Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่...) พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1340 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

 

                                                    พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ .)

 

        พ.ศ. .... 

 

……..……………..……………………

 

..……….…………………….………..

 

…………………………………………

 

 

                        ............            ...……………………………………………………………………................

 

……………………………………………………………….................................................................

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ

    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.2522
    เหตุผล

    เนื่องด้วยพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่ใช้บังคับในปัจจุบันไม่ได้กำหนดความผิดกรณีของผู้ที่กระทำตนเป็นคนกลางในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม โดยใช้วิธีการขู่เข็ญ หลอกลวง หรือกระทำการชักจูงโดยให้ค่าจ้างหรือค่าตอบแทนหรือกระทำการชักจูงโดยมิชอบประการอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการค้ามนุษย์ประเภทหนึ่ง ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและความร่วมมือในการรับรองบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศและพิธีสารเลือกรับต่อท้ายอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เรื่อง การค้าเด็ก การค้าประเวณี และสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก ซึ่งกำหนดให้รัฐภาคีต้องบัญญัติการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญาของรัฐนั้น รวมถึงกำหนดให้เป็นความผิดที่ต้องรับโทษในราชอาณาจักรได้ แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักร หากผู้กระทำความผิดเป็นคนไทย หรือเป็นคนต่างด้าวและรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    มีทั้งหมด 8 มาตรา
    ไม่แบ่งเป็นหมวด

    • การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมในต่างประเทศมีผลเป็นการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมชอบด้วยกฎหมายไทย
    • ในกรณีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมในต่างประเทศซึ่งเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและความร่วมมือในการรับรองบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ หากได้กระทำตามวิธีการ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของประเทศที่มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและได้รับการรับรองว่าถูกต้องโดยหน่วยงานซึ่งมีอำนาจของประเทศดังกล่าวว่าได้ปฏิบัติตามอนุสัญญาข้างต้นแล้ว ให้ได้รับการรับรองว่าเป็นการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายในประเทศไทยด้วย
    • ควาผิดของการกระทำตนเป็นคนกลางในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
    • กำหนดความรับผิดทางอาญาของกรณีการทำตัวเป็นคนกลางในการเจรจาตกลงรับบุตรบุญธรรม โดยขู่เข็ญ หลอกลวง หรือกระทำการชักจูงโดยให้ค่าจ้างหรือค่าตอบแทน หรือกระทำการอันมิชอบประการอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศและข้ามชาติ
    • กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่มีความสามารถรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
    • กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็กต้องตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ที่จะมาขอรับบุตรบุญธรรมได้ โดยพิจารณาเชื่อมโยงกับกฎหมายคุ้มครองเด็ก ซึ่งจะต้องเป็นผู้มีความสามารถในการเป็นผู้ปกครองเด็กได้ ตามมาตรา ๒๓ แห่งกฎหมายคุ้มครองเด็ก
    • ขยายเวลาในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
    • เนื่องจากในทางปฏิบัติที่ผ่านมาไม่มีหลักเกณฑ์ในการขยายเวลาจดทะเบียนไว้ ซึ่งเมื่อผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมไม่สามารถจดทะเบียนภายในเวลาที่กำหนดนั้นกฎหมายให้ถือว่าสละสิทธิที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม แต่ทั้งนี้ ถ้าหากกรณีที่ไม่สามารถจดทะเบียนรับรองบุตรบุญธรรมได้นั้นเกิดจากความจำเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษที่ไม่อาจก้าวล่วงได้ การที่กฎหมายกำหนดให้ถือว่าสละสิทธิเสียเลยก็จะเป็นการทำให้เด็กซึ่งจะถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมต้องเสียสิทธิในการมีครอบครัวอุปถัมภ์ และหากจะต้องมายื่นเรื่องขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการอีกรอบก็จะทำให้เสียเวลา ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กอันเป็นการไม่สมควร
    • กำหนดมาตรการเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก
    • มุ่งหมายให้มีการเยียวยาและแก้ปัญหาในเบื้องต้นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ก่อน ซึ่งหากกรณีเกินที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นได้จริงๆ ถึงจะดำเนินเลิกรับบุตรบุญธรรมนั้นได้ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ต่อไป ทั้งนี้เพื่อมิให้เด็กต้องประสบกับภาวะขาดไร้การอุปการะเนื่องจากการเลิกรับบุตรบุญธรรมนั้น
    • กำหนดความรับผิดที่กระทำนอกราชอาณาจักรต้องรับผิดในราชอาณาจักร
    • เพื่อให้สอดรับกับความรับผิดทางอาญาที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม และเป็นไปหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและความร่วมมือในการรับรองบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ ข้อ ๓ ๑. ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นอนุสัญญาฉบับดังกล่าว
  • ท่านคิดว่า การกำหนดให้ผู้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและต่อมามีการคืนเด็ก ซึ่งอาจทำให้เด็กต้องขาดไร้อุปการะ จึงยังต้องมีหน้าที่ออกค่าอุปการะเลี้ยงดูเช่นเดียวกับบิดามารดาที่แท้จริงตามที่กฎหมายกำหนด
  • ท่านคิดว่า ร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม(ฉบับที่...)พ.ศ.....มีความครอบคลุมแล้วหรือไม่
    • มาตรา ๑
    • มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็น
      บุตรบุญธรรม
      ในกรณีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมในต่างประเทศซึ่งเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและความร่วมมือในการรับรองบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ หากได้กระทำตามวิธีการ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของประเทศที่มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและได้รับการรับรองว่าถูกต้องโดยหน่วยงานซึ่งมีอำนาจของประเทศดังกล่าวว่าได้ปฏิบัติตามอนุสัญญาข้างต้นแล้ว ให้ได้รับการรับรองว่าเป็นการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายในประเทศไทยด้วย
    • มาตรา ๔
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
      มาตรา ๑๘/๑ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำตนเป็นคนกลางในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมโดยการขู่เข็ญ หลอกลวง หรือกระทำการชักจูงโดยให้ค่าจ้างหรือค่าตอบแทน หรือกระทำการอันมิชอบประการอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
    • มาตรา ๕
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็น
      บุตรบุญธรรม
      ในการตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้มีความสามารถในการปฏิบัติต่อเด็กตามมาตรา ๒๓ แห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก
    • มาตรา ๖
    • มาตรา ๖ ยกเลิกความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      ร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .
      มาตรา ๒๙ เมื่อคณะกรรมการอนุมัติให้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามมาตรา ๒๗ แล้ว หรือในกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๒๘ และศาลมีคำสั่งให้มีการรับบุตรบุญธรรมแล้ว หากผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมไม่ดำเนินการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำอนุมัติของคณะกรรมการหรือนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และให้มอบเด็กคืนแก่บุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้นำความในมาตรา ๒๔ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลมเว้นแต่จะมีพฤติการณ์พิเศษทำให้มิอาจดำเนินการจดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ก็ให้ขยายระยะเวลาการจดทะเบียนออกไปอีกสามเดือนนับแต่วันที่พฤติการณ์พิเศษนั้นได้สิ้นสุดลงและให้นำความในมาตรา 24 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • มาตรา ๗
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๑/๑ แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
      มาตรา ๓๑/๑ ในกรณีที่ผู้รับบุตรบุญธรรมประสงค์จะเลิกรับบุตรบุญธรรม หากบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก่อนที่จะมีการขอจดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรมหรือก่อนที่จะยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา ๑๕๙๘/๓๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาความสัมพันธ์ในเบื้องต้น และจะต้องเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษาเยียวยาก่อน
      ในกรณีที่มีการเลิกรับบุตรบุญธรรม หากปรากฏว่าบุตรบุญธรรมนั้นยังเป็นเด็ก และเด็กนั้น
      เคยอยู่ในความปกครองของสถานสงเคราะห์ หรือไม่มีบิดามารดาผู้ปกครองที่จะเข้ามารับช่วงในการดูแลเด็กนั้นต่อไป ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อจัดให้เด็กได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก โดยผู้รับบุตรบุญธรรมที่เลิกรับบุตรบุญธรรมนั้นยังคงมีหน้าที่ในการเสียค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาตามสมควรจนกว่าเด็กนั้นจะบรรลุนิติภาวะ และจำต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูต่อไป หากเด็กนั้นเป็นผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้แม้ว่าจะบรรลุนิติภาวะแล้ว
    • มาตรา ๘
    • ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๓๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖ มาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๘/๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แห่ง
      ประมวลกฎหมายอาญา ผู้ใดกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งนอกราชอาณาจักร โดยผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย หรือเป็นคนต่างด้าวและรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย ผู้นั้นจะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail