Facebook


ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ.....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 3047 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

 

พระราชบัญญัติ

 

ส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า

 

.. ....

 

                       

 

 

...........................................

 

...........................................

 

...........................................

 

                        .........................................................................................................................

 

......................................................              &

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า

    พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๖ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย


    โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า

    พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๖ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย



    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. .

    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

    • มาตรา ๓
    • ให้ยกเลิก

      (๑) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕

      (๒) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

    • มาตรา ๔
    • ในพระราชบัญญัตินี้

      สัตว์ป่า หมายความว่า สัตว์ทุกชนิดที่โดยปกติย่อมเกิดหรือดำรงชีวิตอยู่ในสภาพธรรมชาติ และให้หมายความรวมถึงน้ำเชื้อ ไข่ และตัวอ่อนของสัตว์เหล่านั้นด้วย

      สัตว์ป่าสงวน หมายความว่า สัตว์ป่าหายากที่ควรสงวนและอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

      สัตว์ป่าคุ้มครอง หมายความว่า สัตว์ป่าที่ควรให้การคุ้มครองเป็นพิเศษ

      สัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ หมายความว่า สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามสนธิสัญญา อนุสัญญา หรือพันธกรณีระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีหรือให้สัตยาบัน

      สัตว์ป่าควบคุม หมายความว่า สัตว์ป่าที่ไม่ได้กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ แต่เป็นสัตว์ป่าที่ควรควบคุมการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่านั้นเป็นกรณีพิเศษ

      ล่า หมายความว่า ฆ่าหรือทำอันตรายด้วยประการอื่นใดแก่สัตว์ป่าที่ไม่มีเจ้าของและอยู่เป็นอิสระ และหมายความรวมถึงการเก็บ ดัก จับ ล่าไล่ การต้อน การเรียก การล่อ หรือการกระทำอย่างอื่นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฆ่าหรือทำอันตรายด้วยประการอื่นใดแก่สัตว์ป่าด้วย

      ซากของสัตว์ป่า หมายความว่า ร่างกายหรือส่วนของร่างของสัตว์ป่าที่ตายแล้วหรือเนื้อของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะได้ปิ้ง ย่าง รม ตากแห้ง หมัก หรือทำอย่างอื่นเพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย และไม่ว่าจะชำแหละ แยกออก หรืออยู่ในร่างของสัตว์ป่านั้น และหมายความรวมถึง เขา หนัง กระดูก ฟัน งา ขนาย นอ ขน เกล็ด เล็บ กระดอง เปลือก หรือสิ่งต่าง ๆ ในร่างกายของสัตว์ป่าที่แยกออกจากร่างของสัตว์ป่าไม่ว่าจะยังมีชีวิตหรือตายแล้ว เว้นแต่ของขับถ่ายหรือสิ่งปฏิกูลที่ออกจากร่างของสัตว์ป่า

      ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นหรือแปรรูปจากสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า

      เพาะพันธุ์ หมายความว่า ขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่นำมาเลี้ยงไว้โดยวิธีผสมพันธุ์สัตว์ป่า หรือขยายพันธุ์สัตว์ป่าโดยวิธีผสมเทียม การย้ายฝากตัวอ่อน หรือโดยวิธีอื่นใด

      ของป่า หมายความว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหรือมีอยู่ตามธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      ค้า หมายความว่า ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน จำหน่าย จ่าย แจก หรือโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในทางพาณิชย์ และหมายความรวมถึงมีหรือแสดงไว้เพื่อการดังกล่าวด้วย

      นำเข้า หมายความว่า นำ ส่ง หรือสั่ง เข้ามาในราชอาณาจักร

      ส่งออก หมายความว่า นำ ส่ง หรือสั่ง ออกไปนอกราชอาณาจักร

      นำผ่าน หมายความว่า นำ ส่ง หรือสั่ง ผ่านราชอาณาจักร

      ด่านตรวจสัตว์ป่า หมายความว่า ด่านตรวจสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่า

      สวนสัตว์สาธารณะ หมายความว่า สถานที่รวบรวมสัตว์ป่าไว้บริการประชาชนทั่วไป เพื่อประโยชน์แก่การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษา การค้นคว้าหรือวิจัย

      พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

      อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรืออธิบดีกรมประมงเฉพาะที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำ แล้วแต่กรณี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งชาติ

      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

    • มาตรา ๕
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม ไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน

      กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

    • หมวด ๑ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
    • ส่วนที่ ๑ บททั่วไป
    • มาตรา ๖
    • สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ มีดังต่อไปนี้

      (๑) สัตว์ป่าสงวน

      (๒) สัตว์ป่าคุ้มครอง

      (๓) สัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

      (๔) สัตว์ป่าควบคุม

      (๕) สัตว์ป่าอื่นที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือบริเวณและสถานที่คุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า
    • มาตรา ๗
    • การกำหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าสงวน ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

      การกำหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองให้กำหนดในกฎกระทรวง

      สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดใดเป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ ให้เป็นไปตามประกาศของรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

      การกำหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าควบคุมให้เป็นไปตามประกาศของรัฐมนตรี
    • มาตรา ๘
    • การมีไว้ในครอบครอง นำเข้า ส่งออก นำผ่าน ประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์ หรือค้าซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ และ สัตว์ป่าควบคุม หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยได้รับอนุญาตตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้

      ผู้ได้รับอนุญาตครอบครอง นำเข้า ส่งออก นำผ่าน ประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์ หรือค้าซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า หรือดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจัดให้มีเครื่องหมายหรือหลักฐานแสดงประจำตัวสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๙
    • ห้ามมิให้บุคคลใดนำเข้า มีไว้ ครอบครอง เพาะพันธุ์เพื่อการค้า นำผ่าน หรือนำเคลื่อนที่ภายในประเทศซึ่งสัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศหรือสัตว์ป่าควบคุมหรือสัตว์ป่าชนิดใดที่ยังไม่ได้ประกาศให้เป็นสัตว์ป่าควบคุม ที่เป็นอันตรายต่อประชาชน หรือการนำเข้ามาจะก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน สัตว์ป่าหรือพันธุ์พืช สภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อการคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าในประเทศหรือพันธุกรรมของสัตว์ป่าดังกล่าว

      สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • ส่วนที่ ๒ การคุ้มครองสัตว์ป่า
    • มาตรา ๑๐
    • ห้ามมิให้ผู้ใดล่าหรือกระทำการใดอันเป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง
    • มาตรา ๑๑
    • ผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๑๐ หากการกระทำนั้นเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องปัดภยันตรายอันเกิดจากสัตว์ป่านั้น ให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากอันตราย หรือเพื่อสงวนหรือรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของตนหรือผู้อื่น ผู้นั้นไม่มีความผิด

      ผู้กระทำตามวรรคหนึ่งต้องแจ้งเหตุที่ได้ล่าสัตว์ป่าไปแล้วนั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบโดยพลัน เพื่อดำเนินการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๑๒
    • ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ ทำอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าสงวน

      การเก็บ ทำอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าคุ้มครอง จะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • ส่วนที่ ๓ การครอบครองสัตว์ป่า
    • มาตรา ๑๓
    • การมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา ๗ หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว จะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นกิจการสวนสัตว์สาธารณะ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นของรัฐ และได้รับอนุญาตจากอธิบดี

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต จำนวน และการจัดทำทะเบียนควบคุมสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากของสัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๑๔
    • ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา ๗ วรรคสามสัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ หรือสัตว์ป่าควบคุม หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว จะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่



      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาต และการจัดทำทะเบียนควบคุม การครอบครองสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

    • มาตรา ๑๕
    • ผู้ได้รับอนุญาตให้นำเข้า หรือประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์ หรือค้าสัตว์ป่าหรือสวนสัตว์สาธารณะตามพระราชบัญญัตินี้ ให้การอนุญาตหรือประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์หรือค้าสัตว์ป่านั้นเป็นการอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวด้วย
    • มาตรา ๑๖
    • ผู้ได้รับอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์ ให้ผู้นั้นครอบครองลูกของสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นจากการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของสัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองได้ แต่ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อบันทึกในทะเบียนควบคุม ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สัตว์ป่านั้นเกิดหรือวันที่รู้หรือได้รู้ว่า สัตว์ป่านั้นเกิดหลักเกณฑ์การแจ้ง การรับแจ้ง การบันทึกในทะเบียนควบคุม และการทำเอกสารประจำตัวสัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๑๗
    • ผู้ได้รับอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๖ หากสัตว์ป่านั้นตาย ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่สัตว์นั้นตาย และให้ผู้นั้นครอบครองซากของสัตว์ป่านั้นได้

      หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการดำเนินการแก่ซากของสัตว์ป่า ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • ส่วนที่ ๔ การนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือนำเคลื่อนที่ซึ่งสัตว์ป่า
    • มาตรา ๑๘
    • ผู้ใดนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือนำเคลื่อนที่ซึ่งสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว จะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ในกรณีดังต่อไปนี้

      (๑) เป็นผู้ดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ

      (๒) เป็นหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรอื่นของรัฐ

      (๓) เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่านั้นได้รับการฝึกหัดเพื่อการแสดง

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาต การอนุญาต และแบบของใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๑๙
    • ภายใต้บังคับมาตรา ๙ การนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือนำเคลื่อนที่ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา ๗ วรรคสาม สัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ สัตว์ป่าควบคุม หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว จะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาต การอนุญาต และแบบของใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๒๐
    • ให้รัฐมนตรีมีอำนาจตั้งด่านตรวจสัตว์ป่าและกำหนดเขตของด่าน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๒๑
    • ผู้ใดนำสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวเคลื่อนที่ผ่านเขตด่านตรวจสัตว์ป่า ต้องแจ้งเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์ป่า โดยแสดงใบอนุญาตให้นำเคลื่อนที่เพื่อการค้า ให้นำเข้า ให้ส่งออก หรือให้นำผ่าน แล้วแต่กรณี เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและอนุญาตเป็นหนังสือแล้วจึงให้นำเคลื่อนที่ต่อไปได้

      ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาสัตว์ป่าเจ็บป่วยหรือเพื่อป้องกันภัยอันตรายอันเกิดจากหรือเกิดแก่สัตว์ป่าหรือโรคของสัตว์ป่า ผู้ครอบครองสัตว์ป่าตามวรรคหนึ่งสามารถนำเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าได้แล้วแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบโดยไม่ชักช้า แต่ไม่เกินสามวันนับแต่วันที่นำเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า และเมื่อได้รับแจ้งแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและบันทึกถึงเหตุแห่งการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าและสภาพของสัตว์ป่า

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การตรวจสอบ การอนุญาต แบบของใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง และการแจ้งตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

    • หมวด ๒ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์ป่า
    • มาตรา ๒๒
    • ผู้ใดได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์ หรือจัดตั้งและดำเนินกิจการ สวนสัตว์สาธารณะ ให้ถือว่าเป็นการอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวดนี้
    • ส่วนที่ ๑ การเพาะพันธุ์สัตว์ป่า
    • มาตรา ๒๓
    • ผู้ใดเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง จะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นกรณีดังต่อไปนี้

      (๑) การเพาะพันธุ์สัตว์ป่าเฉพาะที่มีอยู่ในครอบครองของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ และให้เพาะพันธุ์เพื่อประโยชน์แก่กิจการสวนสัตว์สาธารณะ (๒) หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นของรัฐ

      (๓) องค์กรเอกชนเพื่อการสาธารณกุศลที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ และได้รับอนุญาตจากอธิบดี

      ผู้เพาะพันธุ์ตาม(๑)และ(๒) ให้ประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์ได้ แต่ผู้เพาะพันธุ์ตาม(๓) ให้กระทำได้เพียงการแพร่ขยายพันธุ์เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเท่านั้น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในระเบียบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๒๔
    • ภายใต้บังคับมาตรา ๙ ผู้ใดประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา ๗ วรรคสาม สัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ สัตว์ป่าควบคุม จะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาต การอนุญาต อายุของใบอนุญาต และชนิดของสัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • ส่วนที่ ๒ การค้าสัตว์ป่า
    • มาตรา ๒๕
    • ผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าสงวน จะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นการค้าสัตว์ป่าระหว่างสวนสัตว์สาธารณะกับสวนสัตว์สาธารณะ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นของรัฐ โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดี

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการค้าสัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๒๖
    • ผู้ใดค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศ สัตว์ป่าควบคุม หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าดังกล่าว จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

      หลักเกณฑ์ และวิธีการขออนุญาต เงื่อนไข การขออนุญาต อายุของใบอนุญาตและชนิดของสัตว์ป่าที่อนุญาตให้ค้าได้ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๒๗
    • ผู้ใดอ้างว่าสิ่งที่ค้าเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าหรือเป็นสิ่งได้มาหรือมีส่วนผสมจากสัตว์ป่าตามมาตรา ๖ หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องแจ้งการได้มาซึ่งส่วนผสมของสิ่งที่ค้า และส่วนผสมของผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าและขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

      หลักเกณฑ์การแจ้ง ระยะเวลา และเงื่อนไขในการแจ้งให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบของคณะกรรมการ
    • ส่วนที่ ๓ สวนสัตว์สาธารณะ
    • มาตรา ๒๘
    • ผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะต้องขอรับใบอนุญาตจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต

      การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสวนสัตว์สาธารณะตามวรรคหนึ่งมิใช้บังคับแก่สวนสัตว์สาธารณะของหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน แต่ต้องแจ้งการจัดตั้งสวนสัตว์สาธารณะต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต และการดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะตามวรรคหนึ่ง และการแจ้งตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    • มาตรา ๒๙
    • ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งรายการเกี่ยวกับชนิดและจำนวนสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวที่มีไว้ในครอบครอง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบและจดแจ้งไว้ในทะเบียน ก่อนเปิดดำเนินการ

      ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้า ทุกครั้งที่สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศหรือสัตว์ป่าควบคุม หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวที่อยู่ในครอบครองเพิ่มจำนวนขึ้นหรือลดจำนวนลง

      ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศหรือสัตว์ป่าควบคุม หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครองของตน อยู่หรือแสดงไว้ภายในบริเวณสวนสัตว์สาธารณะที่จัดตั้งขึ้น หรือสถานที่อื่นที่เป็นที่พักหรือเลี้ยงดูสัตว์ป่า

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการแจ้ง ตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๓๐
    • บริเวณที่ตั้งของสวนสัตว์สาธารณะหรือสถานที่พักหรือเลี้ยงดูสัตว์ป่าแห่งใดมีสภาพที่ขัดต่อกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๒๘ หรือมีสภาพอันอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ป่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสภาพเช่นว่านั้นให้หมดไปได้ หากผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าปรับปรุงแก้ไขโดยเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้รับใบอนุญาต

    • มาตรา ๓๑
    • ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะผู้ใดประสงค์จะเลิกดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๖๐ วันก่อนวันเลิกกิจการ และให้ดำเนินการจำหน่ายสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวที่มีอยู่ในครอบครองให้แก่ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะรายอื่นหรือจำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา ๗ วรรคสาม หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตเพาะพันธุ์ตามมาตรา ๒๔ หรือขอครอบครองสัตว์ป่าตามเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งการบอกเลิกไปยังอธิบดี

      เมื่อสิ้นกำหนดเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามวรรคหนึ่ง ยังมีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวเหลืออยู่เท่าใด ให้สัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน โดยผู้รับใบอนุญาตต้องส่งมอบสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมประมง

      แล้วแต่กรณี เพื่อนำไปดำเนินการต่อไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

      ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้สิ้นอายุลงเมื่อผู้รับใบอนุญาตแจ้งการเลิกการดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะตามวรรคหนึ่ง
    • หมวด ๓ คณะกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งชาติ
    • มาตรา ๓๒
    • ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งชาติ ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย อธิบดีกรมศุลกากร เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินสิบคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นกรรมการและเลขานุการ

      ในการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งผู้แทนขององค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าร่วมเข้าเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วย

    • มาตรา ๓๓
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

      ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการใหม่

    • มาตรา ๓๔
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๓๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

      (๑) ตาย

      (๒) ลาออก

      (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก

      (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

      (๕) เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

      (๖) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกขณะดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
    • มาตรา ๓๕
    • ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

      ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว
    • มาตรา ๓๖
    • การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการในการประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม

      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเอาเสียงข้างมาก

      กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

      เรื่องใดถ้าไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานถามที่ประชุมว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ในเรื่องนั้น
      ในการประชุมต้องมีรายงานการประชุมเป็นหนังสือ
      ถ้ามีความเห็นแย้งให้บันทึกความเห็นแย้งพร้อมทั้งเหตุผลไว้ใน รายงานการประชุม และถ้ากรรมการฝ่ายข้างน้อยเสนอความเห็นแย้งเป็นหนังสือก็ให้บันทึกความเห็นแย้งนั้นไว้ด้วย


    • มาตรา ๓๗
    • ประธานกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการประชุม และเพื่อรักษาความเรียบร้อยในการประชุม ให้ประธานมีอำนาจออกคำสั่งใด ๆ ตามความจำเป็นได้

      ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่แทน ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน

    • มาตรา ๓๘
    • ให้คณะกรรมการมีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลใดเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ตลอดจนเชิญบุคคลใด ๆ มาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็น หรือให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องได้

    • มาตรา ๓๙
    • คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

      (๑) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้

      (๒) วางระเบียบหรือออกประกาศเพื่อการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

      (๓) ให้ความเห็นชอบในการออกระเบียบหรือประกาศเพื่อการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

      (๔) รับรององค์การเอกชนเพื่อการสาธารณประโยชน์ให้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าได้ตามพระราชบัญญัตินี้

      (๕) กำหนดมาตรการที่จำเป็นเพื่อการคุ้มครองและดูแลรักษาสภาพธรรมชาติของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และแหล่งต้นน้ำลำธาร ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๖) ให้ความเห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการและพัฒนาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของคณะกรรมการประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (๗) ให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูสัตว์ป่าและการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ

      (๘) ให้ความเห็นชอบในการกำหนดเขตหวงห้าม เขตศึกษาธรรมชาติ และเขตผ่อนปรน ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (๙) ให้คำปรึกษาต่อรัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๑๐) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีและข้อสังเกตเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

      (๑๑) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมอบหมาย

    • หมวด ๔ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
    • ส่วนที่ ๑ การกำหนดที่ดินให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
    • มาตรา ๔๐
    • บรรดาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ได้ประกาศกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้

    • มาตรา ๔๑
    • เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าที่ดินแห่งใดที่มีสภาพธรรมชาติเป็นที่น่าสนใจ สมควรให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิม เพื่อสงวนไว้ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างปลอดภัย หรือแหล่งคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แหล่งต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ หรือเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติของประชาชนโดยส่วนรวม ให้คณะกรรมการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศ พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินแห่งนั้นเป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยให้มีแผนที่แสดงแนวเขตและรายละเอียดภูมิประเทศแห่งบริเวณที่กำหนดนั้นแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย

      ที่ดินที่จะกำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้น ต้องเป็นที่ดินที่มิได้มีบุคคลใดซึ่งมิใช่ทบวงการเมืองมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย

      ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับแนวเขตของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้ถือแนวเขตที่ปรากฏตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเป็นสำคัญ
    • มาตรา ๔๒
    • ก่อนมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินแห่งใดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอาจให้บุคคลอื่นซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการตราพระราชกฤษฎีการ่วมแสดงความคิดเห็นด้วยก็ได้ แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำบันทึกการรับฟังความคิดเห็นไว้เป็นหลักฐาน ในกรณีที่มีการตกลงในเรื่องใดให้มีการทำบันทึกข้อตกลงพร้อมทั้งลงนามของผู้ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐานของทางราชการต่อไป

      เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำระวางแนวเขตที่ชัดเจนบันทึกไว้ในระบบภูมิศาสตร์สารสนเทศหรือวิธีการอย่างอื่นที่เหมาะสม
    • มาตรา ๔๓
    • เมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีหลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายแสดงแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้น โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตรวจสอบแนวเขต

      รูปแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการจัดให้มีหลักเขต ป้าย และเครื่องหมายแสดงแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
    • มาตรา ๔๔
    • ๔๔ ผู้ใดอ้างว่าตนได้ที่ดินมาโดยชอบด้วยกฎหมายที่ดินก่อนมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้สอบสวนและพิสูจน์สิทธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีผลใช้บังคับ โดยให้ผู้ร้องขอมีหน้าที่เป็นผู้นำพิสูจน์สิทธิ เมื่อการสอบสวนและพิสูจน์สิทธิในที่ดินเสร็จสิ้นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๔๖

      ชุมชนใดอ้างว่าตนเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินก่อนมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ชุมชนนั้นมีสิทธิร้องขอให้สอบสวนและพิสูจน์สิทธิของชุมชน โดยให้บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนยื่นคำร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีผลใช้บังคับ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่รีบดำเนินการสอบสวนและพิสูจน์สิทธิของชุมชนโดยเร็ว เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๔๗

      หลักเกณฑ์และ วิธีการ ในการสอบสวนและพิสูจน์สิทธิตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๔๕
    • ในกรณีที่การสอบสวนและพิสูจน์สิทธิในที่ดินตามมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้

      (๑) หากผลการสอบสวนและพิสูจน์สิทธิในที่ดินแปลงใดปรากฏว่าผู้นั้นเป็น ผู้มีสิทธิในที่ดินที่อาจขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ และ ผู้มีสิทธิในที่ดินยินยอมยกที่ดินให้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอต่ออธิบดีเพื่อจ่ายค่าชดเชยการขาดประโยชน์ในการใช้ที่ดิน ถ้าผู้มีสิทธิในที่ดินไม่ยินยอมยกที่ดินให้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อจัดให้มีการเวนคืนที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

      (๒) หากผลการสอบสวนและพิสูจน์สิทธิในที่ดินแปลงใดปรากฏว่าผู้นั้นไม่มีสิทธิในที่ดินตามกฎหมายที่ดิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้ผู้นั้นออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยอาจจ่ายค่ารื้อย้ายให้หรือไม่ก็ได้ หรืออาจจัดที่ดินนอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้แก่ผู้นั้นอยู่อาศัยทำกินได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๔๖
    • ในกรณีที่การสอบสวนและพิสูจน์สิทธิในที่ดินตามมาตรา ๔๔ วรรคสอง เสร็จสิ้นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้

      (๑) หากผลการสอบสวนและพิสูจน์สิทธิปรากฏว่าชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมนั้นเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายที่ดินก่อนมีพระราชกฤษฎีกากำหนด ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และชุมชนนั้นยินยอมยกที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ให้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอต่ออธิบดีเพื่อจ่ายค่าชดเชยการขาดประโยชน์ ในการใช้ที่ดินให้แก่ชุมชนนั้น ถ้าชุมชนนั้นไม่ยินยอมยกที่ดินให้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เป็นเขตผ่อนปรน โดยให้ชุมชนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่คณะกรรมการกำหนดอย่างเคร่งครัด เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุผลอันสมควรเพื่อ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อจัดให้มีการเวนคืนที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต่อไป

      (๒) หากผลการสอบสวนและพิสูจน์สิทธิปรากฏว่าชุมชนนั้นเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมายที่ดินก่อนมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้ผู้อยู่ในชุมชนนั้นออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยอาจจ่ายค่ารื้อย้ายให้หรือไม่ก็ได้ หรืออาจจัดที่ดินนอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้แก่ผู้อยู่ในชุมชนนั้นอยู่อาศัยทำกินได้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

    • มาตรา ๔๗
    • เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้โดยเร็ว

      (๑) ปิดประกาศสำเนาพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ณ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนั้น ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และสถานที่อื่นตามที่เห็นสมควร

      (๒) จัดทำสำเนาหลักฐานการปิดประกาศการกำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตาม (๑) และเก็บสำเนาหลักฐานดังกล่าวไว้ ณ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนตรวจดูได้


    • มาตรา ๔๘
    • การขยายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกาและให้มีแผนที่แสดงเขตที่เปลี่ยนแปลงไปแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย

      ให้นำความในมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗มาใช้บังคับแก่การขยายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้วย โดยอนุโลม

    • มาตรา ๔๙
    • การเพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกาและให้มีแผนที่แสดงเขตที่เปลี่ยนแปลงแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย

      การเพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้กระทำได้เฉพาะกรณีที่สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติจนไม่อาจเป็นแหล่งคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือแหล่งต้นน้ำได้อีกต่อไป และไม่สามารถทำให้กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติเดิมได้เท่านั้น

      การเพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง ให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน และเมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแล้วให้ปิดประกาศสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้ประชาชนทราบ โดยให้นำความในมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • ส่วนที่ ๒ การบริหารและจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
    • มาตรา ๕๐
    • ให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแต่ละแห่ง ประกอบด้วยกรรมการซึ่งอธิบดีแต่งตั้งตามความจำเป็น โดยการเสนอแนะของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

      ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคนหนึ่งเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

    • มาตรา ๕๑
    • ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการที่ปรึกษาประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้วย โดยอนุโลม

    • มาตรา ๕๒
    • ให้คณะกรรมการที่ปรึกษาประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในเรื่องดังต่อไปนี้

      (๑) การจัดทำหรือจัดให้มีแผนแม่บทการบริหารจัดการและการพัฒนาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (๒) การกำหนดเขตต่าง ๆ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (๓) การกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการอยู่อาศัยและทำประโยชน์ของบุคคลหรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในเขตผ่อนปรนเป็นการชั่วคราวหรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในเขตผ่อนปรน

      (๔) การจัดให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนรู้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

      (๕) การประสานงานกับสถานศึกษาในท้องที่เพื่อให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

      (๖) การประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมในการคุ้มครอง ดูแล อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนสภาพเดิม

      (๗) เรื่องอื่นตามที่คณะกรรมการหรืออธิบดีมอบหมาย
    • มาตรา ๕๓
    • เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว ให้พื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นเขตหวงห้ามเพื่อการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าและสภาพธรรมชาติ เว้นแต่กรณีที่เห็นสมควรหรือมีความจำเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอาจเสนอต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาประกาศกำหนดให้พื้นที่บางส่วนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นเขตศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า หรือเขตผ่อนปรนก็ได้

      ในการประกาศแนวเขตตามวรรคหนึ่ง ให้มีแผนที่แสดงรายละเอียดให้ทราบโดยทั่วกัน และอย่างน้อยให้ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบริเวณนั้น

    • มาตรา ๕๔
    • บุคคลหรือสมาชิกชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในเขตผ่อนปรน ให้คงอยู่อาศัยและทำประโยชน์ตามความจำเป็นได้เป็นการชั่วคราวโดยต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกของโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

      บุคคลหรือสมาชิกชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่ติดต่อกับเขตผ่อนปรน อาจได้รับการผ่อนผันให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดอย่างยั่งยืนโดยต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกของโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตามวรรคหนึ่ง และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

      ผู้ได้รับการผ่อนผันตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือระเบียบที่อธิบดีกำหนด ให้ผู้นั้นหมดสิทธิได้รับการผ่อนผันหรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และให้ออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทันที แล้วแต่กรณี

    • มาตรา ๕๕
    • โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่จะจัดตั้งขึ้นในเขตผ่อนปรนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และไม่เป็นการแสวงหากำไร และต้องเป็นโครงการที่รัฐจัดตั้งขึ้น หรือเป็นโครงการที่มอบหมายให้ภาคเอกชนหรือร่วมกับภาคเอกชนจัดตั้งขึ้นก็ได้

      โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต้องได้รับความอนุมัติจากอธิบดีก่อนจึงจะดำเนินการได้

      หลักเกณฑ์ วิธีการ การกำหนดรายละเอียดของโครงการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๕๖
    • เมื่อได้รับการอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ผู้ดำเนินโครงการจัดให้บุคคลหรือสมาชิกของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในพื้นที่ หรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เข้าร่วมเป็นสมาชิกของโครงการ และดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการ ภายใต้คำแนะนำ ช่วยเหลือ ตลอดจนการกำกับดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดและตามระเบียบของคณะกรรมการ

    • ส่วนที่ ๓ การคุ้มครอง ดูแล และรักษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
    • มาตรา ๕๗
    • ผู้ใดเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามกฎ หรือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย

      หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
    • มาตรา ๕๘
    • ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (๑) กระทำให้หลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอื่น ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีตามพระราชบัญญัตินี้ เคลื่อนที่ ลบเลือน เสียหาย สูญหาย หรือไร้ประโยชน์

      (๒) ยึดถือ ครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายหรือเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดิน

      (๓) เปลี่ยนแปลงทางน้ำหรือทำให้น้ำในลำน้ำ ลำห้วย หนอง บึง ท่วมท้น หรือเหือดแห้ง

      (๔) ปิดหรือทำให้กีดขวางแก่ทางน้ำหรือทางบก

      (๕) ทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงและทำให้เกิดเพลิงไหม้

      การกระทำตามวรรคหนึ่งนอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากเกิดผลในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้ถือว่าเจตนากระทำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
    • มาตรา ๕๙
    • ผู้ใดจะกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

      (๑) เก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ กล้วยไม้ พันธุ์ไม้ พันธุ์พืช หรือสมุนไพร

      (๒) เก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใด ๆให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งของป่าหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น

      (๓) เก็บ หรือทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่ดอกไม้ ใบไม้ หน่อไม้ เห็ด หรือผลไม้

      (๔) นำสัตว์ป่าออกไป หรือทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่า

      (๕) ทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวด ทราย หรือแร่

      (๖) ปิดประกาศ โฆษณา หรือขีดเขียนในที่ต่าง ๆ

      (๗) ยิงปืน ทำให้เกิดระเบิดซึ่งวัตถุระเบิด หรือจุดดอกไม้เพลิง

      (๘) ส่งเสียงอื้อฉาวหรือกระทำการอื่นอันเป็นการรบกวน หรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่คนหรือสัตว์

      (๙) ทิ้งขยะมูลฝอยหรือสิ่งต่าง ๆ ในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น

      (๑๐) นำยานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น

      (๑๑) นำอากาศยานขึ้นลงในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น

      (๑๒) นำหรือปล่อยปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า หรือสัตว์พาหนะเข้าไป

      (๑๓) เข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์

      (๑๔) นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใด ๆ เข้าไป

      (๑๕) นำเข้าไปหรือใช้ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ยาเบื่อ วัตถุอันตราย หรือสารพิษอย่างอื่นซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

      (๑๖) กระทำการใดอันส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของสัตว์ป่า
    • มาตรา ๖๐
    • ถ้าผู้ใดพบโบราณสถาน โบราณวัตถุ หรือซากดึกดำบรรพ์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้ผู้นั้นแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่โดยพลัน และต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเกี่ยวกับการพบหรือเก็บได้ซึ่งวัตถุนั้นด้วย
    • มาตรา ๖๑
    • บทบัญญัติในมาตรา ๕๘และมาตรา ๕๙ มิให้ใช้บังคับแก่การกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีดังต่อไปนี้

      (๑) มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อการป้องกันภยันตรายแก่บุคคลหรือชุมชน หรือเพื่อรักษาสภาพธรรมชาติ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม หรือเพื่อป้องปัดภัยพิบัติอันเป็นสาธารณะ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำการใดแล้วให้รายงานต่ออธิบดีเพื่อทราบโดยมิชักช้า

      (๒) เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและดูแลรักษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือการศึกษา หรือวิจัยทางวิชาการ หรือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทัศนาจรหรือการพักอาศัย หรือเพื่ออำนวยความปลอดภัยหรือให้ความรู้แก่ประชาชนโดยทั่วไป ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๖๒
    • การอนุญาตให้กระทำการใด ๆ ตามมาตรา ๕๙ ในเขตหวงห้าม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาต ให้กระทำได้เฉพาะในกรณีที่เป็นการสำรวจ การศึกษาวิจัย หรือการทดลองทางวิชาการของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่าหรือความเสียหายต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเป็นกรณีการท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่อยู่ในความควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด โดยให้มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่า หรือเกิดอันตรายหรือเกิดความเสียหายแก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      การอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๖๓
    • การอนุญาตให้กระทำการใด ๆ ตามมาตรา ๕๙ ในเขตศึกษาธรรมชาติ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาต ให้กระทำได้เมื่อกิจกรรมนั้นมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่า หรือความเสียหายต่อสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอนุญาตได้เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

      (๑) การสำรวจ การศึกษาวิจัย หรือการทดลอง ทางวิชาการ

      (๒) การท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่ไม่เกิดความเสียหายต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (๓) การให้บริการเพื่อการท่องเที่ยวหรือที่พักแรมชั่วคราวแก่นักท่องเที่ยว

      (๔) การถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ สารคดี และ การถ่ายภาพ

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๖๔
    • การอนุญาตให้กระทำการใด ๆ ตามมาตรา ๕๙ ในเขตผ่อนปรน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตให้กระทำได้เมื่อกิจกรรมนั้นไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่า หรือเกิดความเสียหายตามสภาพธรรมชาติของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอนุญาตได้เฉพาะ ในกรณีดังต่อไปนี้

      (๑) บริเวณที่ดินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ผ่อนผันให้ประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมอยู่อาศัยเป็นการชั่วคราว

      (ก) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเท่าที่จำเป็นของประชาชนหรือสมาชิกของชุมชน

      (ข) การสำรวจ การศึกษาวิจัย หรือการทดลองทางวิชาการที่ไม่เกิดความเสียหายต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (ค) การท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่ไม่เกิดความเสียหายต่อเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่า

      (ง) การถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ สารคดี และการถ่ายภาพ

      (๒) บริเวณที่ดินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่อยู่บริเวณชายขอบและมีชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมอยู่อาศัยติดต่อกับแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (ก) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดได้อย่างยั่งยืนแก่สมาชิกในชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม

      (ข) การสำรวจ การศึกษาวิจัย หรือการทดลองทางวิชาการที่ไม่เกิดความเสียหายต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (ค) การท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่ไม่เกิดความเสียหายต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      (ง) การถ่ายทำภาพยนตร์ วีดีทัศน์ สารคดี และการถ่ายภาพ

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๖๕
    • ภายในเขตศึกษาธรรมชาติ อธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ มีอำนาจอนุญาตหรือทำความ ตกลงผูกพันให้บุคคลใดเข้าไปลงทุนทำการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใด ๆ เพื่อดำเนินกิจการท่องเที่ยวและการบริการ ที่พักแรมได้แห่งละไม่เกิน ๑๐ ไร่ โดยให้พิจารณาเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับกับความเสียหายของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อีกทั้งคำนึงถึงผลกระทบต่อสัตว์ป่า สภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเป็นสำคัญ

      การอนุญาตหรือการทำความตกลงผูกพันตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

    • มาตรา ๖๖
    • หากการดำเนินกิจกรรมตามมาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔(๑)(ข)(ค)(ง) มาตรา ๖๔ (๒) (ข)(ค)(ง) และมาตรา ๖๕ มีความจำเป็นต้องทำให้เกิดความเสียหาย แก่สภาพธรรมชาติของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้ดำเนินกิจกรรมนั้นต้องแจ้งและขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และพนักงานเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้กระทำได้เมื่อการกระทำนั้นต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าหรือก่อให้เกิดความเสียหายจนเกินสมควรต่อสภาพธรรมชาติ และผู้กระทำต้องทำให้กลับคืนสภาพธรรมชาติดังเดิม หรือจ่าย ค่าชดเชยความเสียหายในสภาพธรรมชาติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๖๗
    • ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ การดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก การให้คำแนะนำ การจัดระบบการเตือนภัยตามสมควร การติดป้ายประกาศ การให้ความรู้ความเข้าใจธรรมชาติ และการเรียนการสอนแก่นักท่องเที่ยว รวมทั้ง การให้บริการต่าง ๆ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามความเหมาะสมและจำเป็น

      การดำเนินการตามวรรคหนึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ อาจขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมดำเนินการตามมาตรานี้ก็ได้
    • มาตรา ๖๘
    • ถ้าเห็นเป็นการสมควรให้ประชาชนชำระเงินเป็นค่าบริการ เนื่องในการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ ให้บริการหรือให้ความสะดวกต่าง ๆ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือให้บุคคลใดชำระเงินเป็นค่าบริการ หรือค่าตอบแทนสำหรับการที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการหรือพักอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจกำหนดอัตราและวางระเบียบเกี่ยวกับการเก็บค่าบริการ หรือค่าตอบแทนดังกล่าว

      เงินที่เรียกเก็บได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากรใดๆ และให้กันไว้ใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่จัดเก็บไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของเงินที่เรียกเก็บได้ทั้งหมด และจัดส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เกินกว่าร้อยละห้าของเงินที่เรียกเก็บได้นั้น ส่วนที่เหลือให้นำส่งเป็นรายได้ของกองทุนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

      การเก็บ การรักษา การใช้จ่าย และการนำส่งเงินตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกองทุนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากำหนด

    • หมวด ๕ บริเวณและสถานที่คุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า
    • มาตรา ๖๙
    • ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่า หรือเก็บหรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่าในบริเวณวัดหรือในบริเวณสถานที่ที่ประชาชนใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

    • มาตรา ๗๐
    • บริเวณหรือที่ดินดังต่อไปนี้ รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะกำหนดให้เป็นเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าชนิดหรือประเภทใดก็ได้

      (๑) สถานที่ที่ใช้ในราชการหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันแห่งใด เป็นแหล่งอาศัยหรือแหล่งหากินของสัตว์ป่า สมควรสงวนไว้ให้เป็นแหล่งคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ หรือเป็นแหล่งนันทนาการของประชาชนโดยส่วนรวม หรือ

      (๒) ที่ดินที่มีความเหมาะสมจะประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา ๔๑ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะเข้าไปคุ้มครองสภาพธรรมชาติ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมไม่ให้เกิดความเสียหาย

      ประกาศกำหนดเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีแผนที่แสดงแนวเขตและรายละเอียดภูมิประเทศนั้นแนบท้ายด้วย

      ประกาศกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าตาม(๒) ให้มีผลใช้บังคับจนกว่าจะมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา ๔๑ แต่จะต้องไม่เกิน๑๐ ปี นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และที่ดินที่จะกำหนดให้เป็นเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าตาม(๒) นั้น ต้องเป็นที่ดินที่มิได้มีบุคคลใดซึ่งมิใช่ทบวงการเมืองมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
    • มาตรา ๗๑
    • เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีกำหนดเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าชนิดหรือประเภทใดตามมาตรา ๗๐ (๑) แล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้

      (๑) ล่าสัตว์ป่าชนิดหรือประเภทนั้น

      (๒) เก็บหรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่าซึ่งห้ามมิให้ล่านั้น

      (๓) ยึดถือครอบครองที่ดิน หรือตัด โค่น แผ้วถาง เผา ทำลาย ต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น หรือขุดหา เก็บแร่ ดิน หิน กรวด ทราย ลูกรัง ของป่า หรือทรัพยากรธรรมชาติใดๆ หรือเลี้ยงสัตว์ หรือเปลี่ยนแปลงทางน้ำ หรือทำให้น้ำในลำน้ำ ลำห้วย หนอง บึง ท่วมท้นหรือเหือดแห้ง เป็นพิษหรือเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี หรือเมื่ออธิบดีได้ประกาศอนุญาตไว้เป็นคราว ๆ ในเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งแห่งใดโดยเฉพาะ


    • มาตรา ๗๒
    • ให้นำบทบัญญัติ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ และมาตรา ๖๖ มาใช้บังคับแก่เขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา ๗๐(๒) ด้วย โดยอนุโลม

    • มาตรา ๗๓
    • การกระทำการใดๆ ในเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตได้เมื่อกิจกรรมนั้นไม่ก่อให้เกิดความเสียหายตามสภาพธรรมชาติของเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า และอนุญาตได้เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

      (๑) การสำรวจ การศึกษาวิจัย หรือการทดลองทางวิชาการที่ไม่เกิดความเสียหายต่อเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๒) การท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่ไม่เกิดความเสียหายต่อเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๓) การถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ สารคดี และการถ่ายภาพ

      หากการดำเนินกิจกรรมตามวรรคหนึ่ง มีความจำเป็นต้องทำให้เกิดความเสียหายแก่สภาพธรรมชาติของเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า ผู้กระทำต้องทำให้กลับคืนสภาพธรรมชาติดังเดิมหรือจ่ายค่าชดเชยความเสียหายในสภาพธรรมชาติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบของคณะกรรมการ


    • หมวด ๖ กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า
    • มาตรา ๗๔
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรียกว่า กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนในด้านการเงินในการคงอยู่ในสภาพธรรมชาติ ทรัพยากรธรรม ชาติ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้เป็นทุนในการส่งเสริม การศึกษาวิจัย พัฒนา ป่า แหล่งต้นน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำให้คงสภาพสมบูรณ์ เพื่อความมั่นคงในด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า สภาพธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่า สภาพธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และการอย่างอื่นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนดังกล่าว และให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากรใด ๆ
    • มาตรา ๗๕
    • กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

      (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

      (๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

      (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค

      (๔) เงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุน

      (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน

      (๖) ดอกผลหรือรายได้จากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

      (๗) เงินที่เก็บได้จากค่าบริการ หรือค่าตอบแทนสำหรับการได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๘) เงินที่เก็บได้จากค่าบริการหรือค่าตอบแทนในการเข้าไปหรือพักอาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๙) ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายตามมาตรา ๘๑

      (๑๐) เงินหรือรายได้จากการวิจัยและการพัฒนาเกี่ยวกับสัตว์ป่าหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือบริเวณหรือสถานที่ห้ามล่าสัตว์ป่า

      (๑๑) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

      (๑๒) เงินค่าปรับที่ได้จากการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ การเก็บรักษา การนำส่ง และการใช้เงินจากกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๗๖
    • เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้

      (๑) เป็นเงินช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า

      (๒) ให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าสำหรับการลงทุนและการดำเนินงานของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๓) เป็นเงินช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า ตามที่คณะกรรมการกองทุนเห็นสมควร

      (๔) เป็นค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์และให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับส่งเสริมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ

      (๕)เป็นเงินช่วยเหลือแก้ไขและชดเชยความเสียหายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากสัตว์ป่าที่ไม่มีมาตรการในการป้องกันที่เหมาะสม

      (๖) เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน

    • มาตรา ๗๗
    • ให้มีคณะกรรมการกองทุนคณะหนึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการป่าไม้ การรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ การเงิน การคลัง หรือการลงทุน จำนวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ ให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นกรรมการและเลขานุการ

      ให้นำความในมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗

      มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนและ

      การดำเนินงานของคณะกรรมการกองทุนด้วยโดยอนุโลม

    • มาตรา ๗๘
    • คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่ามีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

      (๑) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุน

      (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการเงินของกองทุน

      (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการหาผลประโยชน์จากเงินและทรัพย์สินของกองทุน

      (๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การใช้เงินและการเก็บรักษา

      (๕) เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อออกระเบียบการเก็บ การรักษา การใช้จ่าย และการนำส่งเงินตามมาตรา ๗๗

      (๖) ออกระเบียบเกี่ยวกับการช่วยเหลือหรืออุดหนุนด้านสวัสดิการแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๗) วางระเบียบเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย อนุรักษ์ ส่งเสริม สงวน คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ

      (๘) พิจารณาอนุมัติช่วยเหลือในด้านการเงินแก่โครงการต่างๆ ที่ขอรับการสนับสนุน

      (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายและระเบียบ กำหนดไว้ และตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

    • หมวด ๗ ความรับผิดทางแพ่ง
    • มาตรา ๗๙
    • ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใด โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น

      ค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงค่าความเสื่อมสภาพ หรือราคาของที่ดินเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า หรือทรัพยากรธรรมชาติและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ทางราชการต้องรับภาระจ่ายจริงในการขจัดความเสียหายที่เกิดขึ้นรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสภาพทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพนั้นด้วย

      หลักเกณฑ์การคำนวณและการกำหนดค่าเสียหาย ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

    • หมวด ๘ พนักงานเจ้าหน้าที่
    • มาตรา ๘๐
    • ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และให้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

      การกำหนดเงื่อนไขให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใดมีอำนาจหน้าที่เพียงใด ให้เป็นไปตามคำสั่งของรัฐมนตรี

    • มาตรา ๘๑
    • บทบัญญัติซึ่งห้ามกระทำตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้นำมาใช้บังคับแก่การกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกระทำโดยทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรอื่นของรัฐ และได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี เพื่อประโยชน์ในการสำรวจ การศึกษา การวิจัย การคุ้มครองสัตว์ป่า การป้องกันภยันตรายแก่ประชาชนหรือสัตว์ หรือเพื่อส่งเสริมการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า หรือเป็นการกระทำเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ

      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาต รวมทั้งการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นตามระเบียบคณะกรรมการ
    • มาตรา ๘๒
    • การกระทำตามมาตรา ๘๑ หากเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่การประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์ของผู้รับใบอนุญาตเพาะพันธุ์หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะของ ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าบริการ หรือค่าตอบแทน และราคาสัตว์ป่า ตามอัตราที่กำหนดในระเบียบ ของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๘๓
    • ในกรณีที่บุคคลใดประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ นอกเวลาราชการหรือนอกสถานที่ทำการโดยปกติ ไม่ว่าในหรือนอกประเทศ ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และจะต้องเสียค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ไปปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าอัตราของทางราชการ และต้องจ่ายค่าพาหนะเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามความจำเป็นในการปฏิบัติงาน

      การยื่นคำขอ การกำหนดค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

    • มาตรา ๘๔
    • ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครอง ดูแล รักษาหรือบำรุงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อการเพาะพันธุ์ การศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้การศึกษาหรือการพักอาศัย หรืออำนวยความปลอดภัยหรือ ให้ความรู้แก่ประชาชน ให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๘๕
    • เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือไม่

      ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต

      ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ได้ไม่เกินเก้าสิบวัน หรือถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควรโดยได้รับความ

      เห็นชอบจากคณะกรรมการจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเสียก็ได้

      ในกรณีที่เพิกถอนใบอนุญาตครอบครองหรือประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องจำหน่ายสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวที่มีไว้ในครอบครองให้แก่สวนสัตว์สาธารณะ หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมประมงในกรณีที่เป็นสัตว์น้ำ ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันทราบคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ถ้าพ้นกำหนดนั้นแล้ว มิได้จำหน่ายหรือจำหน่ายเพียงบางส่วน ให้สัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าที่ยังมิได้จำหน่ายหรือเหลือจำหน่ายนั้น ตกเป็นของแผ่นดิน และให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมประมง แล้วแต่กรณี และนำไปดำเนินการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๘๖
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้

      (๑) มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด เงื่อนไขในการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า และให้ส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาได้ด้วย

      (๒) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ โดยความยินยอมของเจ้าของสถานที่หรือโดยหมายของศาล เพื่อตรวจสอบเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ตลอดจนสอบถามข้อเท็จจริง เ รียกเอกสารที่เกี่ยวข้องจากบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ นำมาตรวจพิจารณาได้ตามความจำเป็นเมื่อปรากฏว่ามีการล่าสัตว์ป่าหรือมีการอื่นใดอันเกี่ยวกับสัตว์ป่าโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้ การบุกรุกทำลายป่า หรือทำให้ป่าเสื่อมสภาพในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      ในการเช่นว่านี้ บุคคลเหล่านั้นต้องให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร


    • มาตรา ๘๗
    • ในกรณีที่มีข้อเท็จจริงปรากฏหรือมีเหตุอันสมควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้

      (๑) สั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดงดเว้นการ กระทำใด ๆ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า

      (๒) สั่งเป็นหนังสือให้ผู้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้รื้อถอน แก้ไข หรือทำประการอื่นใดแก่สิ่งก่อสร้าง สิ่งที่เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่า หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพหรือเป็นอันตรายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติดังเดิมภายในเวลาที่กำหนด

      (๓) ยึด ทำลาย รื้อถอน แก้ไขหรือทำประการอื่นเมื่อผู้กระทำผิด ไม่ปฏิบัติตาม (๒) หรือไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิดหรือรู้ตัวผู้กระทำผิดแต่หาตัวไม่พบ

      ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าว และได้เสียค่าใช้จ่ายเพื่อการนั้น ให้ผู้กระทำผิดชดใช้หรือออกค่าใช้จ่ายนั้นทั้งหมดหรือให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำทรัพย์สินที่ยึดไว้ได้ออกขายทอดตลาดหรือขายโดย วิธีอื่นตามที่เห็นสมควร เพื่อชดใช้ค่าใช้จ่ายนั้น และให้นำความในมาตรา ๑๓๒๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินนั้นโดยอนุโลม

      (๔) ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อป้องกัน หรือบรรเทาความเสียหายแก่สัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน

    • มาตรา ๘๘
    • เมื่อปรากฏว่าผู้เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำความผิดอาญาอย่างอื่น หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า ประกาศกรม ประกาศกระทรวง หรือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันจำเป็นและสมควรต่อความปลอดภัยของผู้นั้นหรือของประชาชนอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าควบคุมสถานการณ์และออกคำสั่งให้ผู้นั้นหยุดการกระทำความผิดและสั่งให้ออกไปจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่า หรือสั่งให้ผู้นั้นพักอาศัยอยู่ภายในบริเวณที่จัดให้เป็นการชั่วคราว

      หากผู้รับทราบคำสั่งตามความในวรรคก่อนไม่ปฏิบัติตาม และมีกรณีที่จำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยแก่ประชาชนอื่น หรือเพื่อป้องกันอันตรายแก่ไม้ สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมตัวผู้นั้นนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีโดยทันที
    • มาตรา ๘๙
    • ในการจับกุม ปราบปรามผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ

      อาญา
    • มาตรา ๙๐
    • ในกรณีที่มีทรัพย์สินอันเป็นของกลางในการดำเนินคดี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรืออายัดไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ทรัพย์สินหรือสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาจากการกระทำความผิด พนักงานอัยการต้องเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณามีคำสั่งให้ทรัพย์สินหรือสิ่งก่อสร้างนั้นตกเป็นของแผ่นดิน ไม่ว่าทรัพย์สินหรือสิ่งก่อสร้างนั้นจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิ่งก่อสร้างนั้นจะรู้เห็นเป็นใจหรือมีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วให้ส่งแก่กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อจัดการหรือจัดสรรทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้ในกิจการของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าหรือจัดการตามที่เห็นสมควรต่อไป

      หากทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งเป็นทรัพย์สินที่ไม่สามารถเก็บรักษาได้โดยสภาพ ให้พนักงานเจ้าที่มีอำนาจจัดการทรัพย์สินได้ตามที่เห็นสมควร

      หากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คืนทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างแก่เจ้าของ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการคืนทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นให้แก่เจ้าของทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น หากไม่สามารถคืนเป็นทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นได้ ให้จ่ายคืนเป็นเงินตามจำนวนราคาทรัพย์สินในขณะที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน

      การจัดการทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้าง และแนวปฏิบัติในการดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๙๑
    • การจัดการแก่สัตว์ป่าตามมาตรา ๑๑ หรือสัตว์ป่าซึ่งเป็นทรัพย์สินของกลางตามมาตรา ๙๐ หรือสัตว์ป่าที่มีผู้ทอดทิ้ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสัตว์ป่านั้นอยู่ในความดูแลของศูนย์พักฟื้นสัตว์ป่าที่ราชการจัดตั้งหรือให้อยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวโดยสวนสัตว์สาธารณะหรือองค์การเอกชนที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ ก่อนที่จะดำเนินการเกี่ยวกับสัตว์ป่านั้นต่อไป

      หลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับสัตว์ป่า การส่งคืนสัตว์ป่าหรือส่งสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

    • หมวด ๘ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๙๒
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีแต่ไม่เกินเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

      การกระทำตามวรรคหนึ่ง หากผู้ใดปล่อยสัตว์ป่านั้นเข้าสู่สภาพธรรมชาติหรือสถานที่ใด ๆ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี แต่ไม่เกินสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทแต่

      ไม่เกินสามแสนบาท
    • มาตรา ๙๓
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๒๕ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีแต่ไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทแต่ไม่เกินเจ็ดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๙๔
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๖๙ หรือมาตรา ๗๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๙๕
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีแต่จำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๙๖
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๙

      วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๙๗
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑ หรือมาตรา ๕๙ (๑๓)หรือ(๑๔) หรือมาตรา ๖๐ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทแต่ ไม่เกินหกหมื่นบาท


    • มาตรา ๙๘
    • ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๕๙ (๓)(๖)(๗)(๘)(๙)(๑๐)(๑๑)(๑๒)หรือ(๑๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

      การกระทำตามวรรคหนึ่งถ้าก่อให้เกิดความเสียหายหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสภาพธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า หรือความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๙๙
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

      ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำในเขตหวงห้าม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีแต่ไม่เกินสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • มาตรา ๑๐๐
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๙ (๑) (๒) (๔)หรือ(๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

      ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำในเขตหวงห้าม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

      ถ้าปรากฏว่าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นกระทำแก่สัตว์หรือทรัพย์สินที่เก็บหาหรือนำออกมีมูลค่ารวมกันไม่เกินสองพันบาท หรือทำให้เกิดความเสียหายมีมูลค่าไม่เกินสองพันบาท ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองพันบาทแต่ไม่เกินห้าพันบาท

      ถ้าปรากฏว่าการกระทำตามวรรคสองเป็นกระทำแก่สัตว์หรือทรัพย์สินที่เก็บหาหรือนำออกมีมูลค่ารวมกันไม่เกินสองพันบาท หรือทำให้เกิดความเสียหายมีมูลค่าไม่เกินสองพันบาท ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
    • มาตรา ๑๐๑
    • บรรดาความผิดตามมาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๓ วรรคสามและวรรคสี่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบได้

    • มาตรา ๑๐๒
    • เงินค่าปรับที่ได้รับจากผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำไปจัดแบ่งเป็นเงินสินบนหรือรางวัลนำจับได้ก่อนนำเข้ากองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการให้ปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบข้อตกลงว่าด้วยการนั้นที่กระทรวงการคลังกำหนด

    • มาตรา ๑๐๓
    • บรรดาทรัพยากรธรรมชาติที่ได้มาหรือเกิดขึ้นหรือมีจากการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อรัฐมนตรีทำความตกลงกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกระเบียบเพื่อเก็บดูแลรักษา จำหน่าย โอน ทำลาย ไว้ใช้ในราชการหรือจัดการอย่างใด รวมทั้งการกำหนดชนิด ประเภท ของทรัพยากรธรรมชาติที่ควรจำหน่ายและที่ไม่ควรจำหน่าย

    • มาตรา ๑๐๔
    • บรรดาอาวุธ เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะ และสัตว์พาหนะ ใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สิน หรือสิ่งใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากฐานการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นของผู้กระทำความผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่ หรือผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นจะรู้เห็นเป็นใจหรือมีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วให้ส่งแก่กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเพื่อจัดการหรือจัดสรรทรัพย์สินดังกล่าวสำหรับใช้ในกิจการส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าหรือจัดการตามที่เห็นสมควรต่อไป

      บรรดาอสังหาริมทรัพย์จำพวกสิ่งปลูกสร้างที่ส่งให้แก่กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ


    • มาตรา ๑๐๕
    • ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐๔ ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ให้อธิบดีส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินโดยเร็ว

    • มาตรา ๑๐๖
    • ผู้ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา ๑๐๔ อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาสั่งให้คืนทรัพย์สิน หรือให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ราคาทรัพย์สินหรือค่าเสียหายแทน แล้วแต่กรณี โดยแสดงให้ศาลเห็นว่าตนเป็นเจ้าของที่แท้จริง และทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และตนมิได้รู้เห็นเป็นใจหรือมี

      ส่วนร่วมกระทำความผิดคำร้องตามวรรคหนึ่งจะต้องยื่นภายในหกเดือนนับแต่คำสั่งศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินถึงที่สุด
    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๑๐๗
    • สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่กำหนดขึ้นตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๗

      ผู้ใดครอบครองสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวนตามมาตรา ๗ ให้ครองครองสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าสงวนนั้นได้ต่อไปโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้ แต่ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ภายในเก้าสิบวันนับวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เพื่อให้ทราบถึงจำนวนที่ครอบครองและรูปพรรณของสัตว์ป่าสงวนดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกไว้และออกหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้แจ้ง และให้ถือหลักฐานการแจ้งนั้นเป็นหลักฐานการอนุญาตให้ครอบครองได้ตามพระราชบัญญัตินี้

    • มาตรา ๑๐๘
    • เมื่อได้มีกฎกระทรวงตามมาตรา ๗ วรรคสอง ใช้บังคับ ในการดำเนินการแก่สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดเพิ่มเติมขึ้น หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของบุคคลใดก่อนวันที่กฎกระทรวงใช้บังคับ ให้เป็นไปดังนี้

      (๑) ให้ผู้มีสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดเพิ่มเติมขึ้นอยู่ในความครอบครองก่อนวันที่กฎกระทรวงใช้บังคับ แจ้งชนิดและจำนวนสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่อยู่ในความครอบครองของตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงใช้บังคับ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วหากผู้เป็นเจ้าของหรือครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ไม่ประสงค์จะเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไป ให้จำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นให้แก่ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นของรัฐ หรือองค์กรเอกชนเพื่อการสาธารณกุศลที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ หรือผู้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเพาะพันธุ์ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ยังมีสัตว์ป่าคุ้มครองเหลืออยู่เท่าใดให้สัตว์ป่าคุ้มครองนั้นตกเป็นของแผ่นดิน และให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองส่งมอบสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมประมง แล้วแต่กรณี เพื่อนำไปดำเนินการ ทั้งนี้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

      หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไป ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพการเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองของผู้นั้นว่าอยู่ในสภาพอันสมควรและปลอดภัยแก่สัตว์นั้นเพียงใด หากเห็นว่าสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นได้รับการเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่ในสภาพอันสมควรและปลอดภัย และเมื่อผู้นั้นยื่นคำขออนุญาตครอบครองตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อธิบดีอนุญาตให้ผู้นั้นครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไปได้ โดยออกใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ใบอนุญาตดังกล่าวให้มีอายุเพียงเท่าอายุของสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยการเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ และเมื่อสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นเพิ่มจำนวนขึ้นโดยการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ หรือตาย ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ

      (๒) สำหรับซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้ผู้ครอบครองหรือเจ้าของแจ้งชนิดและจำนวนของซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในความครอบครองของตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวัน นับแต่วันที่กฎกระทรวงใช้บังคับเพื่อจดแจ้งไว้ในทะเบียน และให้ผู้นั้นครอบครองซากของสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไปได้ ในกรณีที่เป็นซากของสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีไว้เพื่อค้า เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดแจ้งชนิดและจำนวนของซากสัตว์ป่านั้นไว้แล้ว ให้ผู้ครอบครองซากของสัตว์ป่าเพื่อค้านั้นดำเนินการจำหน่ายซากของสัตว์ป่านั้นให้เสร็จสิ้นภายในสามปี

      แบบและวิธีการแจ้งตาม (๑) และ (๒) และการออกใบอนุญาตให้ครอบครอง

      สัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว และใบรับรองการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๑๐๙
    • ผู้ใดครอบครองสัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศหรือสัตว์ป่าควบคุมอยู่ก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ครอบครองสัตว์ป่าดังกล่าวได้ต่อไป แต่ให้ดำเนินการแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวันนับวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เพื่อให้ทราบถึงจำนวนที่ครอบครองและรูปพรรณของสัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศหรือสัตว์ป่าควบคุมที่ครอบครองอยู่ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกไว้และออกหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้แจ้ง และให้ถือหลักฐานการแจ้งนั้นเป็นหลักฐานการอนุญาตให้ครอบครองได้ตามพระราชบัญญัตินี้

    • มาตรา ๑๑๐
    • เมื่อได้มีการเปลี่ยนประเภทของสัตว์ป่าตามพันธกรณีระหว่างประเทศหรือสัตว์ป่าควบคุม โดยกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้นำความในมาตรา ๑๐๗ หรือมาตรา ๑๐๘ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับแก่การดำเนินการแก่สัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลใดก่อนวันที่มีการเปลี่ยนประเภทของสัตว์ป่านั้น โดยอนุโลม

    • มาตรา ๑๑๑
    • ผู้ใดครอบครองสัตว์ป่าตามมาตรา ๙ อยู่ก่อนวันที่ประกาศตาม มาตรา ๙ วรรคสอง มีผลใช้บังคับ ให้แจ้งจำนวน ชนิด และรูปพรรณของสัตว์ป่าดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศดังกล่าวใช้บังคับ และที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยหรือป้องปัดภยันตรายของประชาชน สัตว์ป่าหรือพันธุ์พืช สภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือผลกระทบต่อการคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าในประเทศหรือพันธุกรรมของสัตว์ป่า พนักงานเจ้าหน้าที่อาจเรียกให้ส่งสัตว์ป่านั้นมาอยู่ในการควบคุมของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชหรือกรมประมง แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในระเบียบของคณะกรรมการ

    • มาตรา ๑๑๒
    • ผู้ค้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าหรือเป็นสิ่งได้มาหรือมีส่วนผสมจาก

      สัตว์ป่าตามมาตรา ๖ หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้

      ขออนุญาตค้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า และแจ้งการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าหรือส่วนผสม และจำนวนที่มีไว้เพื่อการค้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

    • มาตรา ๑๑๓
    • ให้บริเวณที่ดินที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าก่อนวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ เป็นเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าตามพระราชบัญญัตินี้


    • มาตรา ๑๑๔
    • บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ และยังใช้บังคับอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้

      ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

    • มาตรา ๑๑๕
    • การอนุญาต ใบอนุญาต หนังสืออนุญาต และใบรับรองที่ออกให้แก่บุคคลใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนสิ้นอายุตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนั้น
    • มาตรา ๑๑๖
    • คำขอใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของอธิบดี ให้ถือว่าคำขอนั้นสิ้นสุดลง เว้นแต่เป็นคำขออนุญาตดำเนินกิจการอันอาจอนุญาตได้ตามพระราชบัญญัตินี้หรือเป็นกรณีที่มีการแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ให้อธิบดีพิจารณาคำขออนุญาตหรือการแจ้งครอบครองนั้นต่อไป

    • มาตรา ๑๑๗
    • ใบอนุญาต อาชญาบัตร และประทานบัตร ตามกฎหมายว่าด้วยแร่หรือสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งได้ออกให้แก่บุคคลใดไว้แล้วก่อนการกำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คงใช้ต่อไปเพียงเท่ากำหนดอายุของ

      ใบอนุญาต หนังสืออนุญาต อาชญาบัตร ประทานบัตร หรือสัมปทานนั้น ๆ

      ถ้าใบอนุญาต อาชญาบัตร และประทานบัตร ตามกฎหมายว่าด้วยแร่หรือสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติตามวรรคหนึ่งอยู่ในเขตหวงห้าม ถ้ามีประกาศกำหนดเขตพื้นที่ของคณะกรรมการประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว ให้ถือว่าประกาศกำหนดเขตพื้นที่ดังกล่าว เป็นการยกเลิกใบอนุญาต อาชญาบัตร และประทานบัตร ตามกฎหมายว่าด้วยแร่หรือสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ นับแต่วันที่ประกาศกำหนดเขตพื้นที่ของคณะกรรมการประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและให้รัฐจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้ได้รับใบอนุญาต อาชญาบัตร และประทานบัตร หรือหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย เท่าที่จำเป็น แต่ไม่ให้รวมถึงค่าความเสียหายในอนาคตจากการไม่ได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail