนักงานให้ทันกับสถานการณ์ด้านพาณิชยนาวีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน จึงต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานผู้รับผิดชอบขึ้นใหม่ให้มีฐานะเป็นองค์การมหาชน ที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ โดยทำหน้าที่ในการในการส่งเสริม พัฒนา คุ้มครอง กำกับดูแลการพาณิชยนาวี  และกิจการทางทะเลที่เกี่ยวข้อง เป็นศูนย์กลางในการให้บริการและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจการการพาณิชยนาวีและกิจการทางทะเลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีหน้าที่ในกิจการพาณิชยนาวีที่เกี่ยวข้องกับงานด้านต่างประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการและแข่งขันได้ตามมาตรฐานระหว่างประเทศ


     


    2. กำหนดให้มีคณะกรรมการ 2 ระดับเพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายหนึ่งระดับและทำหน้าที่บริหารจัดการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการพาณิชยนาวีอีกหนึ่งระดับเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบริหารงาน จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการแยกเป็น 2 ระดับ คือ


     


    2.1 คณะกรรมการนโยบายการพาณิชยนาวีแห่งชาติ ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นรองประธานกรรมการ และกรรมการอีก 11 คน ได้แก่


    2.1.1 กรรมการโดยตำแหน่งประกอบด้วย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม


    2.1.2 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหกคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านละหนึ่งคนในกิจการขนส่งทางทะเล กิจการท่าเรือ กิจการอู่เรือ กิจการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการพาณิชยนาวี กฎหมายพาณิชยนาวีและกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการพาณิชยนาวี


    คณะกรรมการนโยบายการพาณิชยนาวีแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนการพัฒนาการพาณิชยนาวีและกิจการทางทะเลที่เกี่ยวข้อง แผนการบริหารจัดการระบบการขนส่งที่เชื่อมโยงกับการขนส่งทางทะเล กำหนดมาตรการในการส่งเสริมการพาณิชยนาวี รวมถึงกำหนดสิทธิและประโยชน์สำหรับการประกอบการพาณิชยนาวี


    2.2 คณะกรรมการบริหารการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ประกอบด้วยปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานกรรมการ และกรรมการอีก 14 คน ได้แก่


              2.2.1 กรรมการโดยตำแหน่งประกอบด้วย  เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน  เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ  อธิบดีกรมเจ้าท่า  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร  ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย 


             2.2.2 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเจ็ดคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านละหนึ่งคนในด้านกิจการการเดินเรือ  ด้านกิจการท่าเรือ  ด้านกิจการอู่เรือ  ด้านโลจิสติกส์  ด้านเศรษฐศาสตร์การเงินหรือการคลัง  ด้านกฎหมาย  และด้านกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการพาณิชยนาวีหรือกิจการทางทะเลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี


    คณะกรรมการบริหารการส่งเสริมการพาณิชยนาวีมีอำนาจหน้าที่ ในการวางนโยบายบริหารงาน ควบคุมกำกับดูแลกิจการโดยทั่วไปและรับผิดชอบซึ่งกิจการของสำนักงานส่งเสริมการพาณิชยนาวี


    3.      กำหนดสิทธิและประโยชน์เพื่อส่งเสริมกิจการพาณิชยนาวีเพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับกิจการพาณิชยนาวีของไทยจึงได้กำหนดการให้สิทธิและประโยชน์สำหรับการลดหย่อน ลดอัตรา หรือยกเว้นภาษีตามประมวลรัษฎากรสำหรับการประกอบการพาณิชยนาวีหรือกิจการทางทะเลที่เกี่ยวข้อง ตามความประมวลรัษฎากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร เครื่องมือเครื่องใช้ และวัสดุอุปกรณ์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการประกอบกิจการพาณิชยนาวี ตามความกฎหมายว่าด้วยศุลกากร


     


     


     


    4.      กำหนดมาตรการให้ผู้รับสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยและเขตเศรษฐกิจจำเพาะต้องใช้บริการจากเรือไทยเพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบกิจการพาณิชยนาวีไทย จึงกำหนดให้การใช้บริการของผู้รับสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยและเขตเศรษฐกิจจำเพาะของไทย ที่เรือไทยสามารถให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ต้องใช้เรือไทย โดยจะต้องมีการกำหนดมาตรฐานของการให้บริการของเรือไทยในระดับอนุบัญญัติ


     


    5.        กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องต่อเรือใหม่หรือซ่อมเรือจากผู้ประกอบกิจการอู่เรือภายในประเทศเพื่อส่งเสริมกิจการอู่เรือภายในประเทศ จึงกำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐต้องต่อเรือใหม่หรือซ่อมเรือจากผู้ประกอบกิจการอู่เรือภายในประเทศที่มีขีดความสามารถ


     


    6.        กำหนดให้มีค่าระวางอ้างอิงสำหรับการคำนวณเพื่อการเสียค่าธรรมเนียมพิเศษเพื่อกำหนดหลักการประเมินค่าระวางและการคำนวณสำหรับการชำระค่าธรรมเนียมพิเศษในกรณีที่ผู้ส่งของไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดให้การส่งของโดยทางเรือต้องบรรทุกโดยเรือไทย


     


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail