Facebook


ร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4494 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ....
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    - ร่าง -
    บันทึกหลักการและเหตุผล
    ประกอบร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    พ.ศ. ....

    หลักการ
    ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    เหตุผล
    โดยที่กฎหมายว่าด้วยโคนมและผลิตภัณฑ์นม มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านโคนมและผลิตภัณฑ์นมของประเทศ ที่ยังไม่สอดคล้องกับปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลกระทบต่อเกษตรกรโคนม องค์กรเกษตรกรโคนม และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม ตลอดจนผู้บริโภค ดังนั้น เพื่อให้มีการปฏิรูประบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับโคนมและผลิตภัณฑ์นมของประเทศ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนา การรักษาเสถียรภาพระดับราคาผลิตภัณฑ์นม การส่งเสริมธุรกิจ และการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโคนมและผลิตภัณฑ์นม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรโคนม องค์กรเกษตรกรโคนม และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม รวมทั้งผู้บริโภค ดังนั้น เพื่อให้กลไกในการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการเกี่ยวกับโคนมและผลิตภัณฑ์นมของประเทศให้เป็นไปอย่างมีระบบ มีการบริหารจัดการที่มีเอกภาพและมีความต่อเนื่อง และให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    - ร่าง -
    พระราชบัญญัติ
    โคนมและผลิตภัณฑ์นม
    พ.ศ. ....

    ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
    ให้ไว้ ณ วันที่ ...................................
    เป็นปีที่ .. ในรัชกาลปัจจุบัน

    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
    โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยโคนมและผลิตภัณฑ์นม

    พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
    จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

    มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ....”

    มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

    มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ.๒๕๕๑

    มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
    “โคนม” หมายความว่า โคซึ่งตามปกติเลี้ยงไว้เพื่อการผลิตนม
    “น้ำนมโค” หมายความว่า น้ำนมที่รีดจากแม่โคหลังจากคลอดลูกแล้วสามวัน เพื่อให้ปราศจากน้ำนมเหลือง โดยมิได้แยกหรือเติมวัตถุอื่นใด และยังไม่ผ่านกรรมวิธีการผลิตในขั้นตอนใดๆ
    “นมผง” หมายความว่า น้ำนมโคที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อที่ระเหยน้ำออกด้วยกรรมวิธีต่างๆ จนเป็นผง และอาจมีการเติมวัตถุอื่นใดที่เป็นองค์ประกอบของนมอีกด้วยก็ได้
    “นมคืนรูป” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำเอาองค์ประกอบของน้ำนมดิบมาผสมกันให้มีลักษณะเช่นเดียวกับนมโค และอาจเติมน้ำนมดิบหรือวัตถุอื่นใดที่เป็นองค์ประกอบของนมอีกด้วยก็ได้
    “อุตสาหกรรมนม” หมายความว่า การผลิต ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนและให้ซึ่งน้ำนมโค เนื้อโคนม และผลิตภัณฑ์จากน้ำนมและเนื้อโคนม ตลอดจนอาหารสัตว์ น้ำเชื้อ ตัวอ่อน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการผลิตและการตลาด การบริการเกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม การผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำนมและเนื้อโคนม และการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับอุตสาหกรรมนม
    “ผลิตภัณฑ์นม” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำน้ำนมโค นมผงและนมคืนรูปมาผ่านขบวนการผลิต โดยการแยกออกหรือเติมเข้าไปซึ่งวัตถุอื่นใด
    “นำเข้า” หมายความว่า นำหรือส่งเข้ามาในราชอาณาจักร
    “ส่งออก” หมายความว่า นำหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
    “เกษตรกรโคนม” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนม
    “องค์กรเกษตรกรโคนม” หมายความว่า กลุ่มเกษตรกรโคนม และสหกรณ์โคนมตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน และรวมถึงสมาคมที่มีสมาชิกเป็นเกษตรกรโคนม หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อการเลี้ยงโคนม การจำหน่ายหรือการรับซื้อน้ำนมโค
    “ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม” หมายความว่า บุคคล หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการผลิต รับซื้อหรือการจำหน่ายโคนม น้ำนมโค หรือผลิตภัณฑ์นม หรือกิจการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
    “กองทุน” หมายความว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

    มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม” ประกอบด้วย
    (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ
    (๒) ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ
    (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
    (๔) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์กรเกษตรกรโคนมและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม ฝ่ายละห้าคน
    (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ สาขาละหนึ่งคน
    ให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
    หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกกรรมการตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

    มาตรา ๖ กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
    (๑) มีสัญชาติไทย
    (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
    (๓) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
    (๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

    มาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสองวาระไม่ได้

    มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระมาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
    (๑) ตาย
    (๒) ลาออก
    (๓) คณะกรรมการมีมติให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๖

    มาตรา ๙ ถ้ากรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) คนใดคนหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระจะต้องมีการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
    เมื่อครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๗ หากยังไม่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) ขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

    มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
    (๑) กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานการส่งเสริมและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
    (๒) กำหนดปริมาณและเงื่อนไขการนำเข้า การส่งออกน้ำนมโค นมผงและผลิตภัณฑ์นมรวมทั้งให้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจำหน่ายนมตามนโยบายของรัฐบาล โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
    (๓) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการคำนวณต้นทุนในการผลิตน้ำนมโคและกำหนดราคาซื้อน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นม
    (๔) กำหนดแผนงานและแนวทางการผลิตและการจำหน่ายน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
    (๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินของกองทุน รวมทั้งการอนุมัติจ่ายเงินของกองทุนด้วย
    (๖) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการเก็บค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐
    (๗) ออกระเบียบว่าด้วยเงินเพิ่มตามมาตรา ๒๑
    (๘) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
    (๙) พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๗
    (๑๐) พิจารณาอนุมัติคำขอหรือโครงการที่ขอรับการอุดหนุนตามมาตรา ๑๗
    (๑๑) พิจารณาแก้ไขปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับเกษตรกรโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    (๑๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

    มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม
    ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน
    ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
    การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่ง
    ในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

    มาตรา ๑๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหรือดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
    ให้นำความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานโดยอนุโลม

    มาตรา ๑๓ ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการมีอำนาจเรียกให้
    ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนหรือบุคคลใดมาชี้แจง ส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการได้

    มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการ อนุกรรมการ และคณะทำงานมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน เบี้ยประชุม และประโยชน์อื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

    มาตรา ๑๕ ให้กรมปศุสัตว์ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ รับผิดชอบงานวิชาการและงานธุรการของคณะกรรมการ และมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
    (๑) รวบรวมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคที่มีต่อการดำเนินงานการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    (๒) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาเกี่ยวกับโคนมและผลิตภัณฑ์นม รวมทั้งรวบรวมรายละเอียดทางวิชาการ การเงิน สถิติและเรื่องต่าง ๆ ที่จำเป็นเกี่ยวข้องกับนโยบายแผนการบริหารและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    (๓) ให้คำแนะนำและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    (๔) รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรโคนม องค์กรเกษตรกรโคนม ศูนย์รับน้ำนมโค และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม
    (๕) เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    (๖) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

    มาตรา ๑๖ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง ในกรมปศุสัตว์ เรียกว่า “กองทุนส่งเสริมและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม” เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม การพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม และการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมนมทั้งด้านการผลิตและการตลาด ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
    (๑) เงินที่ได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าหรือส่งออกนม และผลิตภัณฑ์นม ตามมาตรา ๑๙ และการจำหน่ายนมตามมาตรา ๒๐
    (๒) เงินเพิ่มตามมาตรา ๒๑
    (๓) เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้
    (๔) เงินที่ได้รับจากต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ
    (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค
    (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน
    (๗) เงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุน
    (๘) ดอกผลหรือรายได้จากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
    (๙) เงินหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการดำเนินงานตามพระราชบัญญัตินี้
    เงินและทรัพย์สินของกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้นำส่งเข้าบัญชีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

    มาตรา ๑๗ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
    (๑) ศึกษา วิจัย และส่งเสริมการเลี้ยงโคนม
    (๒) ศึกษา วิจัย และพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
    (๓) รักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมนม ทั้งด้านการผลิตและการตลาด
    (๔) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน ไม่เกินร้อยละห้าของเงินกองทุน
    (๕) ทำการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน
    การบริหารกองทุนและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

    มาตรา ๑๘ ให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้รับเงิน จ่ายเงิน เก็บรักษา และบริหารจัดการเงินกองทุนแยกออกจากงบประมาณของกรมปศุสัตว์

    มาตรา ๑๙ บุคคลใดนำเข้าหรือส่งออกน้ำนมโค นมผงหรือผลิตภัณฑ์นมต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นรายได้ส่งเข้ากองทุน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราค่าธรรมเนียมที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

    มาตรา ๒๐ เกษตรกรโคนมรายใดจำหน่ายนมให้แก่ศูนย์รับน้ำนมโค หรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมต้องเสียค่าธรรมเนียมการจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้ส่งเข้ากองทุน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราค่าธรรมเนียมที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

    มาตรา ๒๑ ในกรณีผู้มีหน้าที่เสียค่าธรรมเนียมหลีกเลี่ยงไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือเสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่าที่ควรเสีย ให้เสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินที่ไม่เสียหรือจำนวนเงินที่เสียขาดไป แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้มิให้เกินเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๐ แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าเงินเพิ่มนี้เป็นเงินค่าธรรมเนียมด้วย

    มาตรา ๒๒ การบัญชีของกองทุน ให้จัดทำบัญชีตามหลักสากล โดยให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชีของกองทุน และรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

    มาตรา ๒๓ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณของทุกปี ให้กรมปศุสัตว์จัดทำงบการเงินของกองทุนส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ
    ให้รัฐมนตรีเสนองบการเงินของกองทุนและผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่งต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และจัดให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    มาตรา ๒๔ ในวาระเริ่มแรกภายในกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กรรมการตามมาตรา ๕ (๑) (๒) (๓) และวรรคสอง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกกรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕)

    มาตรา ๒๕ เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้กรรมการตามมาตรา ๕ (๑) (๒) (๓) และวรรคสอง ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้

    มาตรา ๒๖ บรรดาระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ออกตามพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ.๒๕๕๑ และใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

    มาตรา ๒๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้



    ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

    นายกรัฐมนตรี



    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา 1 - มาตรา 4 บททั่วไป
    • มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ....

      มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

      มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ.๒๕๕๑

      มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
      โคนม หมายความว่า โคซึ่งตามปกติเลี้ยงไว้เพื่อการผลิตนม
      น้ำนมโค หมายความว่า น้ำนมที่รีดจากแม่โคหลังจากคลอดลูกแล้วสามวัน เพื่อให้ปราศจากน้ำนมเหลือง โดยมิได้แยกหรือเติมวัตถุอื่นใด และยังไม่ผ่านกรรมวิธีการผลิตในขั้นตอนใดๆ
      นมผง หมายความว่า น้ำนมโคที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อที่ระเหยน้ำออกด้วยกรรมวิธีต่างๆ จนเป็นผง และอาจมีการเติมวัตถุอื่นใดที่เป็นองค์ประกอบของนมอีกด้วยก็ได้
      นมคืนรูป หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำเอาองค์ประกอบของน้ำนมดิบมาผสมกันให้มีลักษณะเช่นเดียวกับนมโค และอาจเติมน้ำนมดิบหรือวัตถุอื่นใดที่เป็นองค์ประกอบของนมอีกด้วยก็ได้
      อุตสาหกรรมนม หมายความว่า การผลิต ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนและให้ซึ่งน้ำนมโค เนื้อโคนม และผลิตภัณฑ์จากน้ำนมและเนื้อโคนม ตลอดจนอาหารสัตว์ น้ำเชื้อ ตัวอ่อน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการผลิตและการตลาด การบริการเกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม การผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำนมและเนื้อโคนม และการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับอุตสาหกรรมนม
      ผลิตภัณฑ์นม หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำน้ำนมโค นมผงและนมคืนรูปมาผ่านขบวนการผลิต โดยการแยกออกหรือเติมเข้าไปซึ่งวัตถุอื่นใด
      นำเข้า หมายความว่า นำหรือส่งเข้ามาในราชอาณาจักร
      ส่งออก หมายความว่า นำหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
      เกษตรกรโคนม หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนม
      องค์กรเกษตรกรโคนม หมายความว่า กลุ่มเกษตรกรโคนม และสหกรณ์โคนมตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน และรวมถึงสมาคมที่มีสมาชิกเป็นเกษตรกรโคนม หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อการเลี้ยงโคนม การจำหน่ายหรือการรับซื้อน้ำนมโค
      ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม หมายความว่า บุคคล หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการผลิต รับซื้อหรือการจำหน่ายโคนม น้ำนมโค หรือผลิตภัณฑ์นม หรือกิจการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
      กองทุน หมายความว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา 5 - มาตรา 14 คณะกรรมการและการประชุม
    • มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ประกอบด้วย
      (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ
      (๒) ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ
      (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
      (๔) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์กรเกษตรกรโคนมและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม ฝ่ายละห้าคน
      (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ สาขาละหนึ่งคน
      ให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
      หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกกรรมการตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

      มาตรา ๖ กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
      (๑) มีสัญชาติไทย
      (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๓) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      (๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

      มาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสองวาระไม่ได้

      มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระมาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) คณะกรรมการมีมติให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
      (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๖

      มาตรา ๙ ถ้ากรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) คนใดคนหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระจะต้องมีการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
      เมื่อครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๗ หากยังไม่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) ขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

      มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานการส่งเสริมและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
      (๒) กำหนดปริมาณและเงื่อนไขการนำเข้า การส่งออกน้ำนมโค นมผงและผลิตภัณฑ์นมรวมทั้งให้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจำหน่ายนมตามนโยบายของรัฐบาล โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
      (๓) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการคำนวณต้นทุนในการผลิตน้ำนมโคและกำหนดราคาซื้อน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นม
      (๔) กำหนดแผนงานและแนวทางการผลิตและการจำหน่ายน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
      (๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินของกองทุน รวมทั้งการอนุมัติจ่ายเงินของกองทุนด้วย
      (๖) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการเก็บค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐
      (๗) ออกระเบียบว่าด้วยเงินเพิ่มตามมาตรา ๒๑
      (๘) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
      (๙) พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๗
      (๑๐) พิจารณาอนุมัติคำขอหรือโครงการที่ขอรับการอุดหนุนตามมาตรา ๑๗
      (๑๑) พิจารณาแก้ไขปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับเกษตรกรโคนมและผลิตภัณฑ์นม
      (๑๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

      มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม
      ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน
      ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้าง
    • มาตรา 15 สำนักงานเลขานุการ
    • มาตรา ๑๕ ให้กรมปศุสัตว์ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ รับผิดชอบงานวิชาการและงานธุรการของคณะกรรมการ และมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) รวบรวมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคที่มีต่อการดำเนินงานการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
      (๒) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาเกี่ยวกับโคนมและผลิตภัณฑ์นม รวมทั้งรวบรวมรายละเอียดทางวิชาการ การเงิน สถิติและเรื่องต่าง ๆ ที่จำเป็นเกี่ยวข้องกับนโยบายแผนการบริหารและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
      (๓) ให้คำแนะนำและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
      (๔) รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรโคนม องค์กรเกษตรกรโคนม ศูนย์รับน้ำนมโค และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม
      (๕) เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโคนมและผลิตภัณฑ์นม
      (๖) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
    • มาตรา 16 - มาตรา 17 กองทุน
    • มาตรา ๑๖ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง ในกรมปศุสัตว์ เรียกว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม การพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม และการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมนมทั้งด้านการผลิตและการตลาด ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
      (๑) เงินที่ได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าหรือส่งออกนม และผลิตภัณฑ์นม ตามมาตรา ๑๙ และการจำหน่ายนมตามมาตรา ๒๐
      (๒) เงินเพิ่มตามมาตรา ๒๑
      (๓) เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้
      (๔) เงินที่ได้รับจากต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ
      (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค
      (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน
      (๗) เงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุน
      (๘) ดอกผลหรือรายได้จากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
      (๙) เงินหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการดำเนินงานตามพระราชบัญญัตินี้
      เงินและทรัพย์สินของกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้นำส่งเข้าบัญชีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

      มาตรา ๑๗ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
      (๑) ศึกษา วิจัย และส่งเสริมการเลี้ยงโคนม
      (๒) ศึกษา วิจัย และพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม
      (๓) รักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมนม ทั้งด้านการผลิตและการตลาด
      (๔) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน ไม่เกินร้อยละห้าของเงินกองทุน
      (๕) ทำการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน
      การบริหารกองทุนและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • มาตรา 18 - มาตรา 23 การดำเนินงาน
    • มาตรา ๑๘ ให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้รับเงิน จ่ายเงิน เก็บรักษา และบริหารจัดการเงินกองทุนแยกออกจากงบประมาณของกรมปศุสัตว์

      มาตรา ๑๙ บุคคลใดนำเข้าหรือส่งออกน้ำนมโค นมผงหรือผลิตภัณฑ์นมต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นรายได้ส่งเข้ากองทุน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราค่าธรรมเนียมที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

      มาตรา ๒๐ เกษตรกรโคนมรายใดจำหน่ายนมให้แก่ศูนย์รับน้ำนมโค หรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมต้องเสียค่าธรรมเนียมการจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้ส่งเข้ากองทุน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราค่าธรรมเนียมที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

      มาตรา ๒๑ ในกรณีผู้มีหน้าที่เสียค่าธรรมเนียมหลีกเลี่ยงไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือเสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่าที่ควรเสีย ให้เสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินที่ไม่เสียหรือจำนวนเงินที่เสียขาดไป แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้มิให้เกินเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๐ แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าเงินเพิ่มนี้เป็นเงินค่าธรรมเนียมด้วย

      มาตรา ๒๒ การบัญชีของกองทุน ให้จัดทำบัญชีตามหลักสากล โดยให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชีของกองทุน และรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

      มาตรา ๒๓ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณของทุกปี ให้กรมปศุสัตว์จัดทำงบการเงินของกองทุนส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ
      ให้รัฐมนตรีเสนองบการเงินของกองทุนและผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่งต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และจัดให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา 24 - มาตรา 26 บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๒๔ ในวาระเริ่มแรกภายในกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กรรมการตามมาตรา ๕ (๑) (๒) (๓) และวรรคสอง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกกรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕)

      มาตรา ๒๕ เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้กรรมการตามมาตรา ๕ (๑) (๒) (๓) และวรรคสอง ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้

      มาตรา ๒๖ บรรดาระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ออกตามพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ.๒๕๕๑ และใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
    • มาตรา 27 รักษาการ
    • มาตรา ๒๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail