Facebook


ร่างพระราชบัญญัติพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2182 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

                                                                        บันทึกหลักการและเหตุผล
                                           ประกอบร่างพระราชบัญญัติพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ  พ.ศ. ....

                                                    ----------------------------------------------------------------

                                                                                       หลักการ
                                   ปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๒๑


                                                                                        เหตุผล
                        เนื่องจากการพัฒนาเด็กและเยาวชน  จำเป็นต้องให้เด็ก  เยาวชน  องค์กรเอกชนและประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยส่งเสริมให้สถาบันครอบครัว  สถาบันศาสนา   สถาบันการศึกษา  สื่อมวลชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   รับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพ  และสมควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการจัดทำนโยบาย  แผนงาน  งบประมาณในการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตน    นอกจากนี้ยังสมควรให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด    เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต   รวมทั้งได้รับการยอมรับ การคุ้มครองและโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน  เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


                                                                                     &nb

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๒๑ เนื่องจากการพัฒนาเด็กและเยาวชน จำเป็นต้องให้เด็ก เยาวชน องค์กรเอกชนและประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยส่งเสริมให้สถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา สื่อมวลชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพ และสมควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการจัดทำนโยบาย แผนงาน งบประมาณในการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตน นอกจากนี้ยังสมควรให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต รวมทั้งได้รับการยอมรับ การคุ้มครองและโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีจึง

    ร่างกฎหมาย ฉบับนี้ แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หมวด รวมทั้งสิ้น 40 มาตรา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    หมวด 1 บททั่วไป (มาตรา 6-มาตรา 11)
    หมวด 2 คณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (มาตรา 12-มาตรา 24)
    หมวด 3 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (มาตรา 25-มาตรา 26)
    หมวด 4 มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน
    ส่วนที่ 1 การส่งเสริมบทบาทของเด็กและเยาวชน (มาตรา 27-มาตรา 31)
    ส่วนที่ 2 การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน
    (มาตรา 32-มาตรา 37)
    ส่วนที่ 3 การส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาเด็กและ
    เยาวชน (มาตรา 38-มาตรา 39)
    บทเฉพาะกาล มาตรา 40

    • สาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ....
    • หลักการและเหตุผล
      เนื่องจากการพัฒนาเด็กและเยาวชน จำเป็นต้องให้เด็ก เยาวชน องค์กรเอกชนและประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยส่งเสริมให้สถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา สื่อมวลชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพ และสมควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการจัดทำนโยบาย แผนงาน งบประมาณในการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตน นอกจากนี้ยังสมควรให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต รวมทั้งได้รับการยอมรับ การคุ้มครองและโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี

      สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
      1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      2. กำหนดคำนิยามของคำว่า “เด็ก” “เยาวชน” “การพัฒนาเด็กและเยาวชน” ให้ชัดเจนขึ้น
      3.หมวด 1 บททั่วไป (มาตรา 6-มาตรา 11)
      - เด็กและเยาวชนทุกคนมีสิทธิได้รับการพัฒนา การยอมรับ การคุ้มครอง และโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง
      - สถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เต็มศักยภาพ
      - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบให้เหมาะสมและพอเพียง
      4. หมวด 2 คณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (มาตรา 12-มาตรา 24)
      - ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ”ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบสี่คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นที่ประจักษ์ เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ
      - ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ อาจเชิญบุคคลใด ๆ มาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ความเห็นหรือคำแนะนำทางวิชาการได้เมื่อเห็นสมควร และอาจขอความร่วมมือจากบุคคลใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงหรือเพื่อสำรวจกิจการใด ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนได้ ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดให้สำนักงาน มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาตินั้น
      5.หมวด 3 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (มาตรา 25-มาตรา 26)
      - ให้มีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (1) จัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติเสนอต่อคณะกรรมการ
      (2) สำรวจ ศึกษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สิทธิประโยชน์เด็กและเยาวชนตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กติกา ปฏิญญา พิธีสาร หรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีและตามกฎหมายภายใน เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูล และจัดทำรายงานเพื่อเป็นแนวนโยบายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไป
      (3) ศึกษาวิจัย และนำผลการศึกษาวิจัยไปประยุกต์เป็นแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (4) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานทั้งในและนอกประเทศกับกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคเอกชน เพื่อร่วมมือกันพัฒนาเด็กและเยาวชน ในด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา การฝึกอบรมวิชาชีพ การกีฬา ศิลปวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองและสังคม รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินกิจการสภาเด็กและเยาวชนในทุกระดับ
      (5) ติดตาม ประเมินผล ทบทวนแผนงานและโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อปรับปรุงและประสานงานเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ ตลอดถึงการแก้ไข ปรับปรุง กฎหมายให้มีความเหมาะสม
      (6) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์งานและกิจการเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (7) จัดให้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรด้านเด็กและเยาวชน ตลอดจนส่งเสริมและร่วมมือกับเอกชนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรดังกล่าว
      (8) พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาตามมาตรา ๑๐ เสนอต่อคณะกรรมการ
      (9) ศึกษา วิเคราะห์และวางแผนการงบประมาณและค่าใช้จ่าย เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยร่วมกับหน่วยงานอื่น รวมทั้งพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรเอกชนตามมาตรา
      6.หมวด 4 มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน(มาตรา 27-มาตรา 39)
      - จัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยขึ้นหนึ่งสภา และให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขึ้นจังหวัดละหนึ่งสภา และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทำหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานให้มีการจัดตั้งและดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด
      - องค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์หรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน มีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      - ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และออกข้อบัญญัติหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น แล้วรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด
      7.บทเฉพาะกาล (มาตรา 40)
      - คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้
  • ท่านคิดว่าคำนิยาม “การพัฒนาเด็กและเยาวชน” หมายความว่า การกำหนดนโยบาย แผน กฎ ระเบียบและแนวปฏิบัติ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเจริญเติบโตไปในทางที่ดีหรือเปลี่ยนแปลงในทางเจริญขึ้น อย่างเหมาะสมยั่งยืน เป็นประโยชน์ต่อสังคมและการพัฒนาประเทศ โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความต้องการพื้นฐานของเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาทุกด้านของเด็กและเยาวชน ครอบคลุมแล้วหรือไม่
    • ร่างพระราชบัญญัติพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ....
    • โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
      พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ และมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า "พระราชบัญญัติพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ...."
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑
    • มาตรา ๔
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      เด็ก หมายความว่า บุคคลที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี
      เยาวชน หมายความว่า บุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
      บิดามารดา หมายความว่า บิดามารดาของเด็กหรือเยาวชน ไม่ว่าจะสมรสกันหรือไม่
      ผู้ปกครอง หมายความว่า บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้หมายความรวมถึงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ผู้ปกครองสวัสดิภาพ นายจ้าง ตลอดจนบุคคลอื่นที่รับเด็กหรือเยาวชนไว้ในความอุปการะเลี้ยงดู หรือซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วย
      การพัฒนาเด็กและเยาวชน หมายความว่า การกำหนดนโยบาย แผน กฎ ระเบียบและแนวปฏิบัติ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเจริญเติบโตไปในทางที่ดีหรือเปลี่ยนแปลงในทางเจริญขึ้น อย่างเหมาะสมยั่งยืน เป็นประโยชน์ต่อสังคมและการพัฒนาประเทศ โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความต้องการพื้นฐานของเด็กและเยาวชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาทุกด้านของเด็กและเยาวชน
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
      สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
      ผู้อำนวยการ หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีที่รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้
    • มาตรา ๕
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      ระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • หมวด ๑
    • บททั่วไป
    • มาตรา ๖
    • การพัฒนาเด็กและเยาวชน การบังคับใช้และการปฏิบัติตามบทบัญญัติใด ๆ แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ
    • มาตรา ๗
    • เด็กและเยาวชนทุกคนมีสิทธิได้รับการพัฒนา การยอมรับ การคุ้มครอง และโอกาสในการมีส่วนร่วมตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง
    • มาตรา ๘
    • บิดามารดา หรือผู้ปกครอง ต้องให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในความดูแลของตนให้เหมาะสมแก่ลักษณะเฉพาะตัวของเด็กและเยาวชนตามฐานะของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง
    • มาตรา ๙
    • สถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เต็มศักยภาพ
      การพัฒนาเด็กและเยาวชนตามวรรคหนึ่งรวมถึงการพัฒนาให้มีคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้
      (๑) มีความผูกพันต่อครอบครัว ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย และรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งกฎเกณฑ์ กติกาในสังคม
      (๒) มีสุขภาพและพลานามัยแข็งแรง รู้จักการป้องกันตนเองจากโรคและสิ่งเสพติด
      (๓) มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ จริยธรรมและคุณธรรม
      (๔) มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการทำงาน มีศักดิ์ศรีและมีความภาคภูมิใจในการทำงานสุจริต
      (๕) รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลรอบด้านและมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
      (๖) รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ
      (๗) มีความรับผิดชอบต่อตนเองต่อผู้อื่นและต่อส่วนรวมตามสมควรแก่วัย
    • มาตรา ๑๐
    • ผู้ใดพบเห็นว่ามีโครงการ แผนงาน หรือกิจการของหน่วยงานหรือบุคคลใด ที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน สามารถร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อให้พิจารณาหาทางแก้ไขได้
    • มาตรา ๑๑
    • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบให้เหมาะสมและพอเพียง
    • หมวด ๒
    • คณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
    • มาตรา ๑๒
    • ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบสองคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการ เป็นกรรมการและเลขานุการ
      ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
      หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไประเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด และให้แต่งตั้งจากองค์กรเอกชนที่มีความรู้ด้านเด็กและเยาวชนอย่างน้อยกึ่งหนึ่งและให้คำนึงถึงสัดส่วนในภูมิภาคด้วย
    • มาตรา ๑๓
    • คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) เสนอนโยบายและแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี
      (๒) เสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อคณะรัฐมนตรี
      (๓) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ แผนงานหรือโครงการของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน
      (๔) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกระเบียบเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
      (๕) ให้มีการศึกษาวิจัย และนำผลการศึกษาวิจัยไปประยุกต์เป็นแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๖) พิจารณากำหนดแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
      (๗) ให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามพันธะกรณีระหว่างประเทศ กติกาสากล พิธีสาร ที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน
      (๘) พิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติตามนโยบายในการทำโครงการหรือแผนงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ตลอดจนการประสานงาน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามโครงการและแผนงานนั้น
      (๙) ส่งเสริม สนับสนุน การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน ในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๑๐) ติดตาม ประเมินผล และประสานงานทั้งในส่วนของรัฐและเอกชน ให้มีการปฏิบัติงานตามนโยบายเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
      (๑๑) จัดทำรายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยสองปีครั้ง ให้มีสาระสำคัญ ดังนี้
      (ก) สภาพการณ์และแนวโน้มของปัญหาเด็กและเยาวชน
      (ข) ผลการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินงาน
      (ค) แนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๑๒) พิจารณาเรื่องอื่นใดเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้พิจารณา
      แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติตาม (๑) ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
      ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการอาจมอบให้สำนักงาน เป็นผู้ปฏิบัติการหรือเตรียมข้อเสนอมายังคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
    • มาตรา ๑๔
    • คณะกรรมการมีอำนาจเรียกให้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและบุคคลอื่น ส่งเอกสารการสำรวจผลกระทบต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน และเอกสารหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องของโครงการและแผนงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือบุคคลนั้นมาพิจารณา ในการนี้อาจเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วย หากเห็นว่าโครงการและแผนงานใดอาจจะทำให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้เสนอมาตรการแก้ไขต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
    • มาตรา ๑๕
    • ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือสำนักงาน อาจเชิญบุคคลใด ๆ มาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ความเห็นหรือคำแนะนำทางวิชาการได้เมื่อเห็นสมควร และอาจขอความร่วมมือจากบุคคลใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงหรือเพื่อสำรวจกิจการใด ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนได้
    • มาตรา ๑๖
    • ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดให้สำนักงาน มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาตินั้น
    • มาตรา ๑๗
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
    • มาตรา ๑๘
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) รัฐมนตรีให้ออก
      (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันกระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
      (๗) ขาดการประชุมติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร
    • มาตรา ๑๙
    • ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการจากบุคคลในประเภทเดียวกันตามมาตรา ๑๓ เป็นกรรมการแทน และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งตามมาตรา ๑๗
    • มาตรา ๒๐
    • ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน
    • มาตรา ๒๑
    • ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการที่มาประชุมคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
    • มาตรา ๒๒
    • การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
      การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด เว้นแต่การลงมติเพิกถอนการให้สิทธิประโยชน์หรือความช่วยเหลือตามมาตรา ๓๔ ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มาประชุม
    • มาตรา ๒๓
    • คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
    • มาตรา ๒๔
    • ให้นำมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานโดยอนุโลม
    • หมวด ๓
    • สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
    • มาตรา ๒๕
    • ให้มีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) จัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติเสนอต่อคณะกรรมการ
      (๒) สำรวจ ศึกษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สิทธิประโยชน์เด็กและเยาวชนตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กติกา ปฏิญญา พิธีสาร หรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีและตามกฎหมายภายใน เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูล และจัดทำรายงานเพื่อเป็นแนวนโยบายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไป
      (๓) ศึกษาวิจัย และนำผลการศึกษาวิจัยไปประยุกต์เป็นแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๔) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานทั้งในและนอกประเทศกับกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคเอกชน เพื่อร่วมมือกันพัฒนาเด็กและเยาวชน ในด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา การฝึกอบรมวิชาชีพ การกีฬา ศิลปวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองและสังคม รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินกิจการสภาเด็กและเยาวชนในทุกระดับ
      (๕) ติดตาม ประเมินผล ทบทวนแผนงานและโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อปรับปรุงและประสานงานเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนในด้านต่าง ๆ ตลอดถึงการแก้ไข ปรับปรุง กฎหมายให้มีความเหมาะสม
      (๖) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์งานและกิจการเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๗) จัดให้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรด้านเด็กและเยาวชน ตลอดจนส่งเสริมและร่วมมือกับเอกชนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรดังกล่าว
      (๘) พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาตามมาตรา ๑๐ เสนอต่อคณะกรรมการ
      (๙) ศึกษา วิเคราะห์และวางแผนการงบประมาณและค่าใช้จ่าย เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยร่วมกับหน่วยงานอื่น
      (๑๐) ปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการมีมติหรือมอบหมาย
      (๑๑)ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงาน
    • มาตรา ๒๖
    • ให้มีผู้อำนวยการทำหน้าที่ควบคุมดูแลราชการของสำนักงาน และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานและให้มีรองผู้อำนวยการ เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ
    • หมวด ๔
    • มาตรการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน
    • ส่วนที่ ๑
    • การส่งเสริมบทบาทของเด็กและเยาวชน
    • มาตรา ๒๗
    • ให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยขึ้นหนึ่งสภา และให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขึ้นจังหวัดละหนึ่งสภา มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้
      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
    • มาตรา ๒๘
    • สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
      (๑) เป็นศูนย์กลางประสานงานเพื่อดำเนินการกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดต่างๆ
      (๒) ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของรัฐและองค์กรเอกชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๓) ให้ความเห็นในการกำหนดนโยบาย แผนงาน งบประมาณของหน่วยงานของรัฐเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๔) เสนอข้อคิดเห็นในกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
      (๕) จัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชน
    • มาตรา ๒๙
    • ให้สำนักงานทำหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานให้มีการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
    • มาตรา ๓๐
    • สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครและสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) เป็นศูนย์กลางประสานงานเพื่อดำเนินการกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ
      (๒) ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของรัฐและองค์กรเอกชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๓) ให้ความเห็นในการกำหนดนโยบาย แผนงาน งบประมาณของหน่วยงานของรัฐเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๔) เสนอข้อคิดเห็นในกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
      (๕) จัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชน
    • มาตรา ๓๑
    • ให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทำหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานให้มีการจัดตั้งและดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด
    • ส่วนที่ ๒
    • การส่งเสริมบทบาทขององค์กรเอกชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน
    • มาตรา ๓๒
    • ให้องค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์หรือผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน มีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจดทะเบียน ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
    • มาตรา ๓๓
    • องค์กรเอกชนที่จดทะเบียนตามมาตรา ๓๓ อาจได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุน ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
      (๑) การจัดให้มีอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๒) การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ข้อมูลหรือข่าวสาร เพื่อสร้างจิตสำนึกของสาธารณชนที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๓) การจัดตั้ง หรือดำเนินโครงการ หรือกิจกรรม เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง ในพื้นที่หนึ่ง พื้นที่ใด
      (๔) การศึกษาวิจัย เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน
      (๕) การให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนในด้านอื่นๆ แก่เด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิดสิทธิ เช่น การให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย การแพทย์ การบำบัดฟื้นฟู การสงเคราะห์เด็กและเยาวชน
    • มาตรา ๓๔
    • องค์กรเอกชนที่จดทะเบียนตามมาตรา ๓๓ อาจได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ
    • มาตรา ๓๕
    • คำขอรับความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนตามมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔ ให้ยื่นต่อสำนักงานเพื่อนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
    • มาตรา ๓๖
    • ในกรณีที่องค์กรเอกชนใดที่ได้จดทะเบียนแล้วดำเนินกิจการโดยก่อความวุ่นวายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่ดำเนินการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เหมาะสม หรือไม่มีผลงานตามมาตรฐานที่รัฐมนตรีกำหนด ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียน หรือระงับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนที่ให้แก่องค์กรเอกชนนั้นได้
    • มาตรา ๓๗
    • ให้องค์กรเอกชนซึ่งได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนตามหมวดนี้ มีหน้าที่จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อสำนักงาน ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
    • ส่วนที่ ๓
    • การส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาเด็กและเยาวชน
    • มาตรา ๓๘
    • ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และออกข้อบัญญัติหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น แล้วรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด
      ในการดำเนินงานตามวรรคหนึ่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจร่วมมือกันดำเนินการหรืออาจร้องขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมดำเนินการได้
      ให้สำนักงาน หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร่วมมือ ส่งเสริมและประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๓๙
    • ในการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามมาตรา ๓๘ ให้คำนึงถึงหลักการและแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและประชาสังคมในท้องถิ่นด้วย
    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๔๐
    • ให้คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑๘๐ วัน
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail