Facebook


คำแถลงการณ์คืออะไร

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 20574 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
โดย นราธิป เทพานนท์
หัวหน้าสำนักงานคดี

เมื่อมีข่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำแถลงการณ์ของคู่กรณีก่อนจะมีคำวินิจฉัยในคดีปกปิดทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรี คงมีผู้สงสัยอยู่บ้างว่า แถลงการณ์คืออะไร บางคนไม่เคยได้ยินมาก่อน บางคนได้ยินมาก็แต่ที่คณะปฎิวัติใช้กัน ความสงสัยมีอยู่และมีมากขึ้นเมื่อมีข่าวตามมาว่า นายกรัฐมนตรีจะไปแถลงการณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง

             แถลงการณ์คืออะไร ในศาลอื่น ๆ มีหรือไม่ จำเป็นต้องทำด้วยหรือ ไม่ทำผิดไหม มีผลต่อการวินิจฉัยคดีหรือเปล่า ขออธิบายว่า ตามศัพท์คำว่า "แถลง" เป็นคำกริยา แปลว่า บอกเล่าหรือแจ้งให้ทราบเป็นทางการหรือกล่าวอธิบาย คำว่า "การณ์" เป็นคำนาม แปลว่า เหตุ เค้าหรือมูล ส่วนคำว่า "แถลงการณ์" ถ้าเป็นคำกริยา แปลว่า อธิบายเหตุการณ์เป็นทางการ ถ้าเป็นคำนามก็แปลว่า คำอธิบายเหตุการณ์เป็นทางการ เมื่อเห็นความหมายในภาษาไทยก็คงจะเริ่มเข้าใจได้บ้างแล้ว

เวลาที่คู่ความมีคดีมาสู่ศาลไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง เช่น คดีผิดสัญญาหรือคดีละเมิด หรือเป็นคดีในศาลที่เรียกว่า ศาลชำนัญพิเศษ เช่นคดีภาษีอากร คดีแรงงาน หรือคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ หรือเป็นคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา ล้วนแต่อนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ได้ทั้งสิ้น

 คดีแพ่งในศาลชั้นต้น เมื่อโจทก์และจำเลยต่างสืบพยานเสร็จแล้ว กฎหมายให้ศาลฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาของคู่ความก่อนพิพากษาคดี แต่ไม่ได้บังคับว่าคู่ความจะต้องแถลงการณ์เสมอไป ฝ่ายใดจะแถลงหรือไม่ก็ได้ จะแถลงด้วยวาจาหรือทำเป็นหนังสือก็ได้ โดยทั่วไปนิยมเรียกว่า "แถลงการณ์ปิดคดี" หากประสงค์จะแถลงก็ต้องขออนุญาตต่อศาล ขอแล้วศาลจะอนุญาตหรือไม่ก็ได้ ถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต่อการวินิจฉัยคดี หรือฟุ่มเฟือยหรือจะทำให้คดีล่าช้า ศาลก็อาจไม่อนุญาต ถ้าศาลอนุญาตก็จะให้โจทก์แถลงก่อนต่อหน้าศาล แล้วจำเลยแถลงแก้ เสร็จแล้วให้โจทก์แถลงตอบได้อีกครั้งหนึ่ง ทางปฎิบัติทนายความมักจะขอแถลงการณ์เป็นหนังสือด้วยคงเห็นว่า การเขียนมีเวลาเรียบเรียงง่ายกว่าพูดในศาล ซึ่งพูดผิดแล้วพูดใหม่ได้ก็จริง แต่พูดไปแล้วลบทิ้งหรือถอนคำพูดอย่างในสภาฯ เห็นจะไม่ได้ การแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาตัวความจะแถลงเองก็ได้ ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาคู่ความก็มีโอกาสขอแถลงการณ์ด้วยวาจาได้อีก โดยจะต้องขอไปตอนท้ายคำฟ้องอุทธรณ์ หรือคำแก้อุทธรณ์แล้วแต่กรณี ถ้าจะแถลงการณ์ในชั้นฎีกาก็ขอแบบเดียวกันคือ ขอไปตอนท้ายฟ้องฎีกา หรือคำแก้ฎีกา แล้วแต่กรณี ถ้าศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาอนุญาต ก็จะนัดวันเวลาให้คู่ความไปแถลงการณ์ต่อหน้าศาลก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา ปัจจุบันมีน้อยคดีเต็มทีที่ศาลสูงจะอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยวาจา โดยมากศาลจะมีคำสั่งว่า "ที่โจทก์ (หรือจำเลย) ขอแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อศาลอุทธรณ์ (หรือฎีกา) นั้น เห็นว่าไม่จำเป็นต่อการวินิจฉัยคดีจึงให้งดเสีย" ซึ่งก็เป็นดุลพินิจของศาลตามที่เห็นสมควร

 วัตถุประสงค์ของแถลงการณ์ปิดคดีในคดีแพ่ง ก็เพื่อให้โอกาสคู่ความอธิบายสรุปผลของพยานหลักฐานที่ตนนำเข้าสืบ เพราะในการสืบพยานบางครั้งยากที่จะรู้ว่าศาลเข้าใจความมุ่งหมายที่แท้จริงของข้อที่นำสืบหรือไม่ การอธิบายว่าผลของการสืบพยานได้ข้อสรุปอย่างไร ช่วยให้ศาลเข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้นเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินคดี ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่จะได้หยิบยกข้อพิรุธและความไม่น่าเชื่อถือของพยานหลักฐานของอีกฝ่ายหนึ่ง ตลอดจนพฤติการณ์ไม่สุจริต มีอคติ หรือลำเอียง ของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งให้ศาลเห็น

 ในคดีอาญา การแถลงการณ์ด้วยวาจาทำได้ตั้งแต่ก่อนสืบพยานเรียกว่า "การแถลงเปิดคดี" เมื่อโจทก์ฟ้องคดีแล้ว ก่อนสืบพยานครั้งแรก กฎหมายให้อำนาจโจทก์แถลงเปิดคดีก่อนได้โดยให้แถลงถึงลักษณะของฟ้องและพยานหลักฐานที่โจทก์จะนำมาสืบ เพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย เสมือนเป็นการให้โจทก์ได้อธิบายให้ศาลเข้าใจโครงเรื่องทั้งหมด เมื่อศาลได้ฟังเข้าใจแล้ว เวลาที่โจทก์สืบพยาน ศาลก็เข้าใจว่าโจทก์สืบพยานปากนั้นเพื่อพิสูจน์ในเรื่องใด การบันทึกคำเบิกความพยานของศาลก็ครบถ้วนเป็นไปตามลำดับยิ่งขึ้น บางครั้งโจทก์ก็ใช้โอกาสในการแถลงเปิดคดีดักคอฝ่ายจำเลยเสียก่อนว่าศาลจะได้ฟังว่า จำเลยจะสืบพยานต่อสู้ในเรื่องใด แต่ศาลไม่ควรรับฟังด้วยเหตุผลใด เมื่อโจทก์สืบพยานเสร็จ ก่อนจำเลยจะสืบพยาน จำเลยก็มีอำนาจแถลงเปิดคดีได้ว่า จำเลยประสงค์จะต่อสู้คดีในประเด็นใด จะอ้างอิงหลักกฎหมายใดเพื่อปฎิเสธความผิดและมีพยานหลักฐานอะไรที่จะนำมาแสดงต่อศาลก็แถลงศาลเสียในชั้นนี้ได้ เพื่อให้ศาลทราบข้อต่อสู้ของจำเลยได้ชัดเจนขึ้น เพ

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail