Facebook


ร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่..) พ.ศ. ....(ตามอนุสัญญาเกียวโต ฉบับแก้ไข และว่าด้วยการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4769 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

บันทึกหลักการและเหตุผล

 

ประกอบร่างพระราชบัญญัติศุลกากร

 

(ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

 

(ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) และว่าด้วยการ

 

นำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร)

 

_____________________

 

 

หลักการ

 

 

                   แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ ดังนี้

 

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    บันทึกหลักการและเหตุผล
    ประกอบร่างพระราชบัญญัติศุลกากร
    (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
    (ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) และว่าด้วยการ
    นำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร)
    _____________________

    หลักการ

    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ ดังนี้

    ๑. เพิ่มเติมความเป็นบทนิยามเป็นวรรค ๑๘- ๒๔ ของมาตรา ๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพระพุทธศักราช ๒๔๖๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ.๒๕๔๘ เพื่อเพิ่มเติมบทนิยามของคำว่า “อิเล็กทรอนิกส์” และคำอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากร
    ๒. ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ และให้ใช้ความใหม่แทน เพื่อให้พนักงานศุลกากรเป็นผู้ทำการชั่งของ การสอบ การตีราคา ฯลฯ เพื่อประเมินค่าภาษี หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นในราชการ และให้อำนาจอธิบดีในการวินิจฉัยราคาของผู้นำเข้าเพื่อความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากร และกำหนดให้กรมศุลกากรสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการวินิจฉัยได้
    ๓. ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ และให้ใช้ความใหม่แทน เพื่อนำหลักบริหารจัดการความเสี่ยงอันเป็นที่ยอมรับมาใช้ในการควบคุมทางศุลกากร
    ๔. กำหนดบทบัญญัติเรื่องการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทางศุลกากร (เพิ่มความเป็นหมวด ๑๔ ทวิ การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทางศุลกากร คือเป็นมาตรา ๑๐๙/๑ มาตรา ๑๐๙/๒ มาตรา ๑๐๙/๓ มาตรา ๑๐๙/๔ มาตรา ๑๐๙/๕ มาตรา ๑๐๙/๖ มาตรา ๑๐๙/๗ มาตรา ๑๐๙/๘ มาตรา ๑๐๙/๙ มาตรา ๑๐๙/๑๐ มาตรา ๑๐๙/๑๑ และมาตรา ๑๐๙/๑๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพระพุทธศักราช ๒๔๖๙)
    ๕. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อให้สามารถนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทางศุลกากรได้
    ๖. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อให้การดำเนินการต่างๆโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มีผลผูกพันและบังคับใช้ทางกฎหมายได้
    ๗. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๓ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อให้อำนาจกรมศุลกากรในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านกระบวนการทางศุลกากร
    ๘. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดมาตรการในการรักษาความลับที่ใช้ในกระบวนการทางศุลกากร
    ๙. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๕ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดมาตรการในการดูแลรักษาความลับทางการค้า ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมศุลกากร หรือของบุคคลที่กรมศุลกากรมอบหมายให้ดูแลจัดการ ตลอดจนโทษในเรื่องที่เกี่ยวกับความลับทางการค้าดังกล่าว
    ๑๐. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๖ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดความผิด และโทษเกี่ยวกับเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลของกรมศุลกากร
    ๑๑. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อให้อำนาจอธิบดีในการกำหนดวิธีการระงับข้อพิพาท ในกรณีที่เกิดความผิดพลาด หรือ ข้อบกพร่องใดๆในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือในกระบวนการทางศุลกากรที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
    ๑๒. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๘ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดวิธีการอุทธรณ์ผลการระงับข้อพิพาทตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดต่อคณะกรรมการอุทธรณ์
    ๑๓. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการอุทธรณ์
    ๑๔. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๑๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดสถานะและรูปแบบการจัดทำคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์
    ๑๕. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๑๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อให้สิทธิคู่กรณีในการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ โดยฟ้องเป็นคดีต่อศาล
    ๑๖. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๐๙/๑๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดให้การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทางศุลกากรเทียบเสมอกับการดำเนินการด้วยเอกสาร และเพื่อกำหนดให้การกระทำความผิดอันเป็นความผิดทางศุลกากรซึ่งได้ดำเนินการโดยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นความผิดและมีโทษเช่นเดียวกับการดำเนินการด้วยเอกสาร ตลอดจนการกำหนดให้นำบทบัญญัติเรื่องการเปรียบเทียบและงดการฟ้องร้องที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากรพระพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาใช้แก่การกระทำความผิดทางศุลกากรซึ่งได้ดำเนินการโดยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์

    เหตุผล

    ปัจจุบัน แนวโน้มวิวัฒนาการด้านการค้าระหว่างประเทศได้เปลี่ยนแปลงไป เช่น ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ผ่านทางโครงการต่างๆ เช่น การทำความตกลงเพื่อนำระบบการตรวจสินค้าครั้งเดียวมาใช้ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน (Protocol to Establish and Implement ASEAN Single Window) เป็นต้น จากวิวัฒนาการและความสัมพันธ์ของประเทศต่างๆ ดังกล่าว ก่อให้เกิดความตกลงและพันธกรณีระหว่างประเทศทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีขึ้นมากมาย ซึ่งจำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายเพื่อรองรับการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากร ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว แต่เนื่องจากกฎหมายศุลกากรถือเป็นกฎหมายพิเศษ ตามมาตรา ๑๒๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ แก้ไขเพิ่มเติมถึงพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้วางหลักไว้ว่า “เมื่อใดบทพระราชบัญญัตินี้แตกต่างกับบทกฎหมายพระราชบัญญัติ หรือประกาศอื่นที่ใช้อยู่ ณ บัดนี้ ท่านว่าเรื่องใดอันเกี่ยวแก่ศุลกากรนั้น ให้ยกเอาบทพระราชบัญญัตินี้ขึ้นบังคับ และกฎหมาย พระราชบัญญัติ หรือประกาศใดซึ่งจะให้ได้ใช้ในภายหน้านั้น มิให้ถือว่าเพิกถอน จำกัด เปลี่ยนแปลง หรือถอนไปเสียซึ่งอำนาจและบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ เว้นไว้แต่ในกฎหมาย พระราชบัญญัติ หรือประกาศใหม่นั้น จะแสดงไว้โดยชัดแจ้งว่ามีความประสงค์จะให้เป็นเช่นนั้น” นอกจากนี้ การดำเนินพิธีการศุลกากร เช่น การยื่นใบขนสินค้าเพื่อการนำเข้า-ส่งออก เป็นพิธีการเฉพาะที่ยากแก่การจำแนกว่าเป็นธุรกรรมประเภทใดตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ก็มิได้กำหนดความผิดและโทษของการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายศุลกากรไว้แต่อย่างใด
    อีกทั้งยังมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายศุลกากรเพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่างๆที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) อันถือเป็นพิธีการศุลกากรตามมาตรฐานโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังจะเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าว เช่น การบริหารจัดการความเสี่ยง และการให้อำนาจแก่พนักงานศุลกากรในการชั่งของ การสอบ การตีราคา ฯลฯ เพื่อประเมินค่าภาษี เป็นต้น
    ดังนั้น เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของศุลกากรตลอดจนการดำเนินการใดๆให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในความตกลงระหว่างประเทศ และเพื่อให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการด้านต่างๆอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น


    โครงสร้างของร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่..) พ.ศ. ….
    (ตามอนุสัญญาเกียวโต ฉบับแก้ไข และว่าด้วยการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร)

    1. เพิ่มเติมความ วรรค 18- 24 ของมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2469
    2. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2469
    3. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2469
    4. กำหนดบทบัญญัติเรื่องการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร
    เพิ่มความหมวด 14 ทวิ (มาตรา 109/1-มาตรา 109/12)
    การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร




    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
  • 1. การเพิ่มเติมบทนิยามของคำว่า “อิเล็กทรอนิกส์”และคำอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีบทนิยามของคำว่า“อิเล็กทรอนิกส์”และคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดบทนิยามของคำว่า “อิเล็กทรอนิกส์” และคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากร
    เหตุผล - เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายเพื่อรองรับการนำวิธีการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากรตามที่กำหนดไว้ในความตกลงระหว่างประเทศ
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 2 วรรค 18 - 24
  • 2. การกำหนดให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าของศุลกากรมีผลผูกพันและการเก็บค่าธรรมเนียมในการออกคำวินิจฉัย (Advance Binding Ruling)
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติรองรับในเรื่องการกำหนดให้คำวินิจฉัยศุลกากรล่วงหน้าของศุลกากรมีผลผูกพันและการเก็บค่าธรรมเนียมในการออกคำวินิจฉัย (Advance Binding Ruling) ตามที่กำหนดไว้ในความตกลงระหว่างประเทศ
    แนวทางที่ขอแก้ไข - แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติให้พนักงานศุลกากรเป็นผู้ทำการชั่งของ การสอบ การตีราคา ฯลฯ เพื่อประเมินค่าภาษี หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นในราชการ และให้อำนาจอธิบดีในการวินิจฉัยราคาของผู้นำเข้าเพื่อความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากร และกำหนดให้กรมศุลกากรสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการวินิจฉัยได้
    เหตุผล - เพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่างๆที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) อันถือเป็นพิธีการศุลกากรตามมาตรฐานโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังจะเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าว
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 13
  • 3. การนำหลักบริหารจัดการความเสี่ยงมาใช้
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติรองรับในเรื่องหลักการบริหารจัดการความเสี่ยงอันถือได้ว่าเป็นพิธีการศุลกากรตามที่กำหนดไว้ในความตกลงระหว่างประเทศ
    แนวทางที่ขอแก้ไข - แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเรื่องหลักการบริหารจัดการความเสี่ยงอันเป็นที่ยอมรับมาใช้ในการควบคุมทางศุลกากร
    เหตุผล - เพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่างๆในเรื่องหลักบริหารจัดการความเสี่ยงที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) อันถือเป็นพิธีการศุลกากรตามมาตรฐานโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังจะเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าว
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 14
  • 4. การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากร
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรฉบับปัจจุบันไม่ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากรแต่อย่างใด
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดบทบัญญัติเรื่องการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากร
    เหตุผล - เพื่อให้สามารถนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทางศุลกากร
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/1
  • 5. การมีผลผูกพันและบังคับใช้ทางกฎหมายเกี่ยวกับการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากร
  • ปัญหา - เมื่อร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (ตามอนุสัญญาเกียวโต ฉบับแก้ไข และว่าด้วยการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร) กำหนดให้การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการศุลกากรได้ แต่ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาในการตีความว่าการดำเนินการต่างๆจะมีผลผูกพันและสามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดบทบัญญัติให้การดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนการศุลกากรมีผลผูกพันและใช้บังคับทางกฎหมาย
    เหตุผล - เพื่อให้การดำเนินการต่างๆโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มีผลผูกพันและบังคับใช้ทางกฎหมายได้
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/2
  • 6. อำนาจในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดบทบัญญัติเรื่องการให้อำนาจกรมศุลกากรในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านกระบวนการทางศุลกากร
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/3
  • 7. มาตรการในการรักษาความลับ
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดมาตรการในการรักษาความลับที่ใช้ในกระบวนการทางศุลกากร
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/4
  • 8. มาตรการในการดูแลรักษาความลับทางการค้า
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดมาตรการในการดูแลรักษาความลับทางการค้า ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมศุลกากร หรือของบุคคลที่กรมศุลกากรมอบหมายให้ดูแลจัดการ ตลอดจนโทษในเรื่องที่เกี่ยวกับความลับทางการค้า
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/5
  • 9. ความผิดและโทษเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดความผิด และโทษเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลของกรมศุลกากร
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/6
  • 10. วิธีการระงับข้อพิพาท
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - เพื่อให้อำนาจอธิบดีในการกำหนดวิธีการระงับข้อพิพาท ในกรณีที่เกิดความผิดพลาด หรือข้อบกพร่องใดๆในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือในกระบวนการทางศุลกากรที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/7
  • 11. วิธีการอุทธรณ์ผลการระงับข้อพิพาท
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดวิธีการอุทธรณ์ผลการระงับข้อพิพาทตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดต่อคณะกรรมการอุทธรณ์
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/8
  • 12. องค์ประกอบของคณะกรรมการอุทธรณ์
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการอุทธรณ์
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/9
  • 13. สถานะและรูปแบบการจัดทำคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดสถานะและรูปแบบการจัดทำคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/10
  • 14. การให้สิทธิคู่กรณีในการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดบทบัญญัติเรื่องการให้สิทธิคู่กรณีในการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ โดยฟ้องเป็นคดีต่อศาล
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยี
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/11
  • 15. การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทางศุลกากรเทียบเสมอกับการดำเนินการด้วยเอกสาร
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะรองรับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดให้การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทางศุลกากรเทียบเสมอกับการดำเนินการด้วยเอกสาร และเพื่อกำหนดให้การกระทำความผิดอันเป็นความผิดทางศุลกากรซึ่งได้ดำเนินการ โดยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นความผิดและมีโทษเช่นเดียวกับการดำเนินการด้วยเอกสาร ตลอดจนการกำหนดให้นำบทบัญญัติเรื่องการเปรียบเทียบและงดการฟ้องร้องที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2469 มาใช้แก่การกระทำความผิดทางศุลกากรซึ่งได้ดำเนินการโดยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์
    เหตุผล - เพื่อให้กฎหมายศุลกากรมีความทันสมัยสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางการค้าและเทคโนโลยีในเรื่องเกี่ยวกับการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทางศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ก็มิได้กำหนดความผิดและโทษของการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายศุลกากรไว้แต่อย่างใด
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 109/12
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ใช้เป็นกฎหมายเมื่อพ้นวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วเก้าสิบวัน
    • มาตรา ๒
    • ให้เพิ่มเติมความต่อไปนี้ เป็นวรรค ๑๘- ๒๔ ของมาตรา ๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙
      คำว่า การศุลกากร หมายความและกินความรวมไปถึงการนำของเข้าและการส่งของออก และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับศุลกากร รวมถึงการปฏิบัติอื่นๆเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และการดำเนินการตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร รวมถึงการเชื่อมโยงธุรกรรมอื่นๆกับการค้าและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะด้วยระบบเอกสาร หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์
      คำว่า อิเล็กทรอนิกส์ หมายความและกินความรวมไปถึงอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง
      คำว่า ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายความและกินความรวมไปถึง ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง
      คำว่า ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หมายความและกินความรวมไปถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง
      คำว่า วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หมายความและกินความรวมไปถึงการดำเนินการใดๆ ที่กฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับศุลกากรบังคับให้จัดทำ ยื่น ส่ง รับ เก็บรักษา การอนุญาต การชำระเงิน หรือดำเนินการอื่นใด โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือบางส่วน
      คำว่า ความลับทางการค้า หมายความและกินความรวมไปถึงความลับทางการค้าตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง
      คำว่า ระบบคอมพิวเตอร์ หมายความและกินความรวมไปถึงระบบคอมพิวเตอร์ตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๓
    • ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๑๓ บรรดาการชั่งของ การสอบ การตีราคา การวินิจฉัยกฎว่าด้วย ถิ่นกำเนิดของสินค้าหรือถิ่นกำเนิดของสินค้า การจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากร ฯลฯ เพื่อประเมินค่าภาษี หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นในราชการนั้น ให้พนักงานศุลกากรเป็นผู้ทำ
      อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัยราคาของของนำเข้าเพื่อความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากรตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการใช้ราคาตามความในมาตรา ๒ วรรค ๑๒ (๒)
      ในกรณีที่มีคำร้องขอให้วินิจฉัยราคาล่วงหน้าก่อนการนำของเข้าว่ากรมศุลกากรจะใช้หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการใช้ราคาตามความในมาตรา ๒ วรรค ๑๒ (๒) ข้อใดในการรับราคาของดังกล่าว ให้อธิบดีใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ราคาตามความในมาตรา ๒ วรรค ๑๒ (๒) และให้คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลผูกพันตามระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด เว้นแต่ข้อเท็จจริงใดๆ ซึ่งใช้ในการวินิจฉัยนั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว
      การขอให้วินิจฉัยราคาของของนำเข้าล่วงหน้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด
      ให้ผู้ร้องขอให้มีคำวินิจฉัยราคาของของนำเข้าล่วงหน้าตามความในวรรคสามหรือร้องขอให้วินิจฉัยกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดหรือถิ่นกำเนิดของสินค้าล่วงหน้าก่อนการนำเข้า หรือร้องขอให้จำแนกพิกัดอัตราศุลกากรของของนำเข้าล่วงหน้าก่อนการนำเข้า ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร เสียค่าธรรมเนียมขณะยื่นคำร้อง ในกรณีที่กรมศุลกากรยกคำร้องดังกล่าวด้วยเหตุผลว่าผู้ร้องขอหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งบัญชี เอกสารหลักฐาน หรือข้อมูลไม่ว่าในสื่อในรูปแบบใด ๆ หรือสิ่งของอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับของดังกล่าวในเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ผู้ร้องขอ ขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่กรมศุลกากรยกคำร้องดังกล่าว ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
      อัตราค่าธรรมเนียมในการวินิจฉัยตามวรรคก่อน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๔
    • ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๑๔ เมื่อของผ่านศุลกากร หรืออยู่ในความกำกับตรวจตราของศุลกากรด้วยประการใดๆ พนักงานศุลกากรจะเปิดหีบห่อและตรวจของนั้นในเวลาใดๆก็ได้ พนักงานศุลกากรนั้นจะเอาตัวอย่างของใดๆไปเพื่อตรวจหรือสอบ หรือตีราคา หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นก็ได้แล้วแต่จะเห็นว่าจำเป็น ตัวอย่างของนี้ต้องส่งให้โดยไม่คิดราคา และพนักงานนั้นจะเลือกเอาออกจากหีบห่อหรือส่วนใดแห่งของนั้นก็ได้ แต่ว่าตัวอย่างเช่นนี้ จะต้องเอาไปแต่เพียงขนาดหรือปริมาณพอสมควร และจะต้องเอาออกโดยวิธีอันจะทำให้เจ้าของเสียหายหรือลำบากอย่างน้อยที่สุดที่จะเป็นได้ และเมื่อไรสามารถจะคืนได้ ก็ให้คืนแก่เจ้าของไปโดยเร็ว
      การใช้อำนาจทางศุลกากรเพื่อตรวจของและป้องกันการลักลอบหนีศุลกากรตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อธิบดีกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลา เพื่อจำกัดการใช้อำนาจดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ โดยอาศัยหลักบริหารจัดการความเสี่ยงอันเป็นที่ยอมรับ
    • มาตรา ๕
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นหมวด ๑๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙
    • หมวด ๑๔ ทวิ
    • การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร
      มาตรา ๑๐๙/๑ เพื่อประโยชน์แห่งการศุลกากร หรือเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญา หรือความตกลงระหว่างประเทศ อันเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้นำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือสิ่งอื่นๆมาใช้ โดยอาจกำหนดให้ใช้แทนเอกสารทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
      การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากรตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา เงื่อนไขและมาตรฐานตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
      มาตรา ๑๐๙/๒ การจัดทำ ยื่น ส่ง รับ เก็บรักษา การอนุญาต การชำระเงิน หรือการดำเนินการอื่นใด โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีผลผูกพันและบังคับใช้ทางกฎหมาย
      อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้บุคคลใดๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการศุลกากรนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกิจการอันเห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติพิธีการทางศุลกากรก็ได้
      มาตรา ๑๐๙/๓ อัตราค่าธรรมเนียมในการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวง
      มาตรา ๑๐๙/๔ การเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับการศุลกากร และการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะอยู่ในรูปแบบใด ให้เป็นไปที่กำหนดไว้ ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลให้หมายรวมถึงข้อมูลของนิติบุคคลด้วย
      ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยข้อมูลที่มีสภาพเป็นข้อมูลลับ หรือเป็นข้อมูลที่ได้มาจากพื้นฐานที่เป็นความลับเพื่อความมุ่งหมายในการประเมินราคาศุลกากร ตามบทบัญญัติมาตรา ๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้
      มาตรา ๑๐๙/๕ การดูแลรักษาความลับทางการค้า ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กรมศุลกากร หรือของบุคคลที่กรมศุลกากรมอบหมายหรือจัดจ้างให้ดูแลจัดการ ตลอดจนโทษในเรื่องที่เกี่ยวกับความลับทางการค้าดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
      มาตรา ๑๐๙/๖ ความผิด และโทษในเรื่องที่เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลของกรมศุลกากร หรือของบุคคลที่กรมศุลกากรมอบหมายหรือจัดจ้างให้ดูแลจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
      มาตรา ๑๐๙/๗ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีความผูกพัน ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดวิธีการระงับข้อพิพาท ในกรณีที่เกิดความผิดพลาด หรือ ข้อบกพร่องใดๆในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือในการศุลกากรที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้มีส่วนได้เสีย หรือกรมศุลกากร
      มาตรา ๑๐๙/๘ คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถอุทธรณ์ผลการระงับข้อพิพาทตามกระบวนการที่อธิบดีกำหนดต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ได้ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการระงับข้อพิพาทดังกล่าว
      มาตรา ๑๐๙/¬๙ ให้คณะกรรมการอุทธรณ์ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมศุลกากร และผู้แทนภาคเอกชนผู้มีส่วนได้เสียซึ่งอธิบดีแต่งตั้ง
      มาตรา ๑๐๙/๑๐ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด และให้ทำเป็นหนังสือส่งไปยังคู่กรณี
      มาตรา ๑๐๙/๑๑ คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ โดยฟ้องเป็นคดีต่อศาลภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
      มาตรา ๑๐๙/๑๒ บทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ ให้นำมาใช้บังคับแก่การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากรเสมอกับการดำเนินการด้วยเอกสาร ตามที่จะพึงใช้ได้โดยมิพักต้องคำนึงถึงถ้อยคำสำนวนซึ่งใช้ตามปกติในการดำเนินการด้วยเอกสาร
      การกระทำความผิดอันเป็นความผิดทางศุลกากรซึ่งได้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ย่อมเป็นความผิดและมีโทษเช่นเดียวกับการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่ดำเนินการด้วยเอกสาร และให้นำมาตรา ๑๐๒ และมาตรา ๑๐๒ ทวิ มาใช้บังคับ แก่กรณีดังกล่าวด้วย
    • มาตรา ๖
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

      ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

      -------------------
      นายกรัฐมนตรี
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail