Facebook


ร่างพระราชบัญญัติกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2663 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

 

พระราชบัญญัติ

 

กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย

 

พ.ศ. ....

 

                               

 

 

.................................

 

.................................

 

.................................

 

                                     

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ให้มีกฎหมายว่าด้วยกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย

    เหตุผล

    โดยที่ศิลปะร่วมสมัยเป็นส่วนหนึ่งที่ดำเนินการเพื่อสร้างสรรค์และคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภายใต้บทบัญญัติ มาตรา ๘๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้มีการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ ตลอดจนนโยบายของรัฐบาลที่จะพัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพ ซึ่งผลงานทางศิลปะนั้นนอกจากจะมีผลให้เยาวชนของชาติเกิดการเรียนรู้และเข้าถึงคุณค่าความสุนทรีย์ของศิลปะแล้ว ยังเป็นการพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณธรรม สร้างความสมานฉันท์ และมีความสุขทางจิตใจโดยทางตรงหรือทางอ้อม จนในที่สุดศิลปะร่วมสมัยจะเป็นวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งจะเป็นทุนและพลังในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้ดีขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย จึงถือเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการส่งเสริมทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มศิลปินผู้สร้างสรรค์งานทางศิลปะภายใต้กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยและกลไกของกฎหมาย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    บทนิยาม (มาตรา ๓)
    หมวด ๑ แนวทางการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (มาตรา ๕ - มาตรา ๑๒)
    หมวด ๒ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (มาตรา ๑๓ - มาตรา ๑๖)
    หมวด ๓ การบริหารกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (มาตรา ๑๗ - มาตรา ๒๖)
    บทเฉพาะกาล (มาตรา ๒๗)

    • หมวด ๑ แนวทางการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (มาตรา ๕ - มาตรา ๑๒)
    • บุคคลใดที่ประกอบอาชีพหรือดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยโดยบุคคลเดียวหรือรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือคณะบุคคลไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม ถ้าประส่งจะรับการส่งเสริมตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ส่วนสถานศึกษาที่ประสงค์จะรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ให้ผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยและสถานศึกษาซึ่งขอรับการส่งเสริมต้องจัดทำโครงการตามที่ระบุในมาตรา ๗
      ให้คณะกรรมการกองทุนศิลปะร่วมสมัยมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติโครงการและแจ้งผลการพิจารณาให้องค์กรหรือคณะบุคคล หรือสถานศึกษา ภายในเก้าสิบวันนับแต่ที่ได้รับโครงการ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้ขยายได้ไม่เกินเก้าสิบวัน ในกรณีที่ไม่ได้รับการสนับสนุนให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนศิลปะร่วมสมัยภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
    • หมวด ๒ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (มาตรา ๑๓ - ๑๖)
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เรียกว่า กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยกองทุนประกอบด้วย เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการจัดหารายได้ด้วยวิธีการต่างๆ เงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาลหรืองบประมาณรายจ่ายประจำปี เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ เงินอุดหนุนจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ เป็นต้น
      เงินหรือดอกผลของกองทุนตามมาตรา ๑๔ ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง
      ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุน มีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้หรือได้รับยกเว้นภาษีสำหรับทรัพย์สินที่บริจาค
    • หมวด ๓ การบริหารกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (มาตรา ๑๗ - ๒๖)
    • ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการด้านศิลปะร่วมสมัย เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเป็นรองประธานกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ด้านกฎหมาย การเงิน การคลัง เศรษฐศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ จำนวนสามคน และจากผู้มีความรู้ความสามารถด้านศิลปะร่วมสมัย จำนวนสามคน เป็นกรรมการ
      ให้รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้แต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกิน ๒ คน
      ซึ่งคณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ระดมทุน กำหนดนโยบายและแผนการเงินและงบประมาณประจำปีของกองทุน พิจารณาอนุมัติโครงการ ที่ขอรับการสนับสนุน รวมทั้งพิจารณาโครงการหรือกิจกรรมทางศิลปะร่วมสมัยอื่นที่เห็นสมควรให้การสนับสนุน กำหนดนโยบายและออกระเบียบ การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน พิจารณางบดุล รายงานการรับจ่ายเงิน ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการที่ได้รับสนับสนุนจากกองทุนและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของกองทุน รวมถึงเสนอรายงานประจำปี
      ให้ประธานกรรมการและกรรมการอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
    • บทเฉพาะกาล (มาตรา ๒๗)
    • ในระยะเริ่มแรกให้รัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการจัดสรรทุนประเดิมให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยภายในวงเงินที่รัฐมนตรีเห็นสมควรให้สำนักงานสามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ได้
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติกองทุนส่งเสริมศิลปะ
      ร่วมสมัย พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      ศิลปะร่วมสมัย หมายความว่า ศิลปะที่สร้างสรรค์จากจินตนาการ ความรู้สึก ความคิดและการประยุกต์โดยมีวัฒนธรรมเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์ ได้แก่ สาขาทัศนศิลป์ หรือสาขาอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
      กองทุน หมายความว่า กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย
      ผู้อำนวยการ หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
      สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๔
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
      กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
    • หมวด ๑ แนวทางการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย
    • มาตรา ๕
    • บุคคลใดที่ประกอบอาชีพหรือดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยโดยบุคคลเดียวหรือรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือคณะบุคคลไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม ถ้าประสงค์จะรับการส่งเสริมตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยตามพระราชบัญญัตินี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
      การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะ ร่วมสมัยและการพิจารณารับขึ้นทะเบียน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๖
    • สถานศึกษาใดที่ประสงค์จะรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และดำเนินการตามมาตรา ๗
    • มาตรา ๗
    • ผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยและสถานศึกษาตามมาตรา ๖ ซึ่งขอรับการสนับสนุนตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจัดทำโครงการซึ่งระบุข้อความดังต่อไปนี้
      (๑) หมายเลขทะเบียนของบุคคล กลุ่ม หรือคณะบุคคลที่สำนักงานเป็นผู้ออกให้
      (๒) รายชื่อกรรมการหรือสมาชิกทั้งหมดของกลุ่มหรือคณะบุคคล
      (๓) รายละเอียดแห่งสินทรัพย์ หนี้สินและภาระผูกพันต่างๆ ของบุคคล กลุ่ม หรือคณะบุคคล
      (๔) รายละเอียดของโครงการ
      (๕) เหตุผลที่เสนอโครงการ
      (๖) หลักการ วิธีดำเนินการ และขั้นตอนของการดำเนินโครงการ
      (๗) ระยะเวลาในการดำเนินงานตามโครงการ
      (๘) รายชื่อของผู้ให้การสนับสนุนโครงการพร้อมรายละเอียดในการให้การสนับสนุน ถ้ามี
      (๙) ผลสำเร็จของแผนหรือโครงการซึ่งประชาชนและประเทศชาติจะได้รับ
      สำหรับสถานศึกษาให้ระบุข้อความเฉพาะตาม(๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙)
    • มาตรา ๘
    • ให้คณะกรรมการมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติโครงการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศของคณะกรรมการ และให้แจ้งผลการพิจารณาให้ ผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย หรือสถานศึกษาทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่ที่ได้รับโครงการ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นก็ให้ขยายได้ไม่เกินเก้าสิบวัน
      ในกรณีที่ไม่ได้รับการสนับสนุน ให้ผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย หรือสถานศึกษา มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา
      คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
    • มาตรา ๙
    • ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติโครงการที่มีวงเงินไม่เกิน ห้าหมื่นบาท
      ให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติโครงการที่มีวงเงินเกินกว่าห้าหมื่นบาท
    • มาตรา ๑๐
    • คณะกรรมการและผู้อำนวยการ อาจเห็นชอบโครงการโดยกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดให้ปฏิบัติด้วยก็ได้
    • มาตรา ๑๑
    • ให้ผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย หรือสถานศึกษา รายงานผลการดำเนินการตามโครงการที่ได้รับการสนับสนุนต่อสำนักงานตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      ให้สำนักงานดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการตามโครงการ ถ้าผลการพิจารณาปรากฏว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ ให้แจ้งผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย หรือสถานศึกษาทำการแก้ไขปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด และในกรณีที่เห็นสมควรอาจมีคำสั่งให้พักการจ่ายเงินตามโครงการในระหว่างนั้นก็ได้ และให้รายงานคณะกรรมการตามที่กำหนดในประกาศของคณะกรรมการ
      ในกรณีที่ปรากฏแน่ชัดว่าผู้ขอรับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย หรือสถานศึกษาใดไม่อาจดำเนินการให้เป็นไปตามโครงการที่ได้รับการสนับสนุนต่อไปได้ ให้ผู้อำนวยการเสนอคณะกรรมการพิจารณาสั่งยกเลิกโครงการนั้น
    • มาตรา ๑๒
    • คณะกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งสามารถให้การสนับสนุนบุคคล กลุ่ม คณะบุคคล หรือสถานศึกษาอื่นใดให้ดำเนินโครงการอื่นนอกเหนือโครงการตามมาตรา ๘ ได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศของคณะกรรม
    • หมวด ๒ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย
    • มาตรา ๑๓
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า กองทุนส่งเสริมศิลปะ
      ร่วมสมัย ในสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย
    • มาตรา ๑๔
    • กองทุนประกอบด้วย
      (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้
      (๒) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการจัดหารายได้ด้วยวิธีการต่างๆ
      (๓) เงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาลหรืองบประมาณรายจ่ายประจำปี
      (๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้
      (๕) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ
      (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน
      (๗) เงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุน
      (๘) ดอกผล รายได้ หรือผลประโยชน์อื่นใดของกองทุน
    • มาตรา ๑๕
    • เงินและดอกผลของกองทุนตามมาตรา ๑๔ ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
    • มาตรา ๑๖
    • ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุน มีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ หรือได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับทรัพย์สินที่บริจาค แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
    • หมวด ๓ การบริหารกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย
    • มาตรา ๑๗
    • ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยประกอบด้วย
      (๑) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านศิลปะร่วมสมัย เป็นประธานกรรมการ
      (๒) รองประธานกรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
      (๓) กรรมการโดยตำแหน่งได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
      (๔) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ด้านกฎหมาย การเงิน การคลัง เศรษฐศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ จำนวนสามคน และจากผู้มีความรู้ความสามารถด้านศิลปะร่วมสมัย จำนวนสามคน เป็นกรรมการ
      ให้รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้แต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกิน ๒ คน
    • มาตรา ๑๘
    • คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
      (๒) ระดมทุน
      (๓) กำหนดนโยบาย แผนการเงินและงบประมาณประจำปีของกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์การให้การสนับสนุนโครงการหรือแผนงานทางด้านศิลปะร่วมสมัย
      (๔) พิจารณาอนุมัติโครงการ หรือกิจกรรมทางศิลปะร่วมสมัยที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุน รวมทั้งโครงการ หรือกิจกรรมทางศิลปะร่วมสมัยอื่นที่เห็นสมควรให้การสนับสนุน วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารและการใช้จ่ายเงินกองทุน
      (๕) กำหนดนโยบายและออกระเบียบ การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
      (๖) พิจารณางบดุล รายงานการรับจ่ายเงินและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของกองทุน
      (๗) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการ หรือกิจกรรมที่ได้รับสนับสนุนจากกองทุน
      (๘) เสนอรายงานประจำปีและเสนอความเห็นต่อกระทรวงวัฒนธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
      (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่กระทรวงวัฒนธรรมมอบหมาย
      ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการอาจมอบให้สำนักงานเป็น ผู้ปฏิบัติการหรือเตรียมข้อเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้
    • มาตรา ๑๙
    • ให้ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
      ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการ ตามมาตรา ๑๗ พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ แทนตำแหน่งที่ว่างลง เว้นแต่วาระของประธานกรรมการหรือกรรมการเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งตนแทน
      เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ตามแต่กรณี
    • มาตรา ๒๐
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๙ ประธานกรรมการกองทุนและกรรมการกองทุนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) มีความประพฤติเสื่อมเสียและที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
      (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
      (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
      (๗) ถูกปลดออกหรือไล่ออกเพราะผิดวินัยขององค์กรที่ตนสังกัด
    • มาตรา ๒๑
    • การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
      ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
      ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง
      เป็นประธานในที่ประชุมสำหรับการประชุมคราวนั้น
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มี
      หนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้น
      อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
    • มาตรา ๒๒
    • คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
    • มาตรา ๒๓
    • การบัญชีของกองทุนให้เป็นไปตามหลักการและนโยบายบัญชีสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ผังบัญชีมาตรฐาน และมาตรฐานรายงานการเงินสำหรับหน่วยงานภาครัฐตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด
    • มาตรา ๒๔
    • ให้ปิดบัญชีและจัดทำงบการเงินของกองทุนประจำปีให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ และส่งงบการเงินดังกล่าวให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบและรับรอง พร้อมทั้งส่งสำเนางบการเงินของกองทุนเสนอคณะกรรมการและกรมบัญชีกลางทราบและเมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกองทุนแล้ว ให้นำเสนอคณะกรรมการทราบ พร้อมทั้งส่งสำเนาให้กรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณเพื่อทราบต่อไป
    • มาตรา ๒๕
    • ให้นำข้อมูลเกี่ยวกับการบัญชีของกองทุนเข้าระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกำหนด
    • มาตรา ๒๖
    • ให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการดำเนินงานกองทุนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แล้วรายงานผู้อำนวยการเพื่อนำเสนอคณะกรรมการและปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อทราบและพิจารณา
    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๒๗
    • ในระยะเริ่มแรกให้รัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการจัดสรรทุนประเดิมให้แก่สำนักงานภายในวงเงินที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควร ให้สำนักงานสามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ได้
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail