Facebook


ร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 3033 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

บันทึกหลักการและเหตุผล

 

ประกอบร่างพระราชบัญญัติศุลกากร

 

(ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

 

(ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒)

 

_____________________

 

 

หลักการ

 

แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ ดังนี้

 

. กำหนดบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (เพิ่มความเป็นหมวด ๔ จัตวา อำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ คือเป็นมาตรา ๓๗/๑ มาตรา ๓๗/๒ มาตรา ๓๗/๓ มาตรา ๓๗/๔ มาตรา ๓๗/๕ มาตรา ๓๗/๖ และมาตรา ๓๗/             แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙)

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    บันทึกหลักการและเหตุผล
    ประกอบร่างพระราชบัญญัติศุลกากร
    (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
    (ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒)
    _____________________

    หลักการ
    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ ดังนี้
    ๑. กำหนดบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (เพิ่มความเป็นหมวด ๔ จัตวา อำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ คือเป็นมาตรา ๓๗/๑ มาตรา ๓๗/๒ มาตรา ๓๗/๓ มาตรา ๓๗/๔ มาตรา ๓๗/๕ มาตรา ๓๗/๖ และมาตรา ๓๗/๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙)
    ๒. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดบทนิยามของคำว่า “เขตเศรษฐกิจจำเพาะ” ให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
    ๓. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดบทนิยามของคำว่า “พระราชอาณาจักรสยาม” “พระราชอาณาเขต” และ “ราชอาณาจักร” หมายความรวมถึง “เขตเศรษฐกิจจำเพาะ” ด้วยในพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙
    ๔. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๓ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดเวลาของการนำเข้าสำเร็จสำหรับการนำของใดๆเข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
    ๕. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดเวลาของการส่งออกสำเร็จสำหรับการนำของใดๆออกนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
    ๖. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๕ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดความหมายของการดำเนินการที่ถือว่าเป็นการเคลื่อนย้ายภายในและเพื่อให้อำนาจอธิบดีในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายภายใน


    ๗. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๖ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดให้ศุลกากรมีอำนาจตามพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาใช้บังคับเหนือเกาะเทียม สิ่งติดตั้งและสิ่งก่อสร้างเพื่อความมุ่งประสงค์ในการสำรวจ และการแสวงหาประโยชน์ การอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ตามที่กำหนดไว้ใน กฎหมายว่าด้วยทะเล หรือเพื่อความมุ่งประสงค์อื่นๆทางเศรษฐกิจโดยอนุโลม
    ๘. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดให้นำความในมาตรา ๓๗ เบญจ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ ว่าด้วยเรื่องอำนาจของเจ้าพนักงานศุลกากรในการสั่งหรือบังคับให้หยุดเรือ หรือนำเรือไปยังที่แห่งหนึ่งแห่งใด เพื่อการตรวจค้นจับกุมหรือดำเนินคดี มาใช้บังคับกับบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะได้โดยอนุโลม
    ๙. กำหนดบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตไหล่ทวีป (เพิ่มความเป็น หมวด ๔ เบญจ คือเป็นมาตรา ๓๗/๘ และมาตรา ๓๗/๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙)
    ๑๐. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๘ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดบทนิยามของคำว่า “เขตไหล่ทวีป”
    ๑๑. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดให้นำบทบัญญัติในหมวด ๔ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาใช้บังคับกับเขตไหล่ทวีปด้วยโดยอนุโลม เท่าที่ไม่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยทะเลซึ่งผูกพันประเทศไทย
    ๑๒. กำหนดบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตทะเลหลวง (เพิ่มความเป็นหมวด ๔ ฉ คือเป็นมาตรา ๓๗/๑๐ และมาตรา ๓๗/๑๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙)
    ๑๓. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๑๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดความหมายของคำว่า “เขตทะเลหลวง”
    ๑๔. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๑๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อกำหนดขอบเขตของการศุลกากรเกี่ยวกับสิทธิการไล่ตามติดพัน
    ๑๕ เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓๗/๑๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ เพื่อให้มีกฎหมายรองรับการกระทำความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร หรือกระทำความผิดอื่นในบริเวณในเขตทะเลหลวง รวมทั้งกำหนดอำนาจสอบสวนในเรื่องดังกล่าวด้วย


    เหตุผล
    คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ อนุมัติให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว จำเป็นจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายศุลกากรเพื่อให้การศุลกากรสอดคล้องและเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งอนุสัญญาฯ เช่น อำนาจของศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ เขตไหล่ทวีป และขอบเขตของการศุลกากรเกี่ยวกับสิทธิการไล่ตามติดพัน เป็นต้น ซึ่งกฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีบัญญัติว่าด้วยเรื่องดังกล่าวไว้แต่อย่างใด ดังนั้น เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของศุลกากรตามที่กำหนดไว้ในความตกลงระหว่างประเทศ และเพื่อให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการด้านต่างๆอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น


    โครงสร้างของร่างพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่...) พ.ศ....
    (ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล)
    1. กำหนดบทบัญญัติว่าด้วยอำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
    เพิ่มความเป็นหมวด 4 จัตวา(มาตรา 37/1-มาตรา 37/7)
    2. กำหนดบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตไหล่ทวีป
    เพิ่มความเป็นหมวด4 เบญจ (มาตรา 37/8-37/9)
    อำนาจทางศุลกากรในเขตไหล่ทวีป
    3. กำหนดบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตทะเลหลวง
    เพิ่มความเป็นหมวด4 เบญจ (มาตรา 37/10-37/12)
    เรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตทะเลหลวง


    • 1. การเพิ่มบทบัญญัติในเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
    • ปัญหา กฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะไว้แต่อย่างใด
      แนวทางที่ขอแก้ไข กำหนดบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
      เหตุผล เพื่อกำหนดอาณาเขตของเขตเศรษฐกิจจำเพาะให้เกิดความชัดเจน และเพื่อให้เป็นการรองรับการปฏิบัติงานของศุลกากรในการจัดเก็บภาษีให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในความตกลงระหว่างประเทศ
      มาตราในร่างพระราชบัญญัติ ร่างมาตรา 37/1 – 37/7
    • 2. การเพิ่มบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตไหล่ทวีป
    • ปัญหา กฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตไหล่ทวีป
      แนวทางที่ขอแก้ไข บทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในไหล่ทวีปให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
      เหตุผล เพื่อกำหนดอาณาบริเวณของเขตไหล่ทวีปให้เกิดความชัดเจน และเพื่อให้เป็นการรองรับการปฏิบัติงานของศุลกากรในการจัดเก็บภาษีให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในความตกลงระหว่างประเทศ
      มาตราในร่างพระราชบัญญัติ ร่างมาตรา 37/8 – 37/9
    • 3.การเพิ่มบทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตทะเลหลวง
    • ปัญหา กฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตทะเลหลวงไว้แต่อย่างใด
      แนวทางที่ขอแก้ไข บทบัญญัติเรื่องอำนาจทางศุลกากรในเขตทะเลหลวงให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
      เหตุผล เพื่อกำหนดเรื่องขอบเขตของศุลกากรสำหรับสิทธิการไล่ตามติดพันบริเวณเขตทะเลหลวง
      มาตราในร่างพระราชบัญญัติ ร่างมาตรา 37/10-37/12
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ใช้เป็นกฎหมายเมื่อพ้นวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วเก้าสิบวัน
    • มาตรา ๒
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นหมวด ๔ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙
    • หมวด ๔ จัตวา
    • อำนาจทางศุลกากรในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
      มาตรา ๓๗/๑ ในหมวดนี้ เขตเศรษฐกิจจำเพาะ หมายความ และกินความรวมไปถึงบริเวณที่อยู่เลยไปจาก และประชิดกับทะเลอาณาเขตไม่เกิน ๒๐๐ ไมล์ทะเลจากเส้นฐานซึ่งใช้วัดความกว้างของทะเลอาณาเขต
      มาตรา ๓๗/๒ เพื่อประโยชน์แห่งหมวดนี้ คำว่า พระราชอาณาจักรสยาม พระราชอาณาเขต และ ราชอาณาจักร ในพระราชบัญญัตินี้ให้หมายความถึง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ
      มาตรา ๓๗/๓ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น การนำของใดๆจากประเทศใดๆเว้นแต่ราชอาณาจักรไทย เข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ให้ถือว่า นำเข้าสำเร็จ ในเวลาที่นำของดังกล่าวเข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
      มาตรา ๓๗/๔ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น การนำของใดๆที่ได้จากหรือผลิตในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ออกจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ถือว่า ส่งออกสำเร็จ ในเวลาที่ของดังกล่าวออกไปจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
      มาตรา ๓๗/๕ กรณีนอกเหนือจากมาตรา ๓๗/๓ และมาตรา ๓๗/๔ ให้ถือว่าเป็นการเคลื่อนย้ายภายใน การจัดระเบียบการเคลื่อนย้ายภายในให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
      มาตรา ๓๗/๖ อำนาจของศุลกากรที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ให้นำมาใช้บังคับเหนือเกาะเทียม สิ่งติดตั้งและสิ่งก่อสร้างเพื่อความมุ่งประสงค์ในการสำรวจ และการแสวงหาประโยชน์ การอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติตามที่กำหนดไว้ในขณะนี้ หรือ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยทะเล หรือเพื่อความมุ่งประสงค์อื่นๆ ทางเศรษฐกิจโดยอนุโลม ตามที่จะพึงใช้ได้โดยมิพักต้องคำนึงถ้อยคำสำนวนซึ่งใช้ตามปรกติในทางการเรือ และเท่าที่ไม่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยทะเลซึ่งหากผูกพันประเทศไทย
      มาตรา ๓๗/๗ ให้นำความในมาตรา ๓๗ เบญจ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • มาตรา ๓
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นหมวด ๔ เบญจ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙
    • หมวด ๔ เบญจ
    • อำนาจทางศุลกากรในเขตไหล่ทวีป
      มาตรา ๓๗/๘ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เขตไหล่ทวีป นอกจากจะหมายความและกินความรวมไปถึงพื้นดินท้องทะเล และดินใต้ผิวดินของบริเวณใต้ทะเล ซึ่งขยายเลยอาณาเขตของรัฐตลอดส่วนต่อออกไปตามธรรมชาติของดินแดนทางบกของตน จนถึงริมนอกของขอบทวีป หรือจนถึงระยะ ๖๐๐ ไมล์ทะเลจากเส้นฐาน ซึ่งใช้วัดความกว้างของทะเลอาณาเขตในกรณีที่ริมนอกของขอบทวีปขยายไปไม่ถึงระยะนั้นแล้ว ยังหมายความรวมถึงเขตไหล่ทวีปตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยทะเล ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวงด้วย
      มาตรา ๓๗/๙ ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๔ จัตวา มาใช้บังคับกับเขตไหล่ทวีปด้วยโดยอนุโลม และเท่าที่ไม่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยทะเลซึ่งหากผูกพันประเทศไทย
    • มาตรา ๔
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นหมวด ๔ ฉ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙
    • หมวด ๔ ฉ
    • อำนาจทางศุลกากรในเขตทะเลหลวง
      มาตรา ๓๗/๑๐ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เขตทะเลหลวง หมายความและกินความรวมไปถึงทุกส่วนของทะเล ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ในทะเลอาณาเขต หรือในน่านน้ำภายในของรัฐ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยทะเลซึ่งหากผูกพันประเทศไทย
      มาตรา ๓๗/๑๑ สิทธิการไล่ตามติดพัน จะกระทำได้เฉพาะภายใต้ขอบเขตของการศุลกากร ดังนี้
      การไล่ตามติดพันเรือต่างชาติอาจกระทำได้เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่า เรือนั้นได้ละเมิดกฎหมายและข้อบังคับของรัฐนั้น การไล่ตามเช่นว่านั้น จะต้องเริ่มต้นเมื่อเรือต่างชาติหรือเรือเล็กลำหนึ่งของเรือต่างชาติอยู่ในน่านน้ำภายใน น่านน้ำหมู่เกาะ ทะเลอาณาเขตหรือเขตต่อเนื่องของรัฐที่ไล่ตาม และสามารถดำเนินต่อไปได้นอกทะเลอาณาเขตหรือเขตต่อเนื่อง หากการไล่ตามนั้นมิได้ขาดตอนลง ไม่จำเป็นว่าในขณะที่เรือต่างชาติอยู่ในทะเลอาณาเขตหรือเขตต่อเนื่องได้รับคำสั่งให้หยุด เรือที่ออกคำสั่งควรจะต้องอยู่ในทะเลอาณาเขตหรือเขตต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ถ้าเรือต่างชาติอยู่ในเขตต่อเนื่อง การไล่ตามจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้มีการละเมิดสิทธิซึ่งเขตนั้นได้ถูกจัดตั้งขึ้นสำหรับคุ้มครองเท่านั้น
      สิทธิการไล่ตามติดพันสิ้นสุดลงทันทีที่เรือซึ่งถูกไล่ตามเข้าเขตทะเลอาณาเขตของตนหรือของรัฐที่สาม
      การไล่ตามติดพันยังไม่ถือว่าได้เริ่มขึ้นเว้นแต่เรือที่ไล่ตามได้ทำให้ตนเองมั่นใจโดยทุกวิถีทางที่จะทำได้เท่าที่มีอยู่แล้วว่า เรือที่ถูกไล่ตามหรือเรือเล็กลำใดลำหนึ่งของเรือนั้นหรือ ยานลำอื่นซึ่งทำงานร่วมกัน และใช้เรือที่ถูกไล่ตามเป็นเรือแม่ อยู่ภายในขอบเขตของทะเลอาณาเขต หรือภายในเขตต่อเนื่อง หรือเขตเศรษฐกิจจำเพาะหรือเหนือไหล่ทวีปแล้วแต่กรณี การไล่ตามจะเริ่มขึ้นได้ต่อเมื่อได้ให้ทัศนสัญญาณหรือโสตสัญญาณให้หยุดในระยะห่างที่เรือต่างชาติสามารถเห็นหรือได้ยินสัญญาณได้เท่านั้น
      สิทธิการไล่ตามติดพันจะใช้ได้เฉพาะโดยเรือรบหรืออากาศยานทหาร หรือเรือ หรืออากาศยานอื่นๆ ซึ่งมีเครื่องหมายชัดแจ้งและบ่งชัดว่าเป็นเรือที่ใช้ในงานของรัฐบาลและได้รับมอบอำนาจเพื่อการนั้น
      ให้สิทธิการไล่ตามติดพันใช้บังคับโดยอนุโลมกับการละเมิดในเขตเศรษฐกิจจำเพาะหรือบนไหล่ทวีป รวมทั้งเขตปลอดภัยรอบสิ่งติดตั้งบนไหล่ทวีป ซึ่งกฎหมายและข้อบังคับที่ใช้บังคับอยู่ตามกฎหมายว่าด้วยทะเล เขตเศรษฐกิจจำเพาะหรือไหล่ทวีป รวมทั้งเขตปลอดภัย เช่นว่านั้น
      มาตรา ๓๗/๑๒ ให้นำความในมาตรา ๓๗ เบญจ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • มาตรา ๕
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้


      ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ


      นายกรัฐมนตรี
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail