Facebook


ผลกระทบของโพลล์ต่อการเลือกตั้ง

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4873 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
โดย นายรชตะ สาสะเน
สำนักงานคดี

 

" POLL", โพลล์ หรือผลสำรวจของประชาชน มีการจัดทำในต่างประเทศมานานแล้ว คือเมื่อประมาณปี พ.ศ.2367 ส่วนในประเทศไทยเพิ่งเริ่มมีการจัดทำโพลล์ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2518 ซึ่งในสมัยนั้นการจัดทำโพลล์มักถูกนำมาใช้เพื่อประกอบการจัดทำงานวิจัยทางวิชาการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บทบาทของโพลล์เด่นชัดมากขึ้นเมื่อโพลล์ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง และแพร่หลาย โดยผู้จัดทำมีทั้งที่เป็นสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ อาทิเช่น สวนดุสิตโพลล์, เอแบคโพลล์ , เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานราชการ สื่อมวลชน ตลอดจนพรรคการเมืองต่างก็มีการจัดทำโพลล์ของตนเอง องค์กรทางธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับโพลล์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อต้องการทราบถึงข้อมูลทางการตลาด ข้อมูลทางธุรกิจต่างๆตลอดจนความนิยมในตัวสินค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบการพิจารณาถึงแนวทางการดำเนินกิจการต่อไป

             โพลล์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ใหญ่ๆ ดังนี้

  1. โพลล์เลือกตั้ง (Election Poll)
  2. โพลล์ความคิดเห็น (Opinion Poll)

 บทบาทของโพลล์ในปัจจุบันมีส่วนช่วยให้ทราบถึงข้อมูลของสภาวะการณ์มากขึ้น แต่ก็อาจมีผลเสียเกิดขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ซึ่งมีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นประธานเล็งเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่ควรทำการศึกษา เรื่อง ข้อเท็จจริงและผลกระทบของการจัดทำผลสำรวจของประชาชน (โพลล์) เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสม โดยมุ่งเน้นประเด็นปัญหาในการพิจารณาโพลล์เลือกตั้ง ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และมีผลกระทบต่อสังคมอย่างไร คณะกรรมาธิการจึงได้ทำการศึกษาถึงกรณีดังกล่าวเพื่อให้เข้าใจถึงข้อดี ข้อเสีย ของการจัดทำผลสำรวจของประชาชน ซึ่งจากการศึกษาของกรรมาธิการพบว่า

 แม้โพลล์จะอาศัยเครื่องมือและระเบียบวิธีวิจัยมาใช้ แต่โพลล์จำนวนมากมีข้อจำกัดในด้านเวลาและงบประมาณ พื้นที่สำรวจจึงมักครอบคลุมแต่คนในเมือง โดยเฉพาะคนในเมืองหลวง เช่น กรุงเทพมหานคร โครงสร้างคำถามในบางกรณีก็มีปัญหาเพราะเป็นการบีบบังคับให้ผู้ตอบต้องเลือกตอบอย่างใดอย่างหนึ่ง และได้คำตอบตามที่ผู้ออกแบบต้องการ เช่น หากถามว่าท่านคิดว่าโครงการเงินกองทุนช่วยเหลือนี้ดีหรือไม่ดี ผู้ตอบส่วนมากจะตอบว่าดี เพราะจะคิดเปรียบเทียบว่ามีโครงการนี้อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีโครงการนี้ หรือในกรณีสอบถามความเห็นในเรื่องที่ผู้ตอบอาจไม่มีข้อมูลเพียงพอก็มักที่จะเลือกตอบคำตอบกลางๆ หรือที่ตอบว่า " ไม่มีความเห็น" ในหลายกรณีการตอบเช่นนี้มีเป็นสัดส่วนที่สูงมาก

 จึงเป็นการยากที่จะเชื่อมั่นว่าผลสำรวจนี้เป็นความจริง โดยเฉพาะเมื่อความคิดเห็นของประชาชนมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเวลาและข้อมูลที่ได้รับ ความคิดเห็นของคนๆหนึ่งจะเป็นจริง ณ เวลาที่กำลังสอบถาม แต่เมื่อได้รับข้อมูลใหม่ความเห็นก็เปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ ผู้ให้ความเห็นอาจจะให้ความเห็นตามกระแสมากกว่าความเห็นที่เป็นจริงของตนเอง

 ด้วยเหตุผลที่โพลล์มิใช่ประชามติ และความจริงที่ได้จากโพลล์นั้นมีข้อจำกัดอยู่มาก ประชาชนจึงควรพิจารณาโพลล์เพียงในฐานะที่เป็นการสะท้อนความคิดเห็นเพียงบางส่วน ในบางเวลา และต่อบางประเด็นคำถามเท่านั้น ไม่ควรยึดถือโพลล์ ว่าเป็นเสียงส่วนมาก และนำมาอ้างอิงว่าเป็นการตัดสินใจของประชาชนแทนการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยวิธีอื่นๆ

 กรรมาธิการพบว่าแหล่งที่มาของเงินทุนที่ใช้ในการทำโพลล์นั้น จำแนกได้ 2 ประเภท คือ แหล่งแรกเป็นเงินทุนอุดหนุนจากสถาบันการศึกษา จากสถาบันที่ปรารถนาที่จะทำโพลล์เองและแหล่งที่สองได้มาจากการรับจ้างจัดทำโพลล์ ซึ่งมีผู้ว่าจ้างได้แก่ พรรคการเมือง หน่วยงานของรัฐ และธุรกิจเอกชน ซึ่งกรรมาธิการฯมีความเห็นว่า สถาบันที่จัดทำโพลล์เพื่อความรู้ในประเด็นสาธารณะควรที่จะแยกเด็ดขาดจากสถาบันที่รับจ้างในการทำโพลล์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของสถาบันที่ทำโพลล์ เพราะบางครั้งสถาบันที่รับจ้างทำโพลล์ อาจจำเป็นต้องปกปิดผลการสำรวจ ตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ประชาชนขาดความเชื่อถือ

 นอกจากนั้นยังมีโพลล์บางประเภทที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ปกปิดผลของโพลล์ เช่น ข้อมูลที่อ้างว่าเกี่ยวกับความมั่นคงของทางราชการ หรือข้อมูลการสำรวจตลาดของธุรกิจเอกชน เป็นต้น โดยหน่วยงานที่รับทำโพลล์มักจะมีการทำสัญญาข้อตกลงกับผู้ว่าจ้างว่าต้

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail