Facebook


ร่างพระราชบัญญัติปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4383 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
 

 ร่าง
   พระราชบัญญัติ
ปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
  พ.ศ. ....
 
……..……………..……………………
..……….…………………….………..
…………………………………………

  ............ ...…………………………………………………………………….............
……………………………………………………………….................................................................

         โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
          พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล  ซึ่ง มาตรา ๒๙  ประกอบมาตรา ๓๕  มาตรา ๓๗  มาตรา ๓๙  มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
          มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย  พ.ศ. ....”

          มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

          มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
          “วัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย”  หมายความว่า เอกสาร ภาพ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี  สิ่งพิมพ์ รูปภาพ  รูปรอย  ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ วัสดุบันทึกภาพ วัสดุบันทึกข้อมูล วัสดุบันทึกเสียง เสียงหรือถ้อยคำทางโทรศัพท์ ข้อความ ข้อมูล  ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะอยู่ในสื่อชนิดใด  ที่กระตุ้น ส่งเสริม หรือยั่วยุ ให้เกิด หรือโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิด
          (๑) การกระทำวิปริตทางเพศ 
          (๒) กิจกรรม ความสัมพันธ์หรือการกระทำทางเพศกับเด็ก  หรือการกระทำทางเพศของเด็ก   
          (๓) การกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก
          (๔) การฆ่าตัวตาย
          (๕) การใช้ยาเสพติด
          (๖) การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ลักษณะ ๑ ความผิดเกี่ยวกับ
ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ลักษณะ ๑/๑  ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ลักษณะ ๔ ความผิดเกี่ยวกับศาสนา และลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือ
          (๗) การใช้ความรุนแรงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต
           “การกระทำวิปริตทางเพศ” หมายความว่า การกระทำหรือความสัมพันธ์ทางเพศ ในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

          (๑) ระหว่างบุพการีกับผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือพี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน  
          (๒) โดยใช้ความรุนแรงถึงขนาดที่น่าจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย  หรือโดยใช้อุปกรณ์หรือ
เครื่องมือที่อาจ

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ

    เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย

    เหตุผล

    เนื่องด้วยกฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับวัตถุลามกในปัจจุบันไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับมีการยกเลิกพระราชบัญญัติปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามก พุทธศักราช ๒๔๗๑ โดยพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่ไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงทำให้ปัจจุบันไม่มีกฎหมายกำหนดมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับวัตถุลามก เช่น สื่อที่มีการแสดงกิจกรรมที่วิปริตทางเพศและสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก ซึ่งพิธีสารเลือกรับต่อท้ายอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กำหนดให้รัฐภาคีต้องบัญญัติให้เป็นความผิดอาญาและมีมาตรการป้องกันและปราบปรามที่เหมาะสมไว้ด้วย ประกอบกับยังมีสื่อที่ส่งเสริมหรือยั่วยุพฤติกรรมอันตรายอื่นๆ ที่ร้ายแรงไม่น้อยไปกว่าวัตถุลามก ได้แก่ การใช้ยาเสพติด หรือการฆ่าตัวตาย ซึ่งต้องปราบปรามไปพร้อมกันด้วย ดังนั้น เพื่อให้การปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

    ร่างกฎหมายฉบับนี้ มีเนื้อหาทั้งสิ้น 31 มาตรา ไม่ได้แบ่งเป็นหมวดหมู่

    • ๑ เพื่อปกป้องและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากสื่อหรือวัตถุที่จะกระตุ้น ส่งเสริม หรือยั่วยุ ให้เกิดหรือน่าจะส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแก่วัยหรือเป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน
      ๒ เพื่อปราบปรามบรรดาวัตถุลามกและวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย ด้วยมาตรการต่างๆ ที่ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดและครอบคลุมรูปแบบของการกระทำความผิดตามสถานการณ์ปัจจุบันได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าค้นตรวจค้น การยึดและอายัด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการปราบปรามและการดำเนินคดีลงโทษผู้กระทำความผิดได้อย่างครบวงจร
      ๓ กำหนดให้ความผิดตามกฎหมายพิเศษนี้เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งนำไปสู่การการยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดทั้งหมดได้ และกำหนดให้เงินค่าปรับตามความผิดที่กำหนดไว้ และเงินที่ริบได้ตามกฎหมาย ไม่ตกเป็นรายได้แผ่นดิน แต่ให้ส่งไปเข้ากองทุนคุ้มครองเด็ก ร้อยละหกสิบ และเข้ากองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ร้อยละสี่สิ
  • คำนิยามของ“วัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย” หมายความว่า เอกสาร ภาพ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ รูปรอย ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ วัสดุบันทึกภาพ วัสดุบันทึกข้อมูล วัสดุบันทึกเสียง เสียงหรือถ้อยคำทางโทรศัพท์ ข้อความ ข้อมูล ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะอยู่ในสื่อชนิดใด ที่กระตุ้น ส่งเสริม หรือยั่วยุ ให้เกิด หรือโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิด (๑) การกระทำวิปริตทางเพศ (๒) กิจกรรม ความสัมพันธ์หรือการกระทำทางเพศกับเด็ก หรือการกระทำทางเพศของเด็ก (๓) การกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก (๔) การฆ่าตัวตาย (๕) การใช้ยาเสพติด (๖) การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ลักษณะ ๑ ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ลักษณะ ๑/๑ ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ลักษณะ ๔ ความผิดเกี่ยวกับศาสนา และลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือ (๗) การใช้ความรุนแรงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต “การกระทำวิปริตทางเพศ” หมายความว่า การกระทำหรือความสัมพันธ์ทางเพศ ในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) ระหว่างบุพการีกับผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือพี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน (๒) โดยใช้ความรุนแรงถึงขนาดที่น่าจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย หรือโดยใช้อุปกรณ์หรือ เครื่องมือที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิต (๓) โดยการบังคับขู่เข็ญหรือข่มขืน (๔) ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และรวมถึงการร่วมประเวณีหมู่ด้วย (๕) การชำเราสัตว์หรือชำเราศพ (๖) ลักษณะอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ท่านคิดว่าครอบคลุมหรือไม่

  • ท่านคิดว่าร่างพระราชบัญญัติปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย พ.ศ. .... ครอบคลุมแล้วหรือไม่
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย พ.ศ. ....

    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      วัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย หมายความว่า เอกสาร ภาพ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ รูปรอย ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ วัสดุบันทึกภาพ วัสดุบันทึกข้อมูล วัสดุบันทึกเสียง เสียงหรือถ้อยคำทางโทรศัพท์ ข้อความ ข้อมูล ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะอยู่ในสื่อชนิดใด ที่กระตุ้น ส่งเสริม หรือยั่วยุ ให้เกิด หรือโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิด
      (๑) การกระทำวิปริตทางเพศ
      (๒) กิจกรรม ความสัมพันธ์หรือการกระทำทางเพศกับเด็ก หรือการกระทำทางเพศของเด็ก
      (๓) การกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก
      (๔) การฆ่าตัวตาย
      (๕) การใช้ยาเสพติด
      (๖) การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ลักษณะ ๑ ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ลักษณะ ๑/๑ ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ลักษณะ ๔ ความผิดเกี่ยวกับศาสนา และลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือ
      (๗) การใช้ความรุนแรงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต
      การกระทำวิปริตทางเพศ หมายความว่า การกระทำหรือความสัมพันธ์ทางเพศ ในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
      (๑) ระหว่างบุพการีกับผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือพี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน
      (๒) โดยใช้ความรุนแรงถึงขนาดที่น่าจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย หรือโดยใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิต
      (๓) โดยการบังคับขู่เข็ญหรือข่มขืน
      (๔) ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และรวมถึงการร่วมประเวณีหมู่ด้วย
      (๕) การชำเราสัตว์หรือชำเราศพ
      (๖) ลักษณะอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      เด็ก หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ และรวมถึงตัวแสดงในวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายที่มีเนื้อหาหรือลักษณะทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นเด็ก
      การฆ่าตัวตาย หมายความรวมถึง ความต้องการที่จะฆ่าตัวตาย การแสดงขั้นตอนในการฆ่าตัวตาย และการลอกเลียนแบบการฆ่าตัวตายด้วย
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      กรรมการ หมายความว่า กรรมการป้องกันและปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๓ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๔
    • พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระเทือนถึงอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการหรือของหน้าที่ของส่วนราชการใดตามกฎหมายเกี่ยวกับวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการหรือเจ้าพนักงานและของส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการที่มีอํานาจเกี่ยวกับวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยและวางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการและการประสานงาน
    • มาตรา ๕
    • ให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย เรียกโดยย่อว่าป.ป.อ. ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เป็นกรรมการโดยตําแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่งตั้งไม่เกินห้าคน โดยอย่างน้อยสามคนต้องแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านจิตวิทยา จิตเวช หรืออาชญาวิทยา
      ให้ผู้อำนวยการสํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นกรรมการและเลขานุการและให้แต่งตั้งข้าราชการไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
    • มาตรา ๖
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตําแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
    • มาตรา ๗
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ เมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
      (๔) เป็นคนไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลาย
      (๕) ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก
      (๖) ขาดการประชุมติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุอันควร
      เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันเป็นกรรมการแทน และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตําแหน่ง เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
    • มาตรา ๘
    • ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตําแหน่งครบตามวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
    • มาตรา ๙
    • ในการประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
      ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
    • มาตรา ๑๐
    • คณะกรรมการมีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) กําหนดแผนงานและมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้กระทําความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      (๒) วางโครงการและดําเนินการ ตลอดจนสั่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดําเนินการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      (๓) เร่งรัดและประสานงานการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการที่มีอํานาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      (๔) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการหรืองาน แผนงาน หรือโครงการของส่วนราชการที่มีอํานาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      (๕) วางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๖) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกําหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายในสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด และกําหนดให้สถานที่ซึ่งใช้ในการประกอบธุรกิจใดๆ เป็นสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรการดังกล่าว
      (๗) สนับสนุนให่หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน รวมทั้งประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๑๑
    • คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการหรือทําการใดๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
      ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
      ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานโดยอนุโลม
    • มาตรา ๑๒
    • ให้สํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการและมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) ดําเนินงานในฐานะหน่วยงานปฏิบัติของคณะกรรมการตามอํานาจและหน้าที่ที่กําหนด
      (๒) ประสานนโยบาย แผน งบประมาณ และการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
      (๓) สนับสนุนข้อมูล ข่าวสาร วิชาการ ตลอดจนพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
      (๔) ปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ต่อต้านวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      (๕) ประสานความร่วมมือกับต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศในด้านการป้องกันและปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย
      (๖) ประสาน ตรวจสอบ ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดําเนินงานป้องกันและปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
      (๗) ปฏิบัติราชการอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมายหรือตามที่กฎหมายกําหนด
    • มาตรา ๑๓
    • ผู้ใดโดยเจตนาทำ ผลิต ทำสำเนา หรือก่อให้มีการทำ การผลิตหรือการทำสำเนาซึ่งวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำโดยมีภาพหรือเสียงของเด็กที่มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปีหรือมีลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปีหรือมีข้อความที่เกี่ยวพันถึงการมีเพศสัมพันธ์ในลักษณะใดๆ กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปี บันทึกหรือปรากฏอยู่ในวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
      ผู้ใดโดยเจตนามีไว้ในครอบครอง เผยแพร่ จำหน่าย นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักรส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไป จ่ายแจก หรือทำให้แพร่หลาย เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือแสดงอวดแก่ประชาชนไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ส่งผ่านหรือยังให้ส่งผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสารสนเทศอย่างอื่น ซึ่งวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้นั้นต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิด ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี
      หากกระทำตามมาตรานี้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ของการศึกษา การทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือการแพทย์ หรือการกระทำที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ไม่ถือว่าเป็นความผิด
    • มาตรา ๑๔
    • ถ้าการกระทำตามมาตรา ๑๓ เป็นการกระทำเพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้า ไม่ว่าจะโดยจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่าย นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไป จ่ายแจก หรือทำให้แพร่หลาย เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือแสดงอวดแก่ประชาชนไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ซึ่งวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้กึ่งหนึ่ง
      ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำต่อเด็กหรือใช้เด็กให้เป็นผู้กระทำความผิด ผู้กระทำต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง
      ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำที่มีเจตนากระทำต่อเด็กที่มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปี หรือใช้ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นผู้กระทำความผิด ผู้กระทำต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง
    • มาตรา ๑๕
    • ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
      ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งคนใดคนหนึ่งได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกันไปแล้ว ผู้ร่วมสมคบด้วยกันทุกคนต้องระวางโทษตามที่ได้บัญญัติไว้ สำหรับความผิดนั้นอีกกระทงหนึ่งด้วย
      ในกรณีที่ความผิดได้กระทำถึงขั้นลงมือกระทำความผิด แต่เนื่องจากการเข้าขัดขวางของผู้สมคบทำให้การกระทำนั้นกระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้สมคบที่กระทำการขัดขวางนั้น คงได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งเท่านั้น
      ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกลับใจให้ความจริงแห่งการสมคบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะมีการกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือศาลจะไม่ลงโทษเลยก็ได้
    • มาตรา ๑๖
    • ผู้ให้บริการตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ผู้ใดรู้ ว่ามีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ ในหรือส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์และมิได้จัดการถอนหรือกำจัดวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตนนั้นในทันที ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตราดังกล่าว
    • มาตรา ๑๗
    • ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ได้กระทำโดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งล้านห้าแสนบาทถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๑๘
    • นิติบุคคลใดกระทำความผิดมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท
      ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งนั้นเกิดจากความรู้เห็นยินยอม การสั่งการ การกระทำ หรือไม่สั่งการ หรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น บุคคลดังกล่าวต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆ ด้วย
    • มาตรา ๑๙
    • ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏว่า
      (๑) ผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
      (๒) ผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว และได้กระทำโดยประสงค์ให้ความผิดเกิดขึ้นในราชอาณาจักร หรือเป็นความผิดที่รัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย หรือ
      (๓) ผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว และการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายของรัฐที่การกระทำเกิดขึ้นในเขตอำนาจของรัฐนั้น หากผู้กระทำความผิดนั้นมาปรากฏตัวอยู่ในราชอาณาจักรและมิได้มีการส่งตัวผู้นั้นออกไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
      ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๑๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • มาตรา ๒๐
    • บรรดาเงินค่าปรับและเงินที่ริบตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ตกเป็นของกองทุนคุ้มครองเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กร้อยละหกสิบ และตกเป็นของกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมร้อยละสี่สิบ
      นอกจากโทษที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเป็นกรณีที่มีผู้นำจับผู้กระทำผิด ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ และให้ศาลสั่งไว้ในคำพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดใช้เงินสินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับอีกโสดหนึ่งด้วย ถ้าผู้กระทำความผิดไม่ชำระสินบนดังกล่าว ให้จ่ายเงินของกลางที่ได้ริบจากของกลางซึ่งศาลสั่งให้ริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หรือจ่ายจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล
    • มาตรา ๒๑
    • ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ ได้กระทำในโรงแรม โรงภาพยนตร์หรือสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น โดยผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าวรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดนั้น เมื่อได้มีการดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดแล้ว ก็ให้เจ้าพนักงานตามกฎหมายนั้นๆ มีอำนาจเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาต หรือมีคำสั่งอื่นใดตามกฎหมายดังกล่าวด้วย แล้วแต่กรณี
      ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามกฎหมายนี้ แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายนั้น ๆ เป็นผู้ดำเนินการเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาต หรือมีคำสั่งอื่นใดตามกฎหมายดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง
    • มาตรา ๒๒
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
    • มาตรา ๒๓
    • เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในเคหสถาน สถานที่ หรือยานพาหนะใดๆ ที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ เพื่อตรวจค้น ยึด หรืออายัดวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย หรือวัตถุหรือสิ่งลามก หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้วัตถุหรือสิ่งลามก หรือวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย หรือพยานหลักฐานดังกล่าวนั้น จะถูกยักย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม
      ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๒๔
    • ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจยึดหรืออายัดบรรดาวัตถุหรือสิ่งลามกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ หรือวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย และทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องหรือได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ หรือตามพระราชบัญญัตินี้ไว้ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้จนกว่าพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องหรือจนกว่าคดีถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือเป็นของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม
    • มาตรา ๒๕
    • เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๗ หรือมีวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย หรือมีข้อมูลที่เกี่ยวกับการค้าการเผยแพร่วัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายตามพระราชบัญญัตินี้อยู่ในพัสดุภัณฑ์ จดหมาย หรือตู้ไปรษณีย์ภัณฑ์ ไม่ว่าจะอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของบุคคลใดก็ตาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการเปิดหรือสั่งให้เปิดพัสดุภัณฑ์ จดหมาย หรือตู้ไปรษณีย์ภัณฑ์นั้น เพื่อเข้าถึง ตรวจสอบ และทำสำเนาข้อมูลหรือวัตถุดังกล่าวได้
      ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๗ หรือมีวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายตามวรรคหนึ่ง อยู่ในไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการเข้าถึง ตรวจสอบ และทำสำเนาข้อมูลหรือวัตถุดังกล่าวได้
    • มาตรา ๒๖
    • เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๕ แล้ว ต้องบันทึกรายละเอียดและเหตุผลแห่งการดำเนินการ และรายงานต่อศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจหรือศาลอาญาภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาลงมือดำเนินการ ในกรณีที่ศาลเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมิได้เป็นไปตามกฎหมาย ศาลจะสั่งระงับหรือเพิกถอนการดำเนินการนั้นก็ได้
    • มาตรา ๒๗
    • บรรดาวัตถุหรือสิ่งลามกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๗ หรือวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย รวมทั้งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่อง หรือได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิดดังกล่าว ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีคำขอหรือจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
    • มาตรา ๒๘
    • ภายใต้บังคับมาตรา ๒๐ บรรดาทรัพย์สินอื่นๆ นอกจากเงินที่ศาลพิพากษาหรือสั่งให้ริบตามมาตรา ๒๗ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่บรรดาวัตถุหรือสิ่งลามกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๗ หรือวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตรายหรือทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นให้ทำลายเสียทั้งสิ้น
    • มาตรา ๒๙
    • ในกรณีที่ศาลเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดโดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และเห็นว่าหากผู้นั้นประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไป อาจจะกระทำผิดเช่นนั้นอีก เมื่อศาลเห็นสมควรหรือพนักงานอัยการมีคำขอศาลจะสั่งไว้ในคำพิพากษาห้ามประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษไปแล้วก็ได้ ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้รอการกำหนดโทษไว้หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ให้ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการคุมความประพฤติต่อไปด้วย

    • มาตรา ๓๐
    • ให้ถือว่าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
    • มาตรา ๓๑
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail